อเมริกาเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) เดินหน้ากดดันเพื่อเข้าควบคุมทรัพยากรพลังงานของเวเนซุเอลา เผยยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เชื่อมโยงกับการากัสเพิ่มอีก 2 ลำ ในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือลำหนึ่ง และอีกลำในทะเลแคริบเบียน โดยลำหนึ่งนั้นติดธงชาติรัสเซีย ความเคลื่อนไหวคราวนี้ทำให้มอสโกและปักกิ่งพากันประณาม
หลังจากส่งหน่วยคอมมานโดบุกจับประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร จากบ้านพักในฐานทัพนอกกรุงการากัสอย่างอุกอาจเมื่อวันเสาร์ (3) อเมริกาได้เพิ่มการสกัดกั้นและไล่ล่าจับพวกเรือบรรทุกน้ำมันที่ได้ถูกประกาศแซงก์ชันก่อนหน้านี้ ซึ่งเดินทางเข้าไปและออกจากเวเนซุเอลา ทั้งนี้ชาติละตินอเมริการายนี้ถือเป็นชาติสมาชิกสำคัญรายหนึ่งขององค์การประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
ทั้งนี้ การจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันที่ชื่อว่า มาริเนรา หรือ เบลลา-1 เป็นกรณีที่สหรัฐฯใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษ โดยเมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยยามฝั่งและกองกำลังพิเศษของกองทัพสหรัฐฯ นำหมายศาลสหรัฐฯเพื่อเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ แต่ปรากฏว่าเรือลำนี้ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่อเมริกันขึ้นเรือ จากนั้นทางการสหรัฐฯก็ติดตามไล่ล่าไปทั่วมหาสมุทรแอตแลนติกมานานหลายสัปดาห์ กระทั่งสิ้นสุดลงด้วยการเข้าจับกุมเมื่อเช้าวันพุธ ขณะดำเนินการจับกุม เรือลำนี้ใช้ชื่อว่า มาริเนรา และวาดภาพธงชาติรัสเซียบนตัวเรือแต่ทางสหรัฐฯยืนยันว่า มันคือเรือเบลลา-1 ซึ่งถูกสหรัฐฯประกาศแซงก์ชั่นคว่ำบาตรเอาไว้ก่อนหน้านี้ และมาเปลี่ยนชื่อเรือ รวมทั้งวาดภาพธงชาติรัสเซีย ขณะอยู่ระหว่างการหลบหนี
การบุกยึดเรือมาริเนรา ขณะที่มีเรือดำน้ำและเรือของกองทัพรัสเซียติดตามอารักขาอยู่ไม่ไกล ทำให้เกิดความหวั่นเกรงกันว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญหน้าระหว่างอเมริกากับรัสเซีย โดยที่ก่อนหน้านี้มอสโกก็ได้แถลงประณามวอชิงตันสำหรับการปฏิบัติการแทรกแซงทางทหารในเวเนซุเอลา
กระทรวงคมนาคมรัสเซียแถลงวิจารณ์การยึดเรือน้ำมันของอเมริกาว่า เป็นการละเมิดเสรีภาพในการเดินเรือในน่านน้ำสากล พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันส่งตัวลูกเรือรัสเซียกลับประเทศ
ทว่า แพม แซนดี รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐฯ แถลงว่า ลูกเรือมาริเนราพยายามหลีกเลี่ยงการจับกุม และยังขัดขืนคำสั่งของหน่วยยามฝั่งของอเมริกา ดังนั้น จึงจะต้องถูกดำเนินคดีอาญาในสหรัฐฯ
ทางด้านรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์ นิวส์ว่า เรือมาริเนราไม่ใช่เรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย แต่พยายามใช้ธงชาติรัสเซียเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการแซงก์ชัน
ในอีกด้านหนึ่ง ก่อนหน้านั้น หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ เผยว่า ได้สกัดและจับกุมเรือเอ็ม โซเฟีย ที่ติดธงปานามาและบรรทุกน้ำมันของเวเนซุเอลาเต็มลำ ในทะเลแคริบเบียน ใกล้ชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาใต้ นับเป็นการยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 4 ของอเมริกาในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้
คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกจับกุมทั้งสองลำนี้ เพิ่งออกจากเวเนซุเอลาหรือกำลังมุ่งหน้าสู่ประเทศดังกล่าว
แม้เรือมาริเนราไม่มีน้ำมันอยู่บนเรือ แต่อเมริการะบุว่า เรือลำนี้และเอ็ม โซเฟียอยู่ใน “กองเรือเงา” ที่ใช้ขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาและอิหร่านที่ถูกแซงก์ชัน
ทางด้านพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมอเมริกา โพสต์บนโซเชียลว่า อเมริกาจะดำเนินการปิดกั้นน้ำมันเวเนซุเอลาอย่างเด็ดขาดทั่วโลก
จีนประณามวอชิงตันแย่งน้ำมันเวเนซุเอลา
คณะบริหารของทรัมป์ยังผลักดันข้อตกลงให้เวเนซุเอลาเปลี่ยนจุดหมายปลายทางของน้ำมันดิบที่เดิมเตรียมจัดส่งให้จีน ซึ่งเป็นลูกค้าสำคัญ โดยยอมจัดส่งน้ำมันดิบ 30-50 ล้านบาร์เรล คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่อเมริกา ที่จะเป็นผู้ดำเนินการจัดจำหน่าย และจัดสรรเงินรายรับค่าขายน้ำมันเหล่านี้
เหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงว่า การใช้กำลังอย่างไม่ละอายใจของอเมริกาต่อเวเนซุเอลา และการเรียกร้องให้เวเนซุเอลาปฏิบัติตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน ในการขายทรัพยากรน้ำมันของประเทศ ถือเป็นพฤติการณ์ข่มเหงรังแก
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)

