สุรินทร์- ชาวบ้านเมืองช้างผวาชายฉกรรจ์ 4 คน พฤติการณ์แปลก สงสัยเป็นตำรวจ หรือ โจร บุกเข้าบ้าน 2 ครั้งไม่มีเหตุผล โวยครอบครัวเสียหายและไม่ได้รับความปลอดภัย จี้ตำรวจชี้แจงด่วน ล่าสุดพบเป็นตำรวจจริงโร่ทำความเข้าใจแล้ว
วันนี้ ( 3 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ ได้รับการเปิดเผยจาก นายสังขะ ศรีบุญ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ 10 บ้านหนองกุง ต.กระเทียม อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ว่า ในช่วง ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีชายแต่งกายและตัดผมสั้น พกพาวิทยุสื่อสารลักษณะคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ขับรถยนต์ เข้ามาจอด ใกล้บริเวณบ้าน แล้วจู่ๆ ก็เดินเข้ามาในบ้าน ลักษณะรีบร้อนเหมือนจะมาจับใคร
พอเข้ามาพบแค่คนแก่ที่นั่งบดหญ้า เนเปียร์เลี้ยงวัว อยู่ในลานบ้าน 4 คน เมื่อเห็นแค่คนแก่จึงแก้เขินด้วยการถามว่า บ้านของผู้ใหญ่บ้านอยู่ตรงไหน และขอซื้อหญ้าเนเปียร์บด ไป 3 กระสอบ แต่มีชายอีกคนหนึ่งยื่นอยู่หน้า ห้องคลินิก ของลูกสาว ยืนส่องดูว่าด้านในมีอะไร
พอเห็นว่าบ้านหลังนี้มีกล้องวงจรปิด จึงบอกเพื่อนๆ เดินออกจากบ้านไป พร้อมทั้งขับรถกระบะ 4 ประตูสีขาว ทะเบียน 1 กว 37 กรุงเทพมหานคร เข้ามาเอาหญ้าเนเปียร์ที่ซื้อไว้ แล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว
นายสังขะ บอกอีกว่า การเข้ามาของชายฉกรรจ์ คล้ายตำรวจ เข้ามาในบ้านครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ที่เกิดเหตุแบบนี้ ลักษณะการกระทำก็ทำเช่นนี้ บอกได้เลยว่า เจ้าของบ้านมีอาชีพเลี้ยงวัว และปลูกหญ้าขาย มีลูกผู้หญิง 3 คน มีครอบครัวแล้ว อาชีพรับราชการ ลูกเขย 2 คน ก็รับราชการ ลูกเขยอีก 1 คน ทำงานบริษัทเอกชน ทีรถจักรยานยนต์ 3 คัน และรถยนต์ 5 คัน ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ลูกๆใช้ขับไปทำงานทุกวัน
หากทางตำรวจเกิดข้อสงสัยและมีความประสงค์จะขอตรวจค้นบ้าน เจ้าของบ้านยินยอมให้ตรวจค้น ขอแค่เพียงว่าอย่ากระทำการเช่นนี้เพราะสิ่งที่กลุ่มบุคคลนี้ทำ ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านเกิดความเข้าใจผิด และนินทากันไปว่า บ้านหลังนี้ทำอะไรผิดถึงมีตำรวจเข้ามาในบ้าน ทำให้เสียชื่อเสียงต่อครอบครัว
ถ้าหากบุคคลกลุ่มนี้เป็นตำรวจจริง มีเหตุอันใดถึงกระทำการเช่นนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้ว น่าจะตรวจสอบไม่ยากเพราะรถแบบนี้ ชาวบ้านเขารู้ว่าเป็นรถตำรวจ และทะเบียนรถสามารถตรวจสอบได้ แต่ถ้าไม่ใช่ตำรวจ ชาวบ้านจะทำอย่างไรถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ชาวบ้านวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบเพื่อความกระจ่างชัดด้วย
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า ชายฉกรรจ์ ทั้ง 4 คน เป็นตำรวจจริง สังกัด สภ.แห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ หลังเกิดเหตุได้พยายาม เข้ามาเจรจาเพื่อขอทำความเข้าใจ จากการทำงานในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าของบ้านไดัพบปะพุดคุยทำความเข้าใจในระดับหนึ่งแล้ว

