กกต ยืนยันเดินหน้าเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ไม่เลื่อน ด้านอนุทินปฏิเสธร่วมเวทีดีเบต อ้างยังต้องปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แก้ปัญหาชายแดน และไม่ถนัดการพูดในเวลาสั้น ขอให้ผลงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์
เมื่อไฟสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชาสงบลง ด้านหนึ่งก็เป็นการทำให้สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าจัดการเลือกตั้งได้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเดิมทุกประการ โดยในเรื่องนี้นายแสวง บุญมีเลขาธิการกกต. กล่าวว่า เชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และกว่าจะถึงวันนั้นคิดว่าสถานการณ์น่าจะพร้อม สำนักงานพรรคการเมืองผู้สมัครและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรวมถึงสถานการณ์ความปลอดภัยของประชาชนและความสะดวก ต้องให้ได้ครบทุกอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่กกต.ได้ตั้งบริหารไว้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมไม่ว่าจะเป็นวันใดก็แล้วแต่แต่ขณะนี้กกต.ก็ได้มีการเตรียมและมีการประสานข้อมูลโดยขณะนี้สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ได้
สำหรับการมาตรการไม่ให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงเสียสิทธิในการเลือกตั้งนั้น นายแสวง ระบุว่า กกต.จะหารือกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อหาแนวทางให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวได้รับความสะดวกจะไม่เสียสิทธิในการออกไปเลือกตั้ง ส่วนการอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยในพื้นที่กัมพูชา ทุกพื้นที่ที่มีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล เปิดให้ลงทะเบียนซึ่งก็ต้องรอดูว่าจะมีปัญหาหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องดูว่ามีจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามตินอกราชอาณาจักรเท่าใด คิดว่าสถานกงสุลที่ได้ประเมินสถานการณ์ความเหมาะสม จะเตรียมความพร้อมเพื่อให้ออกมาด้วยความเหมาะสม
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ปฏิเสธการร่วมเวทีดีเบตเลือกตั้ง 3 ประการ ว่า 1. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมมีหน้าที่ต้องบริหารสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งผมจะมีข้อจำกัด ไม่สามารถนำเสนอข้อมูลใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของกองทัพและส่วนราชการที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอยู่เหนือกว่าประโยชน์ใดๆ 2. ในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมยังมีหน้าที่ที่ต้องบริหารราชการจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ การตอบรับไปร่วมเวทีดีเบตหรือให้สัมภาษณ์ในรายการต่างๆ เพื่อหาเสียง อาจจะส่งผลกระทบต่องานราชการได้ 3. เป็นเหตุผลส่วนตัว จากประสบการณ์ ผมไม่สบายใจกับบรรยากาศของการดีเบต ที่บ่อยครั้งจะมีการสร้างวาทกรรมโจมตีกันไปมา ประกอบกับ ผมมีข้อจำกัดส่วนตัว ไม่สามารถพูดอย่างที่ตั้งใจได้ในเวลาสั้นๆเพียง 1-3 นาที เกรงว่าจะทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้
"ผมเห็นว่าการนำเสนอนโยบายสาธารณะเพื่อให้พี่น้องประชาชนพิจารณาตัดสินใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งนั้น ต้องมีเวลาทั้งผู้พูดและผู้ฟัง ผมไม่ใช่คนพูดเก่งที่จะเหมาะกับเวทีดีเบตลักษณะนี้ จึงขอใช้เวลาไปกับการทำงานให้ประชาชน และขอให้ผลการทำงานของผมได้พูดแทนผมนะครับ" นายอนุทิน กล่าว

