อภิมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ เมื่อวันเสาร์ (19 ต.ค.) ประกาศแจกเงินวันละ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน ให้คนที่ลงชื่อในคำร้องออนไลน์ของเขา เกี่ยวกับการสนับสนุนรัฐธรรมนูญอเมริกา แต่ด้วยพิธีมอบรางวัลเป็นครั้งแรกจัดขึ้นที่กิจกรรมของพีเอซี องค์กรความเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อสนับสนุนการหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ มันจึงก่อคำถามต่างๆ เกี่ยวกับความชอบธรรมทางกฎหมายของการแจกเงินดังกล่าว
มัสก์ มอบเช็คมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์ แก่ผู้เข้าร่วมงานรายหนึ่ง ในกิจกรรมของพีเอซี ในเมืองแฮร์ริสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งมีเป้าหมายระดมเสียงสนับสนับสนุนหนุนหลัง ทรัมป์ และผู้คว้าเงินดังกล่าวมีชื่อว่านายจอห์น เดรเฮอร์ อ้างอิงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดงาน "ว่าแต่ คุณจอห์นไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ยังไงก็ยินดีด้วยนะครับ" มัสก์พูดติดตลกขณะยื่นเช็คให้เดรเฮอร์
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า เงินก้อนนี้เป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่ามัสก์กำลังใช้ความมั่งคั่งมหาศาลของเขาเพื่อชี้นำการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังเป็นไปอย่างดุเดือด ระหว่างทรัมป์ กับรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต
มัสก์ ได้ก่อตั้งกลุ่ม America PAC ซึ่งเป็นองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการหาเสียงของทรัมป์ หน้าที่หลักๆ ขององค์กรนี้คือการระดมคนไปลงทะเบียนเลือกตั้งในรัฐสมรภูมิ ซึ่งหมายถึงรัฐที่ผลการเลือกตั้งคาดเดาได้ยากว่าจะเทไปทางพรรคใด อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณต่างๆ บ่งชี้ว่าพวกเขากำลังประสบปัญหาในการทำให้ได้ตามเป้าหมาย
จอช ชาปิโร ผู้ว่าการรัฐเพนซิลเวเนีย ให้สัมภาษณ์กับรายการ "มีท เดอะ เกรส" ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ในวันอาทิตย์ (20 ต.ค.) ว่าแผนของมัสก์ ในการมอบเงินแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงในเพนซิลเวเนีย "ก่อความกังวลใหญ่หลวง" และ "มันเป็นอะไรบางอย่างที่พวกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอาจทำการตรวจสอบ"
ข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับความชอบธรรมทางกฎหมายของการจ่ายเงินดังกล่าว ผุดขึ้นมาไม่หยุดในวันเสาร์ (19 ต.ค.) ในขณะที่พวกเชี่ยวชาญทางกฎหมายชี้ว่ามีหลายมาตราของกฎหมายรัฐบาลกลางที่ห้ามจ่ายเงินแก่ผู้มีสิทธิออกเสียง
การจ่ายเงินผู้คนโดยมีเจตนาชักนำหรือให้รางวัลแก่บุคคลนั้นๆ สำหรับลงคะแนนโหวตและลงทะเบียยโหวต ถือเป็นความผิดทางอาญาตามกฎหมายรัฐบาลกลาง และมีบทลงโทษถึงขั้นจำคุก โดยข้อห้ามนั้นไม่ใช่ครอบคลุมเฉพาะการจ่ายเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสิ่งของมีค่าอื่นๆ อย่างเช่นสุราหรือลอตเตอรี่
กิจกรรมในเมืองแฮร์ริสเบิร์ก ถือเป็นวันที่ 3 ในรอบหลายวันที่จัดขึ้นในเพนซิลเวเนีย รัฐที่ทาง มัสก์ กำลังวาดภาพศึกเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน ว่าเป็นศึกครั้งสำคัญ และกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า รวมถึงชักชวนคนอื่นๆ ให้ทำแบบเดียวกัน
เขาบอกในวันเสาร์ (19 ต.ค.) ว่า ถ้า แฮร์ริส เป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ มันจะเป็นศึกเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ
มัสก์ ยังกล่าวด้วยว่า การที่มีคนพยายามลอบสังหารทรัมป์ถึงสองครั้ง แสดงให้เห็นว่าทรัมป์เป็นผู้นำที่กล้าท้าทายและเปลี่ยนแปลงระบบเดิมๆ ในแบบที่แฮร์ริสไม่มีวันทำได้ และการที่ไม่มีใครคิดจะลอบสังหารแฮร์ริสนั้น ก็เพราะเธอเป็นแค่หุ่นเชิด
ในคำร้องทางออนไลน์ที่มัสก์ขอให้ประชาชนร่วมลงชื่อ มีใจความว่า "การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 และ 2 รับรองเสรีภาพในการพูดและสิทธิในการครอบครองอาวุธ ด้วยการลงชื่อด้านล่างนี้หมายความว่าข้าพเจ้าประกาศสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ครั้งที่ 1 และ 2"
บรรดาผู้เข้าร่วมกิจกรรมในวันเสาร์ (19 ต.ค.) จำเป็นต้องลงนามในคำร้องดังกล่าว ซึ่งเปิดทางให้ทาง America PAC รวบรวมรายละเอียดการติดต่อของบรรดาผู้สิทธิเลือกตั้งที่มีแนวโน้มสนับสนุนทรัมป์ เพื่อใช้ข้อมูลการติดต่อนี้สำหรับโน้มน้าวและกระตุ้นให้พวกเขาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้ทรัมป์
สำหรับ มัสก์ ซึ่งได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ให้เป็นอภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกในปัจจุบัน จนถึงตอนนี้ได้มอบทุนแก่ทาง America PAC ไปแล้วอย่างน้อย 75 ล้านดอลลาร์ ทำให้ทางกลุ่มเป็นส่วนสำคัญยิ่งในความพยายามของทรัมป์ ในการกลับสู่ทำเนียบขาวอีกสมัย
มัสก์ ผู้ก่อตั้งเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ได้ยกระดับสนับสนุนพรรครีพับลิกันมากขึ้นเรื่อยๆ และในปีนี้ถึงขั้นกลายมาเป็นผู้สนับสนุนทรัมป์อย่างเปิดเผย
ในทางกลับกัน ทางฝั่งทรัมป์ก็รับปากว่า ถ้าได้นั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีอีกสมัย เขาจะแต่งตั้งมัสก์ให้เป็นหัวหน้าคณะกรรมการด้านการเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ
(ที่มา : รอยเตอร์)