xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะ "ตั๋วช้าง" - โจร VS ตำรวจ ใคร? น่ากลัวกว่ากัน - ไฮโซ(บ้า) ทะลุเพดาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 27 ส.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ โดยในวันนี้จะเล่าเจาะเบื้องลึก "ผู้กำกับโจ้ จอมโหด คดีฆาตกรรม พ่อค้ายา" ที่มาของความร่ำรวย สิ่งที่เราต้องมองคือ ป่าทั้งป่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับวงการสีกากี ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง ? หรือจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป !!!

อีกเรื่องที่ไม่พูดไม่ได้ นายธนัตถ์ ธนากิตอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ทำไมถึงบ้าทะลุเพดาน และ สังเวียนของ เต้ มงคลกิตติ์ กับ นายกจะเป็นอย่างไรติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่องEp.100



คำต่อคำ SONDHI TALK [27 ส.ค. 64] : ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะ "ตั๋วช้าง"

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2564 วันนี้ก็เหมือนเช่นเคย เราพบกันในเช้าวันศุกร์ แต่งวดนี้เฉพาะเฟซบุ๊กนะครับ ไม่มียูทูป เพราะว่ายูทูปบล็อกเราไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะดูในยูทูปได้ต้องรออีก 1 อาทิตย์ เขาบล็อกเรา 2 อาทิตย์ แล้วถ้าเขาบล็อกเราอีกครั้งหนึ่ง เขาก็จะถอดเราออกจากช่องยูทูป เพราะเขาบอกว่าถ้าโดนบล็อก 3 ครั้ง เขาจะไม่ให้เราออกรายการในยูทูปอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ผมก็มีเรื่องของยูทูป และผมจะมีเรื่องว่าทางเลือกของผมและท่านผู้ชมจะมีอะไรบ้างถ้าไม่ดูยูทูป หรือถ้าวันดีคืนดีเฟซบุ๊กบล็อกเรา เราจะทำอย่างไร

เรื่องที่สองที่จะพูดคือ เราจะพูดถึงช่องทางแอปพลิเคชันที่เราจะทำให้ท่านผู้ชมดู

เรื่องที่สาม ไม่ยาวนัก เป็นเมดเลย์ เราจะพูดเรื่องข่าวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัฟกานิสถาน ยังไม่จบ สั้นๆ จะเล่าให้ฟังว่าตอลิบานได้ยุทโธปกรณ์มากมายมหาศาลฟรีๆ หลังจากที่อเมริกาถอนทัพจากอัฟกานิสถาน ต่อมาในเมดเลย์ ผมจะพูดเรื่อง "เต้ มงคลกิตติ์" ท้าชกนายกรัฐมนตรี แล้วปรากฏว่ามีคนหลงกลกระโดดงับแสง ตกหลุมเต้กันไปหมด

เรื่องต่อมาคือเรื่องกรณีรายชื่อคณะกรรมการฟ้าทะลายโจร ที่เพิ่งออกมา ก็ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ ก็คือเต็มไปด้วยปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผมกลัวว่าจะเดินเรื่องกันอย่างชักช้า แล้วก็มีความคืบหน้างานของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินในการแจก ฟทจ. และในการดูแลประชาชนที่เดือดร้อน

แล้วอีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เป็นกรณีไฮโซลูกนัท ผมตั้งชื่อว่า "ไฮโซบ้าทะลุเพดาน"

และสุดท้าย ท่านผู้ชมก็คงจะรอเรื่องนี้อยู่ คือ "เจาะลึกผู้กำกับโจ้จอมโหด" พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล คดีฉาวฆาตกรรม คลุมถุงรีดเงินพ่อค้ายา ซึ่งท่านผู้ชมคงรู้ไปแล้วว่าเรื่องราวมันเป็นอย่างไร แต่ที่ผมจะพูดอีกมิติหนึ่ง ท่านผู้ชมคงคิดไม่ถึง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจาก "ตั๋วช้าง"

ท่านผู้ชมครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วทางช่องยูทูปได้แบนรายการ SONDHI TALK เป็นครั้งที่สองแล้ว เหตุผลก็เพราะว่า เขาอ้างว่าเราไปละเมิดระเบียบชุมชน โดยนำข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ถูกต้อง ขัดกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก โดยพูดถึง ฟทจ. และฟาวิพิราเวียร์ ทำให้ไม่สามารถไลฟ์ อัปโหลดคลิปได้เป็นเวลา 14 วัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะ

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า แพลตฟอร์มของต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นยูทูป หรือเฟซบุ๊ก เขามีนโยบายของต่างชาติมา และนโยบายบางครั้งที่เขามีมานั้น มันขัดต่อข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เหมือนอย่างกรณี ฟทจ. ที่เรามีการพิสูจน์ชัดว่าไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคระบาดได้ แต่ว่าสามารถจะระงับการเจริญเติบโตได้ กระทรวงสาธารณสุขไทย รัฐบาลไทย ทุกหน่วยงาน ยอมรับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ ฟทจ. เพราะฉะนั้นแล้วนี่คือความจริงที่เกิดขึ้นในชุมชน ในสังคมของเรา แต่ก็อาจจะไปขัดต่อนโยบายหลักของแพลตฟอร์มต่างชาติ เราก็จะโดนบล็อก โดนดึงออกตลอดเวลา ในที่สุด ขณะนี้ยูทูปบล็อกเราไปแล้ว 2 ครั้ง ถ้าครั้งที่ 3 เขาจะถอดเราออกจาก channel

ท่านผู้ชมครับ ผมและทีมงานตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เราจะสร้างแอปพลิเคชัน SONDHI TALK ที่จะรวบรวมข่าวสารข้อมูล บทสัมภาษณ์เชิงลึก ทั้งข่าวอาชญากรรม การเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ บันเทิง และสุขภาพ ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย เรามีแผนจะเปิดให้ดาวน์โหลดแอปฯ นี้ เร็วๆ นี้ ตอนนี้เราอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมระบบ โดยรายการได้พัฒนาร่วมไปกับบริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย)


แอปฯ SONDHI TALK จะมีหัวข้อหลายหัวข้อ แน่นอนที่สุด จะมีรายการผม SONDHI TALK มีทั้งออกสด Live Stream มีคลิปของเก่า มีคอนเทนต์พิเศษสุด เรามี NEWS Talk ข่าวจาก NEWS1 ข่าวลึกปมลับ ถอนหมุดข่าว NEWS Talk, NEWS Story, The Message เรามีคลิปต่างประเทศของ NEWS1 ซึ่งโด่งดังมาก มีคนเข้ามาดูเป็นล้านๆ คน เรามีคลิปวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ มีคุณโสภณ องค์การณ์ คุณสุดาทิพย์ จารุจินดา คุณนงวดี ถนิมมาลย์ และคุณอุษณีย์ เอกอุษณีย์ เรามี Entertainment Talk บันเทิง เรามีวิจารณ์บันเทิง Clip ข่าวบันเทิง สัมภาษณ์บันเทิง ข่าวบันเทิงต่างประเทศ เรามี Biz Talk เรามีคุยทุกเรื่องในเรื่องหุ้นกับคุณสุนันท์ ศรีจันทรา คนล่าฝัน เรามี Health Talk สุขภาพ ซึ่งมีอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เป็นหัวเรือ และเราก็จะมี NEWS Feed มี Web ข่าว เนื้อข่าว บทความ แล้วพิเศษสุด เราจะมี Tutor ให้กับท่านผู้ชมที่มีลูกหลาน คือ Happy English เป็นการสอนภาษาอังกฤษผ่านแอปฯ ของเรา

ท่านผู้ชมครับ แอปฯ เมื่อทำเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นอย่างนี้ 


นี่คือหน้าตาของแอปฯ แอปฯ นี้เราได้พัฒนามาได้สักพักหนึ่งแล้ว เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งก็คงจะถูกแพลตฟอร์มของต่างชาติแบนเรา เพราะว่าอาจจะไปขัดต่อนโยบายของเขา ซึ่งไม่ใช่ความผิดของเขา มันเป็นกติกาที่เขาตั้งขึ้นมา แต่ขณะเดียวกัน กติกาบางอย่างที่เขาตั้งขึ้นมานั้น มันขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในสังคมไทย ด้วยเหตุนี้ ถ้าแอปฯ เราเสร็จแล้ว ถ้าท่านดาวน์โหลดแล้ว ถ้าท่านอยากจะฟังเรื่องราวอะไรต่างๆ ซึ่งเรารู้ว่ามันจะขัดต่อกติกาและแนวนโยบายของแพลตฟอร์มต่างประเทศ ก็ให้เข้ามาดูในแอปฯ นี้ ไม่สามารถดูได้ที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นยูทูป เฟซบุ๊ก มาดูตรงนี้เลย แล้วท่านผู้ชมก็จะได้อะไรที่ลึก ตรงไปตรงมา สำคัญที่สุด กล้าพูด กล้าแสดงออก เพื่อความจริงและผลประโยชน์ของท่านผู้ชมที่ต้องการความจริงจากข่าวหรือจากการวิเคราะห์

ผมคิดว่าคงไม่นานนี้แล้ว เราจำเป็นที่จะต้องมีทางออกของเราในบางเรื่อง ซึ่งในขณะนี้เราก็เตรียมพร้อมและได้ทำร่วมมือกับบริษัท เทนเซ็นต์ ท่านผู้ชมที่ดูรายการทีวี เห็นช่อง WeTV นั่นคือของเทนเซ็นต์

อุปมาอุปไมย แอปฯ ของเราคือ Netflix ทางปัญญา ถ้าท่านผู้ชมต้องการปัญญา ให้เข้ามาดูที่นี่ แต่แน่นอนที่สุด รายการ SONDHI TALK ก็ยังสามารถดูได้ที่เฟซบุ๊กเหมือนเดิม และยูทูป แต่เฉพาะ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ไม่มีเรื่องราวอื่นๆ ที่เราสรรหาแบบพิเศษสุด ที่หาดูที่อื่นไม่ได้ จนกว่าเมื่อใดก็ตาม ยูทูป และเฟซบุ๊ก บล็อกเราและไม่ให้เราออกอีก ท่านผู้ชมจะได้มีช่องทางเลือก ก็คือแอปฯ ตัวนี้ ท่านผู้ชมครับ ผมจะอัปเดตเรื่องแอปฯ นี้เป็นระยะๆ ไป ผมเข้าใจว่าไม่น่าเกินตุลาคม ท่านผู้ชมคงจะได้เห็นแอปฯ นี้ คุณภาพ HD ครับ High Definition ชัดแจ๋ว เหมือนท่านดูเฟซบุ๊ก เหมือนท่านดูยูทูป HD มีหมดทุกอย่าง มีคอมเมนต์ เข้ามาคอมเมนต์ได้เช่นกัน อะไรที่เกิดขึ้นกับยูทูป และเฟซบุ๊ก แอปฯ เรามีให้ฟัง มีให้ดูได้ตลอดหมดเลย และยังมีอีกหลายๆ เรื่องที่เราจะเอามาลงในแอปฯ นี้ ท่านผู้ชมจะหาดูที่อื่นไม่ได้เลย ไม่ว่าทีวีช่องไหนก็ตาม ที่เดียวในประเทศไทย ก็คือแอปฯ SONDHI TALK

ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วผมได้พูดถึงการล่มสลายของสหรัฐอเมริกาในประเทศอัฟกานิสถาน ที่เดิมทีสหรัฐอเมริกาประกาศจะถอนกองกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 แต่แค่วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564 กองทัพตอลิบานก็เข้ามาเคลื่อนกำลังยึดกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถานได้อย่างง่ายดาย แทบจะไม่มีการต่อต้านอะไรได้เลยแม้แต่นิดเดียว


นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เคยคุยโวว่า สหรัฐฯ ได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาล อาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งทุ่มกำลังพลเพื่อฝึกทหารและตำรวจอัฟกันไว้กว่า 3 แสนคน นายโจ ไบเดน พูดชัดเจนว่า กองกำลังตอลิบานนั้นมีแค่ 75,000 คน เพราะฉะนั้นแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลอัฟกานิสถานจะล่มสลายไปแบบนั้น แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เพราะทหารอัฟกานิสถานทิ้งอาวุธ ยอมแพ้ ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ต้องหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนสุนัขที่สูญเสียเจ้าของ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ พร้อมกับเงินจำนวนมหาศาลที่กานี ปฏิเสธว่าไม่ได้ขนเงินไป แล้วก็บินไปอยู่ที่ดูไบ ทิ้งประชาชน ทิ้งประเทศ ทิ้งอาวุธ ให้เผชิญหน้ากับตอลิบาน


ท่านผู้ชมครับ มีการประเมินว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯ บุกเข้าไปในอัฟกานิสถานนั้น ใช้เงินไปแล้ว 2.26 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 75.50 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินที่ซื้อขายอาวุธตั้งฐานทัพ 11 แห่ง โดยในจำนวนนี้มีฐานทัพอากาศด้วย เหล่านี้คิดเป็นจำนวนเงินมหาศาล โดยมีการประเมินว่า อาวุธของสหรัฐฯ ที่ตกอยู่ในมือของกลุ่มตอลิบาน เพราะก่อนหน้านี้ ช่วง 3 เดือน ระหว่างเมษายน-มิถุนายน 2564 สหรัฐฯ เพิ่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตใหม่ให้กับกองทัพอัฟกันเพิ่มเติม ประกอบด้วย เครื่องบินโจมตีขนาดเบา A29 จำนวน 6 ลำ รถฮัมวี 174 คัน


จรวดระเบิดอำนาจสูง ขนาด 2.75 นิ้ว 1 หมื่นลูก ลูกระเบิดแรงระเบิดสูง ขนาด 40 มิลลิเมตร 61,000 ลูก กระสุนปืน 0.50 มิลลิเมตร จำนวน 9 แสนนัด กระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตร อีก 2 ล้านกว่านัด ที่น่าสนใจ ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าคืออะไร ? กองทัพอากาศอัฟกัน (Afghan Airforce) มีกองทัพอากาศชนิดเต็มรูปแบบ มีเฮลิคอปเตอร์ UH-60 Black Hawk 45 ลำ เครื่องบิน MD-530 ของ McDonnell Douglas 50 ลำ เครื่องบิน MM-17 จำนวน 56 ลำ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีเครื่องบินโจมตีขนาดเบา A-29 จำนวน 23 ลำ เครื่องบินลำเลียง C-130 อีก 2 ลำ เครื่องบิน C-208 เครื่องบิน AC-208

โดยรวมแล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่ากองทัพอากาศอัฟกันจะมีอากาศยาน 211 ลำ ณ วันที่ 30 มิถุนายน ใช้งานไปปกติประมาณ 167 ลำ กองทัพอัฟกันมีเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk ซึ่งเป็นเครื่องบินโจมตี 45 ลำ ถ้าไม่นับสหรัฐฯ แล้ว อัฟกานิสถานตอนนี้คือประเทศที่มีเครื่องบิน Black Hawk มากที่สุดในโลก


นอกจากนั้น ยังมีรายงานข่าวจากสำนักข่าว RT ของรัสเซีย ยืนยันว่า อุปกรณ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่สหรัฐฯ ทิ้งเอาไว้ และไม่มีใครรายงานเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องสำคัญมาก เขาเรียกอุปกรณ์ Biometrics ชีวมิติ ประเภทสแกนดวงตาเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือเขาเรียกว่า Handheld Interagency Identity Detection Eqipment (HIIDE) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำหรับเก็บข้อมูลของชาวอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอัฟกานิสถานที่ทำงานให้กับกองกำลังทหารสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นที่ฐานทัพอากาศบากรัม ที่ปิดไปแล้ว หรือที่เมืองคาบูล หรือตามแหล่งฐานทัพต่างๆ ของอเมริกันที่อยู่ในประเทศอัฟกานิสถาน


ตรงนี้ล่ะท่านผู้ชม ที่น่ากลัว เพราะว่าชาวตอลิบานสามารถที่จะเอาข้อมูลจากชีวมิติ หรือที่เขาเรียกว่า Biometrics เอามาและค้นหาเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ หรือ Identity ของคนชาวอัฟกันที่ยืนอยู่ข้างอเมริกา แล้วก็คงจะมีการฆ่าล้างเลือด ฆ่าล้างเผ่ากันล่ะงานนี้

ท่านผู้ชมครับ นี่คือผลพวงที่เกิดขึ้นมาจากการที่สหรัฐอเมริกาทิ้งอัฟกานิสถานอย่างกะทันหัน จนกระทั่งประเทศพันธมิตรอย่างอังกฤษ แคนาดา ไม่มีใครรู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งอังกฤษต้องมาโวยวายสหรัฐอเมริกา และจนวันนี้ประชาชนที่ต้องการหนีออกจากอัฟกานิสถาน ที่เมืองคาบูล ที่จะออกไปตามประเทศต่างๆ มีจำนวนนับหมื่นคนที่สนามบิน รวมทั้งคนอเมริกันด้วย แล้ววันกำหนดเส้นตายก็คือ สิ้นเดือนสิงหาคมนี้ นั่นก็คืออาทิตย์หน้าแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว จะทำอย่างไร เรื่องอัฟกานิสถานในขณะนี้่ยังไม่จบ โจ ไบเดน ขณะนี้คะแนนเสียงตกต่ำมาก มีการทำโพลครั้งล่าสุดแล้วเห็นว่าคะแนนเสียงของโจ ไบเดน ตกเหลือแค่ 45 เปอร์เซ็นต์ เป็นยอดความนิยมที่ต่ำที่สุดของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จนวันนี้โจ ไบเดน ก็ยังอึกอักๆ เอิ๊กอ๊ากๆ พูดไม่ออก พูดจาชะงักชะงัน

ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่จะจบเรื่องของตอลิบาน ผมจะบอกให้ฟังว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ ก่อนที่จะจบเรื่องนี้ ผมจะบอกว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะว่ามันมีนัยหลายอย่าง มันมีความหมายหลายอย่าง คำถามคือว่า อาวุธที่ทิ้งเอาไว้เยอะแยะทั้งหมดนั้น กองทัพตอลิบานสามารถตั้งกองทัพสมบูรณ์แบบได้ 1 กองทัพ แน่นอนที่สุด ชาวตอลิบานขับเฮลิคอปเตอร์ไม่เป็น ขับเครื่องบินไม่เป็น แต่เนื่องจากมีทหารอัฟกานิสถานที่ขับเฮลิคอปเตอร์ หรือขับเครื่องบิน ที่วางอาวุธทิ้ง ตอลิบานก็สามารถจะดึงคนพวกนี้เข้ามาเป็นทหารของตัวเอง ก็เท่ากับว่า ทันทีแล้วอัฟกานิสถานจะเป็นประเทศที่น่ากลัวมาก เพราะมีอาวุธที่พร้อมสรรพ และที่เขากังวลอยู่ก็คือว่า เป็นไปได้ไหมว่าจุดเริ่มต้นของขบวนการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเป็นอัลกออิดะห์ หรือไอซิส อาจจะเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง ผมก็ไม่รู้ เพราะว่าขณะนี้ต่างประเทศ รวมทั้งจีน และรัสเซีย กำลังเกรงกลัวว่าอัฟกานิสถานจะเป็นแหล่งเพาะผู้ก่อการร้ายระดับโลกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วทั้งหมดนี้ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ทั้งหมดนี้อย่าเพิ่งไปตำหนิโจ ไบเดน แต่ผู้เดียว คนที่จะถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถาน และวางเป็นนโยบายแล้ว คืออดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่ไบเดน


ไบเดน เข้ามาเพื่อสืบเนื่องต่อในการถอนทหารออก เป็นเพียงแต่ไบเดน ทำอะไรไม่ระมัดระวัง และไม่มีความรอบคอบ คิดว่าทุกอย่างหมูไปหมด ก็เลยเกิดความวุ่นวายขนาดนี้

ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่จะจบเรื่องตอลิบาน ผมมีเรื่องโจ๊กเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นตลกร้ายมาก เขามีโพสต์หนึ่งที่ออกไปทั่ว ในอเมริกาก็ออก เขาบอกว่า ท่านผู้ชมครับ ถ้าท่านตื่นมาตอนเช้า ท่านมีความรู้สึกว่าท่านเป็นคนที่ไม่มีประโยชน์ในชีวิตเลย ให้ท่านจำเอาไว้ว่าสงครามในอัฟกานิสถานนั้น ประธานาธิบดีอเมริกา 4 คน เป็นคนสร้างสงครามในอัฟกานิสถาน ใช้เงินไปทั้งหมด 75.5 ล้านล้านบาท ใช้ชีวิตทหารที่เสียชีวิตไป 2,500 คน เฉพาะทหารอเมริกันนะ ยังไม่นับชาติอื่น ใช้เวลาตั้ง 20 ปี ทั้งหมดนี้เพื่อขับไล่ตอลิบาน แล้วเอาตอลิบานกลับมาเป็นผู้มีอำนาจในประเทศอัฟกานิสถานอีก เขาก็ถามว่า ถ้าท่านคิดว่าท่านตื่นมาตอนเช้า ท่านหงุดหงิด ท่านไม่มีประโยชน์ ท่านลองฟังเรื่องนี้ดู แล้วท่านจะรู้ว่าชีวิตของท่านยังมีความหมายอีกเยอะ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ท่านผู้ชมคงได้ติดตามข่าวชิ้นนี้ นายเต้ (ชื่อเล่น) หรือชื่อจริงคือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เที่ยวท้าชกนายกฯ ออกมาระบุเลย เพื่อหาทางออกของบ้านเมืองแบบสันติ ไม่มีใครต้องเสียเลือดเสียเนื้อ ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนประชาชนขอท้าชกกับนายกรัฐมนตรี ส.ส.เต้ หัวใจเป็นของประชาชน


ท่านผู้ชมครับ นายเต้ บอกว่า กติกาคือ เป็นมวยไทยคาดเชือก มือเปล่า เท้าเปล่า พันผ้าก๊อซ ไม่ต้องใส่นวม เขาพูดต่อว่า นายกฯ อายุ 67 ปี ผม 40 ปี ท่านแก่กว่าผม อายุห่างกัน 27 ปี น้ำหนักเท่าๆ กัน 79-80 กิโลกรัม สูงพอๆ กัน ผมจึงต่อให้ท่าน ผมขอใช้มือขวาข้างเดียว ไม่ใช้มือซ้ายและเท้าเตะทั้ง 2 ข้าง ส่วนนายกฯ ใช้ได้ทั้งมือและเท้า

ท่านผู้ชมครับ ข้อที่ 3 สู้กัน 3 ยก ยกละ 3 นาที ข้อที่ 4 ถ้านายกรัฐมนตรีชนะ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ส่วนผมลาออกจาก ส.ส. ถ้าผมชนะ นายกฯ ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรีทันที เปิดทางสรรหานายกรัฐมนตรีใหม่

และมิหนำซ้ำ ยังกล่าวหา ถ้านายกรัฐมนตรีไม่รับคำท้า แสดงว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย (หมายความว่าเดี๋ยวนี้ถ้ามีการท้าชกกัน คุณท้าผม แล้วผมไม่ชกกับคุณ ผมไม่ใช่ลูกผู้ชายหรือ ?) ไม่เหมาะสม เพราะเป็นถึงอดีตผู้นำเหล่าทัพ ใจไม่สู้ ใจปลาซิว ผมขอให้ท่านลาออกจากนายกรัฐมนตรีทันที

ข้อที่ 6 ชกกันที่สนามมวยลุมพินี กติกา มวยคาดเชือก ข้อที่ 7 ผมให้เวลาท่านตัดสินใจ 10 วัน ข้อที่ 8 ห้ามส่งคนชกแทน ถือว่าผิดกติกา ป.ล. ผมสายตาสั้น ขอใส่คอนแทกเลนส์

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมฟังแล้วคิดอย่างไร ? ท่านคิดเหมือนผมไหม ? ผมคิดว่านายมงคลกิตติ์ หรือ นายเต้ สติไม่สมบูรณ์ เป็นคนบ้า จู่ๆ ลุกขึ้นมาหาแสงเข้าตัวเอง ท้านายกรัฐมนตรีชก วางกติกาโน่นนี่นั่น ผมคิดว่าหลายๆ ท่านคงคิดเหมือนผมว่าไอ้นี่มันบ้า คนโบราณเขาพูดถูก "อย่าไปถือคนบ้า อย่าไปว่าคนเมา" แต่ปรากฏว่าท่านผู้ชมรู้ไหมว่ามีคนกระโดดงับเรื่องของนายเต้ ตั้งไม่รู้กี่คน ผมดูเหตุการณ์แล้วผมหัวร่อเกือบตาย นายเต้ มงคลกิตติ์ พูดไปอย่างนั้นเอง ต้องการแสดงออก แล้วรอให้คนมางับ เพื่อที่ตัวเองจะได้โด่งดัง คนที่มางับก็โง่แสนโง่ งับด้วยเหตุผลหลายเหตุผล แต่เหตุผลหลักก็คือ ต้องการแสดงให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รู้ ท่านครับ ผมออกมาปกป้องท่านแล้วนะครับ ท่านไม่ต้องกลัว ผมอยู่ด่านหน้า ไอ้นี่มาจากไหน


เริ่มด้วยสิระ โดดปกป้องนายกฯ บอกว่าถ้าสิ่งที่คุณเต้ หรือ มงคลกิตติ์ ทำนั้น ผิดจริยธรรม ผิดกฎหมาย ผมจะสั่งให้ตรวจสอบ นายสิระ บอกว่า สิ่งที่นายมงคลกิตติ์ ทำนั้น บ่งบอกพฤติกรรม วุฒิภาวะ ว่าเป็นคนอย่างไร พ่อแม่สั่งสอนมาอย่างไร วันใดที่ตนเจอพ่อแม่ของนายมงคลกิตติ์ ตนจะสอบถามว่าอบรมสั่งสอนลูกมาอย่างไรถึงได้ทำร้ายคุณตลอด ทำอะไรไปไม่รับผิดชอบ ทำความดีบ้างเถอะ ทำให้สภาฯ สูงขึ้นกว่านี้ได้ไหม อย่าทำให้สภาฯ ที่ประชาชนเลือกมาต้องตกต่ำ และฝากบอกไปยังนายมงคลกิตติ์ ว่า ฟันดีๆ เก็บฟันไว้กินข้าวดีกว่า เดี๋ยวจะกินข้าวไม่อร่อย แปลว่าอะไร ? แปลว่าอาจจะมีคนแอบชกปากนายมงคลกิตติ์ ใช่ไหม ถึงพูดอย่างนั้น

นายสิระ ออกมาปกป้องเต็มที่ แต่นายสิระ คงลืมข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า คงจะมีคนในสังคมอีกเยอะอยากจะพูดแบบที่นายสิระ พูดกับนายเต้ ว่า นายสิระ ทีหลังทำอะไรก็ให้มันเข้ารูปเข้ารอยหน่อย อย่าเลอะเทอะ เช่นกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ระหว่างสิระ กับ มงคลกิตติ์ ผมว่าถ้าจะแข่งกันต้องถ่ายรูปวัดกันว่าใครเหนือใคร

แต่ประเด็นไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ประเด็นก็คือว่า คุณก็รู้ คำพูดคุณก็พูดออกมาแล้วว่า นายเต้ มันเลอะเทอะ ทำไมคุณไม่ปล่อยคนเลอะเทอะอยู่ในสังคมของคนเลอะเทอะล่ะ


คนที่สองที่กระโดดงับ ก็คือนักมวยเก่า วันที่ 22 สิงหาคม มีคนใช้เฟซบุ๊กชื่อ เชน ลูกพ่อหลวง หรือ เพชรพนม ณ นนทชัย โพสต์ภาพตัวเองยืนตั้งการ์ดมวย ด้านหลังมีถ้วยรางวัลจำนวนมาก และมีภาพนายมงคลกิตติ์ แล้วพูดออกมาว่า ในฐานะที่ผมไม่รังแกคนที่ไม่มีทางสู้ เอาอย่างนี้ดีกว่า เต้ พระราม 7 ผมอายุ 50 ผมขอท้าคุณเต้ ชกกับผม มีเดิมพันให้ไม่อั้น ผมต่อให้คุณด้วย ถ้า 2 ยก คุณไม่โดนผมน็อก ผมยอมแพ้คุณ สนใจทักมานะเต้

คนที่หลงกลนายเต้ งับ ก็คืออดีตนักมวย นายเชน แต่พอดีเจอของจริงเข้า นายเต้ เลยเงียบ ไม่ตอบ

ยังไม่ทันไรเลย คนที่สาม เสี่ยเฮ้ง ของผม สุชาติ ชมกลิ่น กลัวว่าจะไม่เข้าตานายกฯ นั่งอยู่กระทรวงแรงงานดีๆ กระโดดเข้ามางับอีกเป็นคนที่สาม คุณสิระ งับคนแรก นักมวยเก่า นายเชน งับคนที่สอง สุชาติ ชมกลิ่น เสี่ยเฮ้ง งับคนที่สาม บอกว่า ขออาสาชกมวยคาดเชือกแทน พล.อ.ประยุทธ์ ผมอดีตเป็นนักมวยเก่า ขึ้นสังเวียนงานวัดมานับไม่ถ้วน หากดูหน่วยก้านแล้วต้องถามเต้ ว่า พี่หนักนะ น้องไหวหรือ ?


ท่านผู้ชมครับ "อย่าไปถือคนบ้า อย่าไปว่าคนเมา" เมื่อนายสุชาติ ชมกลิ่น ถือคนบ้า ตอบโต้เขา ก็เลยเข้าทางนายเต้ นายเต้ ก็เลยตอบว่า เห็นว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อาสาขึ้นชกแทนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเฮ้ง อายุ 47 สูง 185 หนัก 103 ส่วนผม อายุ 40 ปี สูง 178 หนัก 78.5 คนละรุ่นกัน ผมรับคำท้า แต่ชกแบบพี่น้อง ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งนายกฯ แต่รัฐมนตรีฯ แรงงาน ไปลดน้ำหนักมาก่อน 25 กิโลกรัม ผมพร้อม

ท่านผู้ชมครับ โคตรเลอะเทอะเลย เอาน้ำหนัก เอาส่วนสูง มาเปรียบเทียบ เพียงเพราะว่าเต้ มงคลกิตติ์ มันเลอะเทอะ พอมันเลอะเทอะขึ้นมา ก็งับๆๆ ก็ปรากฏว่านายเต้ ก็รีบปั่นกระแสต่อ ตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมกับรัฐมนตรีฯ แรงงาน ว่า ถ้านายกรัฐมนตรีให้นายเฮ้ง ชกแทน ถ้าผมชนะ หนึ่ง ให้ยกเลิกสั่งซื้อซิโนแวคทั้งหมด และสั่งซื้อไฟเซอร์ โมเดอร์นา คุณภาพสูง 140 ล้านโดส ให้ประชาชนฟรีภายใน 2 เดือน ชดเชยเงินให้ประชาชนคนละ 2 พันบาท กรณีประชาชนหาซื้อฉีดกับเอกชน สาม แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญู เสียชีวิตด้วยการติดโควิด เยียวยาศพละ 10 ล้านบาท สี่ เยียวยาประชาชนทั่วไปที่เสียชีวิตด้วยโควิด ศพละ 2 ล้านบาท ห้า เยียวยาผู้ติดเชื้อโควิดรักษาแล้วหาย คนละ 5 หมื่นบาท หก จัดซื้อ ATK เฉพาะที่ WHO รับรอง ให้ประชาชนใช้ปีละ 52 อัน/คน จำนวน 66.18 ล้านคน ฟรี เงื่อนไขเพิ่มเติม การชกครั้งนี้ สำหรับรัฐมนตรีเฮ้ง ถ้าผมชนะ หนึ่ง ท่านต้องคืนเงินชราภาพผู้ประกันตนทุกคน 10 ล้านคน ทันที สอง เยียวยาผู้ประกันตนตาม ม.40 โดยไม่ต้องส่งเงิน สาม เยียวยาร้านนวด (เจ้าของ หมอนวด) สนามมวย (โปรโมเตอร์ ครูฝึก นักมวย เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง) กิจการอื่นๆ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ต้องให้ทุกคนแบบพอเพียง สี่ ฉีดวัคซีน mRNA ให้ผู้ประกันตนทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ห้า เยียวยาผู้ประกันตนที่เสียชีวิตด้วยโควิด ศพละ 2 ล้านบาท ติดเชื้อเยียวยาคนละ 5 หมื่นบาท

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเห็นหรือยังที่ผมพูด ทุกคนติดเหยื่อ งับเบ็ดของนายเต้ มงคลกิตติ์ หมด นายเต้ ถือโอกาสหาเสียงทันทีเลย ผมเข้าใจว่าวันนี้คุณสิระ และคุณเชน ตลอดจนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เฮ้ง รู้แล้วใช่ไหมว่า ไปงับเรื่องที่มันไร้สาระมาก ไปเปิดช่องให้นายเต้ มีเหตุมีผลในการที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วสร้างแสงให้วิ่งเข้าหาตัวเอง


สุดท้าย คนที่วิ่งเข้าไปงับนายเต้ อีกคนหนึ่งก็คือ พี่ศรีสุวรรณ จรรยา ของผม พี่ศรีสุวรรณ จรรยา ก็บอกว่า พฤติการณ์แสดงออกในเรื่องท้าตีท้าต่อยเป็นวิสัยอันธพาล ไม่ใช่วัตรปฏิบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นแล้ว เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 อย่างร้ายแรง ในข้อ 6 ข้อ 12 ข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง กำหนดให้ศาล องค์กรอิสระร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมไว้เพื่อใช้ในการดูแลและลงโทษ ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมที่ท่านศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ท่านผู้ชมครับ ฟังแล้วท่านผู้ชมขำไหม ขำไหมครับ คนบ้าคนหนึ่งออกมาพูดท้าตีท้าต่อย นี่ถ้าวันรุ่งขึ้นนายเต้ มงคลกิตติ์ ท้า พล.อ.ประวิตร ชกอีก หรือท้าใครชกอีกที่มีคนที่พร้อมจะออกมาเสนอหน้า แสลนออกมาเพื่อปกป้อง นายเต้ อาจจะบอกว่า ในกรณี พล.อ.ประวิตร ในฐานะที่ท่านอายุมากกว่าผม ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ผมจะมัดมือมัดเท้า ผมจะไม่ใช้มือใช้เท้า ผมจะใช้หัวอย่างเดียว ประเดี๋ยวก็จะมีคนโน้นคนนี้ที่รอบตัว พล.อ.ประวิตร ออกมา

ท่านผู้ชมครับ มันบ้ากันไปแล้วนะ นายเต้ แสดงความบ้าออกมา ปรากฏว่าก็มีคนหลงในความบ้า แล้วก็แสดงความบ้าตาม ท่านผู้ชมครับ คุณสิระ ครับ ยุติเสียทีได้ไหมเรื่องไร้สาระแบบนี้ ถ้านายเต้ มงคลกิตติ์ จะไร้สาระ ก็ปล่อยเขาไร้สาระไป ตัวคุณเองทำทุกอย่างในชีวิตให้มีสาระมากกว่าเก่า ก็จะเป็นเรื่องที่เป็นสิริมงคลมากที่สุด ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมครับว่า งานนี้นายเต้ แค่สะบัดเบ็ดไปเฉยๆ เหยื่อกระโดดงับๆๆ กัน 3-4 คน คนที่หัวเราะอยู่คนเดียวก็คือ นายมงคลกิตติ์ ในขณะนี้

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ตอนที่ผมพูดเรื่องถนนการเมืองทุกสายวิ่งสู่ ฟทจ. ว่ามีหลักฐานเชิงประจักษ์แล้วว่า ฟทจ. สามารถจะรักษา ระงับการเผยแพร่การระบาดของเชื้อได้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็เลยตั้งคณะกรรมการ ฟทจ. แห่งชาติขึ้นมา ก็ปรากฏว่า อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า หลายคนก็แข่งกันที่จะเป็นประธาน คุณอนุทิน ก็อยากเป็นประธาน ในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ก็อยากเป็นประธาน เพราะรู้เรื่อง ฟทจ. ดี แต่สรุปแล้วคนที่งับไปก็คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ


หลังจากนั้นก็เงียบไปเกือบเดือน ก็เลยมีการตั้งคณะกรรมการ ฟทจ. ขึ้นมา สถานการณ์ติดเชื้อไม่รีรอใคร จนกระทั่งมีผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศไทยครบ 1 ล้านคน ขยับเขยื้อนมีความคืบหน้าของคณะกรรมการ ฟทจ. แห่งชาติขึ้นมา 21 สิงหาคม เกือบๆ เดือน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงเซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการ ฟทจ. ขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจสำหรับผม มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่สำคัญคือ ก็ไปดึงทีมของพวกตัวเองเข้ามาคือ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เป็นรองประธาน หลังจากนั้นก็มีแต่ปลัดกระทรวงทั้งนั้น ตามสไตล์การตั้งคณะกรรมการของระบบราชการ กระทรวงโน้น กระทรวงนี้ เยอะแยะเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นแล้วมันก็เลยมีการที่ตีความกันว่างานนี้่คงจะเดินไปได้ช้า เพราะว่าคนมันเยอะ ถ้าจะมีข้อดีก็มีอยู่ข้อหนึ่ง คือ มีนายกสมาคมแพทย์แผนไทยโบราณ เป็นกรรมการด้วย


แต่สิ่งที่ผมกำลังจะพูดว่าผมไม่ได้หวังอะไรกับคณะกรรมการชุดนี้ เพราะว่ามีแพทย์หญิง ดร.สยมพร เข้ามา แล้วก็มีแพทย์หญิงอัมพร ซึ่งเป็นอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เข้ามา

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์
ทั้งสองคนนี้เป็นคนที่สนับสนุนการใช้ ฟทจ. แบบสารสกัด ฉะนั้นผมพอจะมองเห็นอนาคตแล้วว่า ในที่สุดแล้ว ฟทจ. ที่คณะกรรมการชุดนี้มีมติออกมาก็คือ ใช้สารสกัด 180 มิลลิกรัม เหมือนเดิม เพราะธงตั้งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พอตั้งคณะกรรมการ ฟทจ. ขึ้นมา ก็ฟาดเลยทันที ผมหวังว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นคนสนิทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ จะขวางเรื่องนี้ และจะต้องชี้ให้เห็นว่า ฟทจ. นั้นเป็นยาสมุนไพรของประชาชน ที่ต้องให้ประชาชนสามารถจะปลูกได้ และเอามาใช้ได้ โดยที่ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นสารสกัด คือพูดง่ายๆ ว่า สารสกัดก็ได้ แต่ ฟทจ. ผงหยาบก็ต้องได้เช่นกัน

อย่างที่เขาบอก และผมเคยพูดว่า ฟทจ. ที่เป็นสารสกัดนั้น เขาตั้งไว้ที่ 180 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ในข้อเท็จจริง ในการรักษานั้น แค่ 100 มิลลิกรัมต่อวัน ก็รักษาหายได้ และก็ใช้ผงหยาบ เพราะฉะนั้น ผมเป็นเพียงแต่หวังว่าคณะกรรมการชุดนี้ ผมฝากไว้ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะว่าตั้งแต่มีคำสั่งที่จะตั้งกรรมการ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เป็นคนที่เดินทางตลอดเวลาเพื่อหาพื้นที่ปลูก ฟทจ. ให้ประชาชนปลูก ฟทจ. โชคดียังมี พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย

พล.ร.อ.ชาญชัย เจริญสุวรรณ
และยังมีนายกสมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร เข้ามาอีกคนหนึ่ง ซึ่งในข้อเท็จจริง ท่านผู้ชมทำใจไว้หน่อย รายนี้น่าจะเป็นบริษัทที่ทำสารสกัดฟ้าทะลายโจร เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า ฟทจ. เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยที่หลีกเลี่ยงไม่พ้น เพราะว่าประชาชนที่ปลูก ฟทจ. ธรรมดาแล้วไม่มีปัญญาที่จะทำสารสกัดได้ นายกสมาคมสมุนไพรมีความเกี่ยวข้อง และมีความใกล้ชิดกับบริษัทยาที่เกี่ยวข้องกับการทำสารสกัด ก็ให้จับตาดูกันต่อไป

ที่น่าเสียดายคือ คนอย่างรัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งเป็นคนที่รุกเรื่อง ฟทจ. อย่างหนัก ไม่ได้เป็นกรรมการด้วย วันนี้คุณสมศักดิ์ ไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ เรือนจำทุกเรือนจำตอนนี้ปลูกต้น ฟทจ. กันทั่วประเทศไทย แล้วก็อีกไม่นาน รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ ทำถึงขนาดที่เรียกว่า ถ้าแคปซูลมันหาไม่ได้ ท่านไปเอาเครื่องปั๊มยาบ้าที่ไปยึดมา เอามาปรับปรุงเสียใหม่ ทำความสะอาดเสียใหม่ แล้วก็ใช้เครื่องปั๊มยาบ้าผลิต ฟทจ. เป็นเม็ดออกมา


ท่านยืนยันว่า ในขณะนี้ทุกเรือนจำมีปลูกแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ทาง ป.ป.ส. มีงานเกี่ยวข้องกับกองทุนแม่ของแผ่นดิน มี 24,455 หมู่บ้านทั่วประเทศ เป็นหมู่บ้านพัฒนาอาสาสมัคร 10,000 หมู่บ้าน เตรียมเงินเพื่อสนับสนุนต้นกล้า ฟทจ. 12 ล้านต้น ปลูกไร่ละ 12,000 ต้น เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูก จะเริ่มในวันที่ 23 สิงหาคม คือเริ่มไปแล้วเมื่อประมาณ 4-5 วันที่แล้ว เป็นเดือนของวันแม่ จะได้เก็บช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเดือนของวันพ่อ

ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่เดือน ฟทจ. ที่ขาดตลาด ก็จะไม่ขาดตลาดแล้ว จะเริ่มไหลเข้าสู่ตลาด เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่คนหาไม่เจอ หรือว่าราคาแพงมาก ก็จะเริ่มหมดไป ราคาก็จะกลับไปเป็นปกติ อย่างเช่น 1 กระปุก ก็อาจจะไม่เกิน 70-80 บาท ไม่ใช่กระปุกละเกือบ 200 บาท บางแห่งขายถึง 250 บาท ก็เล่าให้ท่านผู้ชมฟังว่าเรื่องราวมันพัฒนามาถึงจุดนี้

ต่อ ฟทจ. ผมก็อยากจะต่อถึงเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ กับเครื่องตรวจ ATK ท่านผู้ชมจำได้ใช่ไหม ผมเคยพูดว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณอนุทิน ได้เคยให้สัมภาษณ์ พูดในที่ประชุมว่า ฟาวิพิราเวียร์ มีมากพออยู่แล้ว ไม่ต้องสั่งซื้อเพิ่ม ท่านนายกฯ ก็บอกว่า เครื่องตรวจเร็ว ATK นั้น ต้องผ่านมาตรฐานรับรองจาก WHO องค์การอนามัยโลก ก็คือพูดง่ายๆ ว่าขัดขากันไป ขัดขากันมา จนในที่สุดแล้วคุณอนุทิน ก็บอกว่า ฟาวิพิราเวียร์นั้นต้องสั่งเพิ่ม ท่านนายกฯ ก็เลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ครม. ก็ยกเลิกข้อจำกัดในเรื่อง ATK ภาษานักเลงเขาเรียกว่า ทอนตังค์กันไป ทอนตังค์กันมา คุณไม่ขวางเรื่องของผม ผมก็ไม่ขวางเรื่องของคุณ ท่านผู้ชมครับ นี่คือการเมืองของประเทศไทย ที่วาจาที่พูดออกไปไม่มีความหมาย เปรียบประหนึ่ง ลมที่สุนัขผายออกมา

ท่านผู้ชมครับ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน กับทีมงาน "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ได้นำ ฟทจ. กับขิงผง ไปมอบให้หน่วยงาน องค์กร ชุมชนต่างๆ จัดส่งให้โรงพยาบาลสนาม ผู้ติดเชื้อ ชุมชนต่างๆ ที่แสดงเจตจำนงที่จะขอรับ ฟทจ. และขิงผงเข้ามา


เรามีสำนักงานเขตราชเทวี ชุมชนบางอ้อ ชุมชนริมทางรถไฟคลองเตย ศูนย์พักคอยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ อ.คลองหลวง ปทุมธานี 500 กระปุก โรงพยาบาลจังหาน อ.จังหาน จ.ร้อยเอ็ด 500 กระปุก กองบังคับการตำรวจภูธร จ.น่าน 300 กระปุก โรงพยาบาลสนามเขวาสินรินทร์ ต.เขวาสินรินทร์ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ 100 กระปุก โรงพยาบาลสนาม 2 กองร้อย อส. จังหวัดนราธิวาส 100 กระปุก คลินิกการแพทย์แผนไทยวัดม่อนจำศีล จ.ลำปาง 100 กระปุก โรงพยาบาลเจาะไอร้อง จ.นราธิวาส 200 กระปุก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลุโบะสาวอ จ.นราธิวาส 100 กระปุก องค์กรแพทย์โรงพยาบาลระแงะ นราธิวาส 200 กระปุก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาโพธิ์ บุรีรัมย์ 100 กระปุก โรงพยาบาลสนามอำเภอโพนทราย ร้อยเอ็ด 100 กระปุก

ท่านผู้ชมครับ ถึงวันนี้เราแจกไปแล้ว 180,000 กระปุก หรือประมาณ 14,400,000 แคปซูล ขิงผง เราแจกไปแล้ว 340,000 ซอง และล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา โรงพยาบาลโพธาราม ได้รับมอบ ฟทจ. จำนวนถึง 3,000 กระปุก 150,000 แคปซูล พร้อมขิงผง 4 ลัง ให้กับโรงพยาบาลโพธาราม จ.ราชบุรี มีนายแพทย์สุเทพ จันทรเมธีกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโพธาราม และคณะผู้บริหาร เป็นผู้รับมอบ โรงพยาบาลนี้ใช้แนวทางการรักษาของกรมการแพทย์ ควบคู่กับการรักษาแผนปัจจุบัน คือ ใช้ ฟทจ. กับคนไข้กลุ่มสีเขียว หรือผู้ป่วยใหม่ที่มีอาการไม่รุนแรง ซึ่ง ฟทจ. ในวันนี้จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวัน ที่มียอดไม่ต่ำกว่า 100 รายต่อวัน


ท่านผู้ชมครับ จากการที่แจก ฟทจ. ไป มันมีกรณีน่าสนใจ 5 กรณี หนึ่ง ชุมชนย่านบางลำพู เราได้รับแจ้งจากอาสาสมัครชุมชนวัดสังเวช ชุมชนวัดสามพระยา ชุมชนวัดอินทรฯ ชุมชนพานถม เขตพระนคร ว่า ในพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ป่วยติดเชื้อราว 250 คน กลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง จำนวนรวมประมาณ 1,000 คน กำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทางเรา มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ลงพื้นที่ไปมอบ ฟทจ. แคปซูล และขิงผง เพื่อแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนญาติอาสาสมัครชุมชนทั้ง 4 พื้นที่ที่เล่าให้ฟัง ท่านผู้ชมครับ ล่าสุดเราตรวจสอบพบว่าคนป่วยและผู้กักตัวส่วนใหญ่ ทั้งหมดที่ได้กิน ฟทจ. เป็นหลัก หายป่วยหมด นอกจากนี้่ ยังพบตัวอย่างที่น่าสนใจในกรณีของประธานชุมชนวัดสามพระยา ป่วยอยู่ในระดับสีเหลือง กักตัวอยู่กับบ้าน ใช้วิธีรักษาโดยใช้ฟาวิพิราเวียร์ ควบคู่กับ ฟทจ. ตอนนี้หายเป็นปกติแล้ว

เช่นเดียวกับ 2 ชุมชนสีน้ำเงิน 1 บางซื่อ หลังจากได้รับการติดต่อจากอาสาสมัครแล้ว ก็บอกมาว่า ในชุมชนมีคนติดเชื้อนอนรอเตียงอยู่หลายสิบคน ขาดทั้งยา รวมทั้ง ฟทจ. ขอความช่วยเหลือมาที่เรา เราลงพื้นที่สำรวจ มอบสิ่งของให้ ฟทจ. ขิงผง ล่าสุด 13 สิงหาคม ได้รับแจ้งข้อมูลจากอาสาสมัครว่า ผู้ป่วยและผู้กักในชุมชนที่ได้รับ ฟทจ. ไปกิน พร้อมขิงผงสำเร็จรูป ตอนนี้หายปกติ ดีหมด ทุกคนแล้ว


ชุมชนพระราม 2 ซอย 8 หลังจากได้รับแจ้งจากคุณเจริญ ประธานชุมชน ว่า ในชุมชนมีคนป่วย 211 ราย เสียชีวิตไปแล้ว 8 ราย ประชาชนที่พักอาศัยอยู่รวมกัน ทั้งต่างด้าว และคนไทย รวมทั้งหมด 380 หลังคาเรือน เราก็เอา ฟทจ. 1,000 ชุด ขิงผง 4 ลัง พร้อมข้าวสาร 50 กิโลกรัม เจลแอลกอฮอล์อีก 1 ลัง ไปให้ ล่าสุด 23 สิงหาคม ประธานชุมชนรายงานมาว่า คนป่วยและกักตัว เมื่อได้รับประทาน ฟทจ. ไปแล้ว อาการดีขึ้น หายป่วยหมดแล้ว ซึ่งขณะนี้มียอดผู้ป่วยติดเพิ่มขึ้นในชุมชน 19 คน กำลังรักษาตัวอยู่ ในชุมชนนี้มีประชากรแฝงอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้การระบาดยังคงมีอยู่ แต่ได้มอบ ฟทจ. ไปแล้ว ที่สำคัญ การทาน ฟทจ. ของชุมชนนี้ โดยส่วนใหญ่จะให้กิน ฟทจ. เป็นหลัก

สี่ ชุมชนเลียบวารี 37 เขตหนองจอก วันที่ 10 สิงหาคม ได้รับแจ้งว่าในชุมชนมีผู้ป่วยติดเชื้อราว 40 คน และกักตัวดูอาการอีก 100 กว่าคน เราก็มอบ ฟทจ. ขิงผง กับหัวหน้าชุมชนไว้แจกจ่ายไป 200 กระปุก ล่าสุด 22 สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ ตรวจสอบข้อมูลใหม่ ปรากฏว่าหายหมดเลยทุกคน นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยอีกรายหนึ่ง น่าจะเป็นกรณีศึกษา แจ้งว่าตัวเองเริ่มป่วยมีไข้ ยังไม่แน่ใจว่าติดหรือไม่ติด จึงกิน ฟทจ. วันแรก ต่อมาจึงกินจนครบ 3 วัน อาการไม่รุนแรงมาก จึงไปตรวจที่โรงพยาบาล พบว่าติดเชื้อแต่ยังไม่ลงปอด ซึ่งคุณหมอยืนยันว่า ที่อาการไม่รุนแรงเพราะกิน ฟทจ. ได้ไว ทำให้เชื้อไม่ลงปอด

กรณีที่ห้า ศูนย์พักคอยมัสยิดสุขสวัสดิ์ 14 ซอย 23 เราได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์พักคอยฯ ว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อในศูนย์พักคอย 140 คน กลุ่มเสี่ยงกักตัวอยู่ที่บ้านอีก 200 คน เสียชีวิตไปแล้ว 10 คน ทีมงานก็เลยมอบ ฟทจ. และขิงผงไป 200 ชุด เพื่อแจกจ่าย หลังจากนั้นแล้ว ท่านประธานชุมชนท่านบอกว่าให้กิน ฟทจ. อย่างเดียว รวมทั้งคนที่มีไข้หวัด เจ็บคอ วันละ 4 มื้อ มื้อละ 4 เม็ด ผลปรากฏว่าส่วนใหญ่มีอาการดี แล้วก็หายกลับบ้านไปแล้ว นี่คือสิ่งที่เราทำอาทิตย์ที่แล้ว

ท่านผู้ชมครับ กราบขอบพระคุณท่านผู้ชมมากที่ช่วยกันบริจาคเข้ามาให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ผมเรียนให้ทราบนะครับว่านี่คือการทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต การทำบุญเพื่อช่วยชีวิตคน เป็นอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่มาก โอกาสที่จะมีโอกาสได้รับอานิสงส์อย่างนี้หาไม่ได้แล้ว ท่านผู้ชมครับ ถ้ายังอยากจะร่วมทำบุญกับพวกเรา ขอเชิญบริจาคเข้ามาที่ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ทุกบาททุกสตางค์ เราเอาไปช่วยประชาชน ไม่มีกั๊ก ไม่มีเก็บ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เราจะทำเท่าที่เรามีเงินเหลืออยู่ และเราช่วยไปแล้วเป็นพันๆ คน ช่วยชีวิตคนนะครับท่านผู้ชม


ท่านผู้ชมครับ รายการวันนี้ถ้าไม่พูดถึงลูกนัท ไม่ได้เลย คุณธนัตถ์ ธนากิจอำนวย บุตรชายคนโตของนายกิตติ ธนากิจอำนวย ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ของบริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตอนนี้คนๆ นี้กลายเป็นที่ยกย่องชมเชยของเด็กสามนิ้ว ผมต้องพูดเรื่องนี้เพราะอะไร ? ความผูกพันที่ผมมีต่อตระกูลวีรวรรณ ผมรู้จักครอบครัวเขาหมดทุกคน ตั้งแต่คุณอำนวย วีรวรรณ ซึ่งตอนนี้นอนติดเตียงอยู่ ผมเรียกแกว่า พี่นวย ภรรยาแก พี่ปุ๊ ชื่อเดียวกับภรรยาผมที่เสียชีวิตไปแล้ว ก็รู้จักกัน ท่านผู้ชมครับ หลายคนไม่รู้ว่าสายตระกูลของภรรยาของ ดร.อำนวย ก็คือสาย บุนนาค เป็นสายเลือดของชาว บุนนาค จริงๆ แล้วพี่ปุ๊ ต้นตระกูล กับสายของคุณวิโรจน์ นวลแข เป็นพี่น้องกัน เป็นสาย บุนนาค สายเดียวกันหมด

คุณอำนวย วีรวรรณ นั้น ต้นตระกูลก็มาจากเมืองจีน อำนวย วีรวรรณ เป็นคนที่มีความสามารถสูง เรียนหนังสือดี จบมหาวิทยาลัยมิชิแกน University of Michigan ขั้นด็อกเตอร์ สมัยโน้น 60 ปีที่แล้ว สมัยปี 2500 คนที่จบด็อกเตอร์จาก University of Michigan หายาก คุณอำนวย เป็นลูกรักของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งในขณะนั้นก็คือทหารผู้มีอำนาจ และยึดอำนาจมาจากการปฏิวัติ อยากจะให้คุณธนัตถ์ หรือ ลูกนัท รู้ด้วยว่าคุณตาของคุณเองก็รับใช้เผด็จการมาเช่นกัน


ดร.อำนวย มีลูกอยู่ 3 คน คนโต ชื่อ รสนาพร เคยแต่งงานกับลูกชายของท่านเชาวน์ ณ ศีลวันต์ อดีตองคมนตรี หลังจากนั้นก็หย่าร้างกัน คุณรสนาพร ก็เป็นอาจารย์สอน เป็นรองศาสตราจารย์ อยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คนรองลงมา ก็คือมารดาของคุณธนัตถ์ แต่งงานกับคุณกิตติ ธนากิจอำนวย ผมรู้จักหมด คุณกิตติ ผมก็รู้จัก ผมรู้จักดี ผมเคยเจอทั้งพี่ ทั้งน้อง ทั้งตระกูลนี้ และคนเล็กสุดก็คือ หนูบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ซึ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง


ทำไมผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูด ? ผมเอาเรื่องนี้มาพูดเพราะว่า หนึ่ง ผมรู้จักครอบครัวนี้ดี เขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม ทั้ง ดร.อำนวย วีรวรรณ ทั้งสายตระกูลของยายของคุณธนัตถ์ ก็เป็นสายบุนนาค ต้นตระกูลโยงไปแล้วก็คือคนที่รับใช้สถาบันกษัตริย์มานานแล้ว ดร.อำนวย ก็มีความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ ทุกคนมีความจงรักภักดีหมด จู่ๆ คุณธนัตถ์ เกิดบ้าบอคอแตกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ หลังจากที่เคยเข้าไปร่วมกับ กปปส. กับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เหมือนกับว่าเป็นคนที่กลับใจ ตื่นขึ้นมาวันหนึ่งแล้วบอกว่า ตาผมสว่างแล้ว เห็นชัดหมด คำถามคือ คุณเห็นชัดจริงหรือเปล่า ?


คุณธนัตถ์ เรียนหนังสือจบแค่ ม.6 เข้าใจว่าคงจะเรียนโรงเรียนอินเตอร์ และไม่ได้ไปเรียนต่อที่ไหน นี่ผมเอามาจากหลักฐานในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ชัดเจนว่าวุฒิการศึกษาคือ ม.6 ซึ่งก็คงจะไม่มีการโกหกกัน เพราะถ้าจำได้ คนวงในเขาบอกว่า คุณจุติ ไกรฤกษ์ เคยบอกคุณธนัตถ์ ถ้าอย่างนั้นไปเรียนรามคำแหงเพื่อหาปริญญาตรีให้ได้ เอาเป็นว่า เอาตามที่คุณธนัตถ์ ใส่ก็แล้วกันว่าจบมัธยมฯ 6 เท่านั้นเอง

ทีนี้ จู่ๆ คุณธนัตถ์ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาไม่รู้ ตื่นขึ้นมาวันหนึ่งมีความรู้สึกว่า ไม่ใช่แล้ว ประยุทธ์ ทำงานไม่ดี ต้องไล่ประยุทธ์ ออก ใช้ไม่ได้ และผมเองก็ไปทำผิดกับประชาชน ผมไปร่วมกับ กปปส. ผมจะต้องขอโทษพี่โทนี Tony Woodsome คุณยิ่งลักษณ์


คุณธนัตถ์ นี่ทำผิดตั้งแต่คำว่าขอโทษคุณโทนี และคุณยิ่งลักษณ์ คุณไปขอโทษเขาเรื่องอะไร คุณโทนี หรือคุณทักษิณ เป็นคนที่ทำผิดกฎหมาย มีคดีความหลายคดีความซึ่งศาลพิพากษาตัดสินมาแล้ว 3-4 คดีความ คุณทักษิณ ผิดเรื่องโน้น คุณทักษิณ ผิดเรื่องนี้ คุณทักษิณ ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง คุณยิ่งลักษณ์ ก็เช่นกัน คุณไปขอโทษเขาทำไม คุณยิ่งลักษณ์ เป็นคนที่โกงเรื่องจำนำข้าว ศาลฎีกาพิพากษาชัดเจนแล้ว พิพากษาว่ายิ่งลักษณ์ ต้องจำคุก 4-5 ปี แล้วคุณยิ่งลักษณ์ ก็หนีคดี คุณทักษิณ ก็หนีคดี ผมถามว่าคุณขอโทษเขาประเด็นไหน นี่คือการเริ่มต้นของคุณที่ผิดหมดเลย


ถ้าคุณเริ่มต้นด้วยการออกมาโวยวายว่า ผมทนไม่ไหวแล้ว ถึงผมจะมีเงินมีทอง แต่ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะ ไม่มีวุฒิภาวะที่จะเป็นผู้นำประเทศ ผมจะมาขอร่วมชุมนุมด้วย ผมเชื่อว่าไม่มีใคร่าคุณหรอก คุณลูกนัท คุณธนัตถ์ แต่จู่ๆ คุณออกมาปั๊บ คุณต้องการสร้างคะแนนเสียงอีกฝั่งหนึ่ง คุณกระโดดไปกอดตีนทักษิณ เกาะตีนยิ่งลักษณ์ แล้วคุณก็กราบตีนเขา บอก ผมต้องมาขอโทษพี่โทนี และคุณยิ่งลักษณ์ คุณไม่ต้องไปขอโทษเขาหรอก เพราะว่าเขาเป็นนักโทษหนีคดี เขาถูกศาลพิพากษาจำคุก แล้วเขาวิ่งหนีไป ผมถูกศาลพิพากษาจำคุก ผมเดินเข้าคุกหน้าตาเฉย แล้วผมก็อยู่ในคุกจนกระทั่งผมได้รับการพระราชทานอภัยโทษตามเกณฑ์ที่ผมควรจะได้ แต่คุณทักษิณ กับคุณยิ่งลักษณ์ ต้องเป็นนักโทษหนีคดีไปตลอดชีวิต คุณไปขอโทษเขาทำไม คุณผิดตั้งแต่ตอนนั้น

แต่เผอิญคุณเข้ามาตอนไหน รู้ไหม คุณธนัตถ์ ? คุณเข้ามาตอนที่บทบาทของเพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ รุ้ง ปนัสยา ไมค์ จาดนอก ไผ่ ดาวดิน ถูกจับเข้าคุกเพราะกรณีของมาตรา 112 และเขาถอนประกัน เขาไม่ให้ออกมาอยู่ข้างนอก


เพราะฉะนั้นแล้วขบวนการทั้งขบวนการก็เลยชะงัก กำลังหาใครสักคนที่โง่ หิวแสง แล้วอยากที่จะมีชื่อเสียง แล้วอยากที่จะมานำ ไปตายแทนพวกที่อยู่เบื้องหลังคุณ เดี๋ยวผมจะเอาการ์ตูนของผู้จัดการวันนี้ให้คุณดู ปรากฏว่าคุณโผล่ขึ้นมา จากอิท่าไหนก็ไม่รู้ พร้อมขอโทษโทนี ทั้งขอโทษยิ่งลักษณ์ โอ้โห มันเข้าล็อกเลย เป๊ะเลย ใช่แล้ว ธนัตถ์ นี่ล่ะ ตระกูลก็ดี คุณตาชื่อ ดร.อำนวย วีรวรรณ คุณยายเป็นตระกูลสาย บุนนาค คุณป้าเป็นอาจารย์สอนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ คุณน้า เป็นเจ้าของช่อง ONE ถกลเกียรติ วีรวรรณ โอ้โห เพอร์เฟกต์มาก ทุกคนเลยอวยคุณ


คุณน่ะ รู้ไม่ทันเขาหรอก ผมจะบอกให้คุณรู้ และผมจะบอกให้ คุณรู้ไม่ทันเขา เพราะอะไร ? เพราะคุณตกเป็นเครื่องมือของเขา ตอนแรกที่คุณไปประท้วง ตอนไปประท้วงก็ไม่มีใครเขาว่าอะไร คุณประท้วงที่จะไล่คุณประยุทธ์ ออก เออ คนเขายังมองคุณในแง่ดีนะว่าอย่างน้อยที่สุดเป็นคนมีเงินมีทอง ก็ออกมาต่อสู้เพื่อให้ประยุทธ์ ออกไป แต่พอไปๆ มาๆ แล้ว มันเริ่มมีอะไร พฤติกรรมของคุณหลายอย่างที่คนเขากำลังเริ่มสงสัยว่าคุณคิดเอง หรือมีคนที่เสี้ยมสอนคุณ ปั่นคุณ

ตั้งแต่คุณถูกกระสุนยาง หรือถูกอะไรไม่รู้ ยิงที่ตา คุณก็มีความรู้สึกว่านี่ล่ะคือเครดิตของคุณแล้ว ตาคุณบอดข้างหนึ่ง คุณเหลือตาอีกข้างหนึ่ง เพราะฉะนั้นคุณจะต้องเดินหน้าลุยต่อ พวกสามนิ้วนี่อวยคุณมาก ลูกนัท สุดยอด ๆ คุณไม่เคยเข้ามาในกลุ่มแสงพวกนี้ พอคุณโดนอวยแล้วคุณหลงตัว ลืมตัว คุณลืมไปหมดเลยนะว่าอะไรเกิดขึ้น พอคุณหายจากเจ็บตา คุณเริ่มออกมา ที่คุณพลาด คุณดันไปแต่งตัว ใส่เสื้อนอก สะพายกล้อง


ทำให้คนที่เขาดู เขามองว่าคุณกำลังล้อเลียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งทุกคนทั่วประเทศไทยเขาเทิดทูน ที่คุณทำไม่ได้ต่างอะไรจากนายแอมมี่ ไม่ต่างกัน ผมเอารูปขึ้นให้ดูก็ได้ นายแอมมี่ ก็แต่งตัวเลียนแบบรัชกาลที่ 9 มานั่งพิงรถ ถือสมุดโน้ต ชี้โน่นชี้นี่ ประพฤติ ทำตัวเหมือนกับรัชกาลที่ 9 ที่ออกไปตรวจตราจังหวัดต่างๆ

ผมเคยเตือนคุณแอมมี่ ไป เมื่อตอนที่ 71 ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 ผมบอกคุณแอมมี่ วจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม ของคุณ มันบ่งถึงเจตนาว่าคุณหยามเหยียดพระเจ้าอยู่หัว ตลอด คุณมีวัตถุประสงค์ที่ร้ายแรงที่ต้องการจะทำร้ายและทำลายสถาบันกษัตริย์


เอาล่ะ คุณลูกนัท คุณมาดู สิ่งที่คุณทำ รูปที่คุณแต่งตัว อ๋อ แน่นอน คุณตะแบงได้ คุณก็บอก ทำไม คนเราใส่เสื้อนอกก็ได้ จะสะพายกล้องก็ได้ ทำไม เสียหายตรงไหน คุณจะแก้ตัวทั้งที คุณยังมโนไม่เป็นเลย คุณก็รู้ว่าสมัยนี้ แล้วคุณไปในที่ชุมนุมแบบนี้ คุณเอากล้องบ้านี่ แล้วคุณจะถ่ายอะไรกัน ถ้าคุณต้องถ่าย เขาใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายกัน มีใครเขาสะพายกล้อง นอกเสียจากว่าคุณต้องการจะล้อเลียนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผมจะบอกให้รู้นะ คุณธนัตถ์ เรื่องนี้เขาพูดกันมามาก แล้วเขารับคุณไม่ไหวจริงๆ คุณไม่ใช่แค่เดินก้าวล้ำเส้นนะ คุณลงนรกไปแล้วนะงานนี้

พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านเป็นกษัตริย์ที่ทำคุณูปการ สร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย เป็นที่ระลึกของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ต่อมาถึงรัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านก็พยายามสร้างประโยชน์ บริจาคเงินช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของโรคระบาดครั้งนี้

คุณตะแบงว่าใครๆ ก็ใส่เสื้อนอกได้ คุณรู้ไหมว่าทำไมพระเจ้าอยู่หัวถึงใส่เสื้อนอก พระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านใส่เสื้อนอกไปต่างจังหวัด ไปที่ต่างๆ เสียดายที่ตาคุณบอดไปข้างหนึ่ง แต่ถึงมีข้างเดียว คุณน่าจะดูออก คุณแหกตาอีกข้างของคุณดูสิว่าเสื้อนอกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านใส่อะไรไว้บ้าง

พระองค์ท่านใส่ของ เพราะว่าเสื้อนอกมันมีหลายกระเป๋า พระองค์ท่านใส่ Walkie Talkie อันหนึ่ง อีกอันหนึ่งใส่สมุดโน้ต ข้างในเสื้อนอกก็สามารถจะเสียบของได้ นี่คือเหตุผลที่พระองค์ท่านใส่เสื้อนอกออกไป แล้วมันมีเหตุผลอะไรล่ะที่คุณต้องใส่เสื้อนอกออกมาเพื่อเดินประท้วง พระองค์ท่านมีเหตุผลพอ แต่คุณมาประท้วงในวันนี้ คุณก็รู้ว่าเดี๋ยวต้องมีการยิงกันด้วยปืน เดี๋ยวจะต้องมีการขว้างระเบิดปิงปอง เดี๋ยวจะต้องมีการวิ่งหนีแก๊สน้ำตา เขาไม่ใส่เสื้อนอกกันหรอก เขาใส่ชุดที่มันเรียบร้อยเหมือนชุดที่มันพร้อมจะปฏิบัติการ เหมือนสมัยหนึ่งที่คุณยังไม่ได้เพี้ยนถึงขนาดนี้ แล้วคุณเริ่มไปประท้วงใหม่ๆ คุณก็ไม่ได้ใส่เสื้อนอกใช่ไหม สมัยคุณประท้วงกับ กปปส. ขับไล่ยิ่งลักษณ์ คุณใส่เสื้อนอกหรือเปล่า คุณก็ไม่ได้ใส่เสื้อนอก คุณอย่าตะแบงได้ไหม ผมรู้จักพ่อคุณ แม่คุณ ตาคุณ ยายคุณ ครอบครัวคุณ รู้จักตั้งแต่คุณยังเป็นวิญญาณเร่ร่อนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ผมไม่อยากจะเอาวุฒิภาวะ วุฒิการศึกษาคุณ ว่าคุณเรียนจบแค่ ม.6 ความเข้าใจอะไรหลายอย่างของคุณไม่มี ผมไม่อยากเอาเรื่องนี้มาเปรียบเทียบ แต่ลักษณะของคุณ การแสดงออกของคุณนั้น มันไม่ใช่คุณขาดวุฒิภาวะอย่างเดียวนะ คุณขาดคุณธรรมอย่างมาก คุณขาดปัญญาที่จะวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ แล้ววันดีคืนดีคุณเข้าไปกราบนายสมศักดิ์ เจียมฯ เพื่อขอเป็นอาจารย์ โยงมากับการที่คุณใส่เสื้อนอกล้อเลียนรัชกาลที่ 9 แล้วคุณไปกราบสมศักดิ์ เจียมฯ ซึ่งวัตถุประสงค์ของสมศักดิ์ เจียมฯ ก็คือการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ มันก็เลยเป็นคนละเรื่องแต่เรื่องเดียวกัน คุณยอมรับไหม ?

คุณมันเด็กรุ่นลูกรุ่นหลาน ผมสงสัยพ่อคุณ สงสารแม่คุณ สงสารน้องสาวคุณ สงสารป้าคุณ สงสารยายคุณ สงสารตาคุณที่นอนติดเตียง แล้วคุณรู้ไหมว่าทันทีที่คุณออกมาเรื่องนี้ สังคมโซเชียลมีเดียออกมาถล่มคุณเละเลย คนบันเทิงแสดงพลังโพสต์ภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 กัน เขาเจ็บใจ การลงสตอรีเป็นภาพที่แคปหน้า IG


โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม ผมต้องให้คำชมเชยมาในที่นี้ คุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม โพสต์รูปภาพข้อความแสดงความจงรักภักดีต่อรัชกาลที่ 9 ผ่าน IG ส่วนตัว ยอดผู้ติดตามลดฮวบไปถึงพัน Follower แต่งานนี้คุณเจนนิเฟอร์ ไม่แคร์เลย ตอกกลับไปอย่างจุกๆ เลยว่าไม่แคร์ ไม่สนใจ เพราะว่า IG มีคุณค่ามากขึ้น เหมือนกัน ท่านผู้ชมคนไหนที่เป็นพวกสามกีบ เห็นว่าผมสนับสนุนรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ไม่อยาก Follow ผม ไปเลย อย่าเข้ามา อย่าเข้ามาให้รกหูรกตาผม รำคาญจิตรำคาญใจผม

ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น คุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม มีคนกลับมา Follow 4 แสนกว่าคน เพิ่มเติม คุณธนัตถ์ คุณรู้หรือยังว่าคุณนั้นเป็นเสียงส่วนน้อยมากๆ เสียงส่วนน้อย และจริงๆ การ์ตูนของบัญชา คามิน บอก คุณกำลังจะตกเหว แต่สำหรับผมคุณตกเหวไปนานแล้ว คุณน่ะเป็นเครื่องมือของคนที่อยู่เบื้องหลัง เพนกวิน รุ้ง ปนัสยา ทุกคน พวกอาจารย์แก่ๆ ทั้งหลายวันนี้มันนั่งกินไวน์กัน หัวเราะเอิ๊กอ๊ากๆ เออ ดี มีเหยื่อเข้ามาคนหนึ่ง อวยมันเยอะๆ ให้มันออกไป ชนให้ฉิบหายวายป่วงไปเลย เพราะว่ามันไม่มีใครออกมานี่ ตอนนี้ เหลือคุณอยู่คนเดียว แล้วคุณเป็นเด็กหนุ่ม การศึกษาต่ำ สติปัญญาไม่มี คุณก็เลยอวย คุณก็เลยตัวลอย เอ็นจอยตัวเองมากเลยกับการที่ถูกอวย คุณก็เลยบ้าคลั่ง คุณบ้าคลั่งไปแล้ว

ท่านผู้ชมครับ วันนี้ต้องให้เครดิตคนที่อยู่ในวงการบันเทิงที่เปิดหน้าออกมาเลย ผมขอชมเชยไปยังคุณเจสัน ยัง คุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม คุณใหม่ เจริญปุระ คุณทาทา ยัง คุณสู่ขวัญ บูลกุล ท่านผู้ชมอดทนนิดนะครับ คนพวกนี้เป็นคนที่เราต้องขอบคุณเขา คุณแหม่ม สุริวิภา กุลตังวัฒนา คุณโบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์


ป้าจิ๊-อัจฉราพรรณ ไพบูลย์สุวรรณ คุณแพท-สุธาสินี พุทธินันทน์ คุณปาน-ธนพร แวกประยูร คุณนุสบา ปุณณกันต์ คุณปิ่น-เก็จมณี วรรธนะสิน คุณภูริ หิรัญพฤกษ์ คุณไก่-สมพล ปิยะพงศ์สิริ คุณนก-จริยา แอนโฟเน่ คุณเติ้ล-ตะวัน จารุจินดา คุณอุ้ย-เกรียงไกร อุณหะนันทน์ คุณเหมี่ยว-ปวันรัตน์ นาคสุริยะ คุณเอิร์น-ณัชชา เตชะหรูวิจิตร ดีเจแมน-พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา คุณปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย คุณปิ่น-ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์ ท็อป-ดารณีนุช ปสุตนาวิน หมอก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ มัม ลาโคนิค อุ๋ม-อาภาศิริ นิติพน อุ๋ย บุดดาเบลส ต้น-จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ เปิ้ล-ไอริณ ศรีแกล้ว เฟรช-อริศรา วงษ์ชาลี จอย ทีสเกิร์ต หนึ่ง-มาฬิศร์ เชยโสภณ เดือน-ไปรมา รัชตะ โจ้-อธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ แน้ตตี้-นาตาชา จุลานนท์ และอีกหลายท่าน ขอบพระคุณมากครับ ขอบพระคุณที่รักพระเจ้าอยู่หัว เหมือนผมรักพระเจ้าอยู่หัว ขอบพระคุณครับที่ออกมาโดยที่ไม่รีรออะไรทั้งสิ้น ขอบพระคุณครับ ผมพูดไปแล้วผมขนลุก

ท่านผู้ชมครับ ท่านใดที่ไม่ชอบจุดยืนของผม อย่าเสือกเข้ามาฟังผม ผมขอไล่ท่านเหมือนไล่หมูไล่หมา ถ้าท่านยืนข้างพวกสามนิ้ว สามกีบ ไปเลย ผมขออนุญาตยืมใช้คำพูดของคุณเจนนิเฟอร์ คิ้ม คนเลิก Follow ผมเท่าไรก็ตาม เฟซบุ๊ก เพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น และผมจะเตือน ผมจะทำนายชีวิตคุณล่วงหน้า คุณธนัตถ์ ชีวิตคุณภายหน้า คุณแม่คุณรักคุณ น้องสาวคุณรักคุณ ให้เตรียมรับคุณธนัตถ์ เอาไว้ ชีวิตมีแต่อับเฉา เดินเข้าไปสู่ความมืดมน กิเลสต่างๆ จะบดบังตา ทำให้คุณธนัตถ์ หลงไปในทางผิด เข้าใจผิด ลำพังแค่ต้องการที่จะกราบสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เป็นอาจารย์ และประกาศขอให้คนตั้งนามสกุลใหม่ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็ไม่รีรอ เสียบเข้ามาทันที ท่านผู้ชมครับ นายธนัตถ์ เป็นเหยื่อที่หวานโอชะของกลุ่มที่ต้องการจะล้มล้างสถาบันกษัตริย์อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และที่สำคัญ นายธนัตถ์ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยว่ากำลังเป็นเครื่องมือของพวกเขา


ท่านผู้ชมครับ นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือที่เขาเรียกกันว่า ผู้กำกับโจ้ (ผกก.โจ้) หรือ นักโทษชายโจ้ (นช.โจ้) อดีตเป็นตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร สภ.เมืองนครสวรรค์ ก็เป็นข่าวที่ดีพอสมควรที่ได้มีการจับตัวผู้กำกับโจ้ได้เรียบร้อยแล้ว เท่าที่ทราบในขณะนี้อยู่ในกระบวนการ ขั้นตอนของการสอบที่เครียดมาก

คนๆ นี้เป็นใคร ? มาจากไหน ? ทำไมถึงหาญกล้าที่จะทำเรื่องที่เลวร้ายถึงขั้นที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาพูดว่า ถ้านิ้วไหนร้าย ก็ต้องตัดนิ้วนั้นทิ้ง ผมส่งข้อความของคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ไปให้คนใกล้ชิด คุณรุ่งมณี เมฆโสภณ คุณรุ่งมณี ตอบกลับมาว่า ต้องตัดนิ้วเท้าด้วย เพราะว่านิ้วมือไม่มีเหลือแล้ว ส่วนคุณนพรัฐ พรวนสุข เพื่อนร่วมงานของผม ที่ทำ "คุยบางเรื่องกับนพรัฐ" ก็บอกว่านิ้วไม่มีให้ตัดแล้ว ต้องตัดคอทิ้ง เพราะว่าหัวเน่า คุณนพรัฐ อาจจะหมายถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เอาล่ะ ไม่เป็นไร

วันนี้สิ่งที่ผมจะพูด ผมจะเล่าให้ฟัง และผมจะชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น มันเกิดจากคำว่า "ตั๋วช้าง" แล้วผมจะอธิบายความให้ฟังถึงตั๋วช้าง แล้วจะโยงกลับไปเรื่องเก่าที่ผมเคยพูด ถ้าท่านผู้ชมจำได้ ผมเคยพูดเรื่องตอนที่ชื่อว่า "สะท้านฟ้า สะเทือนดิน" ท่านผู้ชมครับ มีเวลากลับไปย้อนหลังดูเรื่องนี้ "สะท้านฟ้า สะเทือนดิน" และท่านผู้ชมฟังเรื่องนี้ต่อ แล้วท่านผู้ชมจะเข้าใจภาพรวมทั้งหมดเลย

ผู้กำกับโจ้ หรือ นายโจ้ คนนี้ นายธิติสรรค์ อุทธนผล อายุไม่มากเลย ว่ากันว่าอายุเพิ่งจะต้น 40-41 บางคนก็บอกว่าแค่ 39-40 เอง


ตำแหน่งแห่งที่กระโดดมาได้อย่างรวดเร็วที่สุด ตอนที่เข้ามาเป็นผู้กำกับอยู่ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้พูดลั่นเลย เป็นสัจจะวาจาว่า ผมจะไม่ขึ้นอยู่กับผู้การจังหวัด คือผู้กำกับจะต้องขึ้นอยู่กับผู้การจังหวัด ผู้การจังหวัดคือยศพลตำรวจตรี คนนี้ก็จะคุมจังหวัดทั้งจังหวัด ผู้กำกับ คือโรงพักหนึ่งในจังหวัดนั้น เนื่องจากว่าเขาพูดอยู่ตลอดเวลาว่าเขามีผู้ใหญ่ที่คุ้มกันเขา ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการภาค 6 หรือ พล.ต.ท.อภิขาติ ศิริสิทธิ์ เขาพูดเลยเถิดไปถึงว่า คนที่เป็นผู้ใหญ่ของเขาจริงๆ ก็คือ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ นี้มีความผูกพันกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พอสมควร ในรายการยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม เดี๋ยวผมจะทบทวนความจำให้ฟัง แล้วท่านผู้ชมจะเห็นภาพเรื่องราวต่างๆ ทะลุปรุโปร่งหมด

เรื่องของเรื่องก็คือ มีการจับสองสามีภรรยาที่ค้ายาบ้า เมื่อจับได้แล้วก็เอาตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ สอบสวนอยู่บ้านข้างๆ โรงพักที่เขาเรียกว่า บ้านกาแฟ ซึ่งตรงนั้นล่ะ เป็นที่ทำการและเป็นที่พักพำนักพิงของพวกตำรวจปราบปรามยาเสพติด ในหน่วยการปราบปรามยาเสพติดทีมของนักโทษชายโจ้ เพราะว่าข้อหาของเขาคือข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และอีกหลายข้อหา แล้วผมเชื่อว่าศาลต้องพิพากษาให้เขาผิดอย่างแน่นอนที่สุด เพราะว่าหลักฐานนั้นเขาไม่สามารถจะดิ้นรนได้ และมีพยานบุคคล ทั้งพยานคลิปวิดีโอ แล้วในคำพิพากษาของศาล ท่านผู้ชมจำเอาไว้นะ ถ้าเป็นข้าราชการ จะต้องได้รับโทษมากกว่าคนทั่วไปสองหรือสามเท่า นั่นคือโทษของเขาต้องถึงประหารชีวิตอย่างแน่นอนที่สุด อาจจะเห็นแก่ว่า ให้การที่เป็นประโยชน์ ลดเหลือแค่จำคุกตลอดชีวิต จำคุกตลอดชีวิต เฉลี่ยแล้วก็อยู่ประมาณ 15 ปี ก็อาจจะมีสิทธิ์ออกได้ ตอนนั้นก็ใกล้จะ 60 แล้ว


นักโทษชายโจ้ คนนี้ เมื่อจับผู้ต้องหามาแล้ว ก็มารีด วิธีการรีด เพื่อให้เข้าใจ วิธีการนี้ ชุดปราบปรามยาเสพติดแทบจะทุกหน่วยเลย ใช้วิธีการนี้หมด ไม่ว่าจะเป็น ตชด. ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นภาค จับมาปั๊บ สมมุติว่าผู้ต้องหามียาประมาณสัก 8 หมื่นเม็ด ถ้าเป็นผู้ค้า เขาก็จับมา แล้วก็ตบซ้ายตบขวา ตีเข่าที่ท้อง/อก ชกที่ลำตัว โน่นนี่นั่น แล้วก็ขู่ เฮ้ย จ่ายกูมา 5-10 ล้าน เพราะพวกนี้ถ้าค้ายาจะต้องมีเงินเหลืออยู่ ถ้ายอมจ่าย 5-10 ล้าน หรือ 3-4 ล้าน ตกลงกันได้ ข้อหามียาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ก็จะถูกลดลงมาเป็น มียาไว้เพื่อเสพ โทษไม่เหมือนกันนะท่านผู้ชมครับ ถ้าครอบครองเพื่อจำหน่าย ถ้ามียาถึง 90,000-100,000 เม็ด โทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือปรานี ก็คือ 25 ปี แต่ถ้ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพเอง 10 เม็ด จาก 90,000-100,000 เม็ด เหลือ 10 เม็ด 10 เม็ดนี้ก็จะโดนโทษข้อหามีไว้เสพ ก็อาจจะแค่ 1-2 ปี เป็นการกระทำบ่อยมากในขณะนี้ ในชุดปราบปรามยาเสพติดของตำรวจในประเทศไทย

ท่านผู้ชม ท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่ามาเถียงผม ผมรู้ลึกมากกว่าพวกท่านอีก เป็นอย่างนี้จริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว พวกนี้ได้เงินมา 3-5 ล้าน 10 ล้าน แล้วแต่ว่าเจ้าหน้าที่จับใหญ่หรือเล็กแค่ไหน แต่ถ้าเป็นยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม นั้น เรียกมาตบไม่ได้แล้ว แต่ประเภทขนยาบ้าทีละ 100,000-150,000 เม็ด จับแล้วก็หิ้วมาเลย อาจจะจ่ายกัน 5 ล้านบาท 10 ล้านบาท ตำรวจชุดที่จับก็รับเงินไป ก็ลดลงมา ลงบันทึกประจำวันว่ามียาไว้เสพ 10 เม็ด ที่เหลือเอาไปไหนล่ะ ? ที่เหลือก็คือเอาไปให้คนที่ถูกจับแล้วโดนข้อหาเสพ ให้สายออกไปขายต่อ ขายในตลาดแล้วเอาเงินมาส่งตำรวจ นี่คือข้อเท็จจริงนะท่านผู้ชม Here ไหม ? ผมว่า Here มากๆ ขอประทานโทษที่ต้องใช้ภาษาอย่างนี้ ยังสุภาพเกินไป แล้วก็จะใช้พวกนี้เป็นสายต่อ เป็นอย่างนี้หลายๆ กรณี ไม่ว่าจะเป็นหน่วยปราบปรามยาเสพติด ตชด. บางชุด ตำรวจ ชปส. (ชุดปราบปรามยาเสพติด) อันนี้ข้อเท็จจริงผมได้มา ไม่มีวันผิดเพี้ยนได้หรอกครับ นอกเสียจากว่าผู้หลักผู้ใหญ่จะเข้ามาควบคุมเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ที่สำคัญก็คือว่า ขออนุญาตเรียกยศเก่าของเขาแล้วกัน ผู้กำกับโจ้ คนนี้ เขาเป็นผู้กำกับโรงพัก เขาลงไปเล่นเอง เพราะเขาต้องการรีดไถสองคนผัวเมีย เมื่อรีดไถแล้ว ก็อย่างที่ท่านผู้ชมรู้ เขาเรียก 2 ล้านบาท แต่นี่เขาให้ 1 ล้านบาท เขาไม่พอใจ เขาก็แสดงอาการ เขาลงไปข้างล่างเลย เดี๋ยวเขาไปสอบเอง เอาถุงดำคลุมหัว รัดไปรัดมาสิ้นลมหายใจ ขาดใจตาย พอตายแล้ว ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยต้องอ้างว่าคนนี้เสพยาเกินขนาด ส่งศพไปที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน หมอที่นั่นเนื่องจากว่าไม่มีหน่วยนิติเวช ก็ระบุว่าวิ่งหนีแล้วหกล้ม ขาดใจตาย ก็เลยจำเป็น เนื่องจากที่นั่นเป็นโรงพยาบาลเอกชน ไม่มีหน่วยนิติเวช ก็เลยส่งไปที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โรงพยาบาลรัฐ หมอตัวนี้ก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ระบุว่า เสพยาเกินขนาดตาย ทั้งๆ ที่ไม่มีการ ... คือพูดง่ายๆ ว่าพอผ่าศพมาดูแล้ว มันไม่ใช่เสพยา ขาดอากาศหายใจ ซึ่งหมอคนนี้ก็กำลังจะโดนเล่นงานอยู่เหมือนกัน เป็นจำเลยเช่นกัน สมรู้ร่วมคิดกับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล


ท่านผู้ชมครับ ผมมาทบทวนไทม์ไลน์กันนิดหนึ่ง วันที่ 5 สิงหาคม จับนายจิระพงศ์ ธนะพัฒน์ และแฟนสาว แล้วก็เรียกเงิน 2 ล้าน ไม่ได้ ก็เลยเอาถุงดำไปคลุมหัวเขา เขาขาดใจตาย วันที่ 6 สิงหาคม โรงพยาบาล 2 แห่งในจังหวัดนครสวรรค์ ชันสูตรศพ ไปโรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ และโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ก็ระบุว่าเกิดจากการเสพยามากจนเกินไป จนตาย

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม ท่านผู้ชมครับ สองอาทิตย์หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจชั้นผู้น้อยเริ่มส่งจดหมายร้องเรียนและคลิปวิดีโอไปให้กับสื่อมวลชนและทนายต่างๆ เพื่อเปิดโปงเรื่องนี้ ท่านผู้ชมครับ มีคำถามอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะถามถึงคุณสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่า ท่าน ผบ.ตร. มีข้อมูลหรือเปล่า ? ผมว่าเรื่องขนาดนี้ ท่าน ผบ.ตร. ไม่มีข้อมูลไม่ได้หรอก ถ้าท่านไม่มีข้อมูล ท่านเป็น ผบ.ตร. ไม่ได้ คำถามคือ ผมเชื่อว่าท่านมี แต่ทำไมท่านไม่ดำเนินการ ? และผมก็ถามต่อ ว่า ทำไมตำรวจชั้นผู้น้อยถึงไม่ส่งข้อมูลไปให้ ผบ.ตร. ? เป็นไปได้ไหมครับท่านผู้ชม เพราะเขารู้ว่าท่าน ผบ.ตร. คนนี้เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นเดียวกันกับท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ท.อภิชาต รุ่น 36


แล้วก็ในเวลานั้น ถึงแม้ว่าท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 จะออกมาปฏิเสธว่าผู้กำกับโจ้ นั้น เป็นแค่คนรู้จักกัน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ถูกวางตัวไว้เป็นลูกเขย เพราะภรรยาท่านผู้บัญชาการฯ ภาค 6 นั้น ชอบผู้กำกับโจ้ มาก เป็นคนเรียบร้อย ใจถึง แล้วลูกสาวก็รักใคร่ชอบพอกัน มีรูปเดินเกี่ยวแขนกัน แต่งชุดไทย โน่นนี่นั่น


ก็คงจะเป็นเช่นนี้ล่ะครับ เพราะว่าตำรวจชั้นผู้น้อยไม่ไว้ใจท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากว่าสนิทสนมกับท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งในขณะนั้นกำลังจะเป็นว่าที่พ่อตาของผู้กำกับโจ้ ก็เลยกลัวว่าส่งมาแล้วจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็เลยส่งไปที่อื่น

ท่านผู้ชมครับ กว่าท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะออกแอกชัน หลังจากสื่อต่างๆ เริ่มตีข่าวออกมาแล้วในวันที่ 22 สิงหาคม 2564 รวมทั้งสื่อในเครือผู้จัดการด้วย ระบุชัดเจนเลย เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ชัดเจนหมด

วันที่ 22 ท่าน ผบ.ตร. ท่านก็คงคิดว่าต้อง take action แล้วตอนนี้ ท่านจะมานั่งนิ่งเฉยแล้วก็เดินในทุ่งลาเวนเดอร์เหมือนสมัยก่อนก่อนคงไม่ได้ ท่านก็เลยสั่งการให้ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ สั่งการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พล.ต.อ.วิสนุ ก็ขยันขันแข็งทำทุกเรื่อง เหมือนกับที่ให้ลงไปตรวจสอบในเรื่องของหลงจู๊สมชาย ท่านก็ทำเต็มที่ ก็ปรากฏว่าวันที่ 22 สิงหาคม 2564 พล.ต.อ.อภิชาติ ก็เลยจำเป็นต้องออกคำสั่งให้ย้าย พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภาค 6 ก็คือเอาไปแขวนไว้ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริง ท่านผู้ชมครับ เป็นไปได้ไหมครับว่านี่คือการเปิดทางให้หลบหนี ?

วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม ฝ่ายจเรตำรวจก็ดำเนินการตรวจสอบอย่างเต็มที่ แล้วก็แจ้งว่าพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทีนี้เรื่องมันโป๊ะแตกวันไหน ? วันอังคารที่ 24 สิงหาคม มีการปล่อยคลิปจากกล้องวงจรปิด ปล่อยคลิปเลยนะ ออกไปตามที่ต่างๆ ผมก็ได้รับ สื่อมวลชนหลายแห่งก็ได้รับ มีภาพชัดเจนว่าผู้กำกับโจ้ในตอนนั้นเป็นคนที่ฆ่าผู้ต้องหาเสียชีวิต จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาไม่รู้ แต่เอาถุงดำคลุมหัว อำมหิตมาก

24 สิงหาคม ตอนหกโมงเย็น ผบ.ตร. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ก็เลยต้องให้สัมภาษณ์ยอมจำนนต่อหลักฐานที่สาธารณชนรับทราบหมด และออกมายอมรับว่าจะไล่ออกจากราชการ พร้อมกับทำท่าบอกว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าท่านไม่รู้เรื่อง ท่านไม่รู้ไม่ชี้ บ้าบอคอแตกอะไร ผมไม่อยากจะอภิปราย หรือไม่อยากจะพูดจาวิพากษ์วิจารณ์ท่าน ผบ.ตร. เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าคนเคยมีเรื่องกันมาก่อน ฟ้องร้องกันในศาล เดี๋ยวจะมาซ้ำเติมท่าน แต่สิ่งที่ผมพูดนี้มันเป็นความจริง ท่านผู้ชม

เพราะฉะนั้นแล้ว ท่าน ผบ.ตร.ก็บอกว่า พยานหลักฐานยืนยัน ทางวินัยตำรวจไม่เอาไว้อยู่แล้ว จริงๆ แล้วเรื่องนี้ท่านไม่จำเป็นต้องสอบวินัยเลย ท่านให้ออกจากราชการได้เลย แล้วก็สอบไปในทางเดียวคือคดีอาญา ซึ่งผมเข้าใจว่าท่าน ผบ.ตร. ท่านได้ทำแล้ว โดยล่าสุดท่านได้ตั้ง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีอาญาในเรื่องนี้

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์
ที่ผมผิดหวังกับท่าน ผบ.ตร. ไม่ใช่เป็นการผิดหวังครั้งแรกนะตั้งแต่ท่านขึ้นมาเป็น ผบ.ตร. ผมผิดหวังกับท่านตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ท่านผู้ชมฟังคำพูดท่าน ผบ.ตร. ดีๆ ท่าน ผบ.ตร. พูดในทำนองเหมือนแนวทางปรัชญา พูดไปอย่างเช่น คนที่ทำไม่ดี คนเลวๆ ก็ต้องได้รับผลกรรมไป ท่านได้ทำลงไปจะด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่ เราไม่สามารถจะเอาคนแบบนี้ไว้ได้ คือพูดจนกระทั่งคนที่เขาถาม ถามท่าน ผบ.ตร. ขึ้นมาว่า ท่านแสดงความเป็นผู้นำเสียทีได้ไหม เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 6 สิงหาคม ท่านจะเพิ่งรู้สึกตัววันที่ 22 สิงหาคม สิบเจ็ดวันให้หลัง ประชาชนทั่วไปก็ไม่เชื่อ ท่านอาจจะได้ข่าวแล้ว แต่ท่าน ตามนิสัยของท่าน ท่านจะเฉยๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าท่านเกรงใจเพื่อนของท่าน รุ่น 36 ด้วยกัน และรู้ว่าตำรวจคนนี้กำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกันกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ท่านก็เลยเฉยๆ ไปเสีย จนกระทั่งท่านจนมุมต่อหลักฐาน

ท่านผู้ชมครับ ย้อนกลับไปในข่าวที่ผมเคยออก เรื่อง "สะท้านฟ้า สะเทือนดิน" วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เจ็ดเดือนที่แล้ว ผมเปิดโปงเรื่องผู้ที่อยู่เบื้องหลังเสี่ยโป้ นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ และเจ้าของเครือข่ายบ่อนตู้ม้าใหญ่ในภาคตะวันออก คือหลงจู๊สมชาย ว่าเป็นต้นตอการแพร่ระบาดในช่วงปลายปี 63 ต่อ 64 คนที่เข้ามาดูในคลิปนี้ประมาณ 10 ล้านคน ในเครือข่ายนั้นผมพูดชัดเจนว่าหลงจู๊สมชาย เป็นแค่น้ำจิ้ม เบื้องหลังยังมีคนอยู่เบื้องหลังอีกเยอะ แต่ท่าน ผบ.ตร. ตอนนั้นท่านก็ไม่ได้จัดการอะไร แสดงวุฒิภาวะความเป็นผู้นำสูง ไม่มี เงียบ จนกระทั่งผ่านไปสักพักหนึ่งท่านถึงเริ่มมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ท่านผู้ชมคงเห็นข่าวของการเข้าไปตรวจค้นบ้านพักของผู้กำกับโจ้ ซึ่งอยู่ที่แถวๆ รามอินทรา ประมาณ 5-6 ไร่ แล้วก็ค้นพบรถที่อยู่ในนั้นอีกเป็นสิบๆ คัน เป็นรถยี่ห้อที่ราคาแพงๆ ทั้งสิ้น


ทะเบียนรถอยู่ในชื่อของตัวผู้กำกับโจ้ ทั้งสิ้น เฉพาะบ้านอย่างเดียว กับราคารถที่จอดอยู่ในบ้านยี่สิบกว่าคัน 29 คันได้ ถ้าผมจำไม่ผิด บ้านแถวๆ นั้นไร่หนึ่งต้องมี 40 ล้านบาท เฉพาะค่าที่ดินอย่างเดียว ไม่นับค่าบ้าน ตก 200 กว่าล้านบาท ยังมีรถอีก 


แล้วในช่วงหนึ่งที่ผู้กำกับโจ้ คบหาสมาคมกับเมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร ได้มีแชตหลุดออกมาว่า ผู้กำกับโจ้ พูดกับเมย์-พิชญ์นาฏ ว่า จะเอาเงินไหม จะเอาเงิน ผมให้หมด ผมเป็นตำรวจ ผมเก็บเงินอยู่กับตัวไม่ได้ แต่ผมมีเงินฝากไว้กับนอมินีของผม 230 ล้านบาท นี่คือเงินสดที่เขาอ้างว่ามีอยู่ 230 ล้าน บวกราคาบ้านอีก 200 กว่าล้าน รถอีก 100 กว่าล้าน เบ็ดเสร็จเฉพาะที่เห็นๆ และจากคำพูดของเขาที่ออกมา มีเงินอยู่ประมาณ มูลค่าทรัพย์สินของเขาประมาณ 500-600 ล้านบาท


คนที่เจริญเติบโตมา เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 57 จู่ๆ มีเงินเยอะขนาดนี้ได้อย่างไร แหล่งข่าวก็ยืนยันว่า เขาเป็นคนทำมาหากินเป็น แต่ทำมาหากินในเชิงสีเทา ท่านผู้ชม คือยุคหนึ่งสมัยหนึ่งมีการนำรถเข้ามาจากมาเลเซีย ก็คือผู้กำกับโจ้ ก็ใช้วิธีการไปซื้อรถจากมาเลเซียมา ซึ่งราคาภาษีถูกมาก และเป็นรถพวงมาลัยขวา ไม่ว่าจะเป็น Benz ไม่ว่าจะ BMW ราคาแพงๆ เมืองไทยขายกัน 3-4 ล้านบาท ที่มาเลเซีย รถ second hand ขายกัน 4-5 แสนบาท บางคันก็ขโมยเข้ามา เอาข้ามแดนเข้ามาแล้วก็มาแจ้งความให้ตำรวจ ศุลกากรจับ ศุลกากรจับไปเยอะๆ ก็มีการประมูล พอประมูลเสร็จ ท่านผู้ชมครับ รถราคา 5 แสนบาท ประมูล 2 ล้านบาท นายโจ้ เนื่องจากว่าเป็นผู้ชี้แจงเบาะแสการจับ ทั้งๆ ที่รถเป็นรถที่เขาซื้อมา แล้วได้รางวัลนำจับ แล้วได้ค่าโน่นค่านี่จากการที่จับ คิดแล้ว 45 เปอร์เซ็นต์ ของราคารถที่ประมูลได้ ถ้ารถประมูลได้ 2 ล้านบาท เขาก็ได้ 9 แสนบาท ต้นทุนเขา 4 แสนบาท เขากำไรคันละ 5 แสนบาท แล้วสมัยก่อนทางใต้จะมีการประมูลรถจากมาเลเซียตลอดเวลา บางครั้งประมูลกัน 400 คัน ว่ากันว่า 200 คัน เป็นของนายโจ้ เอาเข้ามา 200 คัน คันละ 5 แสนบาท 100 ล้านบาท เขาทำมากี่ปี ? เพราะฉะนั้นนี่คือธุรกิจสีเทา เทาออกไปทางดำ ต้องได้รับความร่วมมือจากศุลกากรทางภาคใต้อย่างแน่นอนที่สุด

แน่นอนครับ ตำรวจรู้จักหมดทุกคน จัดสรรปันส่วนแบ่งกัน คนโน้นได้เท่านี้ คนนี้ได้เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่กูเอามา แล้วตอนหลังเขาเจริญเติบโตต่อมา นี่คือเงินที่เขามี จากการทำธุรกิจสีเทาเป็นร้อยๆ ล้านบาท ตอนหลังเขาก็ไปอยู่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด อยู่ได้แค่ปีเดียว ปีกว่าๆ ก็จับพลัดจับผลู กระโดดตัวเองเข้าไปเป็นรองผู้กำกับสืบสวนอยู่ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก พอไปถึงที่นั่นแล้ว ความที่ไม่เคยทำงานตำรวจท้องที่ ก็เลยเจอประเภทเงินต่างๆ ซึ่งมาหลายสาย เงินหวย เงินบ่อน เงินอบายมุข เงินซ่อง เงินยาเสพติด โน่นนี่นั่น ก็เลยเกิดติดหนับ เพราะว่าเป็นคนที่หลงใหลในเงินตรามาก ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะมีรถราคาแพงๆ อยู่หรือ


ที่เขาเรียกว่า โจ้ เฟอร์รารี อาจจะเป็นเพราะฉายาที่เขาได้รับ คำว่าโจ้ เฟอร์รารี นั้น เนื่องจากว่าเขามีภรรยาคนแรกชื่อ นิศารัตน์ กรรณสูต ซึ่งบิดาของคุณนิศารัตน์ หรือคุณแจน นั้น เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ว่ากันว่านายโจ้ ได้คุณนิศารัตน์ เป็นภรรยา คุณแม่ของนิศารัตน์ ไม่เห็นด้วย ไม่ชอบโจ้ แต่อย่างไรก็ตาม ข้าวสารเป็นข้าวสุกไปเรียบร้อยแล้ว มีลูกกัน 1 คน ชื่อ จากัวร์ แล้วตอนหลังโจ้ ก็บอกว่าได้หย่าร้างเรียบร้อยแล้ว แต่วันแต่งงานนั้น สมัยนั้นเขายศแค่ร้อยตำรวจเอก เป็นงานสมรสพระราชทาน นายกร ทัพพะรังสี เป็นประธานในการแต่งงาน สมัยนั้นโจ้ ก็เลยกลายเป็นนายตำรวจไฮโซไปเลย เพราะภรรยาเป็นคนที่เปิดเต็นท์รถมือสอง แต่เป็นพวกซูเปอร์คาร์ทั้งนั้น เฟอร์รารีเอย ปอร์เช่เอย โน่นนี่นั่น

โจ้ มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการสังคมมากก็ตอนที่โจ้ มาเจอเมย์ พิชญ์นาฏ สาขากร คุณเมย์ พิชญ์นาฏ นี่ก็พ้นวัยไปแล้ว ปีนี้น่าจะ 40 แล้ว เธอยังดูสาวสดอยู่ ตอนนั้นที่คบกับโจ้ หรือโจ้ มาจีบ เธออายุเพียงประมาณ 34 เท่านั้นเอง เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ตอนนั้นก็เลยเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ดรามากันหมดทุกคน เชียร์กันหมดเลย สารวัตรโจ้ ตอนนั้นยังเป็นสารวัตรอยู่ รูปหล่อ เงินทองเยอะ ขับลัมโบร์กีนีคันแรกผลิตออกมาในโลกนี้ 100 คัน แล้วรถของสารวัตรโจ้ เป็นรถคันแรกในโลกที่ลัมโบร์กีนีส่งมาให้ มูลค่า 40 กว่าล้านบาท


ไม่มีใครคิดว่าคนอย่างสารวัตรโจ้ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่ เอาเงินเอาทองมาจากไหน ไม่มีใครคิด ถึงขนาดที่ว่าความรักฟูมฟักกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งสารวัตรโจ้ เอาแหวนเพชร 3 กะรัต คุกเข่าขอแต่งงานกับคุณเมย์ พิชญ์นาฏ

เหมือนกับว่า เมย์ พิชญ์นาฏ ยังมีบุญอยู่จากชาติก่อนที่ทำ จะด้วยเหตุใดก็ตามผมไม่รู้ ผมรู้แต่ว่าหลังจากนั้นแล้ว เมย์ พิชญ์นาฏ ปฏิเสธที่จะไม่ขอคบกับสารวัตรโจ้ แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดบอกว่า เหตุผลสำคัญจริงๆ ที่เมย์ พิชญ์นาฏ ทนไม่ไหวคือ สารวัตรโจ้ เป็นคนที่ขี้หึงอย่างรุนแรง เมย์ พิชญ์นาฏ เป็นคนที่มีความเคยชินกับความเป็นอิสระเสรีเป็นส่วนตัว นึกจะไปไหนกับเพื่อนฝูง จะไปเฮฮาปาร์ตี้ เหมือนกับที่ท่านผู้ชมเคยเห็นภาพของเธอใน IG หรือในข่าวต่างๆ เพื่อออกไปโชว์ฟอร์มว่าเธอไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ เพื่อนสนิทของเธอ คือหนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ ซึ่งสามีของหนิง-ปณิตา คือ จิน ธรรมวัฒนะ และเป็นเพื่อนสนิทของสารวัตรโจ้

แต่ในที่สุดแล้ว โชคดีที่เมย์ พิชญ์นาฏ เองก็มีสายสัมพันธ์ในเครือข่าย คุณพ่อเป็นถึงอดีตรองอัยการสูงสุด ก่อนหน้านั้นเป็นอธิบดีแผนกคดีพิเศษ พี่ชายเป็นตำรวจ ก็คงจะมีการเช็กประวัติของสารวัตรโจ้ มามั้ง เพราะว่ารวยเหลือเกิน ไม่รู้มาจากไหน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ เมย์ พิชญ์นาฏ ทนไม่ได้กับการที่ถูกหึงหวงอย่างเกินไป เธอรับไม่ได้ ถึงกับมีการใส่แชตตอบโต้กันไปตอบโต้กันมา ซึ่งผมจะไม่เอาเรื่องแชตมาพูดล่ะ มันเป็นเรื่องส่วนตัวของคน 2 คน แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า สารวัตรโจ้ เป็นคนที่ชอบโด่งชอบดัง แล้วตอนนั้นเธอเป็นที่หมายปอง แล้วเธอก็ไปมีแฟนคนหนึ่งซึ่งเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เขาเปลี่ยนคู่ควง หรือจะพูดว่าคู่นอนก็ได้ ที่พูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณเมย์ เป็นคู่นอนกับเขานะ แต่เขาคงตั้งใจจริงที่จะเอาเมย์ มาเป็นภรรยาให้ได้ นับว่าสวรรค์ยังมีตานะ ถ้าคุณเมย์ เป็นภรรยาของสารวัตรโจ้ วันนี้สงสัยจะเดินไม่ถูกล่ะ งานนี้ เดินไปสะดุดไป หกล้มหัวฟาดพื้นอีกต่างหากในกรณีนี้

ท่านผู้ชมจำได้ไหมครับ โฆษณา Happy Birthday ให้เมย์ พิชญ์นาฏ บนทางด่วน นี่คือฝีมือของสารวัตรโจ้


เอาล่ะ พักเรื่องนี้เสียก่อน ขอมาพูดเรื่องคุณเมย์ พิชญ์นาฏ นิดหนึ่ง ตอนที่มีข่าวคราวลงมา คุณเมย์ พิชญ์นาฏ โพสต์ลงมาที่เว็บไซต์ของผู้จัดการออนไลน์ บอกว่าไม่ให้ลงรูปเมย์ ไม่ให้ลงข่าวเรื่องเกี่ยวกับเมย์ ให้ลบออกไปเสีย คุณเมย์ ครับ คุณไปปรึกษาคุณพ่อของคุณดีกว่า ในฐานะรองอัยการสูงสุด รูปของคุณ แค่คนเข้าไปในกูเกิลแล้วพิมพ์คำว่า "สารวัตรโจ้" อย่างเดียว ก็จะมีรูปคุณกับสารวัตรโจ้ ขึ้นเต็มไปหมดเลย มีทั้งสารวัตรโจ้ หอมแก้มคุณ มีรูปเป็นร้อยๆ รูป คุณจะห้ามไม่ให้เขาลงได้อย่างไร นั่นข้อหนึ่ง ข้อที่สอง คุณเป็นบุคคลสาธารณะ IG คุณก็เปิดสาธารณะให้คนเข้ามาดู มียอด Follow ที่สูง ภาพต่างๆ ที่คุณไปปาร์ตี้ก็ออกมา ทั้งผู้จัดการส่วนตัว และรวมทั้งคุณหนิง ปณิตา ก็โทรมากดดันลูกน้องผมที่อยู่ที่เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ว่าไม่ให้ลงรูป ไม่ลงไม่ได้หรอกครับ มันเป็นข่าว เราไม่ลงไม่ได้ และก็จะมีข้อตักเตือน ไม่ใช่แค่คุณเมย์ พิชญ์นาฏ นะครับ หมายถึงดาราทั้งหลายที่อายุเลยวัยสาวไปแล้ว แล้วเริ่ม 30 กว่า 40 ที่ต้องการจะหาผัวดีๆ สักคนหนึ่ง เลือกให้ดีๆ อย่าไปลุ่มหลง หลงใหลกับคนขี่เฟอร์รารี หรือลัมโบร์กีนี

รถซูเปอร์คาร์ เป็นต้นเหตุให้ผู้หญิงต้องเจ็บตัวกันมามากแล้ว เพราะว่าตั้งข้อสมมติฐานไว้ก่อนว่า คน 30 กว่า - 40 กว่า มีเงินเป็นร้อยๆ ล้านได้อย่างไร ถ้าเป็นนามสกุลเจียรวนนท์ หรือนามสกุลอะไรก็ตาม จิราธิวัฒน์ นั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่ถ้าเช็กได้ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วสารวัตรโจ้ เป็นแค่ตำรวจ สารวัตรโจ้ สารวัตร พันตำรวจตรี พันตำรวจโท เอาเงินที่ไหนมาซื้อลัมโบร์กีนีตั้ง 40 กว่าล้านบาท ใช้สติปัญญาคิดง่ายๆ ก็รู้แล้วว่าคนนี้มันน่าสงสัยนะ อย่าไปเห็นแก่ลัมโบร์กีนี หรือเฟอร์รารี รูปร่างหน้าตาที่หล่อ แล้วก็อ่อนระทวยไปหมด บางทีอายุขนาดนั้น (นี่ผมไม่ได้หมายถึงใครเป็นพิเศษนะครับ) อยู่ในวงการ เป็นดารา 30 กว่า จะ 40 แล้ว หาผัวดีๆ ที่ตั้งใจทำมาหากิน ซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนดีของสังคม ไม่ต้องรวยมากนัก พอมีกิน พอมีใช้ ผมว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

กรณีของเมย์ พิชญ์นาฏ กับสารวัตรโจ้ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง เพียงแต่ว่าเธอถอยออกมาได้ทัน นี่คือสิ่งที่ผมแยกออกมาพูดต่างหากนะครับ

สารวัตรโจ้ หลังจากนั้นแล้วก็เลยเดินทางมา ย้ายจากกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด กระโดดเข้าไปอยู่ภาค 6 พอเข้าไปภาค 6 แล้ว ความที่สารวัตรโจ้ ตอนนั้นเป็นรองผู้กำกับแล้ว ทำตัวสนิทสนมกับผู้บัญชาการภาค 6 รับใช้ท่าน เพราะว่าภาค 6 อยู่ที่ จ.พิษณุโลก รองผู้กำกับโจ้ ก็อยู่เป็นรองผู้กำกับฝ่ายสืบสวน อยู่พิษณุโลก ก็เลยได้อานิสงส์ เพราะว่าไปชอบพอกับลูกสาวของท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ภาพออกมาฟ้องชัดเจนว่ารักกันมา เอาหลายๆ รูปให้ดู นั่งอยู่บนโซฟา


ผู้หญิงคล้องแขนผู้ชาย ก็ในเมื่อลูกสาวชอบพอกับตำรวจคนนี้ แล้วแม่ก็ชอบว่าที่ลูกเขยคนนี้ด้วย ถึงแม้ว่าตำแหน่งรองผู้กำกับจะอยู่บัญชีอาวุโสท้ายๆ ก็คือว่าอาวุโสน้อยที่สุด แต่ก็ลูกสาวรัก ว่าที่แม่ยายก็รัก ก็เลยขึ้นมาเป็นผู้กำกับ ท่านผู้ชมครับ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดตาก ผู้กำกับแม่สอด ซึ่งเป็นขุมเงินขุมทองของตำรวจที่นั่น ไปไม่ได้ เพราะว่าน้องชายของภรรยาของผู้บัญชาการภาค 6 ท่านนั่งอยู่ตรงนั้น นามสกุล แสงอร่าม แต่นครสวรรค์ ก็ต้องถือว่าเป็นเมืองชั้นเอก พอเข้าไปปั๊บ ตำรวจทั้งหลายเห็นว่าท่านผู้กำกับโจ้ ท่านมาสายใหญ่ ท่านเป็นจิตอาสา 904 ผมเอารูปให้ท่านดู

รูปท่านผู้กำกับโจ้ เอาผ้าพันคอจิตอาสาคล้องคอของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รูปถือพาน ท่านผู้ชมครับ จิตอาสา 904 ในตำนาน ผมเอารูปขึ้นให้ดู


มี พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ซึ่งยังเคลียร์ตัวเองไม่จบในเรื่องของคดียาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ยังคาอยู่ เพราะอัยการยังแทงเรื่องมาให้ท่านผู้บัญชาการฯ ภาค 6 สอบ 4 ข้อ แต่ผู้บัญชาการฯ ภาค 6 ไม่ได้สอบ 4 ข้อนี้ เพียงแต่กลบเกลื่อนไป บอกว่าไม่พบอะไรที่ผิดปกติ ที่ถูกต้องคือต้องตอบทีละข้อๆๆ ที่อัยการภาค 6 เขาแทงมา ก็ยังไม่ตอบ ขนาด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข จะพยายามเคลียร์ให้ด้วยการส่งคนสนิทของตัวเอง มนู เมฆหมอก และ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. มนู เมฆหมอก นั้นเป็นรอง ผบ.ตร. และเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาในเรื่องของคดีบอส อยู่วิทยา ด้วย เรียกว่ายังมีมลทิน ยังเคลียร์ไม่จบ ไปที่แม่สอด เพื่อไปเคลียร์เรื่องเกี่ยวกับ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ที่ถูกนายเกิดชนะ มินา ... ท่านผู้ชมจำเรื่องนี้ได้ไหม ผมทบทวนให้ฟัง

ได้มีการจับยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม แล้วผู้ต้องหา คือ นายเกิดชนะ มินา ได้กล่าวซัดทอด พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และรองผู้การจังหวัดตาก ชื่อ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินต๊ะสืบ หรือที่เขาเรียกกันว่า รองต๊ะ ว่าได้อยู่ที่เมียวดีคอมเพล็กซ์


แล้วได้นั่งคุยกับคนบางคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการถูกจับยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ท่านผู้ชมจำได้ไหม ผมเคยพูดเรื่องนี้มา ในรายการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เจ็ดเดือนที่แล้ว ที่หัวเรื่องชื่อ "สะท้านฟ้า สะเทือนดิน" ปรากฏว่าไม่มีการสอบสวน ไม่มีการเอา พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ มา หรือไม่มีการเอา พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินต๊ะสืบ เข้ามาให้ปากคำ มีแต่ออกมากลบเกลื่อนด้วยรองผู้การจังหวัดตาก รองผู้การภาค 6 ซึ่งผู้บัญชากาคฯ ภาค 6 ส่งมาชี้แจงในกรุงเทพฯ รวมทั้ง พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก และ พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ไปดูเหตุการณ์ ไปดูข้อมูล แล้วก็บอกว่าไม่มีอะไร ไม่มีอะไรทั้งนั้น นี่้คือการตอบแบบกลบขี้เอาไว้ เรื่องนี้ก็เลยยังไม่จบ

ทำไมผมต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ? ถ้าท่านผู้ชมไปฟังรายการผมดีๆ จะพบว่าผมเล่าให้ฟังว่า พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ท่านเดินทางไปที่ จ.ตาก อ.แม่สอด บ่อยมาก และสนิทสนมกับ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ อินต๊ะสืบ พ.ต.อ.เอกราษฎร์ นั้น ว่ากันว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับเมียวดีคอมเพล็กซ์ ซึ่งเป็นคอมเพล็กซ์อยู่ในฝั่งเมียวดี ตรงกันข้ามกับแม่สอด


ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งที่จะโยงมาเล่าให้ฟังว่า พ.ต.อ.โจ้ เกี่ยวข้องอะไร แล้วมาสายไหน เพราะว่า พ.ต.อ.โจ้ จำได้ไหมตอนเริ่มรายการผมพูดให้ฟังแล้ว ผมบอกว่าเขาพูดทันทีเลยที่เขามานั่งเป็นผู้กำกับนครสวรรค์ เขาบอกว่าเขาไม่ขึ้นอยู่กับผู้การจังหวัด เพราะว่าคนที่ส่งเขามาก็คือ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้น เวลานั้น ความใกล้ชิดของเขากับลูกสาวของผู้บัญชาการฯ ภาค 6 นั้น ใกล้ชิดกันถึงขั้นมีแนวโน้มว่าจะหมั้นหมายและแต่งงานกัน มิหนำซ้ำเขายังพูดต่อคนใกล้ชิดว่า แต่เจ้านายตัวจริงของเขาก็คือ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ทำไมถึงพูดเช่นนั้น ? ท่านก็ไปดูจิตอาสาสิ ผมเอารูปขึ้นให้ดูเมื่อกี้นี้ ว่าสองคนนี้รู้จักกันดี สนิทสนมกันดี


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้มันเป็นเครือข่าย ที่อาจจะไม่ได้จงใจตั้งขึ้นมา แต่เผอิญมันผูกพันกันหมด เพราะว่ามันเกิดขึ้นจาก "ตั๋วช้าง"

ท่านผู้ชมจำได้ไหม นายรังสิมันต์ โรม เคยอภิปรายในสภาฯ พูดถึง ตั๋วช้าง ว่าเป็นตั๋วซึ่งทุกคนต้องยอมให้ผ่าน และจนกระทั่งมีการโวยวายกันขึ้นมา และมีการสั่งให้สอบเด็ดขาดว่าข่าวนี้หลุดไปได้อย่างไร ตั๋วช้างมาอย่างไร แล้วในที่สุดก็เงียบหายไปกับสายลม เหมือนกับเพลงของ Bob Dylan ที่ร้องเพลงเรื่อง Blowin' in the Wind ก็คือว่า ลมปากก็หายไปกับสายลม ถามอะไรก็ไม่ได้ ตั้งข้อสงสัยอะไรก็ไม่ได้

"ตั๋วช้าง" มันเป็นอย่างนี้ท่านผู้ชม พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ก่อนที่ท่านจะเป็นผู้บัญชาการฯ ภาค 6 ท่านเป็นรองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง เป็นลูกน้องโดยตรงของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ก็คือพูดง่ายๆ ว่า เป็นเครือข่ายเดียวกัน เป็นลูกน้อง กับเจ้านาย พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ อาจจะเมตตา ก็เลยใส่ชื่อของ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ เข้าไปในตั๋วช้าง เดิมทีก่อนที่จะมาผู้บัญชาการฯ ภาค 6 จะต้องมาลงที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แต่ตั๋วช้างของ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ไม่แข็งเท่ากับตั่วของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงศ์เภตรา ซึ่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่ากันว่าคนที่อยู่เบื้องหลังก็คือ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ซึ่งเป็นคนหนุนหลัง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงศ์เภตรา และ พล.อ.อภิรักษ์ ท่านก็เป็นเพื่อนสนิท เพื่อนซี้่ย่ำปึ้กกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เพราะฉะนั้นแล้ว จะมาเบียดภัคพงศ์ ไป เพื่อกินตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คงไม่ได้

ในที่สุด ตั๋วนี้ก็เลยเอา พล.ต.ท.อภิชาติ ไปลงที่ผู้บัญชาการฯ ภาค 6 ท่านผู้ชมครับ ภาค 6 นี่คือขุมทอง ขุมทองอยู่ที่ไหน ? ขุมทองอยู่ที่แม่สอด จ.ตาก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นที่ด่านแม่สอด จ.ตาก ทั้งสิ้น ค้าอาวุธสงคราม ยาเสพติด ของเถื่อน แรงงานเถื่อน ทุกอย่างอยู่ที่นั่นหมด


ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง ท่านผู้ชม เอากันว่าตอนที่ปิดด่าน ท่านผู้ชมรู้ไหม มันมีท่าข้ามเฉพาะกิจอยู่ 10 ท่า ท่าข้ามเฉพาะกิจ 10 ท่านี้ จองคิวกันหมดนะ ทหาร ตำรวจ ปกครอง แต่ละคนเป็นเจ้าของสัมปทานหมด กินเงินกัน

ยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ที่ถูกจับได้ เพราะว่ามีทีมงานหนูไม่รู้อยู่ ท่านผู้ชมไปฟังรายการผม ก็คือว่ามีการเปลี่ยนเวรกัน แล้วรถที่ขนยาไอซ์นั้นมาช้า เวรชุดใหม่ไม่ได้รับการแจ้งมาก่อน ก็เลยจับได้ เมื่อ พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ท่านมาอยู่เป็นผู้บัญชาการฯ ภาค 6 ท่านก็เอาน้องเมียของท่านมานั่งเป็นผู้กำกับ อ.แม่สอด จ.ตาก มานั่งอยู่บนเหมืองทองคำ ผู้กำกับคนนี้ชื่อ พ.ต.อ.ภูเบศ แสงอร่าม เป็นน้องชายแท้ๆ ของภรรยาของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พี่เขยเป็นผู้บัญชาการฯ ภาค 6 น้องเมียเป็นผู้กำกับแม่สอด จ.ตาก

ท่านผู้ชมเชื่อไหม วันที่ 5 วันที่นายจิระพงศ์ ต้องเสียชีวิตเพราะผู้กำกับโจ้ รัดคอจนตาย ก็เป็นวันเดียวกับที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งด่วน สั่งย้าย พ.ต.อ.ภูเบศ แสงอร่าม จากแม่สอด เข้ามาประจำ ศปก. ไม่ใช่ที่ภาค 6 นะ เข้ามาที่กรุงเทพฯ เลย


ทุกคนฟังก็ว่าท่าน พล.ต.อ.สุวัฒน์ ท่านใช้ได้ ไม่ใช่ ท่านผู้ชม เบื้องหลังก็คือว่า หน่วยงานราชการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรายงานมาที่นายกรัฐมนตรีว่าท่านรับไม่ได้ สาธารณสุขรับไม่ได้ที่มีแรงงานเถื่อนพม่าข้ามมาด้วยการช่วยเหลือของตำรวจที่แม่สอด คิดค่าหัว หัวละ 3-5 หมื่นบาท และนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งของการแพร่ระบาดโรคโควิด ท่านนายกฯ ท่านก็ฉุน ควันออกหู สั่งให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ย้าย พ.ต.อ.ภูเบศ แสงอร่าม ด่วน ทันที ย้ายเข้ามาในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ตั้งใจทำด้วยตัวเอง เหมือนกับที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข มาแถลงข่าวในเรื่องกรณีที่ผู้กำกับโจ้ ฆ่าผู้ต้องหาเสียชีวิต ที่ต้องมาแถลงข่าวเพราะว่าท่านนายกฯ โทรศัพท์ไปอาละวาดให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รีบออกมาแถลงข่าวซะ นี่คือเบื้องหลังข้อเท็จจริงครับท่านผู้ชม


เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ จะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา ไม่รู้ แต่ความที่ท่านมีพี่ชายเป็นท่านราชเลขาฯ รัชกาลที่ 10 คนก็เลยมองว่าท่านเส้นใหญ่ และคนก็เลยมองว่าท่านคือว่าที่ ผบ.ตร. คนต่อไป แล้วท่านก็ชอบไปแม่สอดอยู่เรื่อยในยุคนั้น แล้วท่านก็คนเอาชื่อของ พล.ต.ท.อภิชาติ ใส่ในตั๋วช้างให้มาลงในภาค 6 แล้วผู้กำกับโจ้ จะเหลือเหรอ มันก็เห็นสิ มันถึงประกาศไง ตอนต้นที่ผมเริ่มรายการ บอกว่า ผมไม่ต้องรายงานโดยตรงให้กับผู้การจังหวัด แต่ผมขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการฯ ภาค และเจ้านายที่แท้จริงของผมก็คือผู้บัญชาการ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ ซึ่งเป็นว่าที่ ผบ.ตร. ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่าเครือข่ายมันเป็นอย่างนี้

แม่สอด เป็นแหล่งเอาของลงมา นครสวรรค์ ที่เขาเรียกว่าปากน้ำโพ ท่านผู้ชมรู้ใช่ไหมว่าเป็นศูนย์รวมของ ปิง วัง ยม น่าน กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา นครสวรรค์ ก็เลยเป็นศูนย์รวมของยา ศูนย์รวมของแรงงานเถื่อน ศูนย์รวมของอาวุธสงครามทุกอย่าง ความชั่วทั้งหลาย ความผิดปกติทั้งหลาย ความเลวทั้งหลาย มันก็อยู่ที่ ... ต้นที่ก็คือแม่สอด แล้วลงมาที่กลางน้ำ ก็คือนครสวรรค์ ผู้กำกับโจ้ เมื่ออยู่นครสวรรค์แล้ว ลูกน้องก็พูดชัดเจน ท่านผู้ชมก็คงอ่านข่าวแล้ว กินเงินเก็บทุกเม็ด ไม่เหลือเลย หนึ่งบาทก็ไม่เหลือ หวย ส่วย ทุกอย่าง ทุกอย่างต้องส่งผู้กำกับหมด

ในสายตาของผู้ใหญ่แล้ว เป็นคนเรียบร้อย นิสัยดี ถึงขนาดภรรยา ลูกสาวของท่านพูดว่า เป็นคนซื่อ ซื่อจนกระทั่งในโลกนี้ไม่รู้จะมีใครซื่อแบบนี้อีกไหม ผมไม่ต้องการจะพูดต่อให้ซ้ำเติมคุณหนู รู้จักคน รู้จักหน้า ไม่รู้จักใจ นี่คือสุภาษิตจีนที่ใช้ได้ตลอดเวลา


เพราะฉะนั้นแล้ว ถามว่าผู้กำกับโจ้ เส้นใหญ่ไหม ? ใหญ่มาก แต่ความโลภ ความเห็นแก่เงิน ทำให้พัง แล้วคลิปนั้นก็เลยเป็นตัวที่มัด ถ้าไม่มีคลิป อาจจะดิ้นได้ เพราะผู้หลักผู้ใหญ่คงช่วยเหลือกัน ก็ไม่น่าประหลาดใจอะไรที่ท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ท.อภิชาติ ท่านยังออกมาปฏิเสธเลย ไม่เกี่ยวข้อง เป็นคนรู้จักกัน ก็แน่นอนที่สุดจะไปเกี่ยวข้องได้อย่างไร ธิติสรรค์ เป็นขี้กองหนึ่งแล้ว ท่านจะไปเกี่ยวข้องกับกองขี้ได้อย่างไร แต่ก่อนหน้านั้นเป็นทองก้อนหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ จากทองกลายเป็นขี้ภายใน 24 ชั่วโมง วันนี้ท่านได้เห็นแล้วนะ

ท่านผู้ชมครับ ผมพูดมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ท่านผู้ชมพอจะเห็นภาพกว้างๆ องค์รวมของทั้งหมดหรือยังว่าเป็นเพราะ "ตั๋วช้าง" เป็นเหตุ ทำให้เกิดคนอย่างผู้กำกับโจ้ ขึ้นมาได้ ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ถ้าจะตำหนิ ต้องตำหนิการโยกย้ายแต่งตั้งคราวที่แล้ว กับที่จะเกิดขึ้นในคราวนี้ ท่านผู้ชมเชื่อไหม ตอนนี้ตำแหน่งผู้บัญชาการฯ ภาค 6 วิ่งกันตีนขวิดเลย อยากจะไปลงกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นขุมเงินขุมทอง เป็นเหมืองทอง ผมพนันได้ แม่สาย สู้แม่สอด ไม่ได้ เงินทั้งนั้น ท่านผู้ชมลองหลับตาวาดภาพ หลังตาข้างหนึ่ง แรงงานเถื่อนหัวละ 3-5 หมื่น เข้ามา ไม่ต้องมากหรอก เข้ามาวันละ 20 หัว ก็เกือบ 1 ล้านแล้ว 365 วัน 365 ล้าน นี่ยังไม่นับถึงขบวนการขนยาเสพติด ซึ่งขนมาแล้วท่านผู้ชม ก็ยาไอซ์ 1,500 กิโลกรัม ไง เห็นได้ชัด และอาวุธสงครามอีกต่างหาก ตอนนี้พม่ากำลังรบกันอยู่ อาวุธสงคราม แล้วยังมีบ่อนการพนัน บ่อนออนไลน์ ซึ่งไปตั้งอยู่ฝั่งเมียวดี ผู้บัญชาการฯ ภาค 6 วางคนของตัวเองลงไปเป็นผู้กำกับแม่สอด นั่นคือการจ่ายเงินจ่ายทองให้กับตัวเอง

ท่านนายกฯ ครับ ผมอยากให้ท่านมานั่งดูโผการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ตำแหน่งผู้บัญชาการฯ ภูธรภาค 6 แล้วในที่สุด ตำแหน่งผู้กำกับแม่สอด ท่านล้างเสียทีได้ไหม ท่านเอาคนซื่อสัตย์ ตั้งใจทำงาน เรียกมาเป่ากระหม่อม ท่านนายกฯ ครับ ทำไมท่านสั่งย้ายเฉพาะผู้กำกับล่ะ ทำไมคนที่รับผิดชอบ ท่านไม่เปลี่ยนเสียล่ะ ซ้ำแล้วซ้ำอีก หนึ่งปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้พูดถึงตำรวจมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว ไม่ใช่ว่าผมกลัวการฟ้องร้องหรอก ผมไม่กลัว แต่ผมเห็นว่าแต่ละเรื่องที่ผมพูดนั้นมันเป็นเรื่องราวใหญ่เทียมฟ้า ท่านนายกฯ ครับ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่านิ้วไหนร้ายก็ตัดทิ้ง ชาวบ้านเขาเห็นเป็นเรื่องตลกไปแล้ว เขาบอกว่าพวกคุณยังมีนิ้วเหลืออยู่อีกหรือ นิ้วมือ นิ้วตีน ก็หมดไปแล้ว เหลือแต่หัวที่เน่า ตัดคอทิ้งไปเลย ดีไหม นี่คือเสียงประชาชน ยุคนี้ ในหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นยุคที่ตำรวจตกต่ำที่สุด และท่านนายกฯ ท่านจะเอาตัวรอดได้อย่างไร ท่านเป็นประธาน ก.ตร.


ท่านผู้ชมครับ แม้กระทั่งเรื่องคลิป ทนายกับทนายยังทะเลาะกันเลย ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด เอาคลิปมาเปิด เป็นคลิปที่เห็นชัดเจนว่าผู้กำกับโจ้ ฆ่าผู้ต้องหาเสียชีวิต แล้วพอมาเปิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีการตั้งคำถามว่า คลิปนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยเขาส่งไปให้ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์

ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์
แล้วทนายเดชา ก็กล่าวหาต่อว่าทนายตั้ม ว่า การนำคลิปคดีตำรวจคลุมหัวผู้ต้องหาจนขาดอากาศมาเปิดเผยจนทำให้คนร้ายหลบหนีไป ไม่สามารถจับตัวได้ ทำให้เกิดความเสียหายในกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างแรง ทนายตั้ม ถูกพาดพิงก็เลยออกมา เพราะทนายตั้ม เป็นคนเอาคลิปนี้มาเปิด ว่าภาพแชตที่คุยกับตำรวจชั้นผู้น้อย ขอร้องให้ช่วยนำคลิปนี้มาเผยแพร่ ทนายตั้ม บอกว่า เพราะตำรวจชั้นผู้น้อยได้ส่งคลิปให้บุคคลท่านหนึ่ง เป็นทนายเหมือนกัน แต่ทนายคนนั้นรับคลิปไปแล้ว แล้วเอาไปแบล็กเมล์ผู้กำกับโจ้ เรียกเงิน

ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด
นี่คือคำพูดที่ตำรวจชั้นผู้น้อยส่งมา "ผมเป็นตำรวจอยู่ที่นครสวรรค์ อยากจะมาขอความช่วยเหลือทนายตั้ม เกี่ยวกับผู้กำกับที่รีดเงินคดียาที่สื่อเสนอข่าวไปแล้ว ก่อนหน้านี้ผมได้เอาข้อมูลไปให้ ... พร้อมคลิปหลักฐาน แต่คนที่รับคลิปผม เอาคลิปที่ผมเอาไปให้ ไปต่อรองผลประโยชน์กับผู้กำกับ ไม่ยอมเปิดเผยคลิปนี้ต่อสาธารณชน หากคดีนี้ผู้กำกับหลุดรอดไป พวกผมไม่มีชีวิตอยู่แน่" ทนายเดชา ท่านก็เลยของขึ้นทันที ท่านก็ยืนยันว่าท่านไม่ใช่บุคคลในปริศนา ยืนยันว่า อยู่ในวงการมาทั้งชีวิตไม่เคยปฏิบัติเรียกรับเงินผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น

ทนายเกิดผล แก้วเกิด
ตอนนี้ดรามาทนายความก็เลยขยายวงไปที่ทนายเกิดผล แก้วเกิด กระโดดเข้ามาแจม โพสต์เฟซบุ๊กบอกว่า "ผู้ต้องหาถูกรีด 2 ล้าน ผู้กำกับถูกทนายรีด 20 ล้าน แลกคลิป จริงหรือไม่ ?"

มิหนำซ้ำ ยังโพสต์เพิ่มเติมว่า "ถ้าผมได้รับคลิปผู้กำกับคลุมถุงดำมาหนึ่งอาทิตย์ก่อน แต่ไม่ยอมเปิดเผยต่อสังคมตามเจตนาของตำรวจชั้นผู้น้อย และไม่ยอมส่งมอบพยานหลักฐานให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ผมจะเป็นทนายที่แย่แค่ไหน หรือยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผมเอาคลิปนี้ไปต่อรองผู้กำกับเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ ผมจะเป็นทนายที่เลวแค่ไหน"

ทนายรณรงค์ แก้วเพชร
และมีเพิ่มเติม ทนายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ก็โพสต์ในประเด็นนี้ว่า "ในความหิวแสง ยังมีความหิวเงินอยู่ปนกัน ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทนายตบทรัพย์ตำรวจ"

ท่านผู้ชมครับ คดีนี้มันเป็นเรื่องราวตั้งแต่เมย์ พิชญ์นาฏ ดาราสาวสวย มาเรื่อยๆ มาจนกระทั่งท่านผู้บัญชาการฯ ภาค 6 ออกมาบอกว่า ผู้กำกับโจ้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันอะไรทั้งสิ้น เป็นแค่คนรู้จักกัน ทั้งๆ ที่นั่งเกาะแขนกับลูกสาว แต่งชุดไทย เดินเกาะแขนกัน เหมือนกับกำลังจะไปงานบุญหรือว่ากำลังจะเข้าพิธีหมั้น มาจนถึงเรื่องดรามาทนายความซัดกันไปซัดกันมา หลักการก็คือว่า ตำรวจชั้นผู้น้อยส่งคลิปไปแล้วให้ทนายคนหนึ่ง ทนายคนนี้แทนที่จะเอาคลิปนั้นส่งไปให้ผู้ใหญ่ หรือเปิดเลย กลับเก็บไว้แล้วไปตบทรัพย์ผู้กำกับโจ้ ก็เลยเป็นเรื่องราวดรามาขึ้นมา

ท่านผู้ชมครับ ความจริงจะพูดให้ยาวกว่านี้ก็พูดได้ แต่เวลามันนานเกินไปแล้ว ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าใครมีความสุขมากที่สุดในขณะนี้ ? ให้ท่านผู้ชมทาย ถ้าทายไม่ออกผมจะบอกให้ก็ได้ คนที่มีความสุขมากที่สุดก็คือ นอมินี ที่ผู้กำกับโจ้ บอกกับเมย์ พิชญ์นาฏ ว่าผมมีเงินฝากไว้ที่นอมินี 230 ล้าน ผมเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะผู้กำกับโจ้ ต้องการจะคุยโวโอ้อวดเรื่องนี้ว่าตัวเองมีเงิน คุณจะเป็นใครก็ตาม นอมินี ผมไม่อยากรับรู้ แต่ผมจะเล่าให้คุณฟัง ไทม์ไลน์สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ในที่สุดแล้วผู้กำกับโจ้ ก็ต้องถูกจับได้ 230 ล้านบาท ของคุณ ผมอยากเรียกว่านอมินีตีนบวม ส้มหล่นทับตีนคุณจนบวมเลย นั่งอยู่เฉยๆ เป็นเจ้าของเงิน 230 ล้านบาท ไม่ต้องกังวล ผู้กำกับโจ้ อย่างน้อยที่สุดต้องจำคุกตลอดชีวิต เพราะว่าโทษประหารจะต้องถูกลดเหลือจำคุกตลอดชีวิต ในฐานะที่ให้การเป็นประโยชน์ แล้วถ้าจำคุกตลอดชีวิต ต้องมี 15-20 ปี ถึงจะได้ออก ตอนนั้นผู้กำกับโจ้ ก็คงจะประมาณ 60 แล้ว เกือบๆ จะ 60 คุณรีบๆ ไปซะ ล้างประวัติคุณให้เรียบร้อย เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนเสียง ย้ายบ้าน ผมเชื่อว่าเขาฝากคุณเป็นเงินสด เพราะเงินที่ได้มาไม่สุจริต เขาไม่ฝากคุณเป็นเช็คหรอก เงินสดแน่นอน ค่อยๆ ขนออกไป ไปอยู่สุดเขตแดนสยามก็ได้ ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครรู้จักคุณ ไปทำไร่ไถนา มีความสุขไป

ท่านผู้ชมครับ ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของตำรวจอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งท่านนายกฯ ค้างเติ่งมาตั้งนานแล้ว ไม่ยอมทำอะไรเสียที จนกระทั่งมีแต่เรื่อง Here Here เรื่องฉิบหายๆ ออกมาตลอดเวลา


ท่านผู้ชมครับ ผบ.ตร. คนหนึ่ง กับประธาน ก.ตร. คุมตำรวจทั่วประเทศ 2 แสนกว่าคน อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่คน 2 คนนี้ มันผิดปกติไหม ? อำนาจมันโคตรจะใหญ่โตมโหฬาร เป็นอันตรายต่อประชาชนมาก แทบจะตรวจสอบไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว นี่มันเป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก ก่อนที่จะมีการปฏิรูปตำรวจ สิ่งแรกที่ควรจะทำคือ พิจารณาการโยกย้ายเดือนนี้ ที่จะตั้งผู้บัญชาการใหม่ ให้ดีๆ ใครที่วิ่งเต้นเอาตั๋วใครมา อย่าไปให้มันเลย เอาตำรวจมา ถามว่าคุณต้องการทำเพื่อประเทศชาติไหม ผมขอเถอะ ล้างบางภาค 6 เสียทีได้ไหม ท่านนายกฯ ครับ ล้างบางภาค 6 ผู้กำกับแม่สอด ที่ถูกย้ายเข้ามา อย่าแค่ย้ายมาประจำ ค้นหาหลักฐานแล้วก็ดำเนินคดีไปด้วย หมดยุคหมดสมัยเสียทีได้ไหม มีอะไรก็ย้ายเข้าประจำ ทิ้งไว้สัก 1-2 ปี เดี๋ยวก็ย้ายกลับกันอีก

ท่านผู้ชมครับ วันนี้รายการเผ็ดร้อนเผ็ดมัน หวังว่าคงจะเข้าใจเรื่องผู้กำกับโจ้ นั้น เป็นแค่หมากตัวหนึ่งในกระดานเครือข่ายของตั๋วช้าง ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาแค่นี้ก่อน สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...