เอพี – ม็อบขวาจัดที่พยายามจัดการชุมนุมสนับสนุนการปราบปรามผู้อพยพครั้งล่าสุดของทรัมป์ในมินนิโซตาถูกกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านไล่กระเจิงเมื่อวันเสาร์ (17 ม.ค.) ขณะที่สำนักงานผู้ว่าการรัฐที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์ประกาศว่า กองกำลังป้องกันชาติเตรียมพร้อมเข้าช่วยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน ทรัพย์สิน และสนับสนุนสิทธิ์ในการชุมนุมอย่างสันติของประชาชนทุกคนในมินนิโซตา
เอพีรายงานว่า มีการประท้วงเกิดขึ้นทุกวันนับจากที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิยกระดับการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามผู้อพยพในมินนิอาโปลิสและเซนต์พอล ซึ่งเป็นสองเมืองใหญ่ที่สุดในรัฐมินนิโซตาที่เรียกรวมกันว่า ทวินซิตี้ส์ ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกว่า 2,000 คนเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
วันเสาร์ เจค แลง อินฟลูเอนเซอร์สายอนุรักษนิยม ได้จัดชุมนุมต่อต้านชาวอิสลามและโซมาเลีย รวมทั้งสนับสนุนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ไอซ์) โดยประกาศล่วงหน้าผ่านโซเชียลมีเดียว่า จะเผาคัมภีร์อัลกุรอานหน้าบันไดศาลาว่าการเมือง
แต่ปรากฏว่า มีคนร่วมชุมนุมกับแลงน้อยมาก ขณะที่ผู้ชุมนุมฝ่ายตรงข้ามนับร้อยที่อยู่ในบริเวณนั้นตะโกนกลบเสียงป่าวประกาศของแลงและขับไล่กลุ่มผู้สนับสนุนไอซ์ และดูเหมือนแลงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะขณะเดินทางออกจากที่ชุมนุม
ก่อนหน้านี้เขาเคยถูกกล่าวหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยไม้เบสบอล ก่อความไม่สงบ และข้อหาคดีอาญาอื่นๆ ก่อนได้รับการผ่อนผันโทษอันเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายอภัยโทษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบุกรัฐสภาเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2021 และเมื่อไม่นานมานี้ แลงประกาศลงสมัครเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐฟลอริดา
ขณะเดียวกัน กองกำลังป้องกันชาติของรัฐมินนิโซตาแถลงว่า ได้ระดมกำลังเตรียมพร้อมตามคำสั่งของทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐ เพื่อสนับสนุนหน่วยลาดตระเวนมินนิโซตาในการให้การสนับสนุนด้านการเดินทางเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน ทรัพย์สิน และสนับสนุนสิทธิ์ในการชุมนุมอย่างสันติของประชาชนทุกคนในรัฐ
แถลงการณ์นี้ออกมาหลังจากเมื่อกว่าสัปดาห์ที่แล้ว วอลซ์ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทรัมป์ สั่งให้กองกำลังป้องกันชาติเตรียมพร้อมเพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของมินนิโซตา
การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นทุกวันเป็นผลจากการที่ประชาชนไม่พอใจการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ไอซ์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คนในทวินซิตี้ส์คือ เรเน กู๊ด พลเมืองอเมริกันที่เป็นคุณแม่ลูกสาม ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ไอซ์ยิงระหว่างการเผชิญหน้าเมื่อวันที่ 7 ม.ค.
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ม.ค.) ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางตัดสินว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติและไม่ได้ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งรวมถึงระหว่างการสังเกตการณ์การปราบปรามผู้อพยพของเจ้าหน้าที่ในมินนิโซตา
ระหว่างการแถลงข่าวในวันเสาร์ แกร์ริสัน กิบสัน ที่หนีสงครามกลางเมืองในไลบีเรียเข้าสู่อเมริกาขณะที่ยังเป็นเด็ก บอกว่า กลัวที่จะต้องออกจากบ้านหลังจากได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์กักกันผู้อพยพหลังจากที่ถูกจับกุมไปเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
วิดีโอที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางใช้อุปกรณ์กระทุ้งพังประตูบ้านกิบสันเมื่อวันที่ 11 ม.ค. เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความไม่พอใจและดึงดูดคนออกไปประท้วง
กิบสัน วัย 38 ปี ถูกเนรเทศจากความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในปี 2008 ที่ถูกยกเลิกในเวลาต่อมาและได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ในอเมริกาชั่วคราวภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่เพื่อรอการปรับสถานภาพ
หลังจากถูกจับกุมครั้งล่าสุด ผู้พิพากษาตัดสินว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางไม่แจ้งกิบสันอย่างเหมาะสมว่า สถานภาพดังกล่าวถูกเพิกถอนแล้ว
อะบินา อับราฮัม ลูกพี่ลูกน้องของกิบสัน เผยว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไอซ์ว่า สตีเฟน มิลเลอร์ รองหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว เป็นผู้สั่งจับกุมกิบสันครั้งที่ 2
ทำเนียบขาวปฏิเสธเรื่องดังกล่าว ขณะที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิกล่าวหาว่า ผู้พิพากษาคนดังกล่าวตัดสินโดยอิงกับมุมมองทางการเมืองส่วนตัวแทนที่จะพิจารณาตามข้อกฎหมาย เพื่อพยายามหยุดยั้งการเนรเทศอาชญากรต่างชาติ
ทริเซีย แม็กลาฟลิน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ประกาศว่า กระทรวงฯ จะต่อสู้ต่อไปเพื่อจับกุม เนรเทศ และขับไล่คนต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิ์อาศัยอยู่ในอเมริกา

