ศาลอนุญาตฝากขัง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน กับพวก ร่วมกันฟอกเงินจากค้ายาลักษณะอำพราง แบ่งหน้าที่กันทำ มูลค่านับร้อยล้านบาท
วันนี้ 31 ธ.ค.2568 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน บก.ปส.1บช.ปส.ได้ควบคุมตัวนายไมตรีสมบัติอารีพาณิช อายุ 47 ปี นางสุพาพร ลีเพ็ง (Mrs.Souphaphone Leepheng) อายุ 25 ปี ชาวสปป.ลาว นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อายุ47 ปีอดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต33 บางพลัด บางกอกน้อย พรรคประชาชน และ น.ส.สุขฤดี กลับดี อาย 43 ปี ผู้ต้องหาที่1-4 ตามลำดับ“ร่วมกันฟอกเงินโดยโอน หรือ รับโอน ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ หรือ รับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่สมคบกัน ” อันเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (1) มาตรา 5 (1) (2) (3) มาตรา 9 มาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83
อัตราโทษจำคุก มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี
คำร้องระบุพฤติการณ์ว่า
บริษัท ทีเคพี อินเตอร์เทรด จำกัด มี น.ส.สุขฤดี กลับดี และนายคตา ไชยะทุมมา เป็นกรรมการผู้จัดการ และนายโทนโพ ไชยะทุมมา เป็นผู้ถือหุ้น บริษัท พีเคที ปิโตรเลี่ยม เทรดดิ้ง แอร์ ทรานสปอร์ต จำกัด มี น.ส.สุขฤดี กลับดี และนายคูตา ไชยะทุมมา เป็นกรรมการผู้จัดการ และนายโทนโพ ไชยะทุมมา และน.ส.เมมอน ไชยะทุมมา เป็นผู้ถือหุ้น บริษัท มาสเตอร์เทรด คอร์เปอเรชั่น จำกัด มีนายไมตรี สมบัติอารีพาณิช เป็นกรรมการผู้จัดการ มี น.ส.สุภาภร สีเพ็ง เป็นผู้ถือหุ้น และ บริษัท เอ็มทีซี ปิโตร แอนด์ ทรานส์ จำกัด มีนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ และ นางสุพาพร ลีเพิ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ โดยทั้ง4 บริษัท มีพนักงานบริษัท เพียง3 คนเท่านั้ร หยุด วันเสาร์ - อาทิตย์. โดยไม่มีผู้บริหารเดินทางเข้าสำนักงานเลยจนน่าผิดสังเกตุ ซึ่งมีการเปิดบริษัทเหล่านี้เพื่อฟอกเงินจากกลุ่มนักค้ายาเสพติดมีการปิดปิดอำพรางในการกระทำความผิดโดยการจดทะเบียนประกอบกิจการในรูปบริษัทโดยให้คนไทยถือหุ้น 51เปอร์เซ็นต์ คนต่างด้าวถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ และให้ญาติใกล้ชิดที่เป็นคนสัญชาติ สปป.ลาว (นายโทนโพธิ์ ไชยะทุมมา น.ส.เมย์มอน ไชยะทุมมา) ถือหุ้นเพื่อให้ดูเสมือนว่าได้ดำเนินกิจการไปตามปกติ แต่เมื่อตรวจสอบอย่างแท้จริงแล้วกลับพบว่าการบริหารกิจการดังกล่าว กลับให้คนต่างด้าวมีอำนาจในการบริหารกิจการ และบริษัททั้ง 4 บริษัทดังกล่าว มีสถานประกอบกิจการในสถานในที่เดียวกัน ย่านซ.สตรีวิทย์ 2 ซ.29 แขวง-เขตลาดพร้าว กทมโดยบริษัท ทีเคพี อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัท ทีเคพี ปิโตรเลียม เทรดดิ้ง แอนด์ ทรานสปอร์ต น.ส.สุขฤดี กลับดี นายคตา ไชยะทุม ซึ่งเป็นสามีภริยากันเป็นกรรมการ ส่วนบริษัท มาสเตอร์ เทรด คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีนายไมตรี สมบัติอารีพาณิช เป็นกรรมการ และมีนางสุพาพร เพ็ง สัญชาติลาว ภรรยา เป็นผู้ถือหุ้น และบริษัท เอ็มทีซี ปิโตร แอนด์ ทรานส์ จำกัด มี นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์และ นางสุพาพร ลีเพ็ง สัญชาติลาว ถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์โดยมีการโอนเงินซึ่งได้จากการค้ายาเสพติดหลายครั้งหลายหนมูลค้านับร้อยล้านบาทเข้าบัญชีบริษัททั้งสี่หมุนเวียนไปมา
โดยการกระทำดังกล่าวเป็นการเอาบุคคล ที่ใกล้ชิดและสามารถไว้วางใจได้ทำการเปิดบริษัทน)บังหน้า เพื่อฟอกเงินให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติด โดยแอบอ้างว่าดำเนินการ ธุรกิจ ต่างๆ ในกิจการของบริษัทฯ แต่เมื่อชุดสืบสวนสอบสวน ได้ทำการตรวจสอบพบธุรกรรมทางการเงินที่ต้องสงสัย กลับพบว่า มีการโอนและรับโอนเงินที่เชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎมาย ทั้งในคดียาเสพติด คดีฉ้อโกง โดยพบว่าธุรกรรมที่เกี่ยวกับคดียาเสพติด จำนวน 5 คดี ซึ่งจากการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินขาออกจาก บริษัท TKP พบข้อมูลว่า บุคคล (ผู้ต้องหาที่รับโอนเงินจากบริษัทฯ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเงินจำนวนดังกล่าวกลุ่มผู้ต้องหา ที่รับโอน รับว่า เป็นเงินค่าจ้างในการลำเลียงยาเสพติด นอกจากนี้จากข้อมูลคดีของสถานตำรวจท้องที่ และ บก.สอท. ยังพบ เส้นทางการเงินของบริษัท JKP ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับคดีฉ้อโกง และการพนัน ออนไลน์ และยังพบข้อมูลจากการรายงาน ธุรกรรมต้องสงสัยของ สำนักงาน ปปง.ซึ่งพบ เส้นทางการเงินของบริษัทและตัวแทน บริษัท. (น.ส.สุขฤดี กลับดี และนายคูตาฯ) มีเส้นเงินที่สัมพันธ์กับ กลุ่มบัญชีที่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ดังนั้น พฤติกรรมของ บริษัท ทีเคพี อินเตอร์เทรด จำกัด กับพวก ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นการแบ่งหน้าที่ กันกระทำความผิด โดยร่วมกันหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการทางการเงินให้กับกลุ่มนักค้ายาเสพติดและกลุ่ม อาชญากรรมออนไลน์ โดยใช้รูปแบบการดำเนินการในรูปบริษัท การดำเนินการทางการเงิน มีลักษณะการผสมผสานเงินที่เกี่ยวข้อง กับธุรกิจ และเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของเครือข่ายยาเสพติดและอาชญากรรมอื่นๆ มาดำเนินการ ซึ่งการกระทำผิดใน ลักษณะดังกล่าว เป็นรูปแบบหนึ่งของการกระทำผิด ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ
ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินฯ โดยมีรูปแบบการกระทำความผิดโดยวิธีเปิดบริษัทเพื่อบังหน้าหรืออำพรางการกระทำความผิด มีการใช้บัญชีธนาคารมีลักษณะการทำธุรกรรมต้องสงสัย โดยมีเงินหมุนเวียนจํานวนมาก และเงินที่โอนเข้ามาในบัญชีมีลักษณะ ถ่ายโอนเงินออกจากบัญชีโดยรวดเร็ว โดยใช้บัญชีเงินฝากของธนาคารเป็น เครื่องมือในการโอนและรับโอนเงินที่ได้มาจากการ กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อความสะดวกในการปกปิดอำพรางแหล่งที่มาของเงิน มิให้ผู้ใดพบเห็นได้ง่าย และเป็นการใช้ ระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีวัตถุประสงค์ให้สุจริตชนทั่วไปใช้ในการทำธุรกรรมที่เกิดจากกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมาย
การกระทำดังกล่าว นอกจากเพื่อความสะดวกรวดเร็วแล้ว ยังเป็นการอำพรางถึงลักษณะที่แท้จริงและการได้มาของเงินดังกล่าวอยู่ในตัว ทั้งนี้ เพื่อให้บุคคลอื่นทั่วไปที่ไม่ทราบแหล่งที่มาของเงินดูเสมือนว่าเงินที่โอนและรับโอนผ่านธนาคารนั้น เป็นเงินที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่นเดียวกับเงินของสุจริตชนทั่วไป และสามารถนำเงินที่กลายเป็นเงินที่ชอบด้วยกฎหมายเอาไปใช้ได้อย่างปลอดภัย ทำให้ยากแก่การตรวจสอบ ผู้กล่าวหาหากับพวกจึงร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี บริษัท ทีเคพี อินเตอร์เทรด จำกัด โดย น.ส.สุขฤดี กลับดี และนายคูตา ไชยะทุมมา เป็นกรรมการผู้จัดการ และนายโทนโพ ไชยะทุมมา เป็นผู้ถือหุ้น บริษัท พีเคที ปิโตรเลี่ยม เทรดดิ้ง แอร์ ทรานสปอร์ต จำกัด มี น.ส.สุขฤดี กลับดี และนายคูตา ไชยะทุมมา เป็นกรรมการผู้จัดการ และนายโทนโพ ไชยะทุมมา และน.ส.เมมอน ไชยะทุมมา เป็นผู้ถือหุ้น บริษัท มาสเตอร์เทรด คอร์เปอเรชั่น จำกัด มีนายไมตรี สมบัติอารีพาณิช เป็นกรรมการผู้จัดการ มีนางสุพาพร ลีเพ็ง เป็นผู้ถือหุ้น และ บริษัท เอ็มทีซี ปิโตร แอนด์ ทรานส์ จำกัด มีนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ และ นางสุพาพร ลีเพ็ง เป็นกรรมการผู้จัดการ ในความผิดฐาน “ร่วมกันฟอกเงินโดยโอน หรือ รับโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำ ความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิดมิให้ ต้องรับโทษ หรือ รับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงินและได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่สมคบกัน” จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวบพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดที่733/2568,ที่735/2568 ที่ 731/2568และ ที่ 734/2568 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1บช.ปส.ดำเนินคดี
ทั้งนี้จะต้องสอบปากคำพยานอีกหลายปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากรผู้ต้องหา และอื่น ๆด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมดไว้มีกำหนด 12 วันตั้งแต่วันที่ 31ธันวาคม2568 ถึง 11 มกราคม 2569
ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอัตราโทษสูง หากปล่อยชั่วคราวเกรงจะหลบหนี
ศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

