xs
xsm
sm
md
lg

จอมโหดอาละวาดรอบใหม่! อิสราเอลประกาศขยายปฏิบัติการครั้งใหญ่ในกาซา ยูเอ็นประณามทัพยิวโจมตีขบวนรถฉุกเฉินการแพทย์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


เด็กชายผู้หนึ่งมองดูผนังอาคารที่ได้รับความเสียหายจากการถล่มโจมตีทางอากาศของกองทัพอิสราเอล ขณะที่ชาวปาเลสไตน์เข้าไปตรวจดูสถานที่ซึ่งเป็นคลินิกที่ดำเนินงานโดย UNRWA หน่วยงานยูเอ็นทำหน้าที่ช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ และเวลานี้ถูกดัดแปลงให้เป็นที่พักพิงของชาวปาเลสไตน์ผู้พลัดถิ่นที่อยู่ เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) ที่ผ่านมา อาคารแห่งนี้ อยู่ในเมืองจาบาเลีย ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา
อิสราเอลประกาศในวันพุธ (2 เม.ย.) ขยายปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในกาซา ระบุจะเข้ายึดพื้นที่กว้างขวางในดินแดนนี้เพื่อขยายเขตความมั่นคงของตน รวมทั้งจะสั่งอพยพชาวปาเลสไตน์จำนวนมากออกไป ด้านยูเอ็นประณามกองทัพยิวโจมตีขบวนรถฉุกเฉินและการแพทย์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน 15 คนเสียชีวิต

อิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของรัฐยิว แถลงวันพุธ (2) ว่า อิสราเอลกำลังขยายการปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่และยึดพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อผนวกเข้ากับเขตความมั่นคงเดิมของตน แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เล็งยึดพื้นที่กว้างขวางแค่ไหน โดยอ้างเหตุผลว่า การดำเนินการนี้มีเป้าหมายในการทำลายล้างกลุ่มก่อการร้ายและโครงสร้างพื้นฐานในการก่อการร้าย

นอกจากนั้นอิสราเอลยังจะสั่งอพยพชาวปาเลสไตน์จากบริเวณที่มีการสู้รบ แคตซ์สำทับว่า ทางเดียวในการยุติสงครามคือประชาชนในกาซาต้องช่วยกันกำจัดกลุ่มฮามาส และช่วยเหลือตัวประกันอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลออกคำเตือนให้ชาวปาเลสไตน์อพยพออกจากเมืองราฟาห์ทางใต้ของกาซาไปยังย่านอัล-มาวาซี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายหาดริมทะเล ในเมืองข่านยูนิส ที่รัฐยิวเคยกำหนดเป็นเขตมนุษยธรรม

จากข้อมูลของกิชา ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนในอิสราเอล ปัจจุบัน กองทัพอิสราเอลควบคุมพื้นที่ราว 62 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 17% ของพื้นที่ทั้งหมดของฉนวนกาซา โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตกันชนรอบบริเวณสุดเขตแดนฉนวนกาซา

การที่กองทัพอิสราเอลเข้ายึดพื้นที่เพื่อขยายเขตกันชน โดยเป็นบริเวณซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่รวมถึงบ่อน้ำ ระบบสูบน้ำเสีย และโรงงานบำบัดน้ำเสีย ตลอดจนถึงพื้นที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่ จะยิ่งเพิ่มความกดดันให้แก่ความสามารถในการพึ่งพิงตนเองของกาซา

ขณะเดียวกัน พวกผู้นำอิสราเอลได้ประกาศแผนอำนวยความสะดวกชาวปาเลสไตน์ที่สมัครใจอพยพออกจากกาซา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯได้เรียกร้องให้อพยพชาวปาเลสไตน์ 2.4 ล้านคนออกไปอยู่ที่อื่น อย่างเช่น อียิปต์ และ จอร์แดน เป็นการถาวร และจากนั้นก็จะพัฒนากาซาเป็นดินแดนรีสอร์ทริมทะเลภายใต้การควบคุมของอเมริกา ถึงแม้แผนการดังกล่าวถูกประณามคัดค้านทั้งจากชาวปาเลสไตน์และชาติอาหรับ ตลอดจนประเทศมุสลิมทั่วโลก

คำแถลงในครั้งนี้ของแคตซ์ มีขึ้นหลังจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ย้ำข้อเรียกร้องให้ฮามาสปลดอาวุธและออกไปจากกาซา และเสริมว่า การกดดันทางทหารเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการนำตัวประกัน 59 คนที่ยังถูกคุมขังอยู่ในกาซากลับอิสราเอล

ทั้งนี้ อิสราเอลฟื้นการโจมตีทางอากาศใส่กาซาเมื่อวันที่ 18 มี.ค. จากนั้นก็เริ่มการบุกภาคพื้นดินครั้งใหม่ หลังจากฉีกข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับฮามาสที่ใช้อยู่เกือบสองเดือน

ในวันพุธ กระทรวงสาธารณสุขของกาซาระบุว่า มีผู้ถูกสังหารไป 41 คน จากการโจมตีของอิสราเอลในวันนั้น โดยที่ 19 คนซึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กๆ หลายคนเสียชีวิตจากการที่รัฐอิสราเอลโจมตีทางอากาศใส่คลินิกของสหประชาชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งกำลังถูกใช้เป็นที่พักอาศัยของพวกผู้พลัดถิ่น ก่อนหน้านั้น ทางกระทรวงแถลงเมื่อวันอังคาร (1) ว่า มีผู้ถูกเข่นฆ่าไปแล้ว 1,042 คนนับจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีกาซาระลอกใหม่

เมื่อวันอังคาร โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่ในสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้แถลงประณามการที่กองทัพอิสราเอลถล่มโจมตีขบวนรถฉุกเฉินและการแพทย์ของยูเอ็น เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชน 15 คนเสียชีวิต

ขณะเดียวกัน สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกยูเอ็น ยังให้สัมภาษณ์ว่า เป็นเรื่อง “ตลกสิ้นดี” ที่โคแกต ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานการจัดส่งความช่วยเหลือให้แก่กาซาของกองทัพอิสราเอล ประกาศเมื่อวันอังคารว่า มีอาหารในกาซาเพียงพอไปอีกนาน ทั้งที่ร้านเบเกอรี่ทั้ง 25 แห่งที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการอาหารโลกของยูเอ็น ต้องปิดทำการไปแล้วเนื่องจากขาดแคลนแป้งและก๊าซหุงต้ม และทั้งที่อิสราเอลได้ปิดกั้นการจัดส่งความช่วยเหลือเข้าสู่กาซาตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.

โคแกตอ้างว่า ในช่วงหยุดยิงก่อนหน้านี้มีรถบรรทุก 25,200 คัน ลำเลียงความช่วยเหลือเกือบ 450,000 ตันเข้าสู่กาซา หรือเกือบ 1 ใน 3 ของจำนวนรถบรรทุกความช่วยเหลือทั้งหมดที่เข้าสู่กาซาในช่วงสงคราม ดังนั้น จึงยังมีอาหารเพียงพอไปอีกนาน หากฮามาสยอมให้พลเรือนเข้าถึงความช่วยเหลือเหล่านั้น

ทว่า ดูจาร์ริกยืนยันว่า เสบียงของยูเอ็นในกาซาใกล้หมดเต็มที

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญความมั่นคงด้านอาหารระดับโลกเตือนว่า มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดภาวะอดอยากทางตอนเหนือของกาซา

ล่าสุด ฮามาสระบุว่า กาซาเข้าสู่ภาวะอดอยากแล้ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในวิกฤตมนุษยธรรมเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ และสำทับว่า อิสราเอลต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่สร้างหายนะให้แก่มนุษยชาตินี้ซึ่งรุนแรงขึ้นในทุกชั่วโมง

(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี)
กำลังโหลดความคิดเห็น