กำแพงเพชร - อุทาหรณ์เหยื่อแอพเงินกู้ออนไลน์..หลังครูสาวหลงกู้เงินเจอดอกโหดไม่พอ ล่อให้กู้โปะกลายเป็นวัวพันหลัก สุดท้ายจ่ายไม่ไหว โดนแก๊งมิจฉาชีพขุดข้อมูลคนรอบข้างประจานทำคนเข้าใจผิดทั้งจังหวัด-เดือดร้อนทั้ง อบต. พอเรียกเจ้าตัวเคลียร์วันเงินเดือนออกคิดว่าโดนบังคับ-อินฟูลดังขยายปมซ้ำ เรื่องลามขึ้นโรงพักอีก
กรณีผู้ใช้ Tiktok ชื่อ @futkong_lewjunjin (futkong) ฟุตกอง ซึ่งเป็นอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยถึงกลโกงและช่วยเหลือผู้ที่เสียหายจากแอพเงินกู้ดอกเบี้ยโหดเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งก็มีวิธีการทวงเงินผู้ที่สมัคร-กู้เงินไป และไม่ชำระตามกำหนด นำข้อมูลของผู้อื่นที่อยู่รอบข้างไปโพสต์ประจานให้เกิดความเสียหายในโลกโซเชียลฯ จนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
ล่าสุดอินฟูลฯคนดังกล่าวได้โพสต์ถึงกรณีครูสาวใน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ที่ถูก นายก อบต.วังบัว อ.คลองขลุง เรียกสอบถามข้อเท็จจริง และสั่งให้โอนเงินให้กับแอพเงินกู้ที่ออกมาโพสต์ประจาน ซึ่งก็มีพฤติกรรมเป็นมิจฉาชีพหลอกให้กู้เงินจากแอพนั้นไปจ่ายแอพนี้หากผู้กู้หมุนเงินไม่ทัน
พร้อมร้องขอให้ชาวเน็ตออกมาเซฟครูสาวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะนายก อบต.คนดังกล่าว จะตั้งคณะกรรมการสอบและอาจจะไล่ครูสาวออกจากงาน ซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมเสีย โดยตนได้แนะนำครูสาวว่าให้หยุดจ่ายเงิน แต่แอพเงินกู้ก็โทรมาที่ทำงานและนำรูปภาพของคนที่อยู่รอบข้างไปโพสต์ลงโซเชียลฯ ประจานทำให้องค์กรเสื่อมเสีย
โดยครูสาวได้ให้ข้อมูลอีกว่านายก อบต.ได้นำโทรศัพท์ของตนเองไปเปิดดูข้อมูลและพบแอพพลิเคชั่นเงินกู้ต่างๆ พร้อมบังคับให้โอนเงินให้กับแอพเงินกู้จะได้จบปัญหา
อินฟูลเอนเซอร์ ระบุด้วยว่า แอพเงินกู้เหล่านี้คือมิจฉาชีพ จึงได้นัดทนายอั๋น และรวบรวมผู้เสียหายเพื่อไปร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้จัดการแอพเงินกู้ผิดกฎหมายเหล่านี้ ส่วนเรื่องของครูสาวตนมองว่านายก อบต. ทำเกินหน้าที่ แทนที่จะปกป้องครูสาวที่เป็นลูกน้อง แต่ทำไมกลับมาปกป้องมิจฉาชีพ แล้วแบบนี้จะดูแลความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างไร ซึ่งก็เข้าไปวุ่นวายกับครอบครัวครูสาวจะให้เอาเงินเดือนของครูสาวไปจ่ายแอพเงินกู้ทั้งหมด ซึ่งครูสาวมีลูกที่ต้องดูแล ทำไมถึงไปวุ่นวายแบบนั้น
ด้านนายถาวร เหมือนศรี นายก อบต.วังบัว อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พร้อมเจ้าหน้าที่ของ อบต.รวม 7 คน ได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คลองขลุง เมื่อ 27 ส.ค.68 ดำเนินคดีกับ “ฟุตกอง” อินฟูลเอนเซอร์ชื่อดังที่ได้นำคลิปไปโพสต์ลงโซเชียล อ้างว่านายก อบต. เป็นคนบังคับให้ครูสาวโอนเงินให้กับแอพเงินกู้ที่เป็นมิจฉาชีพ ซึ่งข้อความในคลิปเป็นการใส่ความให้เกิดความเสียหาย
แท้ที่จริงแล้วเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดย นายก อบต. และเจ้าหน้าที่นิติกร ของ อบต. ต้องการทราบข้อเท็จจริงและร่วมกันแก้ปัญหาให้กับครูสาวในสังกัดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเท่านั้น แต่กลับเอาเรื่องดังกล่าวไปร้องกับอินฟูลชื่อดังจนทำให้เกิดความเสียหายวงกว้าง
นายถาวร นายก อบต.วังบัว ยืนยันว่าไม่ได้มีการบังคับให้ครูสาวในสังกัดทำการโอนเงินใช้หนี้มิจฉาชีพในแอพเงินกู้นอกระบบ เพียงแต่ทราบเรื่องแล้วได้มีการพูดคุยหาแนวทางออกร่วมกัน ซึ่งตรวจสอบก็พบว่ามีการกู้เงินจริงและไม่ได้มีการจ่ายเงินคืนแต่อย่างใด จนมีการทวงเงินโดยการนำรูปของเพื่อนร่วมงานและคณะผู้บริหารไปโพสต์ประจานใส่ร้ายว่าร่วมกันฉ้อโกงเงิน ซึ่งคนรอบข้างหรือคนในพื้นที่ก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงจนทำให้เกิดความเดือดร้อน
“ได้กำชับให้ครูสาวไปแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่าทำให้เกิดความเดือดร้อนกับเพื่อนร่วมงาน จนอินฟูลคนดังได้นำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์ลงโซเชียลฯทำให้เกิดความเสียหายตนเองก็ต้องรักษาสิทธิ์ขององค์กรเอาไว้โดยการเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ”
น.ส.พัชรา รักษาคุณ อายุ 43 ปี นิติกร องค์การบริหารส่วนตำบลวังบัว เล่าว่าหลังจากมีการโพสต์ทวงเงินติดตามหนี้จนคนที่ไม่เกี่ยวข้องเกิดความเสียหาย ตนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ในส่วนของครูสาว ทางนายก อบต. ก็ได้เชิญเข้ามาพูดคุยถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหาแนวทางแก้ไขปัญหา ที่บอกมีการนำข้อมูลในโทรศัพท์ของครูสาวออกมาเผยแพร่โดยพละการก็ไม่เป็นความจริง เพราะว่าครูสาวเป็นคนนำข้อมูลเข้ามาให้เราได้ตรวจสอบเอง นายก อบต. ก็ไม่ได้บังคับเอาข้อมูลและให้โอนเงิน
ทั้งนี้ครูสาวต้นเรื่อง ได้เปิดใจว่า ได้กู้เงินในแอพ ซึ่งก็มีการโฆษณาให้เห็นถึงจำนวนเงินที่จะได้รับ แต่พอสมัครกู้เงินสำเร็จ ซึ่งได้ยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลทุกอย่างของตนเอง แต่จำนวนเงินที่ได้กลับไม่ตรงกับที่บอก ดอกเบี้ยทวีคูณสูงถึงสองในสามของเงินต้น พอมาถึงจุดหนึ่งที่ไม่มีเงินชำระก็ต้องสมัครแอพใหม่เพื่อนำเงินไปโปะ ซึ่งก็มีการเสนอเงินให้กู้อีกก้อนใหญ่ แต่ตนเองไม่ได้ตัดสินใจกู้เพราะคิดว่าน่าจะผ่อนไม่ไหวกลายเป็นวัวพันหลัก
อย่างไรก็ตาม หากคนไม่มีเงินจริงๆ ก็ต้องกู้มาเพราะวิธีการสมัครแอพเงินกู้ไม่ได้ยากอะไรแค่กดยืนยันข้อมูลส่วนตัวให้เข้าถึงได้ก็ได้เงินแล้ว แต่พอตนหยุดจ่ายหนี้ก็เริ่มมีการโทรคุกคาม จนตนบล็อกและไม่รับสายตัดการสื่อสารทุกทาง สุดท้ายก็มีการนำภาพของบุคคลที่อยู่ในที่ทำงานมาโพสต์ประจาน ซึ่งตนก็เชื่อว่ามันคงเป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะใช้ในการทวงเงิน
ส่วนประเด็นที่อินฟูลฯพูดถึง นายก อบต. บังคับให้ตนเองนำเงินมาชำระภายในวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมา เพราะเงินเดือนของตนออก สถานการณ์ในห้องของนายก อบต. ตอนนั้นตึงเครียด มีเจ้าหน้าที่หลายคนรุมเพื่อให้ตนหาทางออกอยู่นั้น ก็ยอมรับว่าความรู้สึกเหมือนกับถูกบังคับให้ต้องจบเรื่องให้เร็วที่สุด
“ขณะนั้นตนวิตกในทุกด้านในหัว ไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไร หลังจากที่ทราบข้อมูลว่าตนต้องหาเงิน 38,000 บาท มาปิดหนี้ในแอพเงินกู้ ก็ถูกจำกัดเรื่องเวลาที่จะต้องหาเงินมาจัดการเรื่องให้จบ ซึ่งตนขอเวลาหนึ่งสัปดาห์ก็ไม่ได้ 3 วันก็ไม่ได้ แต่กลับบอกว่าขอให้เป็นวันพรุ่งนี้ต้องจบ ตนเลยสับสนและไม่เข้าใจว่าอันนี้คือบังคับหรือไม่”
ซึ่งข้อมูลทุกอย่างตนก็เอาสเตทเม้นท์มาให้ดูก็ยังติดลบอยู่ดี ตนได้มีการพูดคุยปรึกษากับอินฟูลคนดังกล่าว เพื่อขอความช่วยเหลือ จนมีการนำไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียลฯ ซึ่งอยากจะขอเตือนผู้ที่คิดที่จะกู้เงินในแอพออนไลน์ ว่าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะว่าการโฆษณาบางครั้งก็ชวนเชื่อจนเราตกเป็นเหยื่อ โดยหลายคนที่กู้มาแล้วไม่จ่ายก็มีเยอะ แต่สำหรับตนเป็นข้าราชการครูพอถึงจุดที่ไม่จ่ายก็มีช่องโหว่ให้มิจฉาชีพทวงโดยวิธีดังกล่าว
“หลังจากเกิดเรื่องตนก็เพิ่งจะเดินทางมาพบ นายก อบต. เพื่อพูดคุยและขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็เป็นบทเรียนชีวิตที่สำคัญมาก และจะไม่กลับไปกู้เงินในแอพเงินกู้นอกระบบแบบนี้อีก”
ครูสาวและ นายก อบต. พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้มีการพูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งครูสาวก็ได้มีการขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และนายก อบต. ก็ได้ให้โอกาสในการแก้ไขและจัดการเรื่องตนเองอย่าให้เกิดขึ้นอีก ส่วนเรื่องคดีความที่เข้าไปแจ้งความกับอินฟูลคนดังกล่าว ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

