มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่า เขาจะพบกับผู้นำของเดนมาร์กในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะยอมล่าถอยจากเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ ท่ามกลางความกังวลของชาติพันธมิตร รวมถึงฝรั่งเศสและเยอรมนีที่กำลังเตรียมมาตรการตอบโต้
การที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการทางทหารจับกุมผู้นำเวเนซุเอลาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้กระพือความกังวลเกี่ยวกับเจตนาของสหรัฐฯ ต่อกรีนแลนด์อีกครั้ง และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ทำอะไรมากนักเพื่อบรรเทาความกังวลเหล่านั้น
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ทรัมป์ ยังคงมีทางเลือกที่จะบรรลุเป้าหมายของเขาด้วยวิธีการทางทหาร
อย่างไรก็ตาม “ในฐานะนักการทูต ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเป็นอยู่ในขณะนี้ และเป็นสิ่งที่เราทำงานอยู่ เรามักจะเลือกแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่นเสมอ ซึ่งรวมถึงในกรณีของเวเนซุเอลาด้วย” รูบิโอ กล่าว เมื่อถูกถามว่าสหรัฐฯ เต็มใจที่จะเสี่ยงบ่อนทำลายองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติดเหนือ (นาโต) ด้วยการใช้กำลังเข้ายึดครองกรีนแลนด์หรือไม่
การที่สหรัฐฯ เข้ายึดครองเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กในแถบอาร์กติกซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุ คาดว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วนาโต และทำให้ความแตกแยกระหว่าง ทรัมป์ กับพวกผู้นำยุโรปรุนแรงยิ่งขึ้น
เรื่องนี้ยังจุดกระแสต่อต้านในสภาคองเกรสสหรัฐฯ โดยวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันกล่าวเมื่อวันพุธ (7) ว่า พวกเขาคาดว่าวุฒิสภาจะลงมติในร่างกฎหมายที่จำกัดอำนาจของ ทรัมป์ ในการพยายามยึดครองกรีนแลนด์ในที่สุด
ทรัมป์ กล่าวว่า กรีนแลนด์ถือเป็นกุญแจสำคัญต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ
กรีนแลนด์ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ระหว่างยุโรปและอเมริกาเหนือ ทำให้เป็นสถานที่สำคัญสำหรับระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ ความมั่งคั่งทางแร่ธาตุของกรีนแลนด์ยังสอดคล้องกับความทะเยอทะยานของวอชิงตันในการลดการพึ่งพาจีน
ทรัมป์ ได้กล่าวถึงแนวคิดเรื่องการควบคุมกรีนแลนด์เป็นครั้งแรกในเมื่อปี 2019 ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก
เขาอ้างว่าเกาะนี้มีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์ทางทหารของสหรัฐฯ และเดนมาร์กไม่ได้ทำอะไรมากพอที่จะปกป้องเกาะนี้ แม้จะมีสนธิสัญญาถึง 2 ฉบับที่ให้อำนาจกองทัพสหรัฐฯ ในการเข้าถึงเกาะได้อย่างแทบไม่จำกัด โดยฉบับหนึ่งลงนามกับเดนมาร์กในปี 1951 และอีกฉบับในปี 2023
ทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันอังคาร (6) ว่า ทรัมป์กำลังหารือถึงทางเลือกในการเข้าซื้อเกาะกรีนแลนด์ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารของสหรัฐฯ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากยุโรปก็ตาม
เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในฝ่ายบริหารระบุถึงแนวทางอื่นๆ ที่เป็นไปได้ โดย รูบิโอ กล่าวในการบรรยายสรุปแบบลับๆ ต่อบรรดาผู้นำสภาเมื่อคืนวันจันทร์ (5) ว่า เป้าหมายคือการเข้าซื้อเกาะนี้ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว
แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว กล่าวในการบรรยายสรุปเมื่อวันพุธ (7) ว่า ทรัมป์และทีมความมั่นคงแห่งชาติกำลังหารืออย่างจริงจังเกี่ยวกับการซื้อเกาะกรีนแลนด์โดยสหรัฐฯ
"ทุกทางเลือกเปิดกว้างเสมอสำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ ... ทางเลือกแรกของประธานาธิบดีคือการทูตเสมอ" ลีวิตต์ กล่าว
มิตช์ แมคคอนเนลล์ สมาชิกวุฒิสภาอาวุโสจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเคยมีปัญหากับ ทรัมป์ อยู่บ้าง กล่าวว่า “การข่มขู่และคุกคามโดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าของกรีนแลนด์ของอเมริกา เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และส่งผลเสียต่อประเทศ”
“และการใช้กำลังเพื่อยึดครองดินแดนประชาธิปไตยที่มีอธิปไตยของหนึ่งในชาติพันธมิตรที่ภักดีและมีศักยภาพมากที่สุดของสหรัฐฯ จะเป็นการทำลายตนเองทางยุทธศาสตร์อย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่ออิทธิพลของอเมริกาในระดับโลก”
สัปดาห์นี้ ผู้นำชาติยุโรปและแคนาดาต่างแสดงการสนับสนุนกรีนแลนด์ โดยกล่าวว่ากรีนแลนด์เป็นของประชาชนชาวกรีนแลนด์
อังกฤษแถลงว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ ซึ่งเคยกล่าวว่าเขาอยู่ข้างเดนมาร์กในเรื่องกรีนแลนด์ ได้พูดคุยกับ ทรัมป์ เมื่อวันพุธ (6) และได้ชี้แจงจุดยืนของเขาแล้ว
ที่มา: รอยเตอร์

