xs
xsm
sm
md
lg

เมาแล้วขับปีใหม่ โทษหนัก คุกรออยู่ ศาลพร้อมตัดสินไม่มีวันหยุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศาลย้ำเมาแล้วขับฉลองปีใหม่ โทษหนักไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเปิดทำการไม่มีวันหยุดเพื่อตัดสินคดีทันที ทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนใบขับขี่ ความยุติธรรมไม่มีวันหยุด

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของทุกปี ปัญหา “เมาแล้วขับ” ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่อุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และการสูญเสียชีวิตจำนวนมากบนท้องถนน ส่งผลให้คดีอาญาด้านการจราจรถูกนำขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ศาลยุติธรรมจึงเตรียมความพร้อมเปิดทำการพิจารณาคดีตลอดช่วงวันหยุด เพื่อให้ความยุติธรรมไม่หยุดชะงัก พร้อมย้ำเตือนประชาชนว่าการฝ่าฝืนกฎหมายโดยเฉพาะการเมาแล้วขับ มีบทลงโทษรุนแรงและไม่มีข้อยกเว้นแม้ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข

นายสุริยัณห์ หงษ์วีไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า นหยุดช่วงทศกาลปีใหม่ของทุกๆ ปี จะมีสถิติของการกระทำความผิดที่ถูกฟ้องต่อศาลเป็นจำนวนมากคือความผิดตามพระราชบัญญัติจราจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ตามมาตรา 43 ที่บัญญัติห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ซึ่งมีบหลงโทษอยู่ในมาตรา 160 ตรี บัญญัติว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องรับโทษเพิ่มขึ้นคือจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปีและปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ถ้าหากเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-6 ปีและปรับตั้งแต่ 40,00,00 -120,000 บาท และให้ศาลสังพักใช้ใบอนุญาตขับขี่มีกำหนดไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

อีกข้อหาหนึ่งที่ถูกฟ้องมามาก คือขับรถและเสพยาเสพติด ซึ่งมาตรา 43 ทวิ บัญญัติห้ามมีให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือเสพวัตถที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท โดยมีการกำหนดโทษไว้ในมาตรา 157/1 วรรคสอง ว่าต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ และกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอีกหนึ่งในสาม และให้ศาลสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ของผู้นั้นมีกำหนดไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ ซึ่งสัดส่วนโทษที่เป็นฐานในการที่ศาลจะลงโทษผู้เสพยาเสพติดขณะขับขี่ คือจากที่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 162 ให้ระวางโทษผู้เสพยาเสพติดให้โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นเมื่อต้องพิจารณาเพิ่มโทษหนึ่งในสาม ผู้ขับขี่เสทยาเสพดจะมีโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี 4 เดือนหรือปรับไม่เกิน 26,666.66 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวย้ำว่า แม้จะเป็นช่วงวันหยุดราชการ ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ทั้งศาลจังหวัดและศาลแขวง ยังคงเปิดทำการเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการผัดฟ้อง ฝากขัง ตรวจสอบการจับกุม การออกหมายจับ หมายค้น การพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราว การรับชำระค่าปรับ และการออกหมายปล่อย โดยเฉพาะคดีอาญาที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง เช่น คดีเมาแล้วขับที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งกฎหมายกำหนดให้อัยการต้องยื่นฟ้องภายใน 48 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วประเทศก็เปิดทำการในช่วงวันหยุดเช่นกัน เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนอย่างรอบด้าน สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของศาลยุติธรรมที่ยืนยันว่า “ความยุติธรรมไม่มีวันหยุด” พร้อมส่งสารเตือนไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า การเคารพกฎหมายและหลีกเลี่ยงการเมาแล้วขับ คือหนทางเดียวที่จะทำให้เทศกาลปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริงสำหรับทุกคนในสังคม
กำลังโหลดความคิดเห็น