ข่าวปนคน คนปนข่าว
++ จาก “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ถึง “โจ๊ก”... มาตรฐานความเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ?!
คดีสินบนทอง 246 บาท ที่เปิดโปงพฤติการณ์ของ“โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ล่าสุดยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
อย่างที่หลายคนซื้อหวยไว้ ก็ถูก “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์” ดิ้นได้อย่างเดียว คือ จ้างทนายฟ้องพนักงานสอบสวน และสั่งให้ตอบโต้ อดีตลูกน้องคนใกล้ชิดที่เป็น “พยานปากเอก” พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย
เรียกว่า ทนายก็จัดให้ รับใช้ตามผู้ว่าจ้างสั่ง ผนึกกำลังกับเครือข่ายทางโซเชียลฯ ที่ “โจ๊ก”เลี้ยงดูปูเสื่อไว้
ทนายโจ๊กพยายามด้อยค่า “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ว่า ที่นำหลักฐานต่างๆ มาให้ตำรวจเนื่องจากมีข้อแลกเปลี่ยนกรณีที่มีคดีของภรรยา และน้องสาวภรรยา อยู่ในชั้นของ ป.ป.ช.
งานนี้...อภิโธ่ อภิถัง ทนายน่าจะเตรียมตัวมาน้อย โดน “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ที่รู้ไส้รู้พุง “โจ๊ก” ดี สวนกลับว่า ไอ้ที่ทนายพูดอยู่ เป็นคดีเว็บพนันมินนี่ ซึ่งในคดีนี้พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นายจ้างของทนาย ก็เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาเช่นกัน เป็นคนละคดีกัน เกี่ยวกันตรงไหน ?
นอกจากรู้น้อยแล้วแถมปล่อยข่าวว่า น้องภรรยาของ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” หลบหนีไปต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงคดีนี้น้องภรรยา พ.ต.อ.ภาคภูมิ ได้เข้ามอบตัวไปแล้ว ตั้งแต่ปี 2566 และ สิ่งที่ทนายพูด ก็สอดคล้องกับ ไอโอ ที่มีการโจมตี พ.ต.อ.ภาคภูมิ ต่อเนื่อง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นเกมสกปรก ที่ไม่สนใจข้อเท็จจริง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ตั้งข้อสังเกต กรณีที่ 1 ใน 6 ผู้ถูกกล่าวหาที่ไปแจ้งความว่า ถูกอุ้ม ถูกค้นบ้านพัก ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่ทำไมถึงมาแจ้งความที่ สน.บุปผาราม ? เพราะว่า มีนายตำรวจเป็นเครือข่ายของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หรือไม่ ? และมีการย้ายมาจากอีก สน.หนึ่ง ซึ่งเป็น สน.ที่เคยรับแจ้งความคดีอดีตผู้บังคับบัญชาด้วย
วกกลับมาที่ “คลิป” เปิดโปงขั้นตอนการส่งมอบทองสินบน ในคดีที่มีการเปิดเผยต่อสังคมเมื่อวันก่อน
“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” เล่าเบื้องหลังว่า ในวันที่มีการไปส่งทองที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ เป็นการถ่ายมาจากคนของตนเอง ที่อยู่ในรถคันเดียวกัน รวมถึงรถที่สะกดรอยตามไป เพื่อเก็บหลักฐาน ส่วนสาเหตุที่มีการอัดเสียง เพราะเริ่มจับได้ว่า จะมีการจัดฉาก ให้ตัวเองเป็นผู้รับผิดแทน จึงต้องอัดเสียงไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่า มีเหตุการณ์แบบนี้ ขึ้นจริง
นี่ก็เป็นเรื่องที่ “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” เก็บกักไว้ เป็นทุกข์ใจมานาน
และว่า.. เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว ลูกน้องหลายคน มาให้ข้อมูลกับทางตำรวจ พร้อมบอกว่า อยากให้ “พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ “ ออกมาพูดความจริง สิ่งที่เขาทำมันทำลายลูกน้องคนใกล้ชิด ครอบครัว ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมด ยอมรับตนเองหมดศรัทธา ในตัวอดีตผู้บังคับบัญชา คนเป็นหัวหน้าคน แค่รับผิดชอบในเรื่องตัวเองยังไม่ได้ มันเป็นมาตรฐานความเป็นมนุษย์ อยากให้มีสักครั้งหนึ่ง ที่ท่านแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ และตอนนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นเวลาที่เหมาะสม
งานนี้จาก “พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ถึง “โจ๊ก” ก็ต้องย้ำว่า... นี่คือ ความจริงที่มีหนึ่งเดียว!
++ “นายหัวชวน” กรีด“โกเกี๊ยะ” จะซ้ำรอย “ทักษิณ” ที่ไม่ได้ สส.ใต้แม้แต่คนเดียว เพราะพูดว่าจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกคนของตัวเองก่อน
การเลือกตั้งครั้งนี้ ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ น่าจะเป็นการชิงกันอย่างดุเดือด ระหว่าง 3 พรรคการเมือง คือ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และ กล้าธรรม
ประชาธิปัตย์นั้น ตั้งแต่ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รีเทิร์นมาเป็นหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศทำการเมืองคุณธรรม ไม่ร่วมกับนักการเมืองสีเทา กระแสความนิยมก็กลับมาดีวันดีคืน หลังจากที่ “คนใต้” สิ้นหวังกับคณะผู้บริหารพรรคในยุคก่อนหน้านี้ ที่เอาแต่ประโยชน์เฉพาะหน้า ถึงขั้นยอมไปร่วมรัฐบาลกับคู่แค้น อย่างพรรคเพื่อไทย
ส่วนภูมิใจไทย ที่ใช้วิธีดูดนักการเมืองบ้านใหญ่มาเข้าสังกัด สร้างกระแสว่าจะเป็นรัฐบาลต่อเนื่อง โดยมี “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม เป็นแม่ทัพใหญ่
จากการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ปี2562 ภูมิใจไทยได้ สส. 8 ที่นั่ง ปี 2566 ได้12 ที่นั่ง และปี 69 ที่กำลังจะเลือกนี้ ภูมิใจไทยตั้งเป้าไว้ 31ที่นั่ง
ขณะที่พรรคกล้าธรรม ของ “ผู้กองธรรมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ก็ลงไปปักธงไว้ได้หลายเขตในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ครั้งนี้ก็กำลังรุกขยายพื้นที่
อาจเป็นเพราะผลสำรวจของนิด้าโพล ล่าสุดที่ไปสำรวจจากคนสงขลา พบว่ากระแสประชาธิปัตย์กำลังมาแรง แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ทั้งคน ทั้งพรรค ก็เลยสร้างแรงสั่นสะเทือน ไปถึงพรรคภูมิใจไทย ที่หมายมั่นว่าจะคว้าสส.ใต้ มาหนุนเสริมให้พรรคชนะเลือกตั้ง เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้
ทำให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ต้องออกมาส่งสัญญาณไปถึงคนใน 14 จังหวัดใต้ ว่า ภาคใต้ขาดโอกาสการพัฒนา มายาวนานกว่า 30 ปี หากประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเป็น สส. ก็จะสามารถผลักดันงบประมาณ และโครงการพัฒนา โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน เข้าสู่พื้นที่ทั้ง 14 จังหวัดได้มากขึ้น
และยังย้ำว่า สส. มีบทบาทอย่างมาก ในการนำโครงการ และงบประมาณเข้าสู่จังหวัด ขอให้ดูจ.บุรีรัมย์ เป็นตัวอย่าง
เมื่อ “โกเกี๊ยะ” พูดอย่างนี้ ในขณะที่มีตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.คมนาคม แถมพูดที่ทำเนียบรัฐบาล อีกต่างหาก
ลูกมาเข้าทางอย่างนี้ มีหรือ “นายหัวชวน” จะปล่อยผ่าน ว่าแล้วก็เลยซัดเต็มข้อ
“ชวน หลีกภัย” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งโต๊ะแถลง เติมฟืน เป่าไฟ ถึงเรื่องนี้ทันทีว่า เป็นการคิดแบบธุรกิจการเมือง เลือกปฏิบัติ เป็นการพูดในลักษณะโจมตีทางการเมือง ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่เหมาะสม
บอกว่าหาก 14 จังหวัดภาคใต้ เลือกพรรคภูมิใจไทย ก็จะนำงบประมาณเข้าไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ... อย่างนี้หมายความว่า ถ้าไม่เลือกภูมิใจไทย ก็จะไม่ได้รับการพัฒนาอย่างนั้นหรือ นี่เป็นการเลือกปฏิบัติทางการเมืองชัดๆ
“นายหัวชวน” บอกว่า ตอนที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นรัฐบาล ก็คิดแบบนี้ พูดแบบนี้ บอกจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน ส่วนจังหวัดอื่นที่ไม่เลือก ก็เอาไว้ทีหลัง
แล้ว “ทักษิณ” ก็ได้รับบทเรียนครั้งสำคัญจากคนใต้ นั่นคือ พอถึงเวลาเลือกตั้ง ผู้สมัครของพรรคไทยรักไทย ไม่ได้รับเลือกจากภาคใต้แม้แต่คนเดียว
การพูดแบบนี้ นอกจากบ่งบอก ถึงความไม่ยุติธรรม แล้วยังเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่ห้ามเลือกปฏิบัติ เพราะความเห็นทางการเมือง
“หากนักการเมืองใช้แนวคิดไม่เลือก ไม่พัฒนา จะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม และบิดเบือนหลักประชาธิปไตย เพราะประชาชนทุกจังหวัดเสียภาษีเท่ากัน รัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องพัฒนาทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนฝ่ายตน ” นายหัวชวน สอนบทเรียนให้ โกเกี๊ยะ
“นายหัวชวน” ยังยกตัวอย่างตอนที่ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย รวมเวลากว่า 6 ปี ว่า ไม่ได้เจาะจงพัฒนาเฉพาะ จ.ตรัง
แต่ได้ทำโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ กระจายทั่วประเทศ อย่างเช่น ถนน 4 เลน ทำครบทุกภูมิภาค ตั้งแต่ภาคเหนือสิ้นสุดที่เชียงราย ภาคอีสานถึงหนองคาย และ ภาคใต้ ถึงจังหวัดชายแดนเชื่อมประเทศมาเลเซีย
รัฐบาล นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นของประชาชนทั้งประเทศ การจะทำนโยบายใดๆ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทุกจังหวัด ไม่ใช่คิดแบบนักธุรกิจการเมือง ที่มองเรื่องกำไร ขาดทุน ในทางการเมือง
“นายหัวชวน” ตบท้ายด้วยการฝากข้อคิด ไปถึงประชาชนคนภาคใต้ ขอให้ตระหนักถึงบทเรียนในอดีต ว่าควรเลือกพรรคการเมือง ที่มีแนวคิดเลือกปฏิบัติหรือไม่
เพราะประชาธิปไตย จะเดินหน้าได้ ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม และความเสมอภาค ของประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ!!
งานนี้ถ้าเปรียบเป็นมวย ก็คือว่า “โกกี๊ยะ” ที่กำลังเป็นต่อ ดันตั้งการ์ดไม่รัดกุม เลยถูกหมัดมีดโกนของ “นายหัวชวน” ตวัดเข้าเก็บแต้ม ทำเอาเสียรูป เสียทรง ไปพอสมควร

