xs
xsm
sm
md
lg

“โจ๊ก-สุรเชชษฐ์” เดินมาถึงปลายทางที่หนีไม่พ้น ! ** “ชูวิทย์” ให้บทเรียนพรรคส้ม ที่ล้มเหลว ซ้ำซาก !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล - พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว - ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
ข่าวปนคน คนปนข่าว




++ “โจ๊ก-สุรเชชษฐ์” เดินมาถึงปลายทางที่หนีไม่พ้น !

เปิดศักราชใหม่ "ปีม้า" กับทางที่ต้องเดินของ “โจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. กับกงล้อกฎหมายก็น่าจะถึงจุดที่ไม่มีทางแยกให้ "โจ๊ก" ซิกแซก ซอกแซก มีแต่ทางตรงที่ต้องบอกหนักหนาสาหัสชนิดที่ว่า ถึงระดับ..นรกมาเยือน!

พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล
เริ่มด้วยความเคลื่อนไหวจากฝั่ง “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ส่งสัญญาณชัดว่า คดีใหญ่ที่พัวพัน อดีต รอง ผบ.ตร. รายนี้ กำลังเดินเข้าสู่จุดสำคัญ

วันนี้ (5 ม.ค.) พนักงานสอบสวน บก.ปปป. จะหอบสำนวนคดี “ติดสินบน ป.ป.ช.” ส่งถึงมือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาภายในกรอบเวลา 30 วัน ว่าจะรับไปทำเอง หรือโยนกลับมาให้ตำรวจ เดินหน้าต่อ
ไม่ว่าทางไหน…บอกได้คำเดียวว่า เกมนี้ไม่มีทางถอย!

"บิ๊กเต่า" ย้ำชัด งานสืบสวนยังไม่จบ ยังมีพยานบุคคลอีกหลายปาก ที่ต้องถูกเรียกมาให้ปากคำ โดยเฉพาะประจักษ์พยานที่รู้เห็นการเดินเกมจากข้างใน เพราะ คดีติดสินบนครั้งนี้ ไม่ได้เกิดลอยๆ หากแต่โยงใยกับคดีเว็บพนันออนไลน์เก่าๆ ของเจ้าตัวหลายคดี

นี่ไม่ใช่งานลูบผิวๆ แต่คือการ “ขุดถึงราก” และทำทุกอย่างบนพยานหลักฐาน ไม่ใช่กระแส หรือวลีที่ "ติ่งโจ๊ก" ชอบนำมาอ้างว่า ตำรวจรุมกลั่นแกล้งโจ๊ก เป็นเรื่องของการ "สกัดดาวรุ่ง"

คำยืนยันจากปาก "บิ๊กเต่า" ชัดเจนหลักฐานที่มีอยู่ในมือ “เอาผิดได้” และเข้าสู่ช่วงทำงานของต้นมกราคมนี้ จะเริ่มเห็นภาพจริง ว่าใครอยู่ตรงไหน ของกระดานนี้

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว
ย้อนดูจุดพีกของคดี ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา เพราะ "โจ๊ก" โดนระเบิดลูกนี้ไม่ได้มาจากคนนอก แต่มาจาก “คนใน” แถมเป็นคนใน ที่รู้ไส้ รู้พุง ตับ ปอด เซี่ยงจี๊ ของ“โจ๊ก” เป็นอย่างดีด้วย

“พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย” อดีตลูกน้องคนสนิท เปิดปากให้การว่า เคยได้รับคำสั่งจาก “โจ๊ก” ให้นำทองคำแท่ง 246 บาท ไปมอบให้กรรมการป.ป.ช. เพื่อวิ่งเต้นคดี คำให้การนี้เองที่ลากเรื่องทั้งกระดานพังลงมา และนำไปสู่การตรวจค้น ขยายผล จนเจอหลักฐานแน่นหนา

และนี่คือคีย์สำคัญของคดีนี้ เมื่อคนที่เคยอยู่วงใน ใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ เลือกที่จะหันหลังให้ แล้วเดินออกมา

“พ.ต.อ.ภาคภูมิ” ยอมรับว่า การเปิดหน้าคราวนี้ คือ การตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุด แต่สิ่งที่ทนไม่ได้ยิ่งกว่า คือ การเห็นลูกน้อง และเพื่อนตำรวจหลายคนถูกบังคับให้รับผิดแทน ถูกดึงเข้าไปเป็นแพะ ครอบครัวพัง ชีวิตพัง ขณะที่มีความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ป้ายความผิดให้ผู้อื่นผ่านคลิป และคดีพ่วง

นี่จึงไม่ใช่แค่การป้องกันตัว แต่คือการทำในสิ่งที่ถูกต้อง!

งานนี้ไม่ว่า ป.ป.ช. จะรับคดีไว้เอง หรือส่งกลับมาให้ตำรวจเดินต่อ "โจ๊ก" สุรเชชษฐ์ อดีต รอง ผบ.ตร. รายนี้กำลังเผชิญกับเกมที่ไม่คุ้นเคย

เกมที่ไม่มีเส้นสายให้ใช้ ไม่มีใครยืนค้ำหลัง และไม่มีวิชามารเก่าๆ ให้เดินแบบเดิม
คราวนี้ดูแล้ว..เอวังด้วยประการทั้งปวง.

ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์
++ “ชูวิทย์” ให้บทเรียนพรรคส้ม ที่ล้มเหลว ซ้ำซาก !!

การหาเสียงของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประกาศชัดว่า จะไม่นำเรื่องแก้ ม.112 มาใช้หาเสียง

แต่ไม่ใช่ว่าถ้าได้กุมเสียงข้างมากแล้วจะไม่แก้นะ เพราะหาเสีย

ก็ส่วนหาเสียง คนละเรื่องกับอุดมการณ์ และแนวนโยบายเป้าหมายของพรรค

เพราะ “พูดอย่าง ทำอย่าง” เป็นเรื่องปกติ ของคนที่สวมหมวกสีส้ม

ตอนนี้คนของพรรคส้ม กำลังพุ่งเป้าไปที่ “ทหารและกองทัพ”แทน โดยพยายามด้อยค่า ยุยงให้แตกแยก ยกเรื่องชนชั้นมาเปรียบเปรย หลังจากโดนถล่มเรื่องวาทกรรมของแกนนำรุ่นก่อน ที่ว่า “ทหารมีไว้ทำไม?”

รังสิมันต์ โรม
อย่างเช่น “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ที่พยายามออกมาตอบโต้ แก้ต่าง เรื่องทหารมีไว้ทำไม? ในเชิงเสียดเย้ย ยุยง ว่า รู้แหละ ว่าทหารมีหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตย ไม่ใช่มีไว้เพื่อไปเป็นคนใช้บ้านนายพล ไปเลี้ยงไก่ ตัดหญ้า ซักกางเกงใน หรือไม่ได้มีหน้าที่ในการบริหารสนามกอล์ฟ สนามมวย รีสอร์ตริมทะเล โรงแรมต่างๆ รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5
หรืออย่างกรณีที่ “รังสิมันต์ โรม” อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคส้ม มองว่าตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามพยายามปลุกปั่น ใส่ร้าย สร้างความเข้าใจผิด เพื่อด้อยค่าพรรคประชาชน ในประเด็นที่เกี่ยวกับกองทัพ และทุนเทา นั่นเป็นเพราะว่า...

“ที่ต้องใส่ร้ายพรรคส้ม อ้าง ม.112 อ้างด้อยค่าทหาร เพราะพวกคุณรู้ว่า ถ้าพวกส้มเป็นรัฐบาลจะทุจริตเหมือนเดิมไม่ได้ จะมีตั๋วช้างเหมือนเดิมไม่ได้ ทุนเทาจะอยู่ไม่ได้ จึงต้องทำลายพรรคประชาชนทุกทาง เพราะกลัวเสียผลประโยชน์”

ซึ่งเรื่องนี้ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” เห็นแล้วก็อดรนทนไม่ได้ ที่ “โรม” พูดเหมือนเหมารวมว่า ใครที่เห็นต่าง ใครที่ไม่สนับสนุน ไม่เลือกพรรคส้ม แสดงว่าเป็นคนที่เห็นดีเห็นงามไปกับการทุจริต คอร์รัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวก และยอมรับอิทธิพลของทุนเทา

รักชนก ศรีนอก
“ชูวิทย์” ถึงกับออกมาโพสต์ข้อความ เจาะจงถึง “โรม”ว่า ตนเองเป็นคนหนึ่งที่เคยสนับสนุนพรรคส้มในอดีต เลือกพรรคส้มมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะอยากเห็น“การเมืองใหม่”ตามที่มีการโฆษณา หาเสียง แต่ก็ไม่ได้เห็น และตอนนี้ ตนเองก็ยังอยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ว่าจะเลือกพรรคไหนในการเลือกตั้งครั้งนี้

แต่ที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคส้ม จนต้องออกมาแสดงความเห็นครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะอยากได้ สีเทา อยากให้ประเทศมีการทุจริต หรือ จะตนเองเสียประโยชน์ หากพรรคส้มได้เป็นรัฐบาล

การผลักไสให้คนเห็นต่างว่าเป็น “คนต่อต้านความดี สนับสนุนความเลว” นั้น ไม่ถูกต้อง!!

และที่ตนออกมาวิพากวิจารณ์พรรคส้ม ไม่ได้ต้องการให้คนไม่เลือกพรรคส้ม แต่อยากให้มีความเป็น “อิสระ”ในการตัดสินใจเลือกต่างหาก

“ชูวิทย์” บอกว่า พรรคส้มทำพลาดด้วยตัวเองหลายครั้ง ทั้งที่ประชาชนให้โอกาสไปแล้ว...เหมือนมีโอกาสสอบได้ แต่ทำคะแนนไม่ถึงเอง จะขอโทษ แล้วขอโอกาสอีกเรื่อยไปอย่างนี้- คนที่เลือกย่อมต้องชั่งใจ

เพราะกลัวเลือกไปแล้ว ก็ยังทำไม่ได้ ซ้ำๆ ซากๆ

แถม “ชูวิทย์” ยังตบท้ายว่า ขอให้ดูพรรคที่ชอบยกตนเป็น “เทพ”ว่า...อย่าไปทำตัวเหมือนพรรค “แมลงสาบ” ในอดีต ซึ่ง “โรม” ก็น่าจะเห็นจุดจบของพรรคนั้นแล้ว

ด้าน “รังสิมันต์ โรม”เมื่อเจอ โพสต์จาก “ชูวิทย์” ที่สื่อสารมาถึงตนเองโดยเฉพาะ ก็ปั้นวาทกรรมโพสต์ตอบไปว่า เข้าใจในความปรารถนาดีที่มีให้กัน เหมือนพี่ เหมือนน้อง

แต่ในทางการเมืองแล้ว คงจะเห็นด้วยกับ “พี่ชูวิทย์” ไม่ได้ เพราะสิ่งที่พรรคส้มกำลังทำนั้น ไม่ใช่การผลักไสคนเห็นต่าง แต่เป็นการผลักไส “คนสีเทา” และเราถือว่า นี่คือวาระแห่งชาติ ที่พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องจัดการให้เด็ดขาด!

เรายืนหยัดว่า “มีส้ม ไม่มีเทา” ไม่ใช่เพราะเราถือตัวว่าดีกว่าใคร แต่เป็นเพราะเรามองเห็นชัดเจนว่า “ทุนเทา” กำลังเข้ามามีบทบาททางการเมืองอย่างอันตราย เราไม่อาจปล่อยให้ทุนเทาเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยได้อีกต่อไป

ส่วนที่มองว่า พวกเราอ่อนพรรษา และตามไม่ทันนักการเมืองเขี้ยวลากดินนั้น ความจริงเราอยู่ในการเมืองมา 6-7 ปีแล้ว ได้เห็น ได้สัมผัสด้วยตัวเองว่า ความจริงทางการเมืองเป็นอย่างไร พวกเราไม่ได้โง่ เพียงแต่เราไม่ต้องการทำการเมืองแบบเดียวกับคนเหล่านั้น เพราะนั่นไม่ใช่ทางรอดของการเมืองไทย

การที่ฝ่ายตรงข้าม พยายามทำลายพรรคประชาชน ด้วยการหยิบยก เรื่อง ม.112 และเรื่องด้อยค่าทหารนั้น เป็นเพราะคนเหล่านั้นกำลังหวาดกลัว “ยุคสมัยใหม่” ที่พวกเรากำลังสร้าง!

เป็นยุคที่ประเทศไทยแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้ นักการเมืองทุจริตและข้าราชการผู้มีสี จะต้องชดใช้บาปกรรมที่ตนเองก่อขึ้น... เป็นยุคที่ทุนเทาซึ่งเคยเรืองอำนาจ ต้องหลบหนี ซ่อนตัว และถูกจับกุม ยึดทรัพย์คืนกลับมาเป็นของแผ่นดิน

ก่อนที่ “โรม” จะทิ้งท้ายด้วยคำของคุณ และขอให้ “พี่ชูวิทย์” เขียนถึงพรรคส้มบ่อยๆ
กำลังโหลดความคิดเห็น