xs
xsm
sm
md
lg

รอง ผบช.ภ.5 เผยกู้ภาพวงจรปิดได้แล้วบ้านเกิดเหตุไฟไหม้ดับ 5 ศพ-ตัดประเด็นวางเพลิงและฆาตกรรม รอผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงใหม่ - รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ลุยติดตามความคืบหน้าคดีไฟไหม้บ้านย่านป่าแดด เชียงใหม่ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เผยสามารถกู้ภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านที่เกิดเหตุได้แล้ว บันทึกไว้ครบทั้งภาพและเสียง เบื้องต้นตัดประเด็นวางเพลิงและฆาตกรรม รอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนเป็นทางการก่อนสรุปคดี


บ่ายวันนี้(12 ม.ค.69) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พลตำรวจตรีธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเพื่อติดความคืบหน้าของคดีไฟไหม้บ้านเลขที่ 135/98 ซอยร้องเรือนคำ17 หมู่12 ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคืนวันที่ 7 ม.ค.69 ซึ่งไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและรุนแรงทำให้ผู้พักอาศัยที่ติดอยู่ที่ชั้นสองของบ้านเสียชีวิต 5 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกสาวแฝด 2คน และย่า ทั้งนี้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกู้ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดภายในบ้านที่เกิดเหตุได้ครบถ้วน ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญ ที่บันทึกเหตุการณ์ในช่วงเกิดเหตุเอาไว้ได้ทั้งภาพและเสียง

โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเสียงคล้ายไฟฟ้าช็อตดังขึ้นก่อนเกิดเพลิงไหม้ จากนั้นมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือและเสียงทุบผนังเพื่อพยายามหาทางออก แต่เนื่องจากควันหนาทึบภายในบ้าน ทำให้ไม่สามารถมองเห็นประตูได้ และบริเวณชั้นล่างถูกไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงไม่สามารถหลบหนีลงมาได้ ส่วนผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์นั้น เวลานี้กำลังรอผลชันสูตรจากทางแพทย์นิติเวชที่ระบุสาเหตุของการเสียชีวิตโดยละเอียดและครบถ้วน ส่วนการตรวจสอบโครงสร้างบ้านพบผนังปูนบางส่วนกะเทาะ ซึ่งสอดคล้องกับความร้อนสะสมอย่างรุนแรงภายในบ้านช่วงเกิดเหตุ


ขณะเดียวกันพลตำรวจตรีธวัชชัย ระบุเพิ่มเติมว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการจากแพทย์นิติเวช รวมถึงผลการตรวจวิเคราะห์สารบางอย่างที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานส่งไปตรวจสอบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจะสามารถสรุปสาเหตุและแถลงข่าวกับสื่อมวลชนได้ในเบื้องต้น รวมทั้งหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบางส่วนที่เผยแพร่ได้ก็จะนำมาเปิดเผยเพื่อเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง ซึ่งจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ได้ตัดประเด็นเรื่องการวางเพลิง และการฆาตกรรมออกไปก่อน เนื่องจากยังไม่พบพยานหลักฐานใดที่สามารถบ่งชี้ไปถึงสาเหตุทั้งสองประเด็นดังกล่าวได้

ทั้งนี้โดยเฉพาะประเด็นความขัดแย้งภายในครอบครัวระหว่างลูกเขยชาวต่างชาติ และผู้เสียชีวิตที่เป็นคุณย่าวัย 70 ปีนั้น แม้จะมีข้อมูลเรื่องความขัดแย้งและการข่มขู่จริง แต่พบว่าเป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้วและไม่มีหลักฐานไปถึง รวมทั้งการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ยังพบหลักฐาน และพยานยืนยันแหล่งที่อยู่ของบุคคลต้องสงสัยทั้งหมดที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องแต่ไม่พบความผิดปกติ โดยแนวโน้มคดียังคงบ่งชี้ไปในลักษณะของอุบัติเหตุ แต่ยังต้องรอผลการตรวจสอบอย่างรอบด้านเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการต่อไป


นอกจากนี้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เน้นย้ำถึงการนำเสนอและรายงานข่าวของบางสื่อที่มีการเผยแพร่นำเสนอข้อมูลที่เกินจริง ทั้งเรื่องการวางยา,การฆาตกรรม หรือปมความขัดแย้งเรื่องมรดกต่างๆ ซึ่งไม่มีหลักฐานอ้างอิงชัดเจน โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ทั้งนี้นอกจากจะเป็นการไม่ให้เกียรติกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสร้างความสับสนให้กับผู้ติดตามข่าวสาร และเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย.




กำลังโหลดความคิดเห็น