พวกนักวิเคราะห์กล่าวว่าการจับกัม "เฉิน จื้อ" ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าขบวนการการพนันและฉ้อโกงข้ามชาติรายใหญ่ ดูเหมือนจะเป็นการ "ยอมอ่อนข้อเชิงกลยุทธ์" มากกว่าที่จะเป็นปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริง ถือเป็นรูปแบบที่ถูกนำมาใช้บ่อยครั้งในอดีตที่ผ่านมา ครั้งที่เผชิญแรงกดดันจากภายนอก รายงานของแคมโบเดียเนสส์ สื่อมวลชนกัมพูชา
บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่าการไม่ดำเนินการใดๆกับกลุ่มผู้มีอำนาจและมีอิทธิพลทางการเมือง รวมถึงไม่มีการเปิดเขตล้อมรั้วสแกมอย่างถาวรหรือยึดทรัพย์ อาจทำให้ดูเหมือนว่าการรวบตัวครั้งนี้เป็นเพียงการจับกุมเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น
เจ้าหน้าที่กัมพูชาทำการจับกุม เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานปรินซ์กรุ๊ป ในช่วงเย็นวันพุธ(7ม.ค.) และส่งตัวเขาในฐานะผู้ร้าข้ามแดนไปยังจีน ตามคำร้องขอของเจ้าหน้าที่ปักกิ่ง นอกจากนี้แล้วยังมีชาวจีนอีก 2 คน ได้แก่ ซู จี เหลียง และ เซา จี ฮุย ถูกส่งตัวไปยังจีนพร้อมๆกัน โดยที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาให้คำจำกัดความการจับกุมตัวพวกเขา ว่าเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ
อย่างไรก็ตามแคมโบเดียเนสส์ อ้างความเห็นของ เจค็อบ ซิมส์ นักวิเคราะห์จากศูนย์เอเชียแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บอกว่าความเคลื่อนไหวนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงการยอมอ่อนข้อเชิงกลยุทธ์เท่านั้น ไม่ใช่การปราบปรามจริงๆจังๆ
เขาบอกว่าการจับกุมเพียงครั้งเดียว ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่า ยังคงมีการให้การคุ้มกันในวงกว้าง เปิดทางให้ศูนย์สแกมเมอร์ทั้งหลายสามารถเปิดปฏิบัติการต่อไปได้ โดยมีฝ่ายการเมืองคอยให้การปกป้อง
นักวิเคราะห์รายนี้บอกต่อว่าการบังคับใช้กฎหมายจัดการกับศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศ จะเป็นไปอย่างล่าช้า ถ้านานาชาติลดความสนใจลงไป นั่นเป็นเพราะรัฐบาลล้มเหลวในการนำตัวพวกนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาลงโทษ "มีความเป็นไปได้สูงมากที่มันจะเป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่ารัฐบาลชาติต่างๆที่เกี่ยวข้องจะยกระดับแรงกดดันถาโถมเข้าใส่รัฐบาลกัมพูชา" ซิมส์กล่าว
Seng Vanly นักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ ชี้ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นความพยายามแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาพร้อมจัดการกับบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เกี่ยวข้องกับสแกม แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงมีคำถามต่างๆนานาเกี่้ยวกับเป้าหมายของการปราบปราม
"ภายใต้ความร่วมมือกับจีนและสหรัฐฯ แรงกดดันอยู่ยังคงมีอยู่ระดับสูง ปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นยังอาจเดินหน้าต่อไป แต่บททดสอบที่แท้จริงคือ พวกเจ้าหน้าที่จะไล่ล่าเจ้าของ/ผู้ลงทุน หรือแค่เพียงคนงานในระดับล่างเท่านั้น" เขากล่าว
(ที่มา:แคมโบเดียเนสส์)

