“เสธ.เบิร์ด” เล่าเหตุการณ์ทหารไทยจับเชลยศึกเขมรคาคูเลต ช่องซำแต หลังยอมจับนนเหตุกระสุนปืนเล็กหมด เหลือแต่อาร์พีจีจำนวนมากแต่เครื่องยิงมีเครื่องเดียวเก่าๆ ยิงสู้ไทยไม่ได้แน่ จึงยอมแพ้ ย้ำฝ่ายไทยต้องควบคุมตัวไว้ก่อนจนกว่าการขัดกันของอาวุธจะสิ้นสุดลง
วันที่ 6 ส.ค. พลตรี วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมยุทธการทหาร และรองโฆษกกองทัพไทย กล่าวตอนหนึ่งในรายการพิเศษ “เกาะติดไทยกัมพูชา PPTV HD36” เกี่ยวกับการจับเชลยศึกกัมพูชา 18 คนที่ช่องซำแต จ.ศรีสะเกษ ว่า ที่เรายังไม่ปล่อยในขณะนี้ เพราะตามหลักการจะปล่อยเมื่อการขัดกันของอาวุธสิ้นสุดลง
พลตรี วันชนะ เล่าว่า การจัดกุมดัวได้นั้น เพราะเขายอมจำนน มีการยกมือ ทหารพรานฟังเสียงเเขา เขาบอกว่ายอมแพ้แล้ว ยอมแพ้แล้ว ซึ่งทหารที่ลงไปเป็นทหารม้า ทหารพราน ทหารราบบางส่วน ลงไปในแนวคูเลต ฝ่ายเราก็ส่งภาษากัมพูชาไปว่าถ้ายอมแพ้ให้วางอาวุธลง แล้วเดินออกมาทีละคน เขาก็เดินออกมาทีละคน เราก็จับตรวจร่างกาย
พลตรี วันชนะ กล่าวว่า หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเขาไม่มีการยิงสู้ ทำไมเขาถึงยอมแพ้ หลังจากที่สู้กันอยู่สักพักหนึ่ง ตนก็ถามน้องไปว่า ทำไมเขาถึงยอมแพ้ ทำไมไม่ยิงสู้ เขาบอกว่ากระสุนหมด กระสุนปืนเล็กหมด เขามีลูกกระสุน RPG เยอะมาก แต่ที่ไม่ยิงต่อสู้ เพราะเครื่องยิงมีเครื่องเดียว และเก่ามาก นั่นหมายความว่าเขายิงมาลูกแรก เราสวนกลับไป เขายิงกลับมาไม่ทัน เราก็เลยจับได้
พลตรี วันชนะ กล่าวอีกว่า เมื่อเขายอมแพ้ เราจับได้ เขาก็เป็นเชลยศึก เราก็ปฏิบัติตามหลักสากล อนุสัญญาเจนีวา หลักมนุษยธรรม ให้ข้าวให้น้ำเครื่องนุ่งห่มอย่างดี ไม่มีการเค้นความลับ หากเราถามแล้วเขาตั้งใจตอบ หมายความว่าเต็มใจ เราก็ได้เท่าที่เขาเต็มใจ วันนี้ในเมื่อการขัดกันของอาวุธยังไม่จบลง ก็ต้องเก็บเขาไว้ฝั่งเรา

