xs
xsm
sm
md
lg

"ชูวิทย์" เปิดตัว“แก๊งไอ้หม่า”สุมหัวปปง. หลอกรีดทรัพย์นักธุรกิจจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"ชูวิทย์" เผย “แก๊งไอ้หม่า” ซี้ปึ้ก ปปง. ตัวใหญ่ชื่อ ปิง รู้จักกันดี ขนาดเรียกไอ้หม่าว่า “ไอ้ตี๋” มี “ไอ้เต้า” และเมียเป็น “นกต่อ” คอยหาเหยื่อ หลอกล่อคนจีนรวยๆลงทุนธุรกิจใต้ดิน ก่อนร่วมมือกับ ปปง. ตลบหลังขู่ยึดทรัพย์ เจรจานอกรอบขอแบ่งเปอร์เซ็น

วันที่ 17 ธ.ค.65 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ แก๊ง “จีนเทา ปปง.” ต่อเนื่องกรณีนายทุนจีนทำธุรกิจสีเทา โดยระบุว่า

มีคนจีนดีอีกมากที่ทำมาหากินสุจริตในประเทศไทย

อย่าไปเหมารวมกับ “จีนเลว”

เช่นเดียวกับคนไทย มีดี มีเลว มีชั่ว ปะปนกัน

จีนขาวส่งข้อมูลชุดสำคัญเชื่อมโยง “แก๊ง ปปง.” มาให้ผมตลอด รอจังหวะจิ๊กซอว์สุดท้ายได้ครบ

ปปง. ขึ้นอยู่กับนายกฯ กลายเป็นเรื่องที่ “โอชะ” ให้ประจานแล่เนื้อ ทั้งก่อนปิดสภา และตอนเลือกตั้ง เพราะปิงชอบอ้างว่า
“ผู้ใหญ่ที่สนับสนุนให้อยู่กินต่อ”

อย่างผม ไม่ตีงูแค่หลังหัก แต่งูพิษแว้งกัดแบบนี้ ต้องตีให้ตาย 3 รอบ

ส่วนเกมบนดิน เดินหน้าไป ป.ป.ช. วุฒิสภา กรรมาธิการต่างๆ ในสภา ตีฆ้องร้องป่าว

หากไม่เชื่อ จะเปิดไตเติ้ลไปเรื่อยๆ เอาหนังตัวอย่างไปดูจนกว่าจะถึงปีใหม่ จัดให้ แก๊งเทา ปปง. โดยเฉพาะ ที่ทำให้คนดีๆ ในองค์กรเขาเสียหาย

เริ่มจาก “แก๊งไอ้หม่า” ที่ใช้ชื่อไทย สวมบัตรประชาชนปลอมว่า “สมศักดิ์” อาชีพต้มตุ๋นหลอกคนจีนด้วยกันมาลงทุนธุรกิจใต้ดิน

พอมีเงินก็เอาไปซื้อที่ทาง บ้าน คอนโด จากนั้นร่วมมือกับ ปปง. ตลบหลังว่า มีชื่ออยู่ในบัญชี ปปง. ต้องถูกยึดทรัพย์สิน

หรือไม่ก็พาเหยื่อจีนมาเซ่นไหว้เจ้าที่เจ้าทาง หักหัวคิว

ปปง. ตัวใหญ่ชื่อ ปิง รู้จักกันดี ขนาดเรียกไอ้หม่าว่า “ไอ้ตี๋”

ส่วนวงการตำรวจ ไอ้หม่าหรือตี๋ของเฮียปิงก็กว้างขว้าง

ส่งเลขาจีนสาวสวย (Zhou Xuanyan) ไปพะเน้าพะนอตำรวจ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหลายที่ ตำรวจใหญ่น้อยรู้จักกันดี

มี “ไอ้เต้า” (Yu Yebin) และเมีย (Xie Shen) เป็น “นกต่อ” คอยหาเหยื่อจีนนักธุรกิจ

ทั้งสองคนนี้ นั่งรถไปไหนมีมอเตร์ไซค์นำเสมอ

จัดงานปาร์ตี้หลอกล่อคนจีนรวยๆ มารวมตัว เมียก็กล่อมเมีย ผัวก็คุยผัว

หว่านล้อมให้ลงทุนทำธุรกิจต่างๆ ในไทย อ้างว่ารู้จักผู้ใหญ่ในวงการเมือง ตำรวจ เอารูปในมือถือโชว์ให้ดู

ทำอะไรก็ทำได้ในไทย ทุกอย่างไฟเขียว และให้สองผัวเมียนี้เป็น “นอมินีหรือตัวแทน”

เสร็จแล้วตั้งบริษัท หรือซื้อทรัพย์สิน ก็ใช้ชื่อคนจีนที่มี blacklist ติดอยู่ใน ปปง.

โดยเพื่อนๆ คนจีนในกลุ่มสองผัวเมียนี้ ล้วนสะสม blacklist ปปง. หมด

รายชื่อร่วมกันแชร์ข้อมูลเหมือนสาขาย่อยของ ปปง.

เมื่อใช้ชื่อ blacklist ก็ติดกับ โดนขู่ว่าทรัพย์สินทุกอย่างจะต้องตกเป็นของพวกมัน

ใช้ตำรวจไปข่มขู่ และทำท่าทางเคลียร์ให้ แต่แท้จริงรู้กัน เจรจานอกรอบ

ส่วนหัวหน้าแก๊งไอ้หม่า จะพาตำรวจคนโน้นคนนี้มาตลอดตอนติดต่อ เพื่อให้คนจีนด้วยกันเห็นว่ามีอิทธิพล และด้วยมันพูดภาษาไทยได้จึงได้เปรียบ คนจีนที่ถูกหลอกไม่รู้เรื่อง

นอกจากนั้น แหล่งที่โชว์พาวเวอร์สุดๆ คือ “สำนักงาน ปปง.” ที่สะพานหัวช้าง ปทุมวัน ใจกลางเมือง

ที่มักจะพาจีนเทา จีนขาว เป็นตัวแทนมาพบ ปิง ให้เห็นว่าสนิทสนม สามารถสั่งถอนเรื่องได้ คืนทรัพย์สินให้ แล้วมาแบ่งเปอร์เซ็นกัน

โดยไอ้หม่าเป็นคนนำเงินมาเคลียร์ สดล้วนๆ เดินขึ้นลงสวนทางกับตู้ห่าวบนออฟฟิต ปปง. ชั้น 3 พื้นลิฟต์ไม่เคยแห้งสะเด็ดน้ำ


เรื่องราวที่เล่าเป็นเพียงน้ำจิ้ม ให้เห็นว่า “ระบบ” มันผุกร่อนแค่ไหน

เมื่อทุกเส้นทางการเงินเรื่อง “ฟอก” ไปจบที่ ปปง.

อย่างเมื่อวาน ตำรวจจับ “อั้ม PSV” พร้อมเมีย ดาราเก่า ยึดทรัพย์สิน เงินสด 700 ล้าน เงินหมุนเวียน เดือนละ 7,000 พันล้าน

ตำรวจก็ต้องส่งไป ปปง. เรื่องฟอกเงิน

แบบนี้ก็ “เรียบร้อยโรงเรียนปิง” เข้าทางตัน

ตำรวจจับ ปปง.ปล่อย ให้มันได้ยังงี้สิ

เหมือนเด็กวิ่งเล่นเกม “มอญซ่อนผ้า” เอาเงินมาไว้ข้างหลัง ไว้โน่น ไว้นี่ ฉันจะตีก้นเธอ

หากใครก็ตามที่ปล่อยให้ทั้งไทยเทา จีนเทาทำกันแบบนี้

ต้องเจอ “อดีตไทยเทา” อย่างผมจัดการให้แตกกระเจิง

ล้มกระดานให้ได้ คือเป้าหมายสูงสุด

นายชูวิทย์โพสต์ต่อท้ายว่า ระบบสกปรกที่เราต่อสู้อยู่ โดยที่รัฐบาลไม่ได้สนใจ พวกเขาพยายามเสแสร้งในสงครามที่เขาควรต่อสู้ คิดว่าจะชนะอยู่ตลอดไป

แต่สงครามนี้พวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ง่ายๆ อย่างน้อยผมยังทำให้คนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น “ความจริง” ที่ทำให้คนได้รู้แม้ว่าความจริงนั้น มันไม่ได้ทำให้พวกเราชนะก็ตาม