xs
xsm
sm
md
lg

เลขาฯ กฤษฎีกาแจงชัด "รักษาการนายกฯ" ไร้อำนาจยุบสภา-ตั้งรัฐมนตรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แจงชัด รองนายกฯ รักษาการ ไม่มีอำนาจยุบสภาหรือแต่งตั้งรัฐมนตรี เพราะเป็นเพียงผู้ที่นายกฯ มอบหมาย ไม่มีอำนาจในเชิงโครงสร้าง ขณะที่ภูมิธรรม นายกฯ รักษาการ และชูศักดิ์ รมต.สำนักนายกฯ โยนให้เจ้าตัวพูดทั้งคู่ ยอมรับ ครม.นัดพิเศษถกกันแต่ไม่ได้บันทึก

วันนี้ (7 ก.ค.) เฟซบุ๊ก "Alex Pakorn" ของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โพสต์ข้อความอธิบายว่า อำนาจในการเสนอแต่งตั้งรัฐมนตรีและยุบสภา เป็นอำนาจเฉพาะของนายกรัฐมนตรีผู้ได้รับความไว้วางใจจากสภาเท่านั้น ไม่ใช่ของรองนายกรัฐมนตรีที่รักษาการแทน เพราะในระบบรัฐสภาแบบเวสต์มินสเตอร์ (Westminster) ความไว้วางใจเป็นหัวใจหลัก นายกรัฐมนตรีมีอำนาจตามที่สภาให้ไว้ ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทน เป็นเพียงผู้ที่นายกฯ มอบหมาย ไม่มีอำนาจในเชิงโครงสร้าง เช่น การแต่งตั้งหรือปลดรัฐมนตรี และไม่มีอำนาจกราบบังคมทูลยุบสภา นอกจากนี้ หากนายกฯ พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีทั้งคณะจะสิ้นสุดลง และต้องเข้าสู่กระบวนการสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่โดยสภา ดังนั้นการยุบสภาในช่วงนี้จึงไม่สามารถทำได้ และไม่มีความชอบธรรมทางรัฐธรรมนูญ และย้ำว่า ระบบความไว้วางใจไม่ใช่แค่รูปแบบ แต่เป็นระบบหลักของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เป็นการมอบอำนาจหน้าที่ ส่วนที่เลขาธิการกฤษฎีการะบุ เป็นเพียงการยกตัวอย่างการปกครองในระบอบรัฐสภาแบบ Westminster ของประเทศอังกฤษ และได้มีการสอบถามว่าได้มีการพักราชการนายกฯ แบบ Westminster ซึ่งไม่มี เป็นหนึ่งความเห็นที่ควรพิจารณา รับฟัง แต่ไม่มีอะไรเป็นที่ยืนยัน

อย่างไรก็ตาม การใช้อำนาจใดขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองแต่ละช่วง ในเมื่อยังไม่ถึงสถานการณ์จะไปนั่งคิดทำไม วันนี้ไม่ใช่เวลานั่งคิดว่าจะอยู่หรือเราจะไป ต้องมานั่งคิดว่าจะทำงานให้เต็มที่ได้อย่างไร เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานทั้งหมด ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาทำให้เกิดความไม่แน่นอน ไปสร้างความไม่มั่นใจอะไรต่างๆ ปัญหาที่ยังไม่เกิดเราไม่ควรถาม ควรจะถามในปัญหาที่คิดว่าสำคัญว่าทำต่อไปอย่างไร และยังไม่รู้ว่าเรื่องจะออกบวกหรือลบอย่างไร ไม่ควรมาคิดเรื่องลบอย่างเดียว

ส่วนนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมดังกล่าวไม่มีการบันทึก เพียงแต่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ส่วนเลขาธิการสํานักงานกฤษฎีกาจะให้ความเห็นอย่างไรก็ไปถามเอาเอง เป็นความเห็นทางกฎหมาย แต่ละคนก็เห็นแตกต่างกัน อย่างนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ก็มีความเห็นแบบหนึ่ง ซึ่งไม่มีการบันทึก เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องไปพิจารณาดู ถึงกระนั้น ขอยังไม่ให้ความเห็น และปฏิเสธตอบคำถามเรื่องการยุบสภา

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า ในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร 1/2 มีการเสนอชื่อบิ๊กแก้ว พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด คนสนิทของบิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. เป็น รมว.กลาโหม แต่ไม่สามารถเข้ารับตำแหน่งได้เวลานี้ เนื่องจากติดคุณสมบัติพ้นจากตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่ครบ 2 ปี

อนึ่ง ข้อความในเฟซบุ๊กของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่า "อธิบายซ้ำ : ผมอธิบายว่าตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของบ้านเรา การเสนอแต่งตั้งรัฐมนตรีและการยุบสภา เป็นอำนาจเฉพาะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศที่ปกครองในระบอบรัฐสภาแบบ Westminster เป็นไปตาม "หลักความไว้วางใจ"


ประเทศไทยจะเห็นได้ชัดในประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความสรุปว่า ประธานสภา …. กราบบังคมทูลว่าสภาลงมติไว้วางใจให้ นาย/นางสาว … เป็นนายกรัฐมนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี


ส่วนกรณีประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ก็ชัดเจนว่า บัดนี้นาย/นางสาว … นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลเสนอชื่อบุคคลผู้สมควรไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เป็นรัฐมนตรี


จะเห็นได้ชัดว่าเป็นความไว้วางใจมาเป็นทอดๆ และพระมหากษัตริย์ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ตามที่สภาเสนอและประธานสภานำความกราบบังคมทูล หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลว่าสมควรไว้วางใจ


โดยนัยนี้เอง รองนายกรัฐมนตรี (รนม.) รักษาราชการแทนนายกฯ จึงไม่มีอำนาจเสนอแต่งตั้งรัฐมนตรี หรือเสนอให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง เพราะ รนม. รักษาราชการแทน นรม. นั้นเป็นเพียงรัฐมนตรีคนหนึ่งซึ่งได้รับความไว้วางใจจาก นรม. เฉกเช่นเดียวกับ รมต. คนอื่น ไม่ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร จึงจะแต่งตั้งหรือปลด รมต. คนอื่นๆ มิได้


หรือยิ่งไปกว่านั้นคือ รนม. รักษาราชการแทน นรม. จะเสนอให้ยุบสภา ถ้ายังมีผู้ดำรงตำแหน่ง นรม. อยู่ ยิ่งไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร หากเป็นเพียงผู้ซึ่ง นรม. ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ ว่าเป็นผู้สมควรไว้วางใจ ให้แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีเท่านั้น การยุบสภาจึงเป็นอำนาจเฉพาะของ นรม. เท่านั้น


กล่าวได้ว่าการกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รมต. ก็ดี หรือถวายคำแนะนำให้ยุบสภาก็ดี เป็นเรื่องของ นรม. ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากสภาให้เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารโดยแท้


ถ้า นรม. พ้นจากตำแหน่ง รนม. รักษาราชการแทน นรม. จะมีอำนาจเช่นนั้นหรือไม่ ต้องทราบว่าถ้า นรม. พ้นจากตำแหน่งไปไม่ว่าด้วยเหตุใด ผลคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และรัฐธรรมนูญบัญญัติรองรับไว้ว่า เมื่อ ครม. พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้ดำเนินการเพื่อให้มี ครม .ขึ้นใหม่ implication จึงชัดเจนว่าสภาต้องดำเนินการเพื่อให้มีการเลือก ครม. ใหม่ขึ้น


ดังนั้น จึงต้องมีสภาอยู่เพื่อดำเนินการดังกล่าว เป็นบทบังคับที่ต้องดำเนินการ สภาจึงไม่อาจถูกยุบได้ในห้วงเวลานี้ และถึงอยากจะทำก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีความชอบธรรมที่จะทำดังกล่าวมาข้างต้น


ถ้า นรม. เกิดป่วยจนปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้โดยสิ้นเชิง รนม .รักษาราชการแทน นรม .จะกราบบังคมทูลเพื่อยุบสภาได้ไหม ต้องบอกว่าในระบบความไว้วางใจนั้น ถ้าผู้ซึ่งสภาให้ความไว้วางใจปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้โดยสิ้นเชิง สภาก็ต้องเรียกประชุมกันเพื่อถอดถอนความไว้วางใจสำหรับท่านเดิม แล้วพิจารณาลงมติกันว่าสมควรไว้วางใจผู้ใดขึ้นแทน เป็นกระบวนการของสภาที่จะต้องปรึกษาหารือตกลงกัน ไม่ใช่กิจของผู้รักษาราชการแทน


ย้ำว่าคำว่า "ไว้วางใจ" ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ "แบบ" แต่มันคือ "ระบบ"


ที่เขียนมานี้เพียงเพื่ออธิบายหลักการของรัฐธรรมนูญตามความรู้ที่ร่ำเรียนมาเท่านั้น ถ้าอยากรู้ลึกๆ ให้ไปอ่านตำราประวัติศาสตร์ของระบบรัฐสภาแบบ Westminster ดู เอา ตั้งแต่สมัยพระเจ้า George I ที่เริ่มมี Prime Minister คนแรกคือ Sir Robert Whapole (later : 1st Earl of Oxford) ก็พอ"
กำลังโหลดความคิดเห็น