xs
xsm
sm
md
lg

ผู้นำใหม่เวเนฯท่าทีอ่อนลงแบะท่าพร้อมร่วมมือ 'ทรัมป์' ขณะอเมริกาส่ง ‘มาดูโร’ ขึ้นศาลแจ้งข้อหาค้ายาเสพติด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


รองประธานาธิบดี เดลซี โรดริเกซ ที่เข้าเป็นประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา (กลาง) ขนาบข้างด้วย รัฐมนตรีกลาโหม วลาดิมีร์ ปาดริโน โลเปซ (ที่2จากซ้าย) และรัฐมนตรีความสัมพันธ์ภายในประเทศ, ยุติธรรม, และสันติภาพ ดิออสดาโด คาเบลโล (ที่2จากขวา) ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ สำนักงานรองประธานาธิบดีในกรุงการากัส วันอาทิตย์ (4 ม.ค.) (ภาพเผยแพร่โดยทางการเวเนซุเอลา)
อเมริกาส่งตัวมาดูโรขึ้นศาลที่นิวยอร์กในวันจันทร์ (5 ม.ค.) ตั้งข้อหาลักลอบค้ายาเสพติดและครอบครองอาวุธปืนกล โดยที่วันเดียวกันนั้น คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับความชอบธรรมของปฏิบัติการของทรัมป์ในการส่งทหารบุกรวบตัวผู้นำเวเนซุเอลากลางเมืองหลวง ด้านประธานาธิบดีเฉพาะกาลเวเนซุเอลาที่เป็นผู้จงรักภักดีต่อมาดูโร แสดงท่าทีอ่อนลงและแบะท่าอาจร่วมมือกับอเมริกา หลังถูกทรัมป์ขู่โจมตีรอบสอง




เป้าหมายคือแหล่งน้ำมัน

แม้ประณามประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ว่าเป็นผู้นำเผด็จการและหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ก็ประกาศชัดถ้อยชัดคำว่า ต้องการมีส่วนร่วมในแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลาที่ได้รับการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ทรัมป์ย้ำเมื่อวันอาทิตย์ (4) ว่า อเมริกาจะเข้าบริหารเวเนซุเอลา และต้องการเข้าถึงทรัพยากรน้ำมันและสิ่งอื่นๆ เพื่อให้สามารถฟื้นฟูเวเนซุเอลา

ถึงแม้ทรัมป์กล่าวเอาไว้ว่าสหรัฐฯอาจส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปในเวเนซุเอลา ทว่าในวันอาทิตย์ (4) มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของเขา กลับส่งสัญญาณว่า อเมริกาจะไม่เข้าไปควบคุมเวเนซุเอลาโดยตรง แต่จะใช้วิธีกักกันน้ำมันของเวเนซุเอลาไม่ให้สามารถส่งออกได้ ตามมาตรการเดิมที่ใช้อยู่ต่อไปอีก ซึ่งดูเหมือนเป็นความพยายามในการลดกระแสความกังวลที่ว่า การปฏิบัติการอุกอาจเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครองในเวเนซุเอลา อาจนำอเมริกาเข้าสู่การแทรกแซงกิจการของต่างชาติอย่างยืดเยื้อยาวนาน และในที่สุดแล้วก็น่าจะประสบล้มเหลวดังเช่นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯเข้าแทรกแซงในอัฟกานิสถานและอิรักในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา

ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลเวเนซุเอลาในปัจจุบัน ซึ่งยังคงเป็นตัวบุคคลเดิมที่จงรักภักดีต่อมาดูโร เริ่มแสดงท่าทีอ่อนลงบ้าง โดย เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีของมาดูโร ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะตุลาการรัฐธรรมนูญแห่งศาลศาลสูงสุดของเวเนซุเอลา ให้เข้าเป็นประธานาธิบดีรักษาการ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการมีความสัมพันธ์กับวอชิงตันในแบบที่เคารพซึ่งกันและกัน พร้อมชักชวนรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วมมือภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ก่อนปิดท้ายว่า ทรัมป์ ประชาชนเวเนซุเอลา และภูมิภาคละตินอเมริกาควรมีสันติภาพและการเจรจา ไม่ใช่สงคราม

พวกผู้สนับสนุนประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซูเอลา ที่พกพาอาวุธปืนพรักพร้อม ขณะขี่รถจักรยานยนต์ เข้าร่วมการชุมนุมเดินขบวนในกรุงการากัสวันอาทิตย์ (4 ม.ค.)
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ประกาศข่มขู่ว่า อาจสั่งโจมตีอีกครั้ง ถ้าเวเนซุเอลาไม่ให้ความร่วมมือกับอเมริกาในการเปิดอุตสาหกรรมน้ำมันให้แก่บริษัทอเมริกัน และหยุดยั้งการลักลอบค้ายาเสพติด

นอกจากนั้นทรัมป์ยังขู่ประเทศละตินอเมริกาอื่นๆ ที่มีผู้นำหัวเอียงซ้าย โดยบอกว่าจะจัดการกับโคลอมเบียและเม็กซิโก รวมทั้งกล่าวว่า ดูเหมือนรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในคิวบากำลังจะล่มสลายด้วยตัวเองอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่า อเมริกาจะทำงานร่วมกับรัฐบาลเวเนซุเอลาหลังหมดยุคมาดูโรอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆ ก็คือทรัมป์ไม่คิดร่วมมือกับฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ซึ่งส่งเสียงเชียร์ลั่นจากการเข้ามาแทรกแซงด้วยกำลังทหารของอเมริกาในคราวนี้ โดยเขาพูดตรงๆ บอกปัดไอเดียในการแต่งตั้งมาเรีย มาชาโด ผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ขึ้นบริหารเวเนซุเอลาแทนกลุ่มจงรักภักดีมาดูโร โดยอ้างว่า มาชาโดไม่มีเสียงสนับสนุนในเวเนซุเอลามากพอ

มาดูโรขึ้นศาลในนิวยอร์ก

ทางด้าน มาดูโร วัย 63 ปี พร้อมกับภรรยา ซิเลีย ฟลอเรส ซึ่งภายหลังถูกกองทหารสหรัฐฯบุกจับตาจากเวเนซุเอลา แล้ว ก็ถูกนำตัวเดินทางมายังสหรัฐฯ โดยถูกควบคุมตัวในเรือนจำที่เขตบรูคลิน ของนิวยอร์ก โดยมีกำหนดจะถูกนำตัวขึ้นศาลในแมนฮัตตันในวันจันทร์ ด้วยข้อกล่าวหาควบคุมเครือข่ายลักลอบค้าโคเคน และครอบครองอาวุธปืนกล โดยร่วมมือกับแก๊งอาชญากรในเม็กซิโกและเวเนซุเอลา

มาดูโรที่ถูกกองกำลังสหรัฐฯ บุกรวบตัวจากบ้านพักในฐานทัพใหญ่นอกกรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ (3) ปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมโจมตีว่า เป็นข้ออ้างของพวกจักรวรรดินิยมที่ต้องการยึดแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังอ้างว่า การจับกุมมาดูโรเป็นการตอบโต้การไหลทะลักของผู้อพยพเวเนซุเอลา รวมทั้งการที่เวเนซุเอลายึดผลประโยชน์ด้านน้ำมันของอเมริกาเมื่อหลายสิบปีก่อน

ในวันจันทร์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีกำหนดประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาความชอบธรรมและนัยของปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาของอเมริกา ซึ่งอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการยูเอ็นระบุว่า เป็นการสร้างแบบอย่างที่อันตราย

รัสเซีย จีน และประเทศฝ่ายซ้ายที่เป็นพันธมิตรของเวเนซุเอลา ต่างประณามว่า อเมริกาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ในทางกลับกัน พันธมิตรของวอชิงตันที่ส่วนใหญ่ไม่ยอมรับว่า มาดูโรเป็นประธานาธิบดีที่ชอบธรรมของเวเนซุเอลาเนื่องจากมีข้อกล่าวหาเรื่องการโกงเลือกตั้งนั้น ต่างปิดปากเงียบ ถึงแม้ชาติเหล่านี้ย้ำถึงความจำเป็นในการหารือกันและการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ไม่มีประเทศใดประณามทรัมป์ตรงๆ แถมบางประเทศยังแสดงความยินดีที่มาดูโรพ้นจากอำนาจ

ปฏิบัติการของอเมริกาต่อเวเนซุเอลา ยังทำให้เกิดคำถามในสหรัฐฯเอง โดยพรรคเดโมแครตโจมตีว่า คณะบริหารทรัมป์กำลังทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบายต่อเวเนซุเอลา ทั้งนี้ รูบิโอมีกำหนดสรุปสถานการณ์ต่อสมาชิกรัฐสภาในวันจันทร์

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)
กำลังโหลดความคิดเห็น