MGR Online - สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงออกแถลงการณ์ 4 ภาษา ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับสาธารณรัฐกอซูเหล่ แฉยับ "เนอดา เมียะ" เป็นอาชญากรสงคราม ไร้อุดมการณ์ เอาชื่อ"กอซูเหล่"มาใช้ในทางที่ผิด ทำลายความน่าเชื่อถือของการปฏิวัติกะเหรี่ยง
เวลา 18.45น. วานนี้ (8 ม.ค.) คณะกรรมการบริหารกลาง สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) ได้เผยแพร่แถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อการประกาศเอกราชของกองทัพกอซูเหล่(KTLA) ซึ่งสื่อในไทยบางสำนักถูกหลอกให้โหมประโคมข่าว หวังสร้างเป็นกระแสใหญ่ในช่วงหลังผ่านเทศกาลปีใหม่เป็นต้นมา
แถลงการณ์ดังกล่าวจัดพิมพ์เป็น 4 ภาษา ได้แก่ ภาษากะเหรี่ยง ภาษาพม่า ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย โดยในแถลงการณ์ภาษาไทย มีรายละเอียดเนื้อหาดังนี้
1.พวกเรา สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) ขอชี้แจงให้ทราบโดยชัดเจนว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆโดยสิ้นเชิง ระหว่าง KNU กับรัฐบาลกอซูเหล่ รวมถึงการประกาศเอกราชของสาธารณรัฐกอซูเหล่ ซึ่งถูกประกาศโดยกองทัพกอซูเหล่(Kaw Thoo Lei Army : KTLA) ภายใต้การนำของ ซอ เนอดา เมียะ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569
2.จากกรณีที่ ซอ เนอดา เมียะ ถูกกล่าวหาว่าได้ก่ออาชญากรรมสงคราม และได้ละเมิดกฏระเบียบและข้อบังคับที่กำหนดโดย KNU ซ้ำแล้วซ้ำเล่า KNU จึงได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2565 ให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดขององค์กรป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยง(Karen National Defense Organization : KNDO) และขับออกจาก KNU ต่อมาเมื่อ ซอ เนอดา เมียะ ได้ประกาศจัดตั้งกลุ่มที่แยกตัวออกมา เรียกว่ากองทัพกอซูเหล่(KTLA) ในเดือนกรกฎาคม 2565 KNU ได้ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะ ยืนยันว่า KNU ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับกิจกรรมหรือการดำเนินการของ KTLA
3.การกระทำของกลุ่มดังกล่าวไม่มีเป้าหมาย อีกทั้งขาดอุดมการณ์ในการปฏิวัติกะเหรี่ยง และไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ อีกทั้งยังไม่เป็นไปตามคุณค่าและหลักการของการสร้างชาติที่พวกเรามุ่งหวัง การกระทำดังกล่าวมิใช่อะไรอื่น นอกจากการนำชื่อ"กอซูเหล่"มาใช้ในทางที่ผิด และเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของการปฏิวัติกะเหรี่ยง และประชาชนชาวกะเหรี่ยง
4.โครงสร้างการบริหารของ KNU ถูกวางรากฐานขึ้นจากการจัดการประชุมสมัชชาระดับเขตและระดับกลาง ทุกๆ 4 ปี (ยกเว้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน) ครอบคลุมทั้ง 7 เขตการปกครอง ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของ KNU ผู้นำทางการเมืองและฝ่ายบริหารซึ่งได้รับการเลือกตั้งในระดับเขตและระดับกลาง จะทำหน้าที่ด้านการบริหาร การให้บริการสาธารณะ ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ นอกจากนี้ KNU ยังได้ต่อสู้ต่อต้านระบอบเผด็จการทุกรูปแบบ รวมถึงเผด็จการทหารในเมียนมามาอย่างยาวนาน โดยประสานความร่วมมือกับองค์กรปฏิวัติอื่นๆที่มีจุดยืนและเป้าหมายร่วมกัน
5.ต่อมา ภายใต้บริบทของการพัฒนาทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นภายหลังการรัฐประหารทางทหารในปี 2564 พวกเรา KNU ได้ปรับทิศทางและยกระดับบทบาทของตน โดยมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อสร้างรัฐกอซูเหล่ หรือหน่วยสหพันธรัฐกอซูเหล่ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานประชาธิปไตย มีการเป็นตัวแทนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยไม่คำนึงถึงเพศ เชื้อชาติ และศาสนา ตั้งอยู่บนหลักความเสมอภาคของชนชาติ และสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเองอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ KNU ได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับความพยายามดังกล่าวต่อคณะทูต องค์กรทางการทูต สาธารณชน และสื่อมวลชนเป็นระยะ อย่าต่อเนื่อง
6.ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ KNU ยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับองค์กรปฏิวัติของชนชาติอื่น กองกำลังประชาธิปไตย และประชาชน เพื่อสถาปนาสหพันธรัฐที่ตั้งอยู่บนหลัก"สหพันธรัฐจากล่างขึ้นบน"(bottom-up federalism) กล่าวคือ การมุ่งสร้างสหพันธรัฐประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ผ่านการเสริมสร้างโครงสร้างระดับรัฐให้มีความเข้มแข็ง

