สหภาพยุโรป(อียู) กำลังพิจารณารีดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯมูลค่า 93,000 ล้านยูโร หรือจำกัดบริษัทต่างๆของอเมริกาจากการเข้าถึงตลาดของทางกลุ่ม ตอบโต้คำขู่รีดภาษีของประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อบรรพันธมิตรนาโตที่คัดค้านแผนการของเขาในการยึดเกาะกรีนแลนด์ ความเคลื่อนไหวที่ถือเป็นวิกฤตในความสัมพันธ์ข้ามแอตแลนติก ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
รายงานข่าวระบุว่ามาตรการตอบโต้ดังกล่าวกำลังถูกร่างขึ้นมา เพื่อมอบอำนาจต่อรองแก่บรรดาผู้นำยุโรป ที่มีกำหนดพบปะประชุมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ณ เวทีสัมมนาเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ในเมืองดาวอส ในสัปดาห์นี้ จากการเปิดเผยของพวกเจ้าหน้าที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับการเตรียมการ
อย่างไรก็ตามรายงานข่าวระบุว่า ขณะเดียวกันพวกผู้นำยุโรปก็กำลังพยายามหาทางประนีประนอม เพื่อหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์อันแตกร้าวรุนแรงในพันธมิตรทหารตะวันตก ซึ่งอาจก่อความเสี่ยงต่อความมั่นคงของยุโรปเอง
เคยมีการตระเตรียมรายชื่อรายการสินค้าที่จะรีดภาษีมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ถูกระงับไว้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามการค้าเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตามบรรดาผู้แทนทูตของสมาชิก 27 ชาติอียู หยิบยกเรื่องนี้กลับมาพูดคุยด้วยความกระตือรือร้นในวันอาทิตย์(18ม.ค.) เช่นเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า Anti-Coercion Instrument (ACI) หรือ เครื่องมือต่อต้านการถูกบีบบังคับทางเศรษฐกิจ ที่สามารถจำกัดไม่ให้บรรดาบริษัทสหรัฐฯเข้าถึงตลาดภายใน ในขณะที่ทางกลุ่มกำลังดิ้นรนหาทางตอบโต้คำขู่รีดภาษีของประธานาธิบดีอเมริกา
ทรัมป์ ซึ่งเรียกร้องเดนมาร์กเปิดทางเข้าควบคุมกรีนแลนด์ ประกาศในช่วงเย็นวันเสาร์(17ม.ค.) กำหนดเพิ่มเพดานภาษีอีก 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหราชอาณาจักร, นอร์เวย์ และอีก 6 ชาติยุโรป ที่ส่งทหารเข้าไปยังเกาะในแถบอาร์กติกแห่งนี้ เพื่อทำการซ้อมรบ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
ฝรั่งเสเรียกร้องให้อียูตอบโต้กลับด้วย ACI ซึ่งไม่เคยถูกใช้เลยนับตั้งแต่ถูกบัญญัติขึ้นในปี 2023 เครื่องมือนี้รวมไปถึงการจำกัดการลงทุนและสามารถระงับการส่งออกการบริการต่างๆ อย่างเช่นที่งานบริการของบรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของอเมริกาในอียู
แม้สมาชิกอียูอื่นๆหลายชาติส่งเสียงสนับสนุนสำรวจหาทางแนวทางใช้งาน ACI กับสหรัฐฯ แต่ส่วนใหญ่เรียกร้องขอให้เจรจากับทรัมป์ก่อน แล้วค่อยออกคำสั่งขู่ตอบโต้โดยตรงอย่างเป็นทางการ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวด้านการทูตที่บอกกับไฟแนนเชียลไทม์ส "เราต้องการลดอุณหภูมิลง"
พวกเจ้าหน้าที่อียูแสดงความหวังว่าคำขู่ตอบโต้ของพวกเขา จะเพิ่มแรงกดดันแก่ 2 ฟากฝั่งในสหรัฐฯที่มีต่อพฤติกรรมของทรัมป์ และผลก็คือทำให้เขาต้องถอนคำประกาศรีดภาษี
"มันอยู่ในสถานการณ์ ที่ไม่อาจประนีประนอมอีกต่อไป เพราะว่าเราไม่ปล่อยมือจากกรีนแลนด์" เจ้าหน้าที่อียูอีกคนระบุ "ชาวอเมริกาที่มีเหตุผล ก็รู้เช่นกันว่า เขาเพิ่งเปิดปล่องแพนดอรา(กล่องที่ถือกำเนิดมาจากความแค้นของเทพเจ้าสูงสุด)"
อัวร์ซูลา ฟ็อน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บอกในวันอาทิตย์(18ม.ค.) ว่ายุโรปจะ "ยืนหยัดอย่างหนักแน่นในความมั่นสัญญายึดถืออธิปไตยของกรีนแลนด์และเดนมาร์ก เราจะปกป้องผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและด้านความมั่นคงของเราเสมอ"
อย่างไรก็ตามในวันเดียวกัน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าว่า ยุโรป อ่อนแอเกินไปที่จะรับประกันความมั่นคงของกรีนแลนด์ และปฏิเสธอ่อนข้อต่อข้อเรียกร้องของอเมริกา ในการควบคุมกรีนแลนด์ เกาะที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ "ท่านประธานาธิบดีเชื่อว่า การเสริมความมั่นคงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากกรีนแลนด์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ"
(ที่มา:ไฟแนนเชียลไทม์ส)

