สหรัฐฯประกาศระงับกระบวนการออกวีซ่าพำนักถาวรผู้อพยพ สำหรับพลเมือง 75 ชาติ อ้างว่าก่อภาระทางการเงินแก่ชาวอเมริกา ในนั้นรวมถึงประเทศอย่างคูเวตและไทย ซึ่งสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่าสร้างความประหลาดใจแก่หลายฝ่ายและก่อความสับสน เกี่ยวกับบรรทัดฐานที่ใช้ในการกำหนดรายชื่อเหล่านี้
สำนักข่าวอินเดียทูเดย์ รายงานว่าในความพยายามปราบปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแถลงเมื่อวันพุธ(14ม.ค.) ระงับกระบวนการออกวีซ่าพำนักถาวรอย่างไม่มีกำหนด สำหรับคนเข้าเมืองจาก 75 ประเทศ นับตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตามบางประเทศที่อยู่ในลิสต์รายชื่อดังกล่าว ถือว่าสร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนเป็นอย่างมาก และก่อคำถามเกี่ยวกับบรรทัดฐานที่ใช้ในการกำหนดรายชื่อดังกล่าว
สื่อแห่งนี้ระบุว่าการมีรายชื่อของปากีสถาน, บังกลาเทศ, ลิเบีย, อิหร่าน, พม่า, ซูดานและประเทศอื่นๆที่ถูกรุมเร้าไปด้วยสถานการณ์ความขัดแย้ง หรือเป็นที่ทราบกันดีเกี่ยวกับการส่งพวกผู้อพยพที่มีปัญหาเข้าสู่สหรัฐฯ ดูเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แต่จำนวนมากงงงวยเกี่ยวกับการปรากฏชื่อของหลายประเทศที่่ค่อนข้างมีอันจะกินอย่างคูเวต หรือประเทศที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติในทางบวกอย่าง ไทยและภูฏาน เช่นเดียวกับรัฐต่างๆในแถบบอลติก รวมไปถึงแม้กระทั่งบราซิล ที่สร้างความประหลาดใจไม่น้อย
อินเดียทูเดย์ระบุว่ารายชื่อล่าสุดของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โหมกระพือความสับสนและก่อประะเด็นโต้เถียง ทั้งในหมู่พวกผู้เชี่ยวชาญและคนเข้าเมืองเอง ยกตัวอย่างเช่น ซาดานันด์ ดูเม นักเขียนและผู้สื่อข่าว ที่บอกว่าเขารู้สึกประแปลกใจที่เห็น คูเวต, ไทย, บราซิลและอุรุกวัย อยู่ในรายชื่อแบนวีซ่า(ชั่วคราว) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
"พวกเขาเป็นประเทศที่ค่อนข้างมีฐานะดี ไม่ประหลาดใจที่ได้เห็นปากีสถาน, บังกลาเทศ และเนปาล ในรายชื่อดังกล่าว ภูฏาน เป็นกรณีที่น่าสนใจ ผู้อพยพภูฏานจำนวนมากในสหรัฐฯ มีเชื้อสายเนปาล ซึ่งถูกขับออกจากภูฏาน ในปี 1990-1992" ดูเม โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์
รายงานข่าวระบุว่าหลายประเทศที่ได้รับผลกระทบต่างรู้สึกประหลาดใจต่อการตัดสินใจดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่นไทย ที่ดูเหมือนตกใจที่อยู่ในรายชื่อด้วย และได้เรียกอุปทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯเข้าพบในวันพฤหัสบดี(15ม.ค.) เพื่อขอคำชี้แจงเร่งด่วน ขณะที่สื่อมวลชนไทยแนะนำให้ทางการเน้นว่าไทยคือจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวอเมริกา และถูกพรรณามานานในสื่อมวลชนสหรัฐฯ ว่าเป็นประเทศที่มีชีวิตชีวาและอ้าแขนรับนักท่องเที่ยว
การปรากฏชื่อ คูเวต อยู่ในลิสต์ระงับออกวีซ่าพำนักถาวร ก็เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจเช่นกัน เนื่องจากประเทศแถบอ่าวอาหรับแห่งนี้เป็นหนึ่งในชาติที่มีจีดีพีต่อหัวสูงที่สุดในโลก ราว 30,000 ดอลลร์ ถึง 32,000 ดอลลาร์ การตัดสินใจดูเหมือนจะพึ่งข้อมูลเก่าๆที่ว่าคนเข้าเมืองอเมริกาจากคูเวต มีแนวโน้มที่จะเข้าถึงสวัสดิการของประเทศ อย่างไรก็ตามข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่ามีชาวคูเวตอยู่ในสหรัฐฯเพียง 40,000 ราย และ 1 ใน 3 เป็นนักศึกษา
วิเวียน เนเรียม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของคูเวต ให้สัมภาษณ์กับนิวยอร์กไทม์ส ว่า "ฉันอยากรู้และอยากทำความเข้าใจเหลือเกินว่าทำไม คูเวต ประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรน้ำมัน พลเมืองมีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 60,000 ดอลลาร์ต่อปี ถึงอยู่ในรายชื่อนี้" ขณะที่นักสื่อสารมวลชนรายหนึ่ง เหน็บแนมว่า "นั่นคงเพราะ คูเวต ไม่ได้บริจาคเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่พอหรือเปล่า?" เขากล่าวอ้างถึงกรณีที่กาตาร์บริจาคเครื่องบินมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ ให้แก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อนึ่งทางสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเทพฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศอเมริกา ชี้แจงเกี่ยวกับการระงับการออกวีซ่าถาวร (Immigrant Visa) สำหรับ 75 ประเทศ โดยระบุว่าประเทศเหล่านี้ "มีผู้อพยพเข้ามาใช้สวัสดิการของชาวอเมริกันในระดับที่เกินกว่าจะยอมรับได้ การระงับนี้จะมีผลต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะสามารถมั่นใจได้ว่า ผู้อพยพใหม่จะไม่เข้ามาเบียดบังเอาความมั่งคั่งไปจากชาวอเมริกัน"
(ที่มา:อินเดียทูเดย์)

