พบหน่วยงานภาครัฐต่างพากันตรวจสอบโครงการที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง กกท. สั่งตรวจสอบละเอียดโครงการศูนย์ฝึกกีฬามวยสากล สนง.ศาลยุติธรรมระบุมี 2 โครงการ แม้ล่าช้าแต่เป็นไปตามมาตรฐาน กองทัพเรือสั่งตรวจสอบอาคารกองบังคับการ กรมพลาธิการทหารเรือ
จากกรณีที่อาคารโครงการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่มลงมาเนื่องจากแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยอาคารดังกล่าวมีผู้รับจ้างคือกิจการร่วมค้าไอทีดี-ซีอาร์อีซีนัมเบอร์เทน ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งซีอาร์อีซีนัมเบอร์เทน กำลังเป็นที่จับตามองจากสังคมถึงมาตรฐานการก่อสร้างที่ไม่ได้คุณภาพ โดยพบว่าบริษัทดังกล่าวเข้าร่วมเป็นกิจการร่วมค้าในโครงการภาครัฐมากเป็นจำนวนถึง 14 โครงการ
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยอมรับว่า โครงการศูนย์ฝึกกีฬามวยสากล กกท. เขตบางกะปิ งบประมาณ 608.4 ล้านบาท มีบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เข้ามาร่วมก่อสร้างจริง แต่เป็นการร่วมทุนกับ บริษัทที่ กกท. ว่าจ้าง ในรูปแบบกิจการร่วมค้า ซึ่งการก่อสร้างคืบหน้าแล้วราว 80% คาดว่าจะเสร็จสิ้นในปีนี้ อย่างไรก็ตาม กกท. ได้สั่งการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกอาคารตั้งแต่เกิดเหตุแผ่นดินไหวโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง และจะเข้ามาตรวจซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก โดยยึดตามหลักวิศวกรรม และมอบหมายให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างละเอียดด้วย หากมีจุดใดที่น่าสงสัย จะต้องมีการรายงานเข้ามา
ด้านสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงว่า บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนกิจการร่วมค้าเป็นผู้รับจ้างงานก่อสร้างอาคารของสำนักงานศาลยุติธรรมรวม 2 แห่ง คือ โครงการก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการจำนวน 72 หน่วย และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรม จำนวน 98 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ทำสัญญาเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2564 วงเงินค่าก่อสร้างตามสัญญา 386 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลแพ่งมีนบุรีและศาลอาญามีนบุรี พร้อมบ้านพักและสิ่งก่อสร้างประกอบ ทำสัญญาเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2565 วงเงินก่อสร้างตามสัญญา 782.66 ล้านบาท
โครงการแรก บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ร่วมกับบริษัท อัครกร ดีเวลลอปเม้นต์ จำกัด จดทะเบียนกิจการร่วมค้าในนามกิจการร่วมค้า เอ เค ซี ส่วนโครงการที่สอง บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ร่วมกับบริษัท อัครดวงแก้ว เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด จดทะเบียนกิจการร่วมค้าในนาม กิจการร่วมค้า เอ ซี คอนสตรัคชั่น ยื่นประมูลงานโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยกิจการร่วมค้าทั้งสองมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์และมิได้เป็นผู้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทิ้งงานกับกรมบัญชีกลาง จึงเป็นผู้ชนะการประมูลด้วยการเสนอราคาต่ำที่สุดทั้งสองโครงการ
จากการตรวจสอบโครงการแรก มี บริษัท เอ็ม เจ อาร์ แมนเนจเมนต์ จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน โครงการที่สองมีบริษัท เบสท์ โปร วิศวกรรม จำกัด เป็นผู้ควบคุมงาน ทั้งสองโครงการผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานต่างมีสามัญวิศวกรเป็นผู้ดูแลครบถ้วนตามข้อกำหนดในสัญญา การตรวจสอบวัสดุและคุณภาพงานทั้งสองโครงการเป็นไปตามมาตรฐาน และมีขั้นตอนงานก่อสร้างเป็นไปตามหลักวิศวกรรม เช่น วัสดุที่ใช้ในโครงการมีการดำเนินการขออนุมัติผ่านผู้ควบคุมงานตรวจสอบว่ามีมาตรฐานตรงตามรายการประกอบแบบหรือไม่ แล้วจึงนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนนำมาใช้ในโครงการทุกครั้ง
สำหรับการตรวจสอบคุณภาพงาน ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอกสารขออนุมัติทำงาน (request) เพื่อให้ผู้ควบคุมงานตรวจสอบอีกครั้งและมีการส่งวัสดุไปทดสอบคุณสมบัติกับทางสถาบันที่ได้รับการยอมรับและอนุมัติจากทางคณะกรรมการตรวจรับพัสดุแล้ว เช่น โครงการแรกเหล็กเสริมคอนกรีตส่งไปตรวจสอบที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ และเก็บตัวอย่างคอนกรีตที่ใช้ไปทดสอบที่หน่วยงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลาทุกครั้ง โครงการที่สองเหล็กเสริมคอนกรีตส่งไปตรวจสอบที่หน่วยงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปทุมธานีทุกครั้งเช่นกัน ผลการตรวจสอบปรากฏว่าเหล็กเส้นทุกขนาดและคอนกรีตที่นำเข้ามาใช้ในโครงการก่อสร้างทั้งสองแห่งได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมและผ่านการทดสอบคุณสมบัติจากหน่วยงานดังกล่าวข้างต้นทั้งหมด
สำหรับความก้าวหน้าของงานในโครงการแรกดำเนินการไปแล้วคิดเป็น 83.97% มีการเบิกงวดงานไปแล้วคิดเป็น 36.85% งานมีความล่าช้า จากข้อมูล ณ วันที่ 3 มี.ค. 2568 ล่าช้าเป็นเวลา 488 วัน ส่วนโครงการที่สอง ดำเนินการไปแล้วคิดเป็น 20.67% มีการเบิกงวดงานไปแล้วคิดเป็น 11.74% จากข้อมูล ณ.วันที่ 1 เม.ย. 2568 งานล่าช้าเป็นเวลา 616 วัน นอกจากความล่าช้า งานก่อสร้างทั้งสองโครงการมีคุณภาพงานเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา มีขั้นตอนงานก่อสร้างเป็นไปตามหลักวิศวกรรม และการเบิกจ่ายเงินค่าจ้างที่ชำระต่ำกว่าผลงานที่ผู้รับจ้างดำเนินการไปแล้ว หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จตามสัญญา สำนักงานศาลยุติธรรมสามารถเปิดประมูลหาผู้รับจ้างที่มีคุณสมบัติรายอื่นมาดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จได้
ขณะที่ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เสนาธิการกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารกองบังคับการ กรมพลาธิการทหารเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง สร้างเสร็จเมื่อปี 2564 และส่งมอบอาคารเมื่อเดือน พ.ค. 2567 ปัจจุบันกำลังพลได้เข้าปฏิบัติงานแล้ว หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว เจ้ากรมพลาธิการทหารเรือได้รายงานว่า อาคารดังกล่าวมีอาการสั่นไหว แต่ไม่พบร่องรอยความเสียหาย เนื่องจากอาคารมีความสูงเพียง 3 ชั้น และเป็นการก่อสร้างในแนวกว้าง ไม่ใช่แนวสูง แต่เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจ กองทัพเรือได้สั่งการให้กรมช่างโยธาทหารเรือเข้าตรวจสอบอาคารอีกครั้งอย่างละเอียด โดยครอบคลุมถึงอาคารทั้งหมดของกองทัพเรือ และอาคารโรงพยาบาลในสังกัดกองทัพเรือด้วย
ก่อนหน้านี้ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมยกเลิกสัญญาจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ท่าอากาศยานนราธิวาส วงเงิน 639.89 ล้านบาท โดยมีผู้รับจ้าง คือ กิจการร่วมค้าซีไอเอส ประกอบด้วย บริษัท ไอเอสโอ เอนจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 หลังภาพรวมของโครงการล่าช้ากว่า 61.27% มีแนวโน้มว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญา เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ได้เชิญผู้รับจ้างเข้าประชุมเร่งรัดงาน โดยมีเงื่อนไขว่าหากภายใน 2 เดือน โครงการไม่มีความคืบหน้าเดือนละ 5% จะยกเลิกสัญญาและแจ้งชื่อเป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งพบว่าเดือน มี.ค. คืบหน้าเพียง 0.51% ส่งผลให้ภาพรวมโครงการคืบหน้าเพียง 39.24% ล่าช้ากว่าแผน 60.76% หรือล่าช้ากว่า 631 วัน ปัจจุบันอยู่ในช่วงติดตามผลการเร่งรัด หากไม่สามารถเร่งรัดงานได้ตามที่กำหนด จะดำเนินการยกเลิกสัญญา และแจ้งชื่อเป็นผู้ทิ้งงาน ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถรับงานกับหน่วยงานรัฐได้อีก
สำหรับ 14 โครงการที่บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เป็นผู้รับจ้าง หรือกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย 1.ท่าอากาศยานนราธิวาส 2.โครงการเคหะชุมชนภูเก็ตเป็นทาวน์โฮม 354 หน่วย 3.โรงเรียนวัดอมรินทราราม - อาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้าง 4.อาคารคลังพัสดุ รพ.จักรีนฤบดินทร์ 5.หอพักนักศึกษา ม.ราชภัฏภูเก็ต 6. ศูนย์ราชการจังหวัดแพร่ 7. ศูนย์ฝึกกีฬามวย กกท. หัวหมาก 8. ที่พักข้าราชการตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 9. ศูนย์บริการลูกค้า การไฟฟ้าภูเก็ต 10.อาคารกองบังคับการ กรมพลาธิการทหารเรือ 11. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) 12. สถาบันวิชาการ กฟภ. 13. อาคารผู้ป่วยนอก รพ.สงขลา และ 14. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เป็นต้น

