ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กลุ่มผู้ประกอบการกัญชา และสมาคมกัญชาภูเก็ต รวมตัวยื่นหนังสือถึงรัฐบาล แสดงเจตนารมณ์ไม่ต้องการนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดประเภท 5 ส่งผลกระทบต่ออุตสหากรรมกัญชาที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (16 พ.ค.) กลุ่มผู้ประกอบการกัญชา สมาคมกัญชาภูเก็ต กว่า 100 คน รวมตัวกัน พร้อมแผ่นป้ายข้อความ “กัญชาต้องไม่กลับไปเป็นยาเสพติด” ที่ชั้นล่าง อาคารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายอัศม์เดช หนองแสง เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่า “ไม่เอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด และผลักดัน พ.ร.บ.กัญชา” ผ่านทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายสมสุข สัมพันธ์ประทีป รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้รับหนังสือ ทั้งนี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีดำริที่จะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางการดูรักษาความเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง
นายอัศม์เดช หนองแสง ตัวแทนสมาคมกัญชาภูเก็ต กล่าวว่า จากการประกาศของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เกี่ยวกับการจะผลักดันกัญชาให้กลับไปเป็นยาเสพติด ทำให้เกิดความกังวลในกลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกัญชา ทางสมาคมกัญชาภูเก็ตและผู้ประกอบการจึงต้องการแสดงจุดยืน เพราะว่าการกลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 จะทำให้อุตสาหกรรมที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท ภายใน 2 ปี สร้างงาน สร้างรายได้ และให้โอกาสแก่คนไทยทั่วประเทศต้องหายไป ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบ นำไปสู่การว่างงานและความเสียหายอย่างหนัก
“ผู้ประกอบการกัญชา ชาวสวน ชาวไร่ที่ปลูกกัญชา ตั้งหน้าตั้งตารอกฎหมายกัญชงกัญชา แต่อยู่ๆ กลับมาบอกว่าจะเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ซึ่งไม่ใช่วิธีคิดที่ถูกต้อง เราต้องเดินไปข้างหน้า แต่นี่เหมือนเราเดินถอยหลังกลับไปอีก สิ่งที่เราต้องการคือ บอกว่า ทำอะไรให้ชัดเจน และเราไม่ต้องการให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด”
นายสมสุข สัมพันธ์ประทีป รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังรับหนังสือจากผู้ประกอบการกัญชาในภูเก็ตวันนี้แล้ว ทางสำนักงานสาธารณสุขภูเก็ตจะรวบรวมหนังสือและภาพถ่ายบรรยากาศของการยื่นหนังสือส่งต่อไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทราบว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้มาขออนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับกัญชาในภูเก็ตมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,500 ราย โดยการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้กัญชาที่ผ่านมามีอยู่บ้าง เนื่องจากเมื่อมีผู้จำหน่ายจำนวนมากและมีการแข่งขันสูง แต่เมื่อลงไปตรวจสอบไม่พบตามที่ร้องเรียน ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะหากตรวจสอบและพบจะดำเนินคดี

