xs
xsm
sm
md
lg

ประชุม ก.ตร.ล่ม 'ภูมิธรรม' สั่งเลื่อน 'บิ๊กเต่า' ร้อง กมธ.ตรวจสอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ประชุม ก.ตร.ล่ม "ภูมิธรรม" สั่งเลื่อนแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ "บิ๊กเต่า" ร้อง กมธ.ตรวจสอบปมแต่งตั้งไม่เป็นธรรม ชี้ละเลย พ.ร.บ.ตำรวจ หวั่นระบบอุปถัมภ์ครองเมือง

การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจกำลังมีปัญหาพอสมควร ภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ต้องเลื่อนออกไปก่อนและนัดประชุมกันใหม่ในวันที่ 31 ส.ค.2568 เวลา 15.00 น.

ทั้งนี้มีรายงาน การประชุมก.ตร.เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายภูมิธรรมได้มีการประชุมลับกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก่อนวาระการประชุม เวลา 15.00 น. ล่วงเลยไปถึงเวลา 17.20 น. รวมนานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนเริ่มการประชุม ก.ตร. และเดินทางกลับในเวลา 18.00 น. ใช้เวลาประชุมประมาณ 40 นาที โดยระหว่างการประชุมเมื่อเข้าวาระที่ 4 เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ นาย ภูมิธรรม ได้พูดสั้นๆขึ้นว่า "เลื่อน" ก่อนที่จะลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และเดินออกจากห้องประชุมทันที

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) ยื่นหนังสือต่อน.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอความเป็นธรรม ในการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งและการโยกย้ายเปลี่ยนตำแหน่ง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาสร้างความแตกแยกในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่มองว่าน่าจะเป็นตัวแทนของผู้ที่ได้รับสิทธิ์แต่ถูกลิดรอนสิทธิ์อีกหลายคน ที่ไม่ได้มาร้องด้วยตนเอง เพื่อให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กลับไปทบทวน เรายอมรับว่าช่วงการปฏิวัติไม่มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจ พ.ศ. 2565 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการพิจารณา การทำอะไรในขณะนั้นทำได้ด้วยดุลยพินิจและใช้ระบบอุปถัมภ์ แต่เมื่อมีพ.ร.บ.ตำรวจแล้ว ก็ต้องกลับมาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อความเป็นธรรมกับคนที่ทำงานโดยตรง ซึ่งพ.ร.บ.ตำรวจมีจุดมุ่งหมายในการแบ่งส่วนของผู้ที่มีคุณสมบัติอาวุโส 50% อีก 50% ให้คิดอาวุโสประกอบความรู้ความสามารถ เจตนารมณ์ต้องการให้คนทำงานได้รับขวัญกำลังใจ ในการที่ได้พิจารณาความรู้ความสามารถ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่การที่มีกฎเกณฑ์กติกาแล้วไม่ปฏิบัติหรือเลือกปฏิบัติ เมื่อผลสัมฤทธิ์ออกมาบ่งบอกถึงการใช้ดุลยพินิจ ซึ่งอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย

“ผมมองว่าการกระทำที่เกิดขึ้นหมิ่นเหม่ต่อข้อกฎหมาย เรารู้แล้วว่าผลลัพธ์ที่ออกมาใกล้ตัวกับผู้มีอำนาจ และไม่มีผลการปฏิบัติอย่างแท้จริง เรารู้ เราเห็น เพราะทำงานด้วยกันมา ใครขาว ใครเทา ใครดำ เพราะฉะนั้น สิ่งที่กมธ.ตำรวจ ทำได้คือการให้ความเป็นธรรมกับทุกคนด้วยความเสมอภาค เจตนารมณ์ของกฎหมายคือต้องการเห็นตำรวจตั้งใจทำงานให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้รับความยุติธรรม แข่งการทำความดีให้พี่น้องประชาชน ใครที่เทาๆ ดำๆ ก็ต้องมีการพิจารณาว่าไม่ควรหรือไม่อย่างไร ขอให้ก.ตร.พิจารณาเรื่องนี้ด้วย”พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น