ประจวบคีรีขันธ์ – คนร้ายก่อเหตุปาปะทัดยักษ์ใส่บ้านนักข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ แรงระเบิดทำรถเก๋งเสียหายหนัก เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บ ตำรวจเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ คาดข่มขู่หลังนำเสนอข่าวกระทบกลุ่มค้ายาเสพติด
วันนี้ ( 11 ม ค.) พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาญยุทธ พวงสั้น ผู้กำกับการ สภ.อ่าวน้อย พ.ต.ท.วิชาญ กลิ่นสุข พนักงานสอบสวน ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัด สืบสวน สภ.อ่าวน้อย เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายขว้างวัตถุคล้ายระเบิดใส่บ้านนักข่าวในพื้นที่ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์
เหตุเกิดบริเวณบ้านเลขที่ 122/8 หมู่ 16 บ้านบึงใหญ่ ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ห่างจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (นปพ.) เพียงประมาณ 300 เมตร บริเวณสวนข้างบ้านซึ่งใช้เป็นที่จอดรถ พบรถยนต์เก๋งฮอนด้าซิตี้ สีเขียว ทะเบียน กค 2040 ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง โดยไฟท้ายด้านซ้ายแตกละเอียด บังโคลนหลังหลุด โครงเหล็กพื้นรถทะลุ ขวดแก้วภายในรถแตกกระจาย ฝาครอบล้อและล้ออะไหล่หลุดจากจุดยึด
จากการตรวจสอบพื้นที่ เจ้าหน้าที่พบเศษตะปู น็อตจำนวนมาก รวมถึงเศษเทปพันสายไฟที่ไหม้ละลาย แต่ไม่พบส่วนประกอบของวัตถุระเบิดหรืออาวุธสงคราม เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็น “ปะทัดยักษ์” ที่ถูกดัดแปลงให้เกิดแรงระเบิดรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เชือกล้อมพื้นที่เพื่อเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงในการตรวจสอบ
การตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าคนร้ายก่อเหตุเมื่อเวลาประมาณ 01.34 น. โดยขว้างวัตถุบางอย่างลงพื้น ก่อนกลิ้งเข้าไปใต้ท้องรถ จากนั้นเกิดแสงไฟปะทุและระเบิดเสียงดังสนั่น ส่งผลให้รถยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แรงสั่นสะเทือนทำให้เจ้าของบ้านสะดุ้งตื่น เนื่องจากหลังคาบ้านสั่นสะเทือน จึงรีบแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ ซึ่งเสียงระเบิดดังถึงศูนย์วิทยุ 19
พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงษ์เวียงจันทร์ รองผู้บังคับการฯ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดและ สภ.อ่าวน้อย เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ตรวจสอบยานพาหนะและทะเบียนต้องสงสัย เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่ามูลเหตุจูงใจอาจเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของผู้สื่อข่าวภูมิภาค ซึ่งได้เสนอข่าวข้อเท็จจริงที่อาจกระทบต่อกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ ประกอบกับมีเพจข่าวชื่อดังในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลและขบวนการค้ายาเสพติด ทำให้คนร้ายอาจเข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และก่อเหตุเพื่อข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะเร่งคลี่คลายคดี พร้อมดูแลความปลอดภัยของผู้สื่อข่าวและครอบครัวอย่างใกล้ชิด เนื่องจากถือเป็นการกระทำอุกอาจและกระทบต่อเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

