วิกฤตฝุ่น PM2.5 กลับมาแล้ว เตือนเฝ้าระวังค่าฝุ่นพุ่งสูงปกคลุมยาวทั้งสัปดาห์เกือบทั่วประเทศ ยกเว้นภาคใต้ที่อากาศยังดี ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากป้องกัน
นอกเหนือไปจากเรื่องการเมืองที่ว่าด้วยการหาาเสียงเลือกตั้งในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายที่เข้มข้นแล้ว อีกด้านหนึ่งสถานการณ์ฝุ่นละออง pm2.5 ก็เริ่มเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังเช่นกัน โดยศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 พบค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน
จากการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน พบว่ามีจังหวัดที่ค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ ปทุมธานี, กรุงเทพฯ, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, ลำพูน, พิษณุโลก, อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, หนองคาย, เลย และกาฬสินธุ์
สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นละอองในช่วงสัปดาห์นี้ มีทิศทางเพิ่มสูงขึ้น ในเกือบทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคใต้ที่ยังคงมีอากาศดีอย่างต่อเนื่อง โดยกรุงเทพ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออก: ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษตั้งแต่วันที่ 12-18 มกราคม เช่นเดียวกับ 17 จังหวัดภาคเหนือ และภาคอีสาน มีแนวโน้มสะสมตัวของฝุ่นเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่าประเทศไทยยังคงมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมทั้งระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้ง ส่วนฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละอองหมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมาก เนื่องจากการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ไม่ดี
ขณะที่ กรุงเทพมหานคร ได้ออกประกาศ ขอความร่วมมือทำงานที่บ้าน เวิร์กฟรอมโฮมหลังจากค่าฝุ่น PM2.5 สีส้ม มากกว่า 35 เขต คุณภาพอากาศระดับสีส้ม ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไป และมีคำแนะนำการปฏิบัติตน ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก ควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา

