xs
xsm
sm
md
lg

ภาคใต้เดือดปุด ภท.รุกกินแดน ปชป.!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


อนุทิน ชาญวีรกูล - จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
เมืองไทย 360 องศา


แม้ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่กันแน่ แต่ถือว่าใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เพราะถึงอย่างไรก็ต้องไม่เกินเดือนมีนาคมปีหน้าแน่นอน เนื่องจากเป็นช่วงสภาครบวาระ ดังนั้น เวลาที่เหลืออยู่ทำให้ได้เห็นความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมือง และนักการเมืองกันอย่างคึกคัก


อย่างไรก็ดี จะขอโฟกัสไปที่สนามภาคใต้ ที่ถือว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคภูมิใจไทย และหากพิจารณากันตามสถานการณ์แล้ว เชื่อว่า จะเป็นการต่อสู้ที่ต้องจับตา เพราะยังจะส่งผลถึงอนาคตทางการเมืองของทั้งสองพรรคการเมืองอีกด้วย

สำหรับสนามการเลือกตั้งภาคใต้ เชื่อว่า “คอการเมือง” พอรับรู้กันอยู่แล้วว่า เปรียบเสมือน “เมืองหลวง” ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์มาช้านาน ชนิดที่เรียกว่าแทบจะไม่มีพรรคไหนมาเบียดแทรกได้ง่ายๆ แม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย หรือก่อนหน้านั้นในยุคไทยรักไทย ที่ นายทักษิณ ชินวัตร ยังกุมบังเหียนโดยตรง ก็ไม่เคยแย่งที่นั่งได้เลย

จนกระทั่งเมื่อการเลือกตั้งคราวที่แล้ว เมื่อปี 2562 ที่เป็นครั้งแรกที่พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเสียที่นั่งให้กับพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ไปถึง 13+1 (เลือกตั้งซ่อม) สูญเสียที่นั่งให้กับพรรคภูมิใจไทย 8 ที่นั่ง

แม้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมา อาจมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องถกเถียงกัน โดยเฉพาะ “ยุทธศาสตร์” ในการเลือกตั้ง ระหว่างการหนุน “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อขัดขวางพรรคเพื่อไทยของ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเวลานั้นพรรคประชาธิปัตย์ โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น ประกาศในนาทีสุดท้ายว่า “ไม่เอา” และอ้างหลักการประชาธิปไตย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องพ่ายแพ้เสียที่นั่งในภาคใต้ และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ถึงกับ “สูญพันธุ์” ไปเลย

แต่มาถึงวันนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้ง “บิ๊กตู่” หรือ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐถดถอยลงไปมาก กลายเป็นว่า พรรคภูมิใจไทย กลับโดดเด่นขึ้นมาแทน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่กลายเป็นคู่ต่อกรสำคัญกับพรรคประชาธิปัตย์ และคาดว่า จะเป็นการต่อสู้ที่ “สูสี” กันเลยทีเดียว ซึ่งไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้มาก่อนในสนามการเมืองภาคใต้ ที่ถือว่าเป็นพื้นที่ “ผูกขาด” ของพรรคประชาธิปัตย์มาช้านาน ถึงขั้นมีการเปรียบเปรยขำๆ ว่า “ส่งเสาไฟฟ้า” ลงไปก็ชนะ

แต่มาตอนนี้เป็นช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เกิดความแตกแยกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พ่ายแพ้การเลือกตั้งที่ผ่านมา มาจนถึงวันนี้ก็ยังรับรู้ถึงเรื่อง “เลือดไหล” ออกตลอดเวลา แม้ว่าก่อนหน้านี้ ทีมผู้บริหารพรรคในปัจจุบัน ที่นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หัวหน้าพรรค และ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เลขาธิการพรรค พยายามที่จะมีการฟื้นความศรัทธาขึ้นมาใหม่ มีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.รุ่นใหม่ ในภาคใต้

อย่างไรก็ดี ก็ยังเป็นที่น่าจับตากันอีกในเรื่องความขัดแย้งลึกๆ ระหว่าง “ขุนพลภาคใต้” อย่าง นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รองหัวหน้าพรรค และ นายสมชาย เดชอิสม์ รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ ขณะที่ นายนิพนธ์ ก็ยังต้องลุ้น ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้สิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ จากกรณีถูกร้องเรียนเรื่องคำสั่งกระทรวงมหาดไทย สั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เมื่อหลายปีก่อน

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังเจอกับปัญหารุมเร้า ฝ่ายพรรคภูมิใจไทยที่เปิดเกมรุกคืบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ ไม่กี่วันก็เพิ่งเปิดตัวผู้สมัครในบางจังหวัด ทั้ง กระบี่ พังงา และ ภูเก็ต เรียกเสียฮือฮามาแล้ว ล่าสุด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการประกาศผู้สมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา ใน 7 เขต อีกหนึ่งเขต เป็น ส.ส.เก่า ยังเหลืออีก 1 เขตเท่านั้น ที่ยังไม่ลงตัว ที่น่าจับตาก็คือ สามารถดึง นายไพร พัฒโน อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ที่ก่อนหน้านี้ เคยไปร่วมงานกับพรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ล่าสุด มาเปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 3 ในพื้นที่เดิม

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สงขลา ทั้ง 7 เขต ของพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย เขต 1 นายประสงค์ บริรักษ์ เขต 2 นายฉัตรชัย ชูแก้ว เขต 3 นายไพร พัฒโน เขต 4 ว่าที่ ร.ต.ไกรธนู แกล้วทนงค์ เขต 5 นายอนลอัทธ์ พลธนนินท์ธัญ เขต 7 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และ เขต 8 นายวสันต์ ชั่งหมาน นอกจากนี้ ยังเปิดตัว 2 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายปราโมทย์ แสงอรุณ และ นายณรงค์พร ณ พัทลุง

ในวันเปิดตัวผู้สมัคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศ “ลงเสาเข็ม” ในภาคใต้ พร้อมมั่นใจกวาด ส.ส.ในภาคใต้เพิ่ม และที่น่าจับตาก็คือ การประกาศของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ และ นางนาที รัชกิจประการ เหรัญญิกพรรคภูมิใจไทย แถลงแสดงความพร้อมในการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ภาคใต้ โดยกล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส. 8 ที่นั่ง จาก 50 เขตในพื้นที่ภาคใต้ แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งเพิ่มเป็น 58 เขต เราจึงขอเพิ่มอย่างน้อยอีก 8 ที่นั่ง รวมเป็นไม่น้อยกว่า 16 ที่นั่ง โดย 8 ที่นั่งที่เพิ่มมานั้น เป็นพื้นที่ใหม่ ไม่ได้มีเจ้าของพื้นที่เดิม จึงขอโอกาสตรงนี้เพื่อทำงาน ซึ่งไม่สร้างความขัดแย้งกับใครอีกด้วย

แน่นอนว่า นอกเหนือจากเรื่องทุน และ “กระสุน” แล้ว ที่พรรคภูมิใจไทยที่มีแน่นปึ้ก จากระดับขุนพลภาคใต้ ที่ว่า ด้านกระทรวงที่พรรคนี้ดูแลอยู่ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ถือว่าสามารถขับเคลื่อนนโยบาย และสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น เช่น งานด้านการก่อสร้างโครงการด้านคมนาคมที่สามารถผลักดันออกมาได้ เช่น สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมสงขลากับพัทลุง ฐานจากกลุ่ม อสม. ด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น

ขณะที่ ประชาธิปัตย์ ที่ดูแลด้านพาณิชย์ และเกษตร แม้จะเป็นกระทรวงใหญ่ มีงบประมาณมาก แต่หากมองในมุมผลงานแล้ว ถือว่าเป็นดาบสองคม และมักตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย จากเรื่องราคาสินค้า ค่าครองชีพ รวมไปถึงราคาสินค้าเกษตรหลักๆ ที่มักผันผวน และมีราคาตกต่ำ แม้ว่าหากมองด้วยความเป็นธรรมในเรื่องการส่งออกที่สามารถเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจพวกเขาก็ทำได้ดีไม่น้อย แต่มันก็ถูกกลบด้วยเรื่องราคาสินค้าแพง ราคายางพาราตกต่ำ ซึ่งเป็นกลไกจากภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มันก็อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจยาก ประกอบกับภาพความแตกแยก “เลือดไหล” ตลอดเวลา มันก็ยิ่งทำให้ไม่ค่อยมีภาพบวกออกมา

ดังนั้น หากพิจารณากันในภาพรวมๆ ระดับแกนนำพรรคในรัฐบาลยังไม่ถึงขั้นมีความขัดแย้งออกมาให้เห็นชัดเจน เพราะยังต้องกอดคอกันไปจนจบ แต่ในระดับพื้นที่ นาทีนี้ถือว่าขับเคี่ยวกันดุเดือด เพราะงานนี้เดิมพันสูง ส่งผลถึงอนาคตข้างหน้า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ถือว่าหลังพิงฝา ต้องรักษาพื้นที่ภาคใต้เอาไว้ให้ได้มากที่สุด หรือให้เสียหายน้อยที่สุด เพราะการสูญเสียที่มั่นหลัก ก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นพรรคขนาดเล็กในอนาคต และฟื้นกลับมายาก !!