xs
xsm
sm
md
lg

ทภ.2 ยกระดับคุม “โดรน” หลังพบขบวนบินว่อนที่ อุบลฯ เผย "เลเซอร์พลังงานสูง" สุดไฮเทคพร้อมสอยร่วง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ช่วงเช้าวันนี้ (2 ส.ค.) ทางกองทัพบกได้รายงานข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาระบุว่า
.
จ.อุบลราชธานี – วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 20.20 น. : หน่วยทหารจาก กองพันทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อ.วารินชำราบ ตรวจพบ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) จำนวน 4 ลำ บินอยู่ภายในพื้นที่ของหน่วย โดยมีลักษณะจัดรูปขบวนเป็นแถวตอน ความสูงประมาณ 200–300 เมตร โดยโดรนดังกล่าวบินมาจากทิศทางของ กองพันทหารราบที่ 6 พัน.3 ผ่านบริเวณ หมวดยานยนต์ ก่อนมุ่งหน้าไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ติดตามสายตาการเคลื่อนไหวของโดรนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงบริเวณ ประตูแดง ซึ่งภายหลังพบว่าโดรนได้มุ่งหน้าต่อไปยัง อำเภอเมืองอุบลราชธานี
.
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานการยิงหรือสกัดกั้น และอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นการฝึก การสำรวจ หรือการบินโดยไม่ได้รับอนุญาต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการสอบสวนและติดตามความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เพื่อประเมินความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ต่อไป
.
ต่อมาในเวลา 23.25น. เฟซบุ๊กเพจ SMART Soldiers Strong ARMY ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า ล่าสุด ณ กองบิน 1 ศูนย์ทดสอบอาวุธทางอากาศ ได้ทำการทดสอบยิงเลเซอร์พลังงานสูง (High-Energy Laser) ทำลายเป้าหมายโดรนในเวลากลางคืนได้อย่างแม่นยำ พร้อมระบุข้อความว่า
.
"... “หากศัตรูซ่อนตัวในเงามืด เราจะเป็นแสงที่มองเห็นมันก่อนใคร” เลเซอร์พร้อมยิง — ทหารไทยพร้อมรบ : Directed Energy Weapon (DEW) คืออาวุธยุคใหม่ที่กองทัพอากาศไทยพัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามไร้รูปแบบ โดยเฉพาะ “โดรน” ที่ใช้เป็นเครื่องมือโจมตีแบบลับ-เร็ว-รุนแรง" นี่ไม่ใช่การทดลอง แต่มันคือ “คำเตือน” ถึงผู้คิดคุกคาม ทุกจุดบนผืนแผ่นดินไทย ท้องฟ้าไทย จะได้รับการปกป้องด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและด้วยหัวใจของนักรบที่ไม่มีวันละสายตา ขอให้ประชาชนมั่นใจ — ความมั่นคงของชาติอยู่ในการพิทักษ์ของกองทัพไทย"

ก่อนที่ช่วงเช้าวันนี้ กองทัพภาคที่ 2 จะประกาศว่า "กองทัพบกบูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับมาตรการรับมือภัยคุกคามจากโดรน หลังพบมีความพยายามบินตรวจการณ์ที่ตั้งทางทหาร" โดยมีรายละเอียดดังนี้
.
กองทัพบกบูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับมาตรการรับมือภัยคุกคามจากโดรน หลังพบมีความพยายามบินตรวจการณ์ที่ตั้งทางทหาร
.
ตามที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ออกประกาศ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เรื่องห้ามมิให้ผู้ใดบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือ “โดรน” ที่ควบคุมการบินจากภายนอก, ทุกวัตถุประสงค์การใช้งาน, และทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชาในปัจจุบัน
.
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ได้รับมอบหมาย มีอำนาจในการใช้ระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone System) รวมถึงสามารถดำเนินการทำลายโดรนจากภาคพื้นดินได้ทันที
.
ในการนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ถึง 4 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ถึง 4 ดำเนินมาตรการตามแนวทางดังต่อไปนี้
.
• ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด โดยมีรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้รับผิดชอบในการหารือและประสานการปฏิบัติกับส่วนราชการ หน่วยงาน และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยให้ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคเป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุมและวางแผนภาพรวมในการป้องกันและต่อต้านการใช้โดรนไม่ทราบฝ่าย
.
• ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด หน่วยงานความมั่นคง ภาคเอกชน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว ประกอบด้วยกำลังจากฝ่ายพลเรือน ตลอดจนตำรวจจากสถานีตำรวจภูธร และสารวัตรทหาร เพื่อดำเนินการสกัดกั้นและติดตามจับกุมผู้บังคับหรือใช้โดรนไม่ทราบฝ่าย
.
สำหรับแนวทางการใช้อาวุธในการต่อต้านอากาศยานไร้นักบิน แบ่งเป็นกรณี ดังนี้
1.กรณีมีการใช้อาวุธก่อน หรือพบพฤติการณ์เป็นภัยคุกคามร้ายแรง ที่อาจกระทบต่อชีวิตของกำลังพลและประชาชน รวมถึงอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ให้หน่วยที่วางกำลังตามแนวชายแดนสามารถใช้อาวุธประจำกายหรืออาวุธประจำหน่วยเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามได้ทันที
.
2.กรณีตรวจพบในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และ 2
• พื้นที่แนวหน้า: สามารถใช้ทั้งมาตรการ Soft Kill และ Hard Kill ได้
• พื้นที่ส่วนหลัง: ให้ใช้ Soft Kill เป็นลำดับแรก หากไม่สามารถดำเนินการได้ จึงให้ใช้ Hard Kill โดยต้องใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน
.
3.กรณีตรวจพบในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 และ 4
• ให้เน้นการใช้มาตรการ Soft Kill ก่อนเป็นลำดับแรก หากสถานการณ์จำเป็น ให้ใช้มาตรการ Hard Kill ตามความเหมาะสม
• การใช้อาวุธให้ถือเป็นความรับผิดชอบหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหน่วยทหารสามารถใช้อาวุธได้เฉพาะในขอบเขตที่ตั้งและพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย โดยใช้อาวุธที่มีความแม่นยำสูง และต้องไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์
.
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการบังคับหรือปล่อยอากาศยานไร้นักบิน ที่อาจฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนความมั่นคง 1374 ตลอด 24 ชั่วโมง
.......
Sondhi X


กำลังโหลดความคิดเห็น