การจัดงานดินเนอร์ทอล์ก วิชั่นฟอร์ไทยแลนด์ ทักษิณ ชินวัตร ที่จัดโดยค่ายสื่อเนชั่นกรุ๊ป ของฉาย บุนนาค เมื่อค่ำวันที่ 22 ส.ค. ที่ผ่านมา อาจจะไม่ใช่อีเวนต์หาโฆษณาของธุรกิจสื่อแบบธรรมดาๆ ในยุคดิจิทัลดิสรัปชัน แต่ยังเป็นการรวมตัวกันของบรรดานักการเมือง นักธุรกิจที่ต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้ เพื่อแสดงศักยภาพในฐานะศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองเวลานี้
จากการขึ้นเวทีดินเนอร์ทอล์กครั้งแรกในรอบ 17 ปี เนื้อหาที่นายทักษิณกล่าวบรรยาย พูดถึงปัญหาเศรษฐกิจไทยหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องหนี้ครัวเรือน ทำให้คนไทยไม่ค่อยยิ้มเหมือนเดิม พึ่งสายมูเตลูเยอะไป และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ทำได้น้อยลงเมื่อเทียบต่างชาติ พร้อมกับเสนอแนวทางแก้ปัญหาประเทศ 14 ข้อ ที่อ้างว่าจะเป็นการพลิกประเทศ
เรื่องที่คนไทยสนใจก็คือ เรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทจะเอายังไง เพราะรัฐบาลเศรษฐา ทวีสินพ้นเก้าอี้ไปแล้ว นายทักษิณอธิบายว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว เพราะจะได้กระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างสมาร์ตคอนแทรกผ่านระบบบล็อกเชน (ที่ให้ร้านค้ารับเงินใช้ดิจิทัลวอลเล็ตไปซื้อวัตถุดิบกับอีกร้านค้าหนึ่ง) และเรียนรู้เทคโนโลยีโดยการสร้างซูเปอร์แอปฯ ไปในตัว
นายทักษิณ กล่าวว่า ในตอนนี้มีการออกงบประมาณกลางปี 1.22 แสนล้านบาท เป็น พ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติมปี 2567 จึงต้องเอางบกลางฯ ตรงนี้มารวมกับงบกลางฯ 2 หมื่นกว่าล้านบาท จ่ายให้กลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ 14.5 ล้านคนในเดือน ก.ย.นี้ พองบประมาณใหม่ออกมาในเดือน ต.ค. ก็จะจ่ายให้กับคนที่ลงทะเบียนแล้วเป็นระบบดิจิทัลวอลเล็ต
ที่นายทักษิณกล่าวว่า รัฐบาลสามารถที่จะออกบอนด์ขายประชาชนผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะปัจจุบันสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ออกพันธบัตรที่ชื่อว่า ส.บ.ม. (สะสมบอนด์มั่งคั่ง) ผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" ของธนาคารกรุงไทย แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการใช้แอปฯ เป๋าตัง เพราะกลัวว่าจะทับรอยเดิมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายทักษิณยังกล่าวแนะนำการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การแข่งขันของเอสเอ็มอี นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ ปฏิรูปการเกษตรใหม่ เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว ที่หนีไม่พ้นการขยายรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิ การตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก ปั้นโมเดลให้ต่างชาติเช่าที่ดินต้องปรับเพื่อให้เกิดการลงทุน หลายเรื่องนักการเมือง นักธุรกิจพูดไปหมดแล้ว
การตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ 1 แสนล้านบาท การยกระดับเศรษฐกิจใต้ดิน ทำพนันออนไลน์ให้ถูกต้องแล้วเก็บภาษี 30% แม้จะเป็นเรื่องใหม่แต่แนวคิดไม่ใหม่ เพราะรัฐบาลทักษิณเคยทำหวยบนดิน หรือสลากแบบ 2 ตัว 3 ตัว แต่เข้าข่ายสลากกินรวบ และฝ่าฝืนกฎหมาย ทำให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเคยพิพากษาจำคุกนายทักษิณ 2 ปี
ส่วนการผลักดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยเวนคืนรถไฟฟ้าบางสายมาบริหารเองไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะนักการเมืองหลายคนก็หาเสียงแบบนี้ ตั้งแต่สนามผู้ว่าฯ กทม. ถึงการเลือกตั้ง สส. ซึ่งปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนสัมปทานกำลังจะหมดลงในปี 2572 และเปลี่ยนเป็นสัญญาจ้างเดินรถถึงปี 2585 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ได้รับการต่ออายุสัมปทาน สิ้นสุดลงในปี 2592
การลงทุนขนาดใหญ่ ถมทะเลบางขุนเทียนถึงปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เพิ่มพื้นที่ขยายความแออัดกรุงเทพฯ ป้องกันน้ำท่วมและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในทะเล ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเป็นแนวคิด "ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ" มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่เจอมหาอุทกภัยปี 2554 จึงเงียบหายไป ถ้าทำจริงก็จะต้องเจอด่านกลุ่มเอ็นจีโอและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
การขยายกองทุนวายุภักษ์ ปรับภาษีให้เป็นธรรมและแข่งขันได้ แม้นายทักษิณกล่าวว่าจะลดภาษีลง ถ้าจะขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็ต้องเอามาคืนได้มากขึ้น นำมาสู่เรื่อง Negative Income Tax คนรายได้น้อยไม่เสียภาษี คนที่มีรายได้สูงเสียภาษีอย่างเป็นธรรม แต่นายทักษิณไม่พูดถึงคนชั้นกลางที่แบกภาษีทั้งขึ้นและล่อง แตกต่างจากคนรวยมีช่องลดหย่อนภาษี
นอกจากนี้ นายทักษิณยังกล่าวถึงการปรับลดขนาดของราชการ และการปฏิรูประบบราชการ จะต้องมีการปรับการใช้เทคโนโลยีให้กับระบบราชการมากขึ้น รวมทั้งการปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ สมัยรัฐบาลทักษิณก็เคยปฎิรูประบบราชการไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะแบ่งกระทรวงใหม่เป็น 20 กระทรวง จัดตั้งกระทรวงใหม่ขึ้นอีก 6 กระทรวง
ทั้งหมดที่นายทักษิณบรรยาย แม้จะไม่ได้กล่าวถึงว่าพูดในฐานะอะไร และถูกมองว่าเป็นการขายฝัน แต่คนที่จะต้องรับแนวคิดวิสัยทัศน์ดังกล่าวไปสานต่อและปฎิบัติ ก็คงไม่พ้นรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นลูกสาวของนายทักษิณนั่นเอง

