xs
xsm
sm
md
lg

เปิดตำนานพรรคประชาชน ใช้ชื่อซ้ำอดีตได้ เพราะยุบไปแล้ว 23 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เรื่องวุ่นๆ ของพรรคประชาชน ที่ สส.อดีตพรรคก้าวไกลย้ายสังกัด หลังพรรคก้าวไกลถูกยุบพรรค กำลังกลายเป็นประเด็นขึ้นมา เมื่อ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี จะยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อร้องขอให้ยุบพรรคประชาชน เนื่องจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ที่เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคประชาชน มีการจัดตั้งสาขาพรรคไม่ครบ 4 ภาค

แม้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายทะเบียนพรรคการเมือง จะกล่าวว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เพิ่งตั้งสาขาครบ 4 ภาคภายใน 1 ปีตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว แต่นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่รับทราบ จึงยังไม่อัปเดตข้อมูลในระบบ และยังระบุอีกว่า พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล เตรียมจัดตั้งอีกสาขาหนึ่งที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อรองรับขั้นตอนส่งผู้สมัคร

แต่ นพ.วรงค์ ใช้ประเด็นข้อต่อสู้ว่า ตอนนี้พรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมีสาขาครบ แต่ย้อนหลังอาจจะมีไม่ครบ กกต.ต้องตรวจสอบการมีสาขาย้อนหลังของพรรคนี้ ไปจนถึงวันที่กฏหมายพรรคการเมืองมีผลบังคับ นั่นคือต้องตรวจสอบการมีสาขาครบ 4 ภาค ไปถึงปี 2560 เพราะเลขาธิการ กกต. ออกมายอมรับเองว่า เพิ่งมีการจัดตั้งจนครบ

ถ้าหากพรรคการเมืองไปเซ้งพรรคที่สิ้นสภาพ เพราะมีสาขาไม่ครบ 4 ภาค ติดต่อกัน 1 ปี ต่อไปพรรคนี้จะเป็นเช่นไร จะสิ้นสภาพตามหรือไม่ พรรคการเมืองต้องปฏิบัติตามกฏหมาย ต้องเป๊ะ เพื่อความโปร่งใส โดยพรรคไทยภักดีจะไปยื่นให้ กกต.ตรวจสอบ การมีสาขาของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล จากระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองย้อนหลังในวันพรุ่งนี้ (13 ส.ค.)

ก่อนหน้านี้ ในการเปลี่ยนชื่อพรรคจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ไปใช้ชื่อพรรคประชาชน เคยมีคนตั้งข้อสงสัยว่าจะสามารถใช้ชื่อพรรคประชาชนได้หรือไม่ เพราะอดีตเคยเป็นพรรคการเมืองของนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในนาม "กลุ่ม 10 มกรา" โดยเปลี่ยนชื่อจากพรรคเดิมคือพรรครักไทย และมีนายวีระ หรือวีระกานต์ มุสิกพงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค

แต่ชื่อของพรรคประชาชนหายไปจากการเมือง นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ยึดอำนาจจาก พล.อ.ชาติชาย ชุนหะวัน เมื่อปี 2534 พร้อมกับการที่นายเฉลิมพันธ์ วางมือทางการเมือง จากที่ก่อนหน้านี้สมัยรัฐบาลชาติชาย พรรคประชาชนไปรวมกับ พรรครวมไทย พรรคกิจประชาคม และพรรคก้าวหน้า มาเป็นพรรคเอกภาพ เมื่อเดือน เม.ย. 2532

มาถึงวันที่ 9 มิ.ย. 2540 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถือกำเนิดขึ้นเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 หนึ่งในนั้นคือการดูแลการดำเนินงานของพรรคการเมืองตามกฎหมาย


ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2541 นายทะเบียนพรรคการเมืองรับจดทะเบียนพรรคการเมืองให้แก่พรรคประชาชน ชื่อภาษาอังกฤษ PEOPLE PARTY สโลแกน "เพื่อประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของ" โดยมีนายนัดดา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เป็นหัวหน้าพรรค ร.อ.สมชาย สุนสุข เป็นเลขาธิการพรรค และมีคณะกรรมการบริหารพรรค 15 คน ที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงไปหลายครั้ง

แต่เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2544 นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคประชาชน ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ปี 2541 มาตร 65 วรรคสอง เนื่องจากไปขอเบิกเงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองเมื่อปี 2543 ได้เงินไป 812,476 บาท แล้วปี 2544 ไม่ยื่นรายงานการใช้จ่ายเงินสนับสนุนของพรรคการเมืองต่อ กกต.ในเวลาที่กำหนด

ที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2544 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 34/2544 สั่งยุบพรรคประชาชน และนายทะเบียนพรรคการเมือง ประกาศเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2544

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 10 ระบุในตอนหนึ่ง ว่า "ชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองตาม (1) ต้องไม่มีลักษณะตามมาตรา 14 และต้องไม่ซ้ำ พ้อง หรือคล้ายคลึงกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่จดทะเบียน หรือที่ยื่นขอจดทะเบียนตามมาตรา 9 อยู่ก่อนแล้ว หรือของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและยังไม่พ้นยี่สิบปี นับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ หรือของพรรคการเมืองที่มีผู้แจ้งไว้แล้วตามมาตรา 18 และต้องไม่ซ้ำ พ้อง หรือคล้ายคลึงกับพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์หรือพระนามของพระราชวงศ์ หรือที่มุ่งหมายให้หมายถึงพระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์"

นั่นหมายความว่า สส.อดีตพรรคก้าวไกล สามารถเปลี่ยนชื่อจากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล มาเป็นพรรคประชาชนได้ เพราะพรรคประชาชนถูกยุบไปแล้ว หากนับจากวันที่นายทะเบียนพรรคการเมืองออกประกาศยุบพรรค กินเวลาประมาณ 23 ปี ซึ่งตามกฎหมาย กกต.ไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคการเมืองซ้ำกันเป็นเวลา 20 ปี