(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/01/putin-residence-attack-jeopardizes-us-security-guarantees/)
Putin residence attack jeopardizes US security guarantees
by Stephen Bryen
01/01/2026
ไม่ว่า เซเลนสกี จะรู้เห็นล่วงหน้าหรือไม่ได้รู้เห็นอะไรเลยก็ตามที แต่เหตุฝูงโดรนโจมตีใส่บ้านพักของปูติน ถึงยังไงก็เป็นเรื่องท้าทายสติปัญญาของการที่จะนำทหารอเมริกันเข้าไปตั้งประจำในยูเครนอยู่นั่นเอง
ที่พำนักอาศัยของ วลาดิมีร์ ปูติน ในแคว้นนอฟโกรอด (Novgorod) ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า โดลกิเย โบโรดิ (Dolgiye Borody) แล้วยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ วัลได (Valdai) และ อูชิน (Uzhin) ถูกโจมตีด้วยฝูงโดรนหลายระลอกเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา
เราทราบเรื่องนี้จากคำแถลงอย่างเป็นทางการที่ออกโดย เซียร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย และจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ได้รับแจ้งเรื่องนี้จากตัว ปูตินเองในการพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ในเวลาต่อมากระทรวงกลาโหมรัสเซียจึงได้เผยแพร่รายงานฉบับหนึ่ง หลังจากที่สมาชิกดูมา (Duma สภาล่างของรัฐสภารัสเซีย) ผู้หนึ่งออกมาเผยแพร่รายละเอียดเบื้องต้นของการโจมตีครั้งนี้
การโจมตีคราวนี้ทำให้เกิดคำถามฉกาจฉกรรจ์หลายประการ เกี่ยวกับเรื่องที่สหรัฐฯเสนอรับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของดีลบางอย่างเพื่อให้สามารถทำความตกลงกันได้ในเรื่องสงครามยูเครน
ฝ่ายยูเครนบอกว่าการโจมตีเช่นที่ว่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลย และสื่อมวลชนตะวันตกจำนวนมากก็เสนอข่าวโดยสะท้อนจุดยืนของยูเครน เวลานี้เริ่มปรากฏหลักฐานที่หนักแน่นออกมาให้เห็นซึ่งฝ่ายรัสเซียอ้างว่าเป็นสิ่งที่สมควรเชื่อถือ
ตามคำแถลงอย่างเป็นทางการและรายละเอียดต่างๆ ของฝ่ายรัสเซียที่เผยแพร่ออกมาโดยช่องทางต่างๆ ซึ่งผูกพันอยู่กับภาครัฐ (ทำนองเดียวกับการรายงานของสมาชิกดูมา อเล็กซานเดอร์ คินชไตน์ Alexander Khinshtein) พวกโดรนที่อ้างกันว่าถูกส่งมาโจมตีเหล่านี้ มีรายงานว่าได้ถูกสกัดกั้น ณ สถานที่ต่างๆ ในแคว้นนอฟโกรอด หลายแห่งดังต่อไปนี้: พื้นที่ทะเลสาบวัลได (Valdai Lake) รอบๆบ้าน โดลกิเย โบโรดิ, ยัสเชโรโว (Yashcherovo) จุดสกัดกั้นที่อยู่ทางด้านตะวันตกของบ้าน, รอสชิโน (Roschino) พื้นที่ป่าใกล้ๆ หมู่บ้านที่มีการพบเศษซากหักพัง, และ วัลได (Valday )เมืองเล็กๆ ซึ่งว่ากันว่าเศษซากหักพังหล่นลงมา
โดรนโจมตีตัวหลักๆ ที่ถูกใช้งานโดยยูเครน คือ ยูเจ-26 บีเวอร์ (โบเบอร์) UJ-26 Beaver (Bober) โดรนพลีชีพแบบนี้มีการจัดวางแพนหางหน้า (canard) เอาไว้อย่างโดดเด่น ขณะที่ลำตัวเพรียว และหางแบบกลับหัว โดยเริ่มถูกนำมาออกปรากฏตัวเมื่อปี 2023 และปัจจุบันมีรายงานว่าได้เข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นจำนวนมากๆ แล้ว
สำหรับพิสัยทำการนั้นอยู่ในระดับ 1,000 กิโลเมตร ส่วนน้ำหนักบรรทุกมีรายงานว่าอยู่ที่ 20 กิโลกรัม โดรนแบบนี้เองที่ก่อนเหน้านี้เคยถูกใช้ในการโจมตีกรุงมอสโกตลอดจนเป้าหมายอื่นๆ ในรัสเซียมาแล้ว
ฝ่ายรัสเซียยังอ้าง [1] ด้วยว่าได้ค้นพบ โดรนโจมตีระยะไกล (long range strike drone) แบบ “ชัคลุน” (Chaklun) ที่ผ่านการดัดแปลงลำหนึ่ง [2] ตกลงมาโหม่งโลก โดรนแบบนี้ถูกผลิตขึ้นในยูเครน และใช้เครื่องยนต์ DLE111 ทำในจีน เมื่อเดือนมกราคม 2025 โดรนแบบนี้ลำหนึ่งได้ถูกใช้โจมตีโรงงานเครื่องบิน สโมเลนสก์ (Smolensk aviation plant) แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงงานที่ใช้ในการปรับปรุงยกเครื่องพวกเครื่องบิน Su-25 รุ่นเก่าให้ทันสมัยมากขึ้น
ฝ่ายรัสเซียยังเผยแพรแผนที่ซึ่งแสดงให้เห็นเส้นทางบินของพวกอากาศยานไร้นักบินของยูเครนในเที่ยวนี้ ตลอดจนข่าวสารข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้
ตามรายงานของกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงโดรนตก 49 ลำ เหนือแคว้นเบรียสก์ (Bryansk), 1 ลำเหนือแคว้นสโมเลนสก์, และอีก 41 ลำเหนือแคว้นนอฟโกรอด ขณะที่พวกมันบินเข้ามายังที่พำนักของปูติน
บ้าน โดลกิเย โบโรดิ มีการวางการป้องกันทางอากาศเอาไว้โดยรอบ บางส่วนติดตั้งอยู่ตามหอคอยหลายแห่งเหนือป่าไม้ซึ่งแวดล้อมอยู่รายรอบ ในพื้นที่บริเวณนี้ มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ “แพนต์เชียร์ เอส1” (Pantsir S1) เวอร์ชั่นปรับปรุงแล้วอย่างน้อย 12 ชุด ซึ่งถือว่าสูงสุดแล้วสำหรับการทำสงครามต่อต้านโดรน
ใกล้ๆ กันยังมีจุดติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ เอส-400 (S-400) นอกจากนั้น พื้นที่บริเวณนี้ยังถูกปกคลุมด้วยพวกหน่วยสงครามอิเล็กทรอนิกส์ขนาดหนัก ซึ่งในนี้มีทั้งพวกตัวรบกวนสัญญาณ (แจมเมอร์) และตัวสปูฟเฟอร์ (spoofer อุปกรณ์ทำสงครามไซเบอร์ด้วยการปลอมแปลงตัวตน -ผู้แปล) ที่รวมถึง คราซูคา-4 (Krasukha-4 ) [3] และ โปเล-21อี (Pole-21E) [4] ซึ่งเป็นเครื่องรบกวนสัญญาณวิทยุ ระบบเหล่านี้ถูกออกมาเพื่อให้รบกวนพวกสัญญาณจีพีเอส (GPS) และก่อกวนการติดต่อสื่อสารระหว่างโดรนกับทางผู้ควบคุม
มีความเป็นไปได้อย่างมากที่โครนยูเครนเหล่านี้ถูกติดตั้งเอาไว้ด้วยจอรับส่งสัญญาณขนาดมินิของ สตาร์ลิงค์ (Starlink mini terminal) หรือใช้โดรนลำแม่ลำหนึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อผ่าน สตาร์ลิงค์ กับพวกโดรนโจมตี ฝ่ายรัสเซียก็มีการใช้มินิสตาร์ลิงค์สำหรับโดรนบางลำของตนเช่นกัน โดยซื้อหาจากตลาดมืด สตาร์ลิงค์ได้ชื่อว่าเป็นระบบสื่อสารที่รบกวนด้วยการแจมสัญญาณหรือสปูฟสัญญาณได้ยาก
บ้านพักของปูตินเป็นสถานที่ซึ่งมีความปลอดภัยสูงมาก ตัวปูตินเองเข้าบ้านโดยอาศัยทางรถไฟลับที่เชื่อมต่อออกจากมอสโก และใช้การเชื่อมต่อกับเฮลิคอปเตอร์ในช่วงปลายทาง รถไฟนี้เป็นชนิดหุ้มเกราะพิเศษ ขณะที่ช่วงล่างของตู้รถไฟก็ได้รับการเสริมให้แข็งแรงยิ่งขึ้นด้วยล้อพิเศษที่เป็นล้อสำหรับวิ่งบนถนนอีกหลายล้อ ทำให้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้นอีก
ยังมีบ้านพักของปูตินที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูงแห่งอื่นๆ อีก เป็นต้นว่า โนโว-โอกา-รโยโว (Novo-Ogaryovo) ที่อยู่ในมอสโก, โบชารอฟ รูเชย์ (Bocharov Ruchey) ในเมืองโซชิ (Sochi), และ ดโวเรตส์ ปูตินา (Dvorets Putina) หมู่พระราชวังสไตล์อิตาลี ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลดำ ใกล้ๆ เมืองเกเลนด์ซิค (Gelendzhik), ดินแดนครัสโนดาร์ (Krasnodar Krai), รัสเซีย
ไม่เป็นที่ทราบกันว่า ปูตินอยู่ที่บ้านโดลกิเย โบโรดิ หรือเปล่าในเวลาที่เกิดการโจมตี มีบางคนบอกว่าตอนนั้นเขาอยู่ในมอสโก และตั้งใจอยู่ห่างจาก โดลกิเย โบโรดิ เนื่องจากภัยคุกคามที่อาจถูกโจมตีด้วยโดรนหรือขีปนาวุธซึ่งมาจากทางทะเล
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2023 โดรนยูเครน 2 ลำได้ระเบิดเหนือวังซีเนต (Senate Palace) ภายในพระราชวังเครมลิน กรุงมอสโก วังซีเนตเป็นสถานที่พักอาศัยและทำงานของปูติน การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทำเนียบเครมลินตกเป็นเป้าหมายเล่นงานนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
มีบางคนบางฝ่ายคิดว่า จากการที่ เซเลนสกี ตอนนั้น กำลังเดินทางมาถึง มาร์-อา-ลาโก (Mar-a-Lago) รีสอร์ตส่วนตัวของทรัมป์ในฟลอริดา เขาไม่น่าจะได้รับไฟเขียวให้ทำการโจมตีบ้านพักของปูติน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากเขากำลังอยู่ระหว่างการหาทางให้ฝ่ายอเมริกันรับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน
ตัวอย่างเช่น แลร์รี จอห์นสัน (Larry Johnson) โต้แย้ง [5] ว่า ครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการของฝ่ายข่าวกรองยูเครนที่ไม่ได้ผ่านการขออนุมัติ โดยเป็นไปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองสหราชอาณาจักร เพื่อมุ่งสร้างความเสียหายให้ เซเลนสกี จนนำไปสู่การขับไล่เขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดียูเครน ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันอย่างดีทีเดียวว่า สหราชอาณาจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เอ็มไอ-6 (MI-6) หน่วยข่าวกรองทำหน้าที่ปฏิบัติงานลับๆ ในต่างแดนของสหราชอาณาจักร กำลังหนุนหลัง วาเลรี ซาลุซนี (Valeri Zaluzhny) ให้เข้าแทนที่เซเลนสกี
(หมายเหตุผู้แปล - แลร์รี จอห์นสัน เป็นบล็อกเกอร์ และ คอมเมนเตเตอร์ทางการเมืองชาวอเมริกัน ซึ่งเคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ ซีไอเอ และสำนักงานต่อต้านการก่อการร้าย ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปัจจุบัน เขาเป็นเจ้าของร่วมและซีอีโอของ บิสซิเนส เอ็กซ์โพเชอร์ รีดัคชั่น กรุ๊ป แอสโซซิเอตส์ แอลแอลซี Business Exposure Reduction Group (BERG) Associates, LLC และผู้ร่วมก่อตั้ง เวเทอแรน อินเทลลิเจนซ์ โพรเฟสชั่นแนลส์ ฟอร์ แซนิที Veteran Intelligence Professionals for Sanity (VIPS)
สำหรับ วาเลรี ซาลุซนี Valeri Zaluzhny เป็นอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน ที่ปัจจุบันถูกเซเลนสกีเตะโด่งมาเป็นเอกอัครราชทูตยูเครนประจำกรุงลอนดอน)
ในการพบปะเจรจากันระหว่าง ทรัมป์-เซเลนสกี ที่ มาร์-อา-ลาโก ครั้งนี้ ตามการแถลงของเซเลนสกี ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงเรื่องที่สหรัฐฯจะรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน โดยที่มีการระบุว่า ทรัมป์ได้เสนอรับประกันเป็นเวลา 15 ปี ซึ่ง เซเลนสกี อ้างว่าจะรวมถึงการส่งกองทหารสหรัฐฯเข้าไปในยูเครนด้วย เซเลนสกีบอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า “เรากำลังหารือเรื่องนี้กับประธานาธิบดีทรัมป์ และกับพวกตัวแทนของ ‘กลุ่มพันธมิตรที่มีความเต็มใจ’ (coalition of the willing พวกประเทศที่หนุนหลังยูเครน นำโดยหลายชาติยุโรปตะวันตก -ผู้แปล) เราจะชื่นชอบกับเรื่องนี้แน่ๆ”
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การโจมตีเล่นงานบ้านพักของปูตินเช่นนี้ คือการยั่วยุ ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นด้วยการรู้เห็นของเซเลนสกีหรือไม่ก็ตามที เรื่องนี้ยังคงก่อให้เกิดคำถามอันลึกซึ้งขึ้นมาว่า ทำไมสหรัฐฯจะต้องตกลงให้การรับประกันความมั่นคงแก่ยูเครน และกระทำสิ่งที่ท้าทายสติปัญญาด้วยการส่งทหารอเมริกันไปประจำในยูเครน
ถ้าหากเป็นจริงอย่างที่ เซเลนสกี พูดเป็นนัยๆ ที่ว่า การรับประกันดังกล่าวนี้จะโยงโยไปถึง “กลุ่มพันธมิตรที่มีความเต็มใจ” ด้วยแล้ว ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องรวมเอา เยอรมนี, ฝรั่งเศส, และสหราชอาณาจักร เข้ามาด้วย ก็เป็นอันว่าเราจะได้ “องค์การนาโต้ที่เพรียวลมยิ่งขึ้น” เข้ามา แถมเป็นนาโต้ที่ไม่มีอำนาจคอยวีโต้ทัดทานใดๆ เสียด้วย เนื่องจากพวกชาติที่ถูกมองว่าชอบสร้างความยุ่งยาก อย่างเช่น ฮังการี จะถูกกีดกันออกไป
ผลพวงต่อเนื่องหนึ่งเดียวที่มองเห็นได้ก็คือ การเสนอรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน มีความเลวร้ายเสียยิ่งกว่าการนำเอายูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต้ด้วยซ้ำ
สตีเฟน ไบรเอน เป็นอดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหมฝ่ายนโยบายของสหรัฐฯ และผู้สื่อข่าวพิเศษอยู่ที่เอเชียไทมส์ ข้อเขียนชิ้นนี้ทีแรกสุดปรากฏอยู่บนจดหมายข่าว Weapons and Strategy ในแพลตฟอร์ม Substack ของเขา
เชิงอรรถ
[1] https://www.rt.com/russia/630278-russian-mod-releases-video-of/
[2] https://militarnyi.com/en/news/chaklun-uav-manufacturer-developing-long-range-strike-drone/
[3] https://odin.tradoc.army.mil/WEG/Asset/1RL257E_Krasukha-4_Russian_8x8_Mobile_Multifunctional_Jammer
[4] https://odin.tradoc.army.mil/WEG/Asset/Pole-21E_Russian_RF_Jammer
[5] https://www.threads.com/@buzz.indica/post/DS4BhbJjeCw

