กมลา แฮร์ริส อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯเมื่อวันเสาร์(3ม.ค.) ประณามอย่างหนักหน่วงต่อปฏิบัติการทางทหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเวเนซุเอลา เรียกมันว่า "ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ฉลา" พร้อมกล่าวหาเขากำลังหาทาง "เปลี่ยนการปกครอง เพื่อทรัพยากรน้ำมัน"
"การตัดสินใจของทรัมป์ในเวเนซุเอลา ไม่ได้ทำให้อเมริกาปลอดภัยขึ้น เข้มแข็งขึ้น หรือจับต้องได้กว่าเดิม" แฮร์ริสกล่าว อ้างว่าปฏิบัติการนี้เสี่ยงซ้ำรอยการเข้าแทรกแซงต่างๆนานาของสหรัฐฯในอดีตที่ผ่านมา ที่ถูกโฆษณาชวนเชื่อในฐานะความเข้มแข็ง แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความไร้เสถียรภาพ
แฮร์ริส ยอมรับว่าประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา เป็นเผด็จการที่โหดร้ายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่มันไม่ได้มอบความชอบธรรมแก่ปฏิบัติการของสหรัฐฯ "การที่มาดูโรเป็นเผด็จการป่าเถื่อนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่าการกระทำนี้ไมชอบด้วยกฎหมายและไม่ฉลาดเลย" เธอกล่าว "ประชาชนชาวอเมริกาไม่ต้องการสิ่งนี้ และพวกเขาเบื่อหน่ายกับคำโกหกนี้เช่นกัน"
นอกจากนี้แล้ว แฮร์ริส ยังปฏิเสธคำกล่าวอ้างของรัฐบาลทรัมป์ ที่ว่าปฏิบัติการดังกล่าวก็เพื่อปราบปรามยาเสพติดและเพื่อประชาธิปไตย โดยเธอบกว่า "มันไม่เกี่ยวอะไรกับยาเสพติดหรือประชาธิปไตย มันเกี่ยวกับน้ำมัน และความปรารถนาของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการเล่นบทบุรุษเหล็กในภูมิภาค" เธอระบุ พร้อมบอกต่อว่าถ้า ทรัมป์ แคร์เกี่ยวกับทั้ง 2 ประเด็นจริงๆ "เขาคงไม่นิรโทษกรรมให้กับพวกค้ายาเสพติดหรือพวกฝ่ายค้านที่อยู่นอกกฎหมายของเวเนซุเอลา แต่กลับหันมาจัดการกับพวกพ้องของมาดูโร"
อดีตรองประธานาธิบดีรายนี้เตือนว่าปฏิบัติการนี้อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและก่ออันตรายแก่กองกำลังสหรัฐฯ "ประธานาธิบดีทำให้ชีวิตทหารตกอยู่ในความเสี่ยง ใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์ บั่นทอนเสถียภาพในภูมิภาค ไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ไม่นำเสนอแผนทางออก และไม่ก่อประโยชน์ใดๆแก่มาตุภูมิเลย" เธกล่าว
ในข้อความที่โพสต์บนแพลตฟอร์เอ็กซ์ แฮร์ริสบอกว่าสหรัฐฯต้องการผู้นำที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องภายในประเทศเป็นลำดับต้นๆ "อเมริกาต้องการผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพของครอบครัวคนทำงาน ใช้หลักนิติฐ เสริมความเข้มแข็งแก่พันธมิตร และสิ่งสำคัญที่สุด ให้ความสำคัญกับประชาชนชาวอมริกาเป็นลำดับแรก"
ความเห็นของเธอมีขึ้นหลังจาก ทรัมป์ กล่าวกับพวกผู้สื่อข่าวตามหลังเปิดปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาและจับกุมมาดูโร โดยเผยว่าอเมริกาจะเข้าควบคุมแหล่งสำรองทรัพยากรน้ำมันอันมหาศาลของประเทศแห่งนี้
ประมาณการว่าเวเนซุเอลาครอบครองน้ำมันดิบราวๆ 303,000 ล้านบาร์เรล หรือเกือบ 1 ใน 5 ของแหล่งสำรองน้ำมันของโลกที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ
(ที่มา:Daily Excelsior)

