xs
xsm
sm
md
lg

“พระใหญ่” จะได้ไปต่อ หรือหยุดแค่นี้ หลังตกเป็นจำเลยของสังคม เหตุโศกนาฏกรรมดินถล่มฝังทั้งเป็น 13 ศพ ในพื้นที่ ต.กะรน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - “พระใหญ่” อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญทางด้านการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต “จะได้ไปต่อหรือหยุดแค่นี้” หลังตกเป็นจำเลยสังคม โศกนาฏกรรมดินถล่มฝังทั้งเป็น 13 ศพ ในพื้นที่ ต.กะรน


จากกรณี เกิดเหตุดินถล่ม ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรม ฝังคนทั้งเป็น 13 ศพ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 19 ราย บ้านเรือนประชาชน บ้านเช่า ห้องเช่า ได้รับความเสียหายมากกว่า 250 หลัง ชาวบ้านไร้ที่อยู่อีกจำนวนมาก อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุดินถล่ม สังคมเริ่มตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุของดินถล่มในครั้งนี้ ซึ่งจากข้อมูลกรมทรัพยากรธรณี ได้ระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุดินถล่มอยู่ในพื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มระดับปานกลางถึงสูง ลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นหินแกรนิตผุพัง ประกอบกับมีฝนตกหนักต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 200 มิลลิเมตร ทำให้ชั้นดินบนภูเขาอุ้มน้ำไว้มากและขาดเสถียรภาพ จึงถล่มลงมา

นาอกจากนั้นในโลกโซเชียล ยังได้ตั้งข้อสงสัยกรณีมีการปรับพื้นที่ทำลานจอดรถของ “พระใหญ่” โดยมีการเปิดหน้าดิน และ การก่อสร้างเพิ่มเติม บริเวณด้านหลัง องค์พระใหญ่ เนื่องจากการมีการตรวจพบร่องรอยที่คาดว่า จะเป็นจุดเริ่มต้นของดินถล่ม ซึ่งอยู่ห่างจากลานจอดรถไม่ถึง 5 เมตร จนมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้พื้นที่ของ “พระใหญ่” บนเขานาคเกิด หลังจากนั้นทางกรมป่าไม้ ได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า พระใหญ่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพิ่มจากที่ขอใช้อีกกว่า 5 ไร่ซึ่งเดิมมีการขอใช้พื้นที่เพียง 14 ไร่ ซึ่งขณะนี้ทางป่าไม้ภูเก็ต ได้แจ้งความดำเนินคดีกับทางมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา45 และ กันแนวเขตห้ามใช้พื้นที่ไว้แล้ว ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน


ต่อมาในโลกโซเชียล ยังได้เรียกร้อง ให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ มูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 หลังพบว่าเมื่อปี 2566 “มูลนิธิฯ” มีรายได้จากการที่นักท่องเที่ยวขึ้นไปทำบุญ และ การเปิดรับบริจาค ประมาณ 86 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วมีเงินเหลือ กว่า 30 ล้านบาท แต่เมื่อมาดูยอดเงินในบัญชีกลับพบว่า มีเหลืออยู่เพียงหลักแสน เท่านั้นทำให้เกิดข้อกังขา ว่าเงินมหาศาลหายไปใหน อยู่ที่ใคร

ล่าสุด ทางเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ส่งไปถึง เจ้าอาวาสวัดกิตติสังฆาราม หรือ วัดกะตะ เรื่อง ให้หยุดดำเนินการสิ่งปลูกสร้างและหยุดดำเนินการใด ๆ บนพื้นที่ป่าเทือกเขานาคเกิดทุกกรณี โดยใจความของหนังสือ ระบุว่า “ ตามที่มีข่าวดินโคลนถล่ม บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ท้องที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 ทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรและทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย และ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ได้ยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ตามาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติป้าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และแก้ไขเพิ่มเติม (ขอตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564) ต่อสำนักงานทรัพยากรธรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ตามเอกสาร ป.ส.20 ฉบับลงวันที่ 16 ธันวาคม 2563


เพื่อสร้างหรือเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมิ่งมงคลเอกนาคคีรี สถานที่ปฏิบัติธรรมและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา (เขานาคเกิด) ของวัดกิตติสังฆาราม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต นั้น จึงให้ วัดกิตติสังมาราม หยุดการดำเนินการใด ๆ บนพื้นที่ป่าเทือกเขานาคเกิด ทุกกรณี และ ให้ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายอย่างเคร่งครัด จนกว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจนแล้วเสร็จ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ จะมีการดำเนินการอย่างไรกับ “พระใหญ่” แลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดภูเก็ต จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ว่าจะยังคงเปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป หรือหยุดไว้เพียงแค่นี้ ซึ่งที่ผ่านมาสถานที่แห่งนี้นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ตอีกแห่งหนึ่ง ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมากราบไหว้ “พระใหญ่” กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งคนไทยจากต่างจังหวัด และ ชาวต่างชาติ


สำหรับบรรยากาศที่บริเวณ พระใหญ่ เขานาคเกิด จ.ภูเก็ต วันนี้ ( 1 ก.ย.) พบว่ายังมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ เข้ามาสักการะ ตามปกติ โดยมีนักท่องเที่ยว เดินทางขึ้นไปตลอดทั้ง วันส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากอินเดีย และ ตะวันออกกลาง โดยมีเจ้าหน้าที่ของวัดคอยอำนวยความสะดวก และ มีการประกาศประชาสัมพันธ์เรื่องของการใช้ห้องน้ำและที่จอดรถ เนื่องจากทางกรมป่าไม้ได้ประกาศห้ามใช้พื้นที่บางจุดที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่ที่ข้ออนุญาตไว้ 15 ไร่ เช่น ลานจอดรถบางส่วน อาคารห้องน้ำ และ อื่น ๆ ส่วนกิจกรรมที่เคยทำก่อนหน้านี้ ทางพระใหญ่ได้หยุดการดำนินการใด ๆไว้ที่หมดไม่ว่า จะเป็นร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ของที่ระลึก ร้านน้ำ รวมทั้งเรื่องของการรับบริจาค กระเบื้องหินอ่อน การทำบุญซื้อกระเบื้อง การทำบุญค่าน้ำค่าไฟ การสอนสมาธิ การถวายสังฆทาน และอื่น ๆ ต่างก็ได้หยุดการทำกิจกรรมทั้งหมด แต่ภายในบริเวณพระใหญ่ยังคงมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่

“พระใหญ่” หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคาคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะแบบร่วมสมัย งบประมาณการจัดสร้างประมาณ 80 ล้านบาท ตั้งอยู่บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมีความกว้าง : 25.45 เมตร ความสูง: 45 เมตร โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต”(สุริยกันตะ) จากพม่า น้ำหนักเฉพาะหินอ่อน หยกขาวประมาณ 135 ตัน หรือประมาณ 2,500 ตารางเมตร ความสำคัญในการก่อสร้าง พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรีนี้ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความสันติ เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความหวัง โดยอาศัยการร่วมมือร่วมใจบริจาคของประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในไทย จนทำให้เกิด พระพุทธรูปใหญ่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ต ตั้งตระหง่านบนยอดเขานาคเกิด


ที่มาของ พระใหญ่ แห่งนี้เกิดขึ้น โดยวัดกิตติสังฆาราม (วัดกะตะ) ได้ดำเนินตามโครงการส่งเสริมให้วัดช่วยงานด้านป่าไม้ เนื้อที่ 42 ไร่ จึงเป็นสถานที่เหมาะสมแก่การประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 25.45 เมตร สูง 45 เมตร หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 19 องศา บนยอดเขานาคเกิด ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ไว้เป็นที่เคารพบูชาของชาวภูเก็ตและผู้มีจิตศรัทธา ที่ขึ้นมาไหว้พระ ก็สามารถร่วมทำบุญ ซื้อกระเบื้อง หรือหินอ่อน และลงลายมือชื่อผู้บริจาคเพื่อให้เป็นที่จารึกตลอดไป