xs
xsm
sm
md
lg

จักษุแพทย์ ลั่น ตบพลังจิตรักษาตาไม่หาย แถมทำตาบอดถาวรได้ มีอาการผิดปกติให้พบหมอตา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จักษุแพทย์ ชี้ตบพลังจิตรักษาตา เป็นแต่ความเชื่อ ไม่มีหลักฐานการแพทย์ หวั่นทำผู้ป่วยรักษาช้า ตาบอดถาวร ย้ำพบอาการผิดปกติของตาให้รีบพบจักษุแพทย์ มีวิทยาการทันสมัยดูแล

จากกรณี อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต ใช้การตบและถีบรักษา โดยมีหญิงอายุ 68 ปี มารักษาด้วยอาการตาฟาง หลังตบรักษาทำให้สายตาดีอยู่ 3 วัน จากนั้นตาบอดสนิท


เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การรักษาเรามีแพทย์เฉพาะทางที่สามารถดูแลผู้ป่วยหลายด้าน โดยเฉพาะจักษุแพทย์ของ รพ.ทุกพื้นที่ต่างมีความสามารถในการรักษาเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันวิทยาการเครื่องมือทางการแพทย์ด้านจักษุมีความก้าวหน้าให้ความแม่นยำในการตรวจรักษาที่ดีผู้ป่วยสามารถมั่นใจและไว้วางใจในจักษุแพทย์ได้ หากมีอาการผิดปกติทางตาไม่ควรปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ลุกลามจนเกิดการสูญเสียอวัยวะได้ เพื่อลดความสูญเสียที่ป้องกันได้ เมื่อรู้สึกว่าดวงตาของเรามีภาวะไม่ปกติควรพบจักษุแพทย์ทันที


นพ.อาคม ชัยวีระวัฒนะ ผอ.รพ.เมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กล่าวว่า ตามที่มีกระแสข่าวออกมาว่าคุณยายท่านหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีอาการตามองไม่เห็นข้างหนึ่งและอีกข้างสายตาเลือนราง มีผู้ให้ความช่วยเหลือด้วยการรักษาตามวิธีทางความเชื่อส่วนบุคคลด้วยการตบไหล่ ซึ่งไม่ใช่วิธีรักษาการรักษาโรคทางตาโดยทั่วไปที่สามารถทำให้กลับมามองเห็นได้เหมือนปกติ และอาจจะส่งผลเสียอย่างอื่นตามมาได้ ทั้งนี้ โรคทางตา อาการผิดปกติที่สังเกตได้ เช่น ตาพร่ามัว ปวดตา จุดดำลอยไปมาคล้ายแมลงหวี่บินผ่าน อาการฟ้าแล่บ เห็นเหมือนหยากไย่ อาการเหล่านี้เป็นเพียงอาการเบื้องต้น ไม่ควรปล่อยทิ้งอาจทำให้อาการลุกลามมากขึ้น ควรพบจักษุแพทย์ที่ชำนาญการเพื่อการรักษาที่ถูกวิธีและปลอดภัย เราสามารถการเช็กตาง่ายๆ โดยการปิดตาดูทีละข้าง หากตาสองข้างเห็นไม่เท่ากันหรือเปลี่ยนแปลงจากเดิมควรพบจักษุแพทย์ เพื่อเป็นการป้องกันควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละครั้ง


นพ.เอกชัย อารยางกูร รอง ผอ.ด้านจักษุวิทยา รพ.เมตตาประชารักษ์ กล่าวว่า การรักษาด้วยวิธีตามความเชื่อส่วนบุคคลอย่างวิธีการตบไหล่พลังจิตหรืออื่นๆ ซึ่งไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน อาจทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องไม่ทันการณ์ เป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ หากสังเกตพบอาการที่ผิดปกติทางการมองเห็น อาทิ ตาพร่ามัว ปวดตา ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในอาการของโรคต้อกระจกหรือต้อหิน จุดดำลอยไปมาคล้ายแมลงหวี่บินผ่าน อาการฟ้าแล่บ เห็นเหมือนหยากไย่ เป็นอาการของโรคทางจอตา ตาแดง ตาแห้ง ระคายเคืองตา คันยุบยิบที่เปลือกตา อาจส่งสัญญาณของโรคภูมิแพ้ขึ้นตา หรือ หากชะล่าใจต่ออาการต่างๆ เหล่านี้ที่เกิดขึ้น ผลที่ตามมาอาจทำให้เราสูญเสียการมองเห็นถาวรได้

"เมื่อพบความผิดปกติให้รีบพบจักษุแพทย์ เพื่อทำการตรวจรักษาอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ด้านจักษุมีความก้าวหน้า และเครื่องมือทางด้านจักษุมีความทันสมัยสามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ดังนั้น การพบจักษุแพทย์เฉพาะทางย่อมทำให้ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาเป็นผลที่ดีผู้สูงอายุ ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคต้อหินและผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวานควรตรวจสุขภาพตาทุกปี เพื่อลดภาวะการสูญเสียการมองเห็น" นพ.เอกชัยกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น