ศูนย์ข่าวภูเก็ต - กรรมาธิการที่ดินลงภูเก็ต ติดตามการออกเอกสารสิทธิที่ดินวิลล่าหรู แหลมยามู หลังมีการตั้งข้อสงสัยออกชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ด้านที่ดินแจงตรวจสอบเบื้องต้นพบ น.ส.3 ก.ออกตรงแปลง ส.ค.1 ส่วนจะบวมหรือไม่ต้องรอผลการอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้ (19 มี.ค.) คณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายอภิชาติ ศิริสุนทร ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะ ประชุมร่วมกับนายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 และเขต 3 เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต
เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่สวนป่าบางขนุน การแก้ปัญหากรณีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) โดยมิชอบบริเวณพื้นที่แหลมยามู และการแก้ปัญหาน้ำเสียบริเวณหาดกะรนและหาดกมลา
ทั้งนี้ เนื่องจากคณะกรรมาธิการที่ดินได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่เข้าไปอยู่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่สวนป่าบางขนุนว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่ทางกรมป่าไม้ให้ทัพเรือภาคที่ 3 ใช้พื้นที่สวนป่าบางขนุนกว่า 3 พันไร่ ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ 265 ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน เกรงว่าจะไม่มีที่อยู่และที่ทำกิน จึงได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการที่ดิน ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางกรรมาธิการจะทำหนังสือถึงกรมป่าไม้ ทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอข้อมูลรายละเอียดอีกครั้ง
ส่วนการออกเอกสารสิทธิที่ดิน น.ส.3 ก. ในพื้นที่แหลมยามูนั้น ทางคณะกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลจากการนำเสนอข่าวของสื่อว่าการออกเอกสารสิทธิที่ดินเลขที่ 3411 ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย ทางคณะกรรมาธิการจึงได้ลงมาตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยทางเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตได้รายงานว่า จากการตรวจสอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ก. เลขที่ 3411 พื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการที่เกิดเหตุชาวต่างชาติเตะแพทย์หญิงนั้น พบว่า น.ส.3 ก. เลขที่ 3411 ออกเมื่อปี 2548 เนื้อที่ 106 ไร่ เปลี่ยนมาจาก น.ส.3 ธรรมดา หรือ น.ส.3 ครุฑดำ เลขที่ 478 หมู่ที่ 1 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ออกเมื่อปี 2517 เนื้อที่ 98 ไร่ 3 งาน 46 ตร.ว.ออกสืบเนื่องมาจาก ส.ค.1 เลขที่เดียวกันที่ได้ออกให้ นายส่ง บุญเสริม แจ้งไว้เมื่อปี 2498 แจ้งทำประโยชน์เป็นสวนยางพาราเนื้อที่ 63 ไร่ จึงได้มีการตั้งขอสงสัยว่าการออกเอกสารสิทธินั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ในเรื่องนี้ ที่ดินภูเก็ต สาขาถลาง ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว โดยมีการตรวจสอบจากเอกสารทั้งหมด ทั้งเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก. แปลงดังกล่าว และตรวจสอบเปรียบเทียบกับแปลงข้างเคียงโดยการต่อจิ๊กซอว์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่บริเวณนั้นมี ส.ค.1 เกือบทั้งหมด ทำให้เชื่อได้ว่า การออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 ก.ถูกต้องตรงแปลงกับ ส.ค.1 ส่วนจะบวมหรือหรือออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาหรือไม่นั้น จำเป็นจะต้องอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศเข้ามาประกอบ เพราะการแจ้ง ส.ค.1 เมื่อปี 2498 นั้นอาจจะแจ้งระยะไว้โดยประมาณ ดังนั้นจำเป็นจะต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์โดยการส่งภาพถ่ายทางอากาศให้กรมที่ดินอ่านแปล เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งทางจังหวัดได้ส่งเรื่องให้กรมที่ดินอ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศแล้ว หากผิดพลาดจะได้เสนอให้กรมที่ดินพิจารณาต่อไป
ส่วนกรณีของทางสาธารณะลงหาดนั้น ไม่มีปรากฏในการเอกสารสิทธิที่ดิน ทางเข้าที่เป็นทางหลวงชนบทไปสิ้นสุดที่ดินของเอกชน หลังจากนั้นการเข้าถึงหาดจะต้องผ่านที่ดินเอกชนที่เปิดเป็นทางลงหาด และที่บริเวณทางเข้าจะต้องแลกบัตรตามระเบียบของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 25 มี.ค.นี้ ทางที่ดินสาขาถลางจะเข้าไปรังวัดดินแนวชายหาด ตามที่ทางเทศบาลตำบลป่าคลอกได้ร้องขอเพื่อรังวัดขอบเขตของหาดสาธารณะ

