ริค สกอตต์ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ประกาศกร้าวเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ ว่าวอชิงตันจะตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของโคลอมเบีย เช่นเดียวกับแก้ไขคิวบาและนิการากัว ตามหลังบุกจู่โจมโค่นล่มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา
ความเห็นของเขาระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์ มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากหน่วยคอมมานโดของสหรัฐฯ บุกลักพาตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโรและภรรยา ระหว่างปฏิบัติการจู่โจมกรุงการากัส
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำจำกัดความปฏิบัติการดังกล่าวว่าเป็นการบังคับใช้นโยบายมอนโร (Monroe Doctrine) ซึ่งก็คือการไม่ยอมให้ประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เข้ามาแทรกแซงกิจการของประเทศในซีกโลกตะวันตก รับประกันความเป็นเจ้าของวอชิงตันในซีกโลกตะวันตก และบอกว่าบรรดาบริษัทต่างๆของอเมริกาต้องเข้าถึงแหล่งสำรองน้ำมันอันมั่งคั่งของเวเนซุเอลา
"การกระทำของทรัมป์จะเปลี่ยนละตินอเมริกา" สกอตต์บอกกับฟ็อกซ์นิวส์ "เราจะแก้ไขคิวบา นิการากัวจะได้รับการแก้ไข เราจะได้ประธานาธิบดีคนใหม่ในโคลอมเบีย" วุฒิสมาชิกรายนี้ระบุ พร้อมบอกว่า "ประชาธิปไตยกำลังกลับสู่ซีกโลกนี้"
สหรัฐฯกำหนดมาตรการปิดกั้นทางการค้าและคว่ำบาตรคิวบาและนิการากัว ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของระบอบสังคมนิยม เป็นครั้งแรกระหว่างสงครามเย็น เมื่อปีที่แล้ว วอชิงตันกำหนดข้อจำกัดต่างๆนานากับ กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของโคลอมเบีย ผู้ซึ่งทรัมป์กล่าวหาว่าช่วยเหลือแก๊งค้ายาทั้งหลาย เปโตร ปฏิเสธคำกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์ ทรัมป์ อย่างดุเดือด สำหรับออกคำสั่งโจมตีที่กล่าวอ้างว่าเป็นเรือลักลอบขนยาเสพติดในแคริบเบียน
ครั้งถูกพวกผู้สื่อข่าวสอบถามบนเที่ยวบินแอร์ฟอร์ซวันในวันอาทิตย์(4ม.ค.) ว่าเขามีแผนโจมตีโคลอมเบียหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า "มันฟังดูดีสำหรับผม"
ในข้อความที่โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ในช่วงต้นสัปดาห์ เปโตร ประกาศกร้าวจะขัดขืนต่อต้านคำขู่ดังกล่าวของทรัมป์ "แม้ผมไม่เคยเป็นทหาร แต่ผมรู้เกี่ยวกับสงครามและภารกิจลับ ผมสาบานว่าจะไม่แตะต้องอาวุธอีกแล้วนับตั้งแต่ข้อตกลงสันติภาพ 1989 แต่เพื่อแผ่นดินเกิดของผม ผมจะไม่ลังเลที่จะหยิบอาวุธอีกครั้ง"
นอกเหนือจากโคลอมเบียแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งคำเตือนอย่างโต้งๆไปถึงรัฐบาลเม็กซิโก และคิวบา ตามหลังกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯบุกโจมตีเวเนซุเอลา พร้อมจู่โจมจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์

