xs
xsm
sm
md
lg

บล.คิงส์ฟอร์ดดีดทิ้ง พนง.4 รายเอี่ยวหมอบุญฉ้อโกง แจงภาพซีอีโอแค่ขอคำปรึกษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ด สั่งให้พนักงาน 4 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีหมอบุญฉ้อโกงพ้นสภาพ ระบุทำนอกเหนืออำนาจบริษัทฯ ใช้ชื่อแอบอ้างแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวโดยมิชอบ แจงภาพซีอีโอถ่ายภาพคู่หมอบุญ แค่ขอรับคำปรึกษาเทคโอเวอร์กิจการถุงมือยางเมื่อปี 63 ทำตามหน้าที่ ไม่ได้สนิทสนมกันส่วนตัว

วันนี้ (2 ธ.ค.) รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัทหลักทรัพย์คิงส์ฟอร์ด จำกัด ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพนักงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการกู้ยืมเงินของ นพ.บุญ วนาสิน กับบุคคลที่สาม ขอชี้แจงว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริง และพบว่ามีพนักงานจำนวน 4 ราย (ปัจจุบันถูกจับกุมแล้ว 3 ราย) ได้ทำผิดต่อหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับบริษัทฯ และสัญญาการจ้างงานอย่างร้ายแรง

โดยกระทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ที่บริษัทฯ กำหนดไว้, ปกปิดข้อเท็จจริงที่รู้หรือควรรู้ อีกทั้งไม่แจ้งและไม่รายงานบริษัทฯ และหรือผู้บังคับบัญชาตามสายงาน, รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการทำธุรกรรมส่วนตัวโดยแอบอ้างและหรือใช้ชื่อ บริษัทฯ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และใช้ตำแหน่งหน้าที่ในฐานะพนักงานของบริษัทฯ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย บริษัทฯ ได้พิจารณาและมีคำสั่งให้พนักงานทั้ง 4 ราย พ้นสภาพการเป็นพนักงานของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 2567 และอยู่ในระหว่างการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในลำดับต่อไป


นอกจากนี้ ยังชี้แจงกรณีที่มีภาพของผู้บริหารบริษัทฯ คือนายประจวบ ศิริรัตน์บุญขจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) และ นพ.บุญ ที่ได้ถ่ายรูปไว้ร่วมกัน เมื่อช่วงเดือน ส.ค. 2563 ระบุว่า ในช่วงปลายปี 2562 ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ทำให้ถุงมือยางภายในประเทศขาดแคลน ดังนั้น ในช่วงเดือน ส.ค. 2563 บริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ จำกัด ซึ่งมี นพ.บุญ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทฯ เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับความต้องการซื้อกิจการบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายถุงมือยางแห่งหนึ่ง

บริษัท ไทยเมดิคอลโกลฟ จำกัด จึงได้แต่งตั้งให้บริษัทฯ เป็นที่ปรึกษาสำหรับการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวเท่านั้น และธุรกรรมดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมตามที่ปรากฏในข่าวแต่อย่างใด การทำหน้าที่ของบริษัทฯ เป็นการให้บริการลูกค้าตามวิชาชีพปกติ และการทำหน้าที่ดังกล่าวได้ยุติไปแล้วตั้งแต่ปี 2563 อีกทั้ง ผู้บริหารบริษัทฯ ก็ไม่ได้รู้จักสนิทสนมกับ นพ.บุญเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุอีกว่า กรณีที่มีสื่อบางแห่ง นำภาพดังกล่าวเพื่อโยงว่าบริษัทฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในการชักชวนนักลงทุนให้เข้าร่วมลงทุนใน 5 โครงการลงทุนทางการแพทย์ของ นพ.บุญนั้น อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อบริษัทฯ ผู้บริหารของบริษัทฯ และผู้เกี่ยวข้องซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เสนอข่าวดังกล่าว


รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับพนักงานบริษัทฯ ที่ถูกจับกุม ได้แก่ นางอัจจิมา พาณิชเกรียงไกร อายุ 49 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด เป็นผู้ชักชวนให้ร่วมลงทุน และนายภาคย์ วัฒนาพร อายุ 36 ปี เป็นเจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์ คิงฟอร์ด ร่วมกับนางอัจจิมา เป็นผู้ประสานงานให้คำปรึกษา ชักชวนลงทุน ทั้งสองถูกตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

นอกจากนี้ ในผังเครือข่ายผู้ต้องหากลุ่มโบรกเกอร์ ผู้ชักชวนลงทุน และส่งเอกสารให้ผู้เสียหาย ยังมีนางภัทรานิษฐ์ ณ สงขลา อายุ 55 ปี เป็นนายหน้า และผู้ชักชวนแนะนำการลงทุน เป็นผู้จัดทำเอกสารเป็นผู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ยืมเงิน และนายธนภูมิ ชนประเสริฐ อายุ 36 ปี เป็นตัวแทนติดต่อชักชวนผู้เสียหาย เป็นผู้จัดทำสัญญา ลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ สัญญาค้ำประกันอีกด้วย

สำหรับการจับกุมเครือข่าย นพ.บุญ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายถูกโบรกเกอร์ติดต่อชักชวนลงทุน ร่วมกับ นพ.บุญกับพวก อ้างว่าลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจทางการแพทย์ 5 โครงการ มีลักษณะการไปกู้ยืมเงินกับแหล่งเงินกู้ โดยมีนางจารุวรรณ วนาสิน ภรรยา และ น.ส.นลิน วนาสิน ลูกสาว เป็นผู้ค้ำประกัน เซ็นสลักหลังในเช็คทุกฉบับ มอบให้ผู้เสียหาย ในช่วงแรกมีการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราสูงให้กับบางส่วน บางคน ต่อมาไม่มีการจ่ายเลย

อีกทั้งยังพบว่า หลังจากได้เงินทุน 7,500 ล้าน พบว่าให้โบรกเกอร์ทยอยไปถอนเงินครั้งละเป็นร้อยล้าน โดยโบรกเกอร์จะได้ดอกเบี้ย และเปอร์เซ็นต์เป็นค่าตอบแทน ประมาณ 1 แสนบาท ต่อ 10 ล้านบาท การกระทำทั้งหมอบุญและโบรกเกอร์ จะไปชักชวนผู้ร่วมลงทุน ที่เป็นนักเล่นหุ้น กระเป๋าหนัก ในช่วงที่ผ่านมามีผู้เสียหายแจ้งความ รวม 520 คดี รวมผู้เสียหาย 247 ราย ความเสียหาย 7,564 ล้านบาท ปัจจุบันจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วเกือบทั้งหมด ยกเว้น นพ.บุญ หลบหนีไปยังประเทศจีน

ในช่วงที่ปรากฎเป็นข่าว บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด ออกแถลงการณ์กรณีมีพนักงานเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการกู้ยืมเงินของ นพ.บุญ ว่า บรืษัทฯ ไม่เคยเกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนทางการแพทย์ 5 โครงการตามที่เป็นข่าว ไม่เคยเกี่ยวข้อง รวมถึงไม่เคยทำสัญญาใดๆ หรือการเป็นที่ปรึกษาโครงการ รวมถึงไม่เคยให้พนักงานของบริษัทไปแนะนำหรือ ชักชวนนักลงทุน มาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว และบริษัทฯ ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว และได้สั่งให้พนักงานของบริษัทยุติปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าข้อเท็จจริงต่างๆ ในประเด็นนี้จะปรากฎ และดำเนินการชี้แจงต่อไป