xs
xsm
sm
md
lg

ค่าปรับอ่วม! วันละ 5 แสน รถใหม่ 311 คัน ส่งมอบล่าช้า บขส.โต้ปมรถไม่ได้มาตรฐาน ส่วน ขบ.แจงตรวจแล้ว ”ศูนย์ถ่วง ตัวถัง” แข็งแรง ไม่คว่ำง่าย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บขส.ยอมรับรถใหม่ 311 คันส่งมอบล่าช้าจากกำหนด ต.ค.68 มาแค่ 22 คัน ปรับวันละกว่า 5 แสนบาท ปรับแผนใหม่ต้องครบในมี.ค.69 พร้อมต่อสัญญาเช่ารถเดิม 88 คันออกไปอีก 2 เดือน โต้ปมรถไม่ได้มาตรฐาน ขบ.ยันทดสอบแล้ว ขณะที่วงการรถโดยสารตั้งข้อสังเกตรถสูงเกิน 3.60 ม.ต้องทดสอบ Roll over test เพื่อความมั่นใจ

รายงานข่าวแจ้งว่า จากที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้ดำเนินการโครงการจัดหารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน ในรูปแบบเช่าดำเนินการ พร้อมซ่อมบำรุง ระยะเวลา 5 ปี โดยมี บริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด ชนะประมูล วงเงิน 3,018 ล้านบาท และทำสัญญา เริ่มงานเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 โดยแบ่งส่งมอบรถ 4 งวด งวด 1 วันที่ 9 ก.ย.2568 จำนวน 99 คัน ,งวด 2 วันที่ 9 ต.ค.2568 จำนวน 95 คัน ,งวด 3 วันที่ 8 พ.ย.2568 จำนวน 76 คัน ,งวด 4 วันที่ 8 ธ.ค.2568 จำนวน 41 คัน แต่ปรากฎว่า การส่งมอบรถมีความล่าช้า โดยเมื่อครบกำหนดเดือนธ.ค. 2568 สามารถส่งมอบได้เพียง 22 คัน ประกอบกับมีข่าวเผยแพร่ผ่านสื่อว่า เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการเช่ารถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด จำนวน 311 คัน ว่ารถโดยสารดังกล่าวผ่านมาตรฐานด้านความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยจากกรมการขนส่งทางบกหรือไม่
นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า บขส. กล่าวว่า ขณะนี้เอกชนคู่สัญญาส่งมอบรถไม่ทันตามกำหนดจริง และบขส.ได้ดำเนินการปรับตามเงื่อนไขสัญญาประมาณ 500,000 บาท/วัน ยืนยันไม่ทำให้รัฐเสียผลประโยชน์แน่นอน ซึ่งล่าสุดเอกชนได้แจ้งว่าจะทยอยส่งมอบรถที่ประกอบแล้วเสร็จ ในเดือนม.ค. 2569 ให้ได้ 100 คันและจะสามารถส่งมอบรถได้ครบ 311 คัน ในเดือนมี.ค.-เม.ย. 2569 ขณะที่ตามสัญญานี้ มีหลักประกันจำนวน 150 ล้านบาท ซึ่งคำนวนแล้วยังเพียงพอกับค่าปรับ


ผู้สื่อข่าวถามว่า การส่งมอบรถรถโดยสารจำนวน 311 คัน ล่าช้ากว่ากำหนด มีผลกระทบต่อแผนงานของบขส.อย่างไรบ้างเนื่องจากก่อนหน้านี้ บขส.เคยระบุถึงวัตถุประสงค์ในการเช่ารถโดยสาร 311 คัน เพื่อนำมาใช้ทดแทนรถโดยสารเก่าที่จะครบสัญญาเช่าในเดือนธ.ค. 2568 และเตรียมพร้อมรองรับการให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 รวมถึง รองรับการเปิดเส้นทางใหม่ๆ

นายอรรถวิท กล่าวว่า บขส.มีการต่อสัญญาเช่ารถเดิมจำนวน 88 คัน ออกไปก่อนซึ่งรถเหล่านั้น คัสซี ยังไม่หมดอายุ จึงต่อสัญญาระยะสั้นออกไป 2 -3 เดือน ช่วงที่รอการส่งมอบรถ 311 คัน ประกอบกับบขส.เองก็มีรถโดยสารอีก 157 คัน อีกทั้ง มีการนำรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถ 30) มาให้บริการเสริมในช่วงเทศกาลอยู่แล้ว ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 และรถอีกส่วนหนึ่งจะใช้ในการเปิดเส้นทางเดินรถใหม่ ซึ่งเมื่อรถยังไม่เข้ามาก็ขยับแผนเปิดเส้นทางใหม่ออกไปก่อน

ส่วนกรณี รถไม่ตรงสเปก หรือเป็นรถโดยสารดังกล่าวผ่านมาตรฐานด้านความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยจากกรมการขนส่งทางบกนั้น นายอรรถวิท ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง กรณี รถไม่ตรงสเปก หรือไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย บขส.ไม่สามารถรับมอบได้ เพราะไม่ถูกต้องและมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในการให้บริการเรื่องนี้ บขส. ไม่เสี่ยงแน่นอน เพราะตนก็เสี่ยงมีความผิดไปด้วย ขณะที่กรมการขนส่งทางบก ก็คงไม่ปล่อยผ่านอนุมัติให้นำออกมาวิ่งให้บริการประชาชนได้

“รถโดยสาร 311 คันนี้ กำหนดสเปกมาตรฐาน UNR66 เป็นมาตรฐานระดับโลก คัสซี เครื่องยนต์ เกียร์ นำเข้าจากยุโรปทั้งหมด แค่นำมาประกอบในประเทศเท่านั้น ก่อนจะมีการส่งมอบ ผมได้ไปทดสอบเอง โดยทดลองในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครพนม , กรุงเทพฯ-สมุย ซึ่งต้องบอกว่า บขส.ไม่เคยมีการทำแบบนี้มาก่อน ปกติก็รับรถเลย หากมีปัญหาตรงไหนค่อยแก้ไขภายหลัง แต่ครั้งนี้ นำรถที่จะส่งมอบไปทดสอบก่อน หากเจอระบบไหนที่ไม่ตรงกับที่กำหนดก็ให้แก้ไขทันที”


@ขบ.ยันทดสอบการทรงตัว โครงสร้างตัวถังแข็งแรง

ด้านกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ชี้แจงว่า ขบ.ได้ดำเนินการทดสอบรถโดยสารในกลุ่ม 311 คัน ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องทุกประการ และผ่านการทดสอบทั้ง 3 รูปแบบการจัดวางที่นั่ง และเห็นชอบด้านความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยแล้ว ซึ่งรถใช้ Chassis (ครอบคลุมทั้งโครงคัสซี เครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง เพลา ล้อ ระบบบังคับเลี้ยว ระบบเบรก เป็นต้น) ยี่ห้อ MAN ของประเทศเยอรมัน เป็นแบบเดียวกันทั้งหมด นำมาต่อตัวถังขึ้นในรูปแบบเดียวกัน มีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกันที่การจัดวางที่นั่ง (24 ที่นั่ง, 32 ที่นั่ง และ 36 ที่นั่ง)

โดยกฎระเบียบและมาตรฐานในการคัดกรองรถโดยสารที่จะจดทะเบียนนำออกใช้งานนั้นมีความปลอดภัยสูงสุด ทั้งด้านการป้องกันการชน (Active Safety) และการลดความรุนแรงจากการชน (Passive Safety) มีหัวข้อมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

1. รถโดยสารดังกล่าวมีความสูงมากกว่า 3.6 เมตร จึงต้องผ่านการทดสอบการทรงตัว โดยเป็นการทดสอบยกเอียงรถที่ 30 องศา รถต้องไม่พลิกล้ม จุดประสงค์ของการทดสอบนี้คือด้านจุดศูนย์ถ่วงและการทรงตัว ไม่พลิกคว่ำได้ง่าย

2. รถโดยสารต้องมีโครงสร้างหลักของตัวถังเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างรถโดยสาร (UNR66) ตามหลักสากล ซึ่งมีจุดประสงค์ในการรับรองความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังรถโดยสารในการปกป้องผู้โดยสารในรถได้ ทดสอบโดยนำต้นแบบโครงสร้างตัวถังรถโดยสารถ่วงน้ำหนักแล้วล้มทำลายเพื่อดูการป้องกันพื้นที่ผู้โดยสารของโครงสร้างนั้น

3. ที่นั่งที่ติดตั้งในรถผ่านการทดสอบความแข็งแรงในการยึดกับรถ ไม่หลุดง่ายเมื่อเกิดชนหรือทำอันตรายต่อผู้โดยสาร และจุดยึดเข็มขัดนิรภัยมีความแข็งแรง (UN R80 และ UN R14)

4. วัสดุที่ใช้ห่อหุ้มและตกแต่งบุภายในห้องโดยสารเป็นชนิดที่ป้องกันการลามไฟ ได้แก่ วัสดุหุ้มที่นั่ง ผ้าม่าน ผนัง และพื้นรถ มีมาตรฐานและผ่านการทดสอบตาม UN R118 เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงกรณีเกิดไฟไหม้


@ผู้เชี่ยวชาญรถโดยสาร ตั้งข้อสังเกตุทดสอบมาตรฐาน Roll over test ก่อนหรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ บขส.และกรมการขนส่งทางบก จะชี้แจง ยืนยันมาตรฐานรถดังกล่าวแต่ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมรถโดยสาร ตั้งคำถาม ถึงการทดสอบกรณีรถบัส สูงเกิน 3.60 เมตรที่ต้องผ่านการทดสอบ Roll over test ถึงจดทะเบียนกับกรมขนส่งฯได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็แต่ข้อมูลไม่ชัดเจน ว่าได้มีการทดสอบแล้วหรือไม่

สำหรับโครงการจัดหารถโดยสารใหม่ จำนวน 311 คัน ในรูปแบบเช่าดำเนินการ พร้อมซ่อมบำรุง ระยะเวลา 5 ปีมีกรอบวงเงินงบประมาณ 3,023.288 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ประกอบด้วย รถ 3 มาตรฐาน ระยะเวลา 5 ปี
1. ม.1 (ก) 28 คัน รวมค่าเช่าและค่าเหมาซ่อม วงเงิน 273,487,000 บาท
2.ม.1 (พ) จำนวน 50 คัน รวมค่าเช่าและค่าเหมาซ่อม วงเงิน 483,351,000 บาท
3.ม.1 (ข) จำนวน 233 คัน รวมค่าเช่าและค่าเหมาซ่อม วงเงิน 2,266,450,000 บาท

มีหลักประกันการเสนอราคาวงเงินรวม 151,164,400 บาท แบ่งเป็นรถโดยสารม.1 (ก) จำนวน 13,674,350 บาท ,รถโดยสาร ม.1 (พ) จำนวน 21,167,550 บาท , รถโดยสารม.1 (ข) จำนวน 113,322,500 บาท


ส่วน อัตราค่าปรับ กรณีผู้ให้เช่าส่งมอบเลยกำหนดเวลาการส่งมอบรถโดยสารผู้เช่าจะคิดค่าปรับตามจำนวนวันที่ส่งมอบรถโดยสารล่าช้า ในอัตราวันละเท่ากับอัตราค่าเช่าและค่าเหมาซ่อม บำรุงรักษารถโดยสารต่อคันต่อวัน จนกว่าจะส่งมอบแล้วเสร็จ ยกเว้นกรณีการส่งมอบรถโดยสารล่าช้านั้นมิได้เกิดจากความผิด หรือเหตุบกพร่องของผู้ให้เช่าหากจำนวนวงเงินค่าปรับเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าเช่าและค่าเหมาซ่อมบำรุงรักษารถโดยสารตามสัญญา ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เว้นแต่ผู้ให้เช่าจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ผู้เช่าโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งผู้เช่าจะพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาเท่าที่จำเป็น


กำลังโหลดความคิดเห็น