เอเจนซีส์ - กลายเป็นเรื่องอื้ออึงไปทั่วการแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวในจีนเที่ยวนี้ หลังดารานักสเกตลีลาชื่อดังวัย 15 ปี ของรัสเซีย คามิลา วาลิเอวา ถูกศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา CAS วันจันทร์ (14 ก.พ.) ไฟเขียวให้ลงแข่งได้ทั้งๆ ที่ตรวจพบสารกระตุ้น แต่ทีมกฎหมายยืนยันบริสุทธิ์ใจเป็นเพราะใช้แก้วน้ำปนเปื้อนยารักษาโรคหัวใจของปู่เป็นเหตุ
เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้ (15 ก.พ ) ว่า เดนิส ออสวาลด์ (Denis Oswald) สมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล IOC แถลงหลังการรายงานสรุปประจำวันในกรุงปักกิ่ง ถึงเคสดารานักสเกตลีลา คามิลา วาลิเอวา (Kamila Valieva) ที่เพิ่งสามารถคว้าเหรียญทองให้ทีมรัสเซียสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันคำอธิบายจากนักสเกตลีลาวัย 15 ปี จากที่เธอถูกตรวจพบสารต้องห้ามคือยารักษาอาการเจ็บหน้าอกเพราะโรคหัวใจต้องห้าม ไตรมีตาซิดีน (Trimetazidine) เป็นเพราะปนเปื้อนในแก้วน้ำที่ปู่ของเธอรักษาอาการโรคหัวใจใช้
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์รัสเซีย พราฟดา (Pravda) รายงานว่า อันนา คอซเมนโก (Anna Kozmenko) ทีมกฎหมายของวาลิเอวาได้ออกมาอธิบายผลการพบสารโด๊ปปิ้งในระหว่างที่ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา CAS กำลังพิจารณาไต่สวนเคสของเธอในวันอาทิตย์ (13) ว่า
“มันเป็นสิ่งที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงถึงวิธีการเข้าสู่ร่างกายของเธอ” คอซเมนโก กล่าว
และเสริมต่อว่า “เป็นต้นว่า ปู่ของเธอดื่มบางอย่างจากแก้ว และมีน้ำลายปนเปื้อน และในเวลาต่อมาจากนั้นพบว่านักกีฬา (คามิลา วาลิเอวา) ใช้แก้วใบนี้ต่อ หรืออาจมีคราบยาบางส่วนยังติดอยู่บริเวณพื้นผิว ตะกอนคราบยายังคงอยู่และในภายหลังนักกีฬาได้ใช้แก้วใบนี้ดื่ม”
ทั้งนี้ พบว่าในวันจันทร์ (14) ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา CAS ไฟเขียวให้วาลิเอวา ยังคงสามารถทำการแข่งในกีฬาสเกตหญิงได้ต่อไปที่จะเริ่มในวันอังคาร (15) และสิ้นสุดลงในวันพฤหัสบดี (17) ซึ่งวาลิเอวาเป็นตัวเต็งเหรียญทองอยู่ โดยตัวอย่างที่ตรวจพบเกิดขึ้นเมื่อวันมรา 25 ธ.ค.ปี 2021
อย่างไรก็ตาม ยาฮูนิวส์รายงานในวันจันทร์ (14) เช่นกันว่า ถึงแม้ว่า วาลิเอวาจะชนะได้เหรียญรางวัลในกีฬาสเกตหญิงเดี่ยวที่กำลังทำการแข่งในสัปดาห์นี้ แต่ทว่าทาง IOC ในวันจันทร์ (14) แถลงยืนยันว่า จะไม่มีการมอบพิธีรางวัลเกิดขึ้น และในการแถลงยังกล่าวเลยไปถึงว่าจะไม่มีพิธีมอบเหรียญรางวัลให้ทีมที่แข่งร่วมกับรัสเซียที่มีวาลิเอวาร่วมอยู่ด้วย และทำให้ทีมรัสเซียชนะสัปดาห์ที่ผ่านมา
เดอะการ์เดียนชี้ว่า เมื่อวานนี้ (15) นักกีฬาสเกตลีลาชาวรัสเซียเปิดใจเป็นครั้งแรกหลังได้รับอนุญาตจากศาล CAS ให้สามารถยังคงแข่งต่อว่า เหตุที่เธอถูกพบสารกระตุ้นไตรมีตาซิดีนนั้นทำให้เธอถึงขั้นต้องหลั่งน้ำตา และอ่อนระโหยแรงเพราะความเครียด
โดยกระบวนการพิจารณาไต่สวนที่มาราธอนนานหลายชั่วโมงสิ้นสุดลงในเวลาตี 3 ของวันจันทร์ (14)
เธอเปิดใจว่า เธอนั่งฟังการพิจารณาไต่สวนผ่านทางไกลจากหมู่บ้านนักกีฬานานร่วม 7 ชั่วโมง โดยมีเบรกนาน 20 นาที พร้อมกับกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาไต่สวนครั้งนี้ได้สอนเธอว่า "ชีวิตของผู้ใหญ่บางครั้งก็ไม่มีความยุติธรรมอยู่บ้าง"

