xs
xsm
sm
md
lg

นวัตกรรม F&B ล้น ไทยเฟ็กซ์กระหึ่ม คาดสร้างมูลค่าแสนล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



การตลาด - ยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี กับงาน THAIFEX เป็นเวทีสำคัญของไทยในการสร้างพันธมิตรระดับโลกและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยเพิ่ม GDP ประเทศ ให้เป็นศูนย์กลางทางด้านอาหาร คาดการณ์ผู้เข้าชมงานมากกว่า 80,000 ราย โดยภายในงานคึกคักและอัดแน่นไปด้วยผู้คนตั้งแต่วันแรก แบรนด์สินค้าไทยพร้อมปล่อยหมัดเด็ด อวดสายตาโลกแบบไม่มีใครยอมใคร ส่งสินค้ามาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ได้ว้าว โดนใจ และโกยรายได้เข้ากระเป๋าไปอีกเต็มๆ คาดงานนี้เม็ดเงินสะพัดกว่า 1 แสนล้านบาท และเป็นของผู้ประกอบการไทยถึง 60,000 ล้านบาท


ในปี 2566 การส่งออกสินค้าอาหารของไทยขยายตัว 2.7% จากปีก่อนหน้า มูลค่ากว่า 39,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.37 ล้านล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอาหารในภูมิภาคต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจีน (+25.9%) และอาเซียน (+21.5%) โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก ปรับตัวดีขึ้นจากอันดับที่ 15 ของโลกในปี 2565 สำหรับปี 2567 คาดว่าการส่งออกสินค้าอาหารของไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 2% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท

การจัดงาน THAIFEX - ANUGA ASIA ในครั้งนี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 32 ถือเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ได้รับความเชื่อถือจากทั้งผู้จัดแสดงและผู้เข้าชมงานทั่วทุกมุมโลก โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ารวมกว่า 3,000 บริษัท มากกว่า 6,000 คูหา จากกว่า 50 ประเทศ และมีผู้เข้าชมงานจากกว่า 130 ประเทศ คาดการณ์ผู้เข้าชมงานมากกว่า 80,000 ราย เป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs และกลุ่ม Startup รวมถึงผู้ประกอบการจากส่วนภูมิภาคที่จะมีโอกาสนำเสนอสินค้าและบริการ พบปะกับผู้นำเข้า/ผู้ซื้อที่มีศักยภาพจากต่างประเทศ

“คาดว่างานนี้จะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 100,000 ล้านบาท เป็นของผู้ประกอบการไทยประมาณ 60,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นยอดที่ดีในการจัดงาน 4-5 วัน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะใช้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศที่ได้รับตรา Thai SELECT เป็นโชว์รูมสินค้าไทยโชว์ให้กับชาวต่างชาติ ช่วยเผยแพร่ซอฟต์เพาเวอร์ไทย และยังมีแผนที่จะสร้างแบรนด์ประเทศไทย ให้เห็นว่าประเทศไทยมีดี” นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานเปิดงานได้กล่าวไว้

สำหรับการจัดงาน THAIFEX ในปีนี้จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ ภายใต้แนวคิด Beyond Food Experience เปิดประสบการณ์ที่มากกว่างานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ที่รวมทุกความต้องการไว้ในงานเดียว บนพื้นที่กว่า 130,000 ตร.ม. ที่ Challenger 1-3 และ IEC Hall 5-12 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีพื้นที่จัดแสดงสินค้าที่หลากหลายถึง 11 โซน 1. อาหารทะเล 2. อาหารแช่แข็ง 3. ข้าว 4. ผักและผลไม้ 5. ขนมหวานและขนมขบเคี้ยว 6. เครื่องดื่ม 7. ชาและกาแฟ 8. เทคโนโลยีอาหาร 9. ดนื้อสัตว์ 10. บริการด้านอาหาร 11. อาหาร Fine Food และโซนสินค้าพิเศษ 3 โซน 1. โซนอาหารฮาลาล 2. อาหารออร์แกนิก และ 3. อาหารแห่งอนาคต ซึ่งผู้ซื้อและผู้ค้าจากทั่วทุกมุมโลกจะได้รับโอกาสซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในการเรียนรู้กลยุทธ์สำหรับเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มและจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2567 นี้


**แบรนด์ไทยอวดของสุดว้าว**
เป็นธรรมเนียมไปแล้ว สำหรับงาน THAIFEX ที่แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มของไทยจะใช้เป็นเวทีนำเสนอสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ มาอวดโฉมสู่สายตาชาวโลก ซึ่งมีทั้งแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ ซึ่งทางไอบิสได้เลือกหยิบยกมาเพียงบางส่วนให้ได้ลองไปติดตามกัน อ่านจบแล้วหากยังไม่จุใจ ตามไปยลของจริง แล้วจะรู้ว่า มันว้าวสุดๆ

**CPF อวดสินค้านวัตกรรม ชูแนวคิด เป็นครัวของโลกด้วยนวัดกรรมความยั่งยืน**

นายเอกปิยะ เชื้อวุฒิเกริก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีพีเอฟ ฟู้ต เน็ตเวิร์ก จำกัด ในเครือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผยว่า ปีนี้ CPF ชูแนวคิด "Kitchen of the world with Sustainovation" เป็นครัวของโลก ซึ่งถือเป็นการแสดงถึงภารกิจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของ CPF ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขณะที่กระบวนการผลิตมีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีตามแนวทางการพัฒนาเกษตรและโรงงานอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน จัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่า และร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

โดยบริษัทให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ สร้างความมั่นคงทางอาหาร ส่งเสริมการผลิต และการบริโภคอย่างยั่งยืน พัฒนากระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น


ภายในงาน THAIFEX ครั้งนี้ บริษัทได้นำผลิตภัณฑ์หลากหลายมาแสดง โดยแบ่งออกเป็น 6 โซน ได้แก่ 1. Space Safety Standard : มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของเนื้อไก่สด แบรนด์ CP 2. Superior Tasto Awarde 2024 & Other World Standards : สินค้าได้มาตรฐานสากล การันตีรสชาติความอร่อยระดับโลก 3. Innovative Products : ผลิตภัณฑ์ไก่เบญจาและหมูชีวา แบรนด์ U Farm, เนื้อจากพืช แบรนด์ Meat Zero 4. Not-Zero : ผลิตภัณฑ์สีเขียว 5. Export - นำโดยแบรนด์ Authentic Asia อาหารเอเชียที่มีมาตรฐานสากล มีทั้งผลิตภัณฑ์ Thal Cube แบรนด์ Kitchen Joy ที่ประสบความสำเร็จในแถบประเทศสแกนดิเนเวีย รวมถึง เกี๊ยวกุ้ง ที่มีการพัฒนาให้มีความหลากหลายสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในแต่ละท้องที่ อาทิ เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิซุปหม่าล่า และ 6. Import : ผลิตภัณฑ์ HARVEY BEEF, CP UoriKi

“ปีนี้ผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัทได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมที่หลากหลาย เช่น 1.  ชีพี ชิคเก้นพอคเก็ต ไส้กรอกและชีส ที่คว้ารางวัลนวัตกรรมอาหาร หรือ THAIFEX - Anuga Taste Innovation Show 2024 2. ผลิตภัณฑ์กลุ่ม COOKING HELPER by CP ได้แก่ ซอสปรุงรสสามเกลอ, น้ำจิ้มสุกี้ชาบูหมูกระทะ, น้ำจิ้มแจ่วอีสาน, น้ำจิ้มซีฟูดส์ และสังขยาใบเตย ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT การันตีความอร่อยของอาหารไทยจากกระทรวงพาณิชย์ และ 3. ไข่สดปลอดสาร Cage Free แบรนด์ U FARM ยังได้รับคัดเลือกเป็นผลิตภัณฑ์แนะนำ อาหารช่วยลดโลกร้อน ได้รับฉลาก คาร์บอนนิวทรัล (Carbon Neutral Product) ปลอดคาร์บอนรายแรกของภูมิภาคเอเชีย“ นายเอกปิยะกล่าว


**เซ็ปเป้ เดินเกม ”โมกุโมกุ“ โกยส่งออก**

นางสาวปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของเซ็ปเป้ ยังคงเดินหน้านำเสนอสินค้าใหม่ๆ ปีละ 20-25 SKU ขณะที่เครื่องดื่มแบรนด์ Mogu Mogu (โมกุโมกุ) หลังจากที่หยุดขายในไทยมาหลายปี และเน้นส่งออกอย่างเดียว พบว่าตลาดต่างประเทศให้การตอบรับ Mogu Mogu อย่างมาก ปัจจัยหลักมาจากตัวสินค้าที่เป็นเครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าวที่อร่อย สดชื่น มีความแตกต่างและไม่เหมือนใคร ซึ่งเราเป็นเจ้าแรกของโลกที่ออกเครื่องดื่มที่ผสมวุ้นมะพร้าวชิ้นโต หรือ Snack Drink ขึ้นมา วางจำหน่ายครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 จนถึงตอนนี้ Mogu Mogu กว่า 30,000 ล้านขวดถูกส่งถึงมือผู้บริโภคทั่วโลก

ปีนี้แบรนด์ Mogu Mogu (โมกุโมกุ) ประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังปีก่อนใช้กลยุทธ์ เฟรนด์ ออฟ โมกุโมกุ ผ่านกลุ่มศิลปินบอยแบนด์ วง BTS ผลตอบรับดีมาก ทำให้โมกุโมกุติดท็อป 3 ของกลุ่มเครื่องดื่มในร้านสะดวกซื้อที่ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้ปีนี้บริษัทพร้อมประกาศให้ SEVENTEEN วงบอยแบนด์สัญชาติเกาหลีใต้ ที่ในตอนนี้เป็นวงที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดอันดับต้นๆ และโด่งดังมากในเอเชียและยุโรป ให้เป็น ‘First Global Brand Ambassador’ หรือแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกครั้งแรกอย่างเป็นทางการ โดยศิลปินทั้ง 13 คน จากวง SEVENTEEN จะมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนความสนุกและสดใสให้กับแบรนด์ Mogu Mogu (โมกุ โมกุ) น้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าวที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายประเทศทั่วโลก ผ่านแคมเปญ “Sip Chew Feel Mogu Mogu” ที่ส่งเครื่องดื่มจากไทยออกจำหน่าย 100 ประเทศแล้วในตอนนี้


นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวแคมเปญ “Sip Chew Feel Mogu Mogu” ซึ่งเป็นครั้งแรกของการสื่อสารแบรนด์ในระดับโลก โดยจะเริ่มแคมเปญในประเทศเกาหลีใต้และฝรั่งเศส ซึ่งเป็น Key Countries และเป็นประเทศที่เป็น Trend Setter สำคัญ เพื่อสร้าง Brand Engagement กับลูกค้าของทั้งสองประเทศหลัก โดยเซ็ปเป้ได้พาร์ตเนอร์ในการทำ Brand Health Check ชื่อดังอย่าง Milieu Insight บริษัทวิเคราะห์และวิจัยข้อมูลผู้บริโภคระดับโลก มาช่วยศึกษาทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง และยังได้ Global Marketing Agency อย่าง DDB Worldwide Communications Group LLC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Omnicom Group มาเป็นผู้คิดกลยุทธ์และดำเนินกิจกรรมตลอดแคมเปญนี้อีกด้วย

สำหรับแคมเปญ Sip Chew Feel Mogu Mogu นับเป็นแคมเปญใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมาที่เป็นสเกลระดับโลกของเซ็ปเป้ หนุ่มๆ ทั้ง 13 คนจาก SEVENTEEN จะมาเป็นตัวแทนของแบรนด์ Mogu Mogu เพื่อสื่อสารผ่าน TVC รวมทั้งสื่อการตลาดต่างๆ กับคนทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีความสนุกในรูปแบบต่างๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Special Gift จาก Mogu Mogu, Mogu Mogu Special Pack Limited Edition ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่ม Engagement ให้กับแบรนด์เพิ่มขึ้นเป็น 25% ทั้งหมดนี้เราตั้งใจสร้างความสุขและความสนุกให้กับแฟนๆ ของ Mogu Mogu และ SEVENTEENทั่วโลก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญในการทำให้ Mogu Mogu แบรนด์ที่เป็นความภาคภูมิของคนไทย จะได้เป็นที่รักในระดับโลกอย่างยั่งยืนนับจากนี้

“เซ็ปเป้คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีรายได้รวมโตขึ้น 20% จาก 6,000 ล้านบาทที่ทำไว้ในปีก่อน โดย 80% มาจากการส่งออก และ 20% เป็นยอดขายในประเทศ ซึ่งรายได้ส่งออกนั้น กว่า 95% มาจากแบรนด์ Mogu Mogu (โมกุ โมกุ)” นางสาวปิยะจิตกล่าว


**เฮอริเทจ เจาะทาร์เกต 20-30 ปี เพิ่มฐาน

ปีนี้เฮอริเทจเข้าร่วมงาน THAIFEX ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Beyond Food Experience" หรือการนำเสนอประสบการณ์ที่มากกว่าเพียงรสชาติ สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ในเครือที่ได้รับการยอมรับในมาตรฐานการผลิตระดับโลก พร้อมด้วยปณิธานของเครือที่มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงแต่มีรสชาติดี แต่ยังถึงพร้อมด้วยการสร้างสุขภาพที่เป็นเลิศให้แก่ผู้บริโภคทุกวัย

นายวศธร พลไพศาล ผู้บริหารเครือเฮอริเทจ กล่าวว่า เรามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการส่งมอบประสบการณ์อันมีคุณค่าที่เป็นเลิศด้วย Healthy Food เพื่อ Happy Life ของผู้บริโภค เราทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างนวัตกรรมทางอาหารที่มีความหลากหลายและเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่มและทุกไลฟ์สไตล์

ในงานได้มีการนำนมอัลมอนด์มาทำเป็นไอศกรีม plant-based soft serve เพิ่มความน่าสนใจให้กับตลาดผู้บริโภคนมทางเลือก เพื่อแสดงให้ผู้ประกอบการเห็นว่า ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในเครือเฮอริเทจ สามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ น่าสนใจได้หลากหลาย ขยายกลุ่มเป้าหมาย และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ด้านอาหารและเครื่องดื่มสุขภาพได้ต่อไป


นอกจากนี้ภายในงาน มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์หลายรายการ ได้แก่ 1. บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ โยเกิร์ต พร้อมดื่มจากนมอัลมอนด์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ ที่ได้เปิดตัวไปช่วง Q4 ของปี 2023 นับเป็นโยเกิร์ต พร้อมดื่มแพลนต์เบส ที่ทำจากนมอัลมอนด์ แบรนด์แรกในประเทศไทย นำมาผสมผสานกับน้ำผลไม้แท้ ที่ให้ทั้งวิตามินและความสดชื่น มาใน 2 รสชาติ ได้แก่ รสทรอปิคอล ฟรุต และรสมิกซ์เบอร์รี เป็นการขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่หลีกเลี่ยงนมวัวด้วยสาเหตุต่างๆ ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใหม่อายุ 20-30 ปี จากเดิมเป้าหมายหลักจะอายุ 30 ปีขึ้นไป

2. บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ เครื่องดื่มน้ำนมอัลมอนด์ ที่มียอดขายอันดับ 1 ในสหรัฐอเมริกา ทั้ง 7 สูตร ได้แก่ สูตรไม่เติมน้ำตาล, รสออริจินัล, รสวานิลลา, รสช็อกโกแลต, รสมัทฉะ, รสลาเต และสูตรบาริสตาเบลนด์ ได้มีการปรับโฉม packaging ใหม่ทั้งหมด เพื่อขยายตลาดให้โดนใจสายสุขภาพที่เป็นคนรุ่นใหม่ โดยมี “ต้าเหนิง- กัญญาวีร์" เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของประเทศไทย

3. วันเดอร์พัฟฟ์ เปิดตัว 2 รสชาติใหม่ ได้แก่ ข้าวโพดอบกรอบผสมมะม่วง และข้าวโพดอบกรอบผสมแครนเบอร์รี ป็อปคอร์นแบรนด์วันเดอร์พัฟฟ์ โดยปีนี้เราได้เพิ่มผลไม้อบแห้งอีก 2 ชนิด คือ มะม่วงและแครนเบอร์รี เข้ามาเป็นส่วนประกอบ สร้าง texure การรับประทานป็อปคอร์นแบบใหม่ๆ

"ปีนี้บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีรายได้รวมโตอีก 17% จากปีก่อนทำไว้ 2,000-3,000 ล้านบาท โดย 60% มาจากสแน็กและฟูด และอีก 40% มาจากเบฟเวอเรจ ซึ่งนมทางเลือกของเฮอริเทจ ทั้งแบรนด์ บลูไดมอนด์ อัลมอนด์ บรีซ และ ซันคิสท์ เครื่องดื่มน้ำนมพิสตาชิโอ เป็นผู้นำด้วยแชร์มากกว่า 50% ของตลาดนมทางเลือกที่มีมูลค่า 1,500 ล้านบาท โต 45% ในปีที่ผ่านมา" นายวศธรกล่าว


**ชบา ชูเครื่องดื่มเน้นความยั่งยืนสู่สากล**

บริษัท ชบาบางกอก จำกัด ได้ยกทัพผลิตภัณฑ์เข้าโชว์เคสงาน THAIFEX - Anuga Asia 2024 เช่น 1. นมโอ๊ต Goodmate 2. น้ำผลไม้ CHABAA กับแบรนด์ใหม่ CHABAA COCO ที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสความสดชื่น รสชาติน้ำมะพร้าว และ 3. ชาไทย Ochasan ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

โดยเฉพาะนมโอ๊ต Goodmate ถือเป็นผลิตภัณฑ์นมทางเลือกที่ทำจากข้าวโอ๊ตธรรมชาติเต็มเมล็ด 100% นำเข้าจากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวโอ๊ตที่ดีที่สุดในโลก หลังจากที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับดี ไม่ว่าจะเป็นนมโอ๊ตสูตรออริจินัล นมโอ๊ตสูตรช็อกโกแลต นมโอ๊ตสูตรบาริสตา

ล่าสุดนมโอ๊ต Goodmate ได้เปิดตัวสูตรใหม่ ครั้งแรกในเมืองไทยกับรส Strawberry Amaou สตรอว์เบอร์รี อะมาโอะไม่มีส่วนผสมจากนมวัว ถั่ว และกลูเตน มีคุณค่าสารอาหารสูง ทั้งแคลเซียมและวิตามิน ปราศจากคอเลสเตอรอล สอดคล้องกับแนวคิด "Have a Good Day, Have a Goodmate" ที่มุ่งเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์กับผู้บริโภคผ่านการแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับทุกๆ คน


นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ของ Goodmate ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 71.4% ลดการใช้พื้นที่ 91.6% และลดการใช้น้ำ 92.3% (ข้อมูลการดื่มนมโอ๊ต Goodmate 1 กล่อง ผลกระทบเทียบกับปริมาณนม 200 มิลลิลิตร) โดย 75% ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตกล่องนมทำจากทรัพยากรที่สามารถทดแทนได้ สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์น้อยกว่ากล่องนมอื่นๆ สามารถนำไปรึไซเคิลได้ และได้รับการรับรองเครื่องหมาย FSC ที่บ่งบอกถึงความยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายในงานยังเสริมทัพด้วยแบรนด์ได้แนะนำน้ำมะพร้าวผสมเนื้อมะพร้าว CHABAA Coconut wator หอมมะพร้าว เติมความสดชื่นให้ร่างกายได้ทั้งวัน ตามสโลแกน Feel Good on the Go (CO)! ภายใต้แบรนด์น้องใหม่ CHABAA COCO

รวมไปถึงแบรนด์ Ochasan แบรนด์ชาที่ตอบโจทย์คนรักชาไทยและชานมทั้งในประเทศไทย กลุ่มประเทศ CLMV และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นที่หนึ่งในใจของคนชอบชาไทยแท้ๆ โดยบริษัทมีแผนรุกตลาดในภูมิภาคยุโรป ตลอดจนประเทศจีน ภายใต้แนวคิด Taste the Fun, Sipthe Joy with Ochasan เป็นสเต็ปต่อไป