อคส.ชี้แจงการตั้งข้อสงสัยการเก็บข้าวสาร จ.สุรินทร์ เผยหากได้รับติดต่อดูข้าวจะทำความสะอาดคลัง แต่งกอง เรียงกอง พ่นควันไล่แมลง มีค่าใช้จ่ายไม่มาก ส่วนกระสอบที่แตกต่างเป็นการเปลี่ยนแทนกระสอบเดิมที่แตก ยันทำตามระเบียบ ไม่มีเปลี่ยนข้าว
นายกฤษณรักษ์ ใจดี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยถึงกรณีมีการตั้งข้อสงสัยการเปิดคลังสินค้าที่ จ.สุรินทร์ ว่า ปกติ เมื่อ อคส.ได้รับการประสานว่าจะมีหน่วยงานหรือคณะเข้าตรวจเยี่ยมที่คลังสินค้า อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลอื่นๆ อคส.จะจัดการประชุมภายในเพื่อเตรียมการสำหรับการตรวจเยี่ยม และในกรณีคลังสินค้า จ.สุรินทร์ ที่ประชุมภายใน อคส.เห็นว่าควรจะดำเนินการเปิดคลังสินค้าเพื่อทำความสะอาด แต่งกองและจัดเรียงกองข้าวสารบางส่วน เพื่อความสะดวกในการตรวจนับปริมาณและเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้เข้าตรวจเยี่ยม พร้อมทั้งพ่นควันไล่แมลง เนื่องจากคลังดังกล่าวเคยระบายข้าวสารออกไปแล้วบางส่วนในอดีต
สำหรับค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด จัดเรียงกองข้าวสาร และพ่นสเปรย์ อคส. ขอเรียนว่าค่าใช้จ่ายถูกแบ่งเป็น 1. ค่าแรงกรรมกรในการจัดเรียงกองข้าวสาร 2 คลัง จำนวนประมาณ 14,558 กระสอบ กระสอบละ 10 บาท เป็นเงิน 145,580 บาท 2. ค่าพ่นควันไล่แมลงด้วยสารคลอร์ไพริฟอส ปริมาณข้าวสารจำนวน 14,558 ตัน ตันละ 3 บาท เป็นเงิน 43,674 บาท ซึ่งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 189,254 บาท หากมีการเปลี่ยนข้าวตามที่ปรากฏในข่าวจะต้องใช้เงินมากกว่านี้เป็นจำนวนมาก
ส่วนของกรณีที่มีตรากระสอบที่แตกต่าง เมื่อมีการตรวจพบว่ามีข้าวสารที่กระสอบแตก หรือรั่วไหลออกมา หัวหน้าคลังจะนำกระสอบใบใหม่มากรอกข้าวสารที่รั่วไหลออกมา ทดแทนกระสอบที่ขาด และเนื่องจากคลังสินค้าทั้ง 2 คลังนี้ผู้ซื้อทิ้งสัญญาซื้อขายระหว่างการรับมอบ จึงทำให้มีข้าวสารบางกองที่มีกระสอบข้าวสารแตก กองข้าวสารไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย อคส.จึงต้องจัดเรียงกองข้าวสารบางส่วน และทำการหากระสอบใหม่เพื่อกรอกข้าวสารทดแทนกระสอบเก่าที่แตก ซึ่งเป็นการปฏิบัติงานปกติของ อคส.
ทั้งนี้ อคส.ขอยืนยันว่า อคส.ได้ปฏิบัติงานเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน และไม่มีการสับเปลี่ยนข้าวสารตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด หากยังมีการให้ข้อมูลหรือแชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จ อคส.จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

