xs
xsm
sm
md
lg

ฟิล์มขอโทษกรรชัย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ คลิปเสียง 20 ล้านอ้างมีตัดต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ฟิล์ม รัฐภูมิ ชี้แจงกรณีหนุ่ม กรรชัย เดือด แอบอ้างรายการโหนกระแสเรียกเงิน 20 ล้านจากบอสปัน ดิไอคอนกรุ๊ป แลกไปออกรายการ ยืนยันว่าเนื้อหาไม่ใช่ทั้งหมดมีการตัดต่อ แจงเป็นบริษัทพีอาร์ทำตามหน้าที่ พร้อมขอโทษที่หลงเชื่อคนกลาง ต้องการขายงาน รู้เท่าไม่ถึงการณ์ชื่อพิธีกรดัง ส่วนเรื่องรับเงินสดคนกลางให้พูดราคานี้

วันนี้ (12 พ.ย.) จากกรณีที่นายกรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแส ทางไทยทีวีสีช่อง 3 มอบหมายให้นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม กรณีมีคลิปเสียงนักร้องเรียนสาวและอดีตดาราดังชาย พูดคุยกับ น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ผู้ต้องหาในคดีดิไอคอน กรุ๊ป อ้างว่าสามารถพาออกรายการโหนกระเเส พร้อมอ้างชื่อ หนุ่ม กรรชัย แลกกับเงิน 20 ล้านบาท ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมเหล่าบอสดิไอคอน กรุ๊ป ซึ่งเป็นช่วงที่นายกรรชัย นำเสนอเรื่องดิไอคอน กรุ๊ป เป็นตอนแรก ซึ่งหลังนายกรรชัยทราบเรื่องโกรธมาก เพราะเกิดความเสียหาย เชื่อว่าทั้งสองมีการกระทำแบบนี้มาก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าทั้งสองคนไม่ได้สนิทกับหนุ่ม กรรชัยแต่อย่างใด

นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม อดีตนักร้อง นักแสดง และนักการเมือง กล่าวใน รายการคนดังนั่งเคลียร์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ระบุว่า ได้ฟังคลิปเสียงดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าเป็นเสียงตนแต่เนื้อหาไม่ใช่ทั้งหมด ตนทำบริษัทโปรดักชัน พีอาร์ รับทำการตลาด ได้รับการติดต่อจากนางกฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือพัช ให้มาถ่ายทำโปรโมตและพีอาร์พรรคการเมืองของตัวเอง กระทั่งเดือน มิ.ย. 2567 นางกฤษอนงค์ กล่าวว่า บริษัทดิไอคอนฯ อยากให้ตนรับงานทำพีอาร์ ตระเวนออกรายการทีวีเพื่อสร้างภาพลักษณ์แก่บริษัท เนื่องจากสื่อออนไลน์ต่างๆ มาโจมตี

ตนจึงขอฟังว่ารูปแบบบริษัทเป็นอย่างไร มีการดีลกันระหว่าง นางกฤษอนงค์ กับนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล (บอสพอล) และพวกรวม 5 คน ตนถามว่ามีงบเท่าไหร่ อีกฝ่ายจึงบอกว่าเดี๋ยวไปปรึกษากันก่อน แล้วเงียบหายไป กระทั่งเดือน ต.ค. 2567 นางกฤษอนงค์ กล่าวว่าเขามีงบให้ 20 ล้านบาท ตนบอกยินดีเลย ทั้งพาไปออกรายการ ทำภาพลักษณ์ใหม่และพรีเซนต์องค์กรใหม่ ซึ่งเป็นหน้าที่อยู่แล้ว อยู่ๆ บอสปัน (น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร) อยากจะคุยกับตนขึ้นมา โดยมีนางกฤษอนงค์เป็นคนโทรศัพท์ให้

"เราทราบมาตั้งแต่แรก ว่าเขามีงบ 20 ล้านที่ผมบอก อยู่ๆ เขาก็อยากคุยกับผม แล้วคนกลางเขาก็โทร.มาหาผม ผมก็ต้องเล่าว่าทำยังไง ก็ประมาณนี้ประมาณนั้น โอเคอาจจะมีไปแอบอ้างชื่อพี่หนุ่มบ้าง ซึ่งผมขอโทษ แต่ผมไม่มีเจตนา ผมแค่ต้องการขายงาน และผมต้องการพรีเซนต์ผ่าน" นายรัฐภูมิกล่าว

นายรัฐภูมิกล่าวว่า ฝั่งของบอสมีการไปออกรายการโทรทัศน์มาแล้วหลายรายการ ใช้งบประมาณให้รายการต่างๆ รายการโหนกระแสก็ไปออก เขาบอกว่าเอาคนไปออกหลายรายการแล้ว อันนี้เป็นฝั่งของตนที่อยากจะให้ช่วยบริหารจัดการทำแผนการตลาดให้ ตนก็เป็นแค่บริษัทหนึ่งที่ไปรับงาน พอตอนกลางคืนก็โทร.มา พูดเยอะกว่านั้น แต่ในคลิปเสียงมีการตัดต่อให้กระชับ โดยการไปพูดเหมือนกับว่าตนรับเงิน 20 ล้านบาท ตนพูดด้วยความสัตย์จริงและยินดีให้ตรวจสอบ

อีกทั้งในคลิปเสียงก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากคนๆ หนึ่งที่ไปขายงาน รูปแบบทั้งหมดวัดด้วยเจตนา ตนไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ในคลิปเสียงก็ไม่ได้พูดอะไรไม่ดี ไม่ได้แอบอ้างใคร ไม่ได้ไปพูดว่างบจำนวนนี้ไปการันตีให้ใครพูดอะไรก็ได้ แต่เป็นการทำแผนการตลาด เหมือนลูกค้าซื้อสปอนเซอร์ไปออกรายการ รูปแบบทั้งหมดเขาส่งมาให้ว่าเคยทำมาแล้ว แต่เขาอยากทำอีก ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ตนอยากให้เขาเข้าไปพิสูจน์ตัวเองว่าถูกสื่อมวลชน ถูกสังคมแกล้ง ตนก็ฟังแล้วเห็นว่าถ้าถูกแกล้งก็ไปออกรายการ ต้องไปพิสูจน์ตัวเอง ก่อนที่จะมีคดีความ ถ้ารู้ว่ามาแอบแฝงว่าคดโกงตามที่หน่วยงานรัฐระบุ ตนไม่ให้ออกรายการ

"ผมเป็นบริษัทที่รับทำพีอาร์ ผมต้องพรีเซนต์ทุกอย่างให้เขาเชื่อมั่นในตัวผมว่า ผมจะนำพาบริษัทให้ภาพลักษณ์กลับมาดูดีได้อีกครั้งหนึ่ง ผมพูดไปแต่สุดท้ายคือผมขายงานไม่ผ่าน ไม่ได้งาน ไม่ได้เงิน ไม่ได้อะไรเลย ผมเป็นแค่คนกลางคนหนึ่งแล้วบริษัทผมต้องมาเสียหายเพราะคลิปนี้ แล้วผมก็ต้องเสียหายเพราะคลิปนี้ กลายเป็นว่าคุณโทร.หาผมเอง คุณอัดเสียงผมเอง คุณไปนั่งที่บ้านเขา คุณไปทำอะไรกันเอง แต่ผมเป็นคนกลางคนหนึ่งที่เป็นแค่บริษัทโปรดักชันเฮาส์ แต่ต้องมาถูกสังคมพิพากว่าผมไปรับเงินเขา เพราะฉะนั้นยินดีมาตรวจสอบได้เลย ผมไม่ได้รับเงินใครเลย แล้วไปถามบอสในนั้นก็ได้ว่าผมไปรับเงินสักบาทไหม ผมไม่ได้รับเงิน คนกลางจะไปรับเงินหรือเปล่า หรือใครไปรับเงิน ผมไม่รู้ แต่ผมไม่รับเงิน" นายรัฐภูมิกล่าว

นายรัฐภูมิกล่าวว่า ถูกนายกรรชัยด่าเหมือนที่ด่าในรายการ ตนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไปหลงเชื่อคนกลางเอง พี่หนุ่มก็เสียใจที่ตนเอาชื่อไปอ้างตนก็ขอโทษ ที่ถูกด่าไม่โกรธน้อมรับ เพราะพูดความจริงไปหมดแล้วว่าเกิดก่อนที่จะมีคดี ตนพรีเซนต์งาน และงานไม่ผ่าน แค่จะให้ไปออกรายการให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง ตนเชื่อคนกลางมากเกินไป ตนทำเพราะอยากได้งาน ขอโทษพี่หนุ่มด้วย ส่วนเหตุผลที่รับเงินสดนั้น เพราะเป็นคำพูดที่คนกลางบอกมาว่าต้องพูดราคานี้ และงานนี้ไม่เกิดขึ้นจริง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับดิไอคอนกรุ๊ป และไม่รู้จักบอสพอล จากนี้ต้องระวังตัวในการรับงานถ้าสังคมไม่เชื่อถือ