xs
xsm
sm
md
lg

วิบากกรรม ศักดิ์สยาม ยังไม่จบ…!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วิบากกรรม ศักดิ์สยาม ยังไม่จบ…!?

ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ไม่รอดในคดีซุกหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น จนต่อมา  ประกาศลาออกจากส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย แต่วิบากรรมของศักดิ์สยาม อาจยังไม่หมดแค่นี้ เพราะยังอาจมีลูกติดพันตามมา

ก่อนหน้านี้ พรรคฝ่ายค้านเดิม โดยเฉพาะจากสองพรรคคือ ก้าวไกลกับประชาชาติ ของพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เคยไปยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ให้ตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ของศักดิ์สยาม ว่าอาจเข้าข่าย “แจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินอันเป็นเท็จ” ซึ่งฝ่ายค้านเชื่อว่า ศักดิ์สยาม คือเจ้าของหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญฯ มาโดยตลอด แต่ถือหุ้นผ่านนอมินี

เมื่อตอนนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาแบบนี้ มีการลงลึกว่ามีข้อพิรุธ
เช่น คำวินิจฉัยที่ระบุว่า นายศักดิ์สยาม กับนายศุภวัฒน์ตกลงนำเงินของนายศักดิ์สยาม ทำธุรกรรมต่างๆในนามของนายศุภวัฒน์ โดยขั้นตอนสุดท้ายมีการนำเงินนั้นซื้อกองทุนTMB-T-ES-DPlus และกองทุนTMB-T-ES-IPlus ในชื่อนายศุภวัฒน์ แล้วขายกองทุนดังกล่าว เพื่อซื้อหุ้นกับนายศักดิ์สยาม จำนวน 19,500,000 บาท ยังเป็นของผู้ถูกร้อง

“ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงเชื่อว่า นายศักดิ์สยาม ยังคงไว้ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญฯ โดยมีนายศุภวัฒน์เป็นผู้ครอบครองหุ้นของห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญฯและดูแลแทนนายศักดิ์สยาม มาโดยตลอด”

จากนี้ก็อยู่ที่ ส.ส.ก้าวไกล แล้วว่า จะเขี่ยลูกต่อไปให้ป.ป.ช.อย่างไร หรือตัวป.ป.ช.เอง จะนำคำวินิจฉัยของศาลรธน.มาประกอบการตรวจสอบเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของนายศักดิ์สยาม อย่างไร
เพราะเรื่องนี้ ส.ส.ก้าวไกล ก็ยื่นค้างไว้ตั้งแต่ปี 2566 แล้ว

จึงต้องดูว่า พรรคก้าวไกลหรือป.ป.ช.จะขยับมาตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินหนี้สินของศักดิ์สยาม ที่ยื่นตอนเข้าไปเป็นรมว.คมนาคมและส.ส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทยในตอนช่วงปี 2562-2566 รวมถึงตอนที่เข้ามาเป็นส.ส.ชุดปัจจุบันเมื่อปี 2566 อย่างไร

จะถือว่า เข้าข่าย ปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ตามพรบ.ป.ป.ช. มาตรา 105 ที่ให้ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งรัฐมนตรี-ส.ส. ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ยื่นพร้อมหลักฐานที่พิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สิน หรือไม่

รวมถึงจะเข้าข่าย ผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ หรือไม่ ?

คนกำลังรอดูกันว่า ป.ป.ช.จะเอาอย่างไร จะบอกว่า เป็นคนละส่วน อันนั้นของศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้ของป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ ไม่เกี่ยวกัน และป.ป.ช. ขอตรวจสอบเอง ไม่ฟัง อะไรศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนั้น จะเอาแบบนี้ใช่หรือไม่ ป.ป.ช. ?

โดย เรื่องนี้ ที่  ศักดิ์สยาม ต้องกังวล ก็เพราะ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่อาจขยายผลได้ เพราะ พรบ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 บัญญัติว่า

“ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดตามมาตรา 28 (3) ซึ่งกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์อิสระและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรจุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าว  

ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ ประธานวุฒิสภา แล้วแต่กรณี ภายในเวลาที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยความข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ”

และกฎหมายเดียวกัน มาตรา 114 ก็บัญญัติความผิดกรณีปกปิดบัญชีทรัพย์สินฯไว้อีกว่า “
เมื่อปรากฎว่า ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้ง และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า มีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น 
ให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้นั้นทราบ และกำหนดระยะเวลาตามสมควรที่ผู้นั้นจะมาชี้แจงข้อกล่าวหา โดยหากคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า ผู้ใดจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ฯ โดยหากเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อวินิจฉัย”

หลังจากนี้ ก็ลุ้น กระอักเลือดเลย ศักดิ์สยาม
กำลังโหลดความคิดเห็น