xs
xsm
sm
md
lg

ฐานสแกมเมอร์ใหม่ โผล่กัมพูชาเพิ่มอีก ไทยเฝ้าระวังเข้มงวด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผลพวงกวาดล้างใหญ่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ย้ายฐานซุกกัมพูชา พบแหล่งสแกมเมอร์แห่งใหม่ใกล้ชายแดน หลอกเหยื่อข้ามชาติ ทางการไทยยกระดับเฝ้าระวังเข้มงวด หวั่นคนไทยถูกลวงไปทำงานและตกเป็นเหยื่อ

แม้สถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาจะมีสัญญาณผ่อนคลายลงหลังการหยุดยิง แต่ภาพรวมความมั่นคงยังคงเปราะบางและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงในมิติทางทหาร หากยังรวมถึงภัยคุกคามข้ามชาติที่แฝงตัวมากับพื้นที่สีเทา ทั้งเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์และขบวนการอาวุธผิดกฎหมาย ซึ่งอาศัยจังหวะความไม่แน่นอนของสถานการณ์เป็นช่องทางขยายอิทธิพล สะท้อนว่าความขัดแย้งดังกล่าวยังไม่จบลงง่าย ๆ และต้องการความร่วมมือเชิงรุกจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าหลังปฏิบัติการกวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทยร่วมมือกับจีนและเมียนมา ทลายฐานแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็น “KK Park” และ “ชเวก๊กโก” ส่งผลให้โครงข่ายคอลเซ็นเตอร์ต้องแตกกระจายและย้ายฐานหลบหนีการปราบปราม

อย่างไรก็ตาม การปราบปรามดังกล่าวกลับทำให้พบการเคลื่อนไหวใหม่ของขบวนการสแกมเมอร์ โดยล่าสุดตรวจพบการตั้ง “Scam Compound” แห่งใหม่ในเมืองมาลัย จังหวัดบันเจียนเมียนเตย ประเทศกัมพูชา ห่างจากเมืองปอยเปตราว 50 กิโลเมตร ลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น แยกพื้นที่ทำงานและที่พักอาศัย ตั้งอยู่ใกล้อุทยานมาลัย และยังอยู่ระหว่างการขยายสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม ภายในพบแรงงานจากหลายสัญชาติ ทั้งไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยมีชาวจีนเป็นผู้ควบคุม หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก

ศูนย์ ACSC ระบุว่า สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งเร่งให้กลุ่มอาชญากรเหล่านี้ย้ายออกจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของกัมพูชาเพื่อความปลอดภัย สะท้อนว่าปัญหาแก๊งสแกมเมอร์มีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น จนไม่อาจปล่อยให้ประเทศใดประเทศหนึ่งกลายเป็น พื้นที่ปลอดภัยของอาชญากรรมข้ามชาติได้ ทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกดดันอย่างจริงจัง เพื่อยุติผลประโยชน์ของขบวนการเหล่านี้และตัดวงจรภัยคุกคามระดับโลก

ขณะเดียวกัน หน่วยทหารช่างนาวิกโยธิน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าปฏิบัติการ หลังจากควบคุมพื้นที่สําคัญ ที่ได้เปรียบทางยุทธภูมิ เข้าตรวจสอบ กาสิโนทมอดาและพื้นที่ใกล้เคียงบ้านหนองรี ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นฐานทหาร และเป็นจุดเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ สำหรับใช้โจมตีฝ่ายไทยในช่วงก่อนหน้านี้ โดยได้เข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่ภายในกาสิโนทมอดา พบคลังอาวุธขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร จึงทำการตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากดังกล่าวไว้ อาทิ เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง PF-89 ขนาด 80 มิลลิเมตร, เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มิลลิเมตร, เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง RPG-2 และ RPG-7 ลูกปืนไร้แรงสะท้อนขนาด 75 มิลลิเมตร, รวมถึงลูกจรวดต่อสู้รถถังแบบ B-40


นอกจากนี้ ยังพบกระสุนปืนหลายขนาดรวมนับ 10,000 นัด ลูกระเบิดขว้างหลายชนิด รวมถึงกระสุนปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 12.7 มิลลิเมตร ทั้งแบบเก่าและใหม่เป็นจำนวนมาก โดยกรมสรรพาวุธทหารเรือจะนำอาวุธบางส่วนไปเก็บรักษาเพื่อการศึกษาและตรวจสอบเข้าคลัง ขณะที่อาวุธอีกส่วนหนึ่งจะนำไปดำเนินการทำลายตามขั้นตอนต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น