กองปราบบุกทลายแก๊ง "เอก ร้อยเสียง"คอลเซ็นเตอร์เมดอินไทยแลนด์ โทรศัพท์เลียนเสียง กุเรื่องลูก-หลานเกิดอุบัติเหตุ ก่อนหลอกญาติโอนเงินค่ารักษาพยาบาล พบมีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 30 ราย สูญเงินนับแสนบาท
วันนี้ ( 3 เม.ย.) ที่ กองปราบปรามพล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร , พ.ต.ท.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.3 บก.ป. นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด แบ่งเป็นพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 3 จุด และ จ.นครปฐม 1 จุด สามารถจับกุมสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไทย ได้จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายณรงค์เดช หรือเอก อายุ 41 ปี ,นายสุธี อายุ 39 ปี นางเฉลิมพร อายุ 37 ปี และ นายสงัด อายุ 64 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น”
สืบเนื่องจากเมื่อช่วงปลายปี 67 ได้มีผู้เสียหายจำนวนหลายรายเข้าร้องขอความช่วยเหลือหลังถูกมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงให้โอนเงิน โดยแผนประทุษกรรมของมิจฉาชีพดังกล่าวจะทำทีปลอมเสียงโทรศัพท์เป็นแฟนของหลานสาว ก่อนอ้างว่า หลานสาวเกิดอุบัติเหตุต้องการใช้เงินเป็นค่ารักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน หรือแม้กระทั่งปลอมเสียงเป็นบุตรชาย โทรศัพท์มาขอเงิน อ้างว่าเกิดอุบัติเหตุขับรถชนคนที่กรุงเทพฯ ต้องจ่ายเงินค่าทำขวัญ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ไป จนมาทราบความจริงภายหลังว่าถูกหลอกจึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำตั้งแต่คนทำหน้าที่โทรศัพท์หลอกเหยื่อ กลุ่มคนรับเปิดบัญชีม้าเพื่อใช้รับโอนเงินจากเหยื่อ คนสั่งการวางแผน ซึ่งสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนรู้จักหรือเพื่อนสนิทกัน ก่อนจะชักชวนมาร่วมกันก่อเหตุ โดยมี นายณรงค์เดช ฉายา "เอก ร้อยเสียง "เป็นหัวหน้าขบวนการ ซ้ำจากการตรวจสอบประวัตินายณรงค์เดช พบมีประวัติคดีฉ้อโกงมาแล้วกว่า 5 คดี ส่วนสมาชิกคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไทยกลุ่มนี้หลอกรวมกว่า 30 ราย สูญเงินนับแสนบาท เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ จนนำมาสู่การตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายนี้ได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกระทำผิดดังกล่าวจริง โดยเริ่มจากการรวมหัวกันวางแผนกับเพื่อนเพื่อหลอกญาติ เมื่อเห็นว่าได้ผลจึงเริ่มก่อเหตุกับบุคคลอื่น ๆ ส่วนเงินที่ได้มาจะนำมาแบ่งกัน เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังยอมรับว่า นอกจากพวกคนทั้ง 4 คนแล้ว ยังมีสมาชิกคนสำคัญอีก 1 คน ที่ร่วมกระทำผิดด้วย คือ นายยอด ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี ซึ่งหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป