xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : อัฟกัน-ตาลีบัน ครบทุกมิติ อดีต ปัจจุบัน ถึงอนาคต - พวกคุณนี่เ-ี้ยจริงๆ หากินบนความเดือดร้อนของคน - เบื้องหลังความรุนแรงคืออะไร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 20 ส.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยสิ่งที่จะเล่าในวันนี้ทำไม? ไม่พูดถึงเรื่องม็อบกลุ่มต่างๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวอยู่ทุกๆ วันในตอนนี้ มาฟังกันกับการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองว่าจริงๆเเล้วเป็นอย่างไร มีอะไรอยู่เบื้องหลังเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย รวมถึงเรื่องหมอฟัดหมอแบ่งเค้กชุดตรวจเร็ว ATK ยาฟาวิพิราเวียร์ผลประโยชน์บนความตายประชาชน และอีกเรื่องตอลีบานคือใคร?? ครบทุกมิติตั้งเเต่จุดเริ่มต้นจนปัจจุบันของอัฟกานิสถานติดตามได้ใน SONDHI TALK :ผู้เฒ่าเล่าเรื่องEp.99



คำต่อคำ SONDHI TALK [20 ส.ค. 64] : เบื้องหลังความรุนแรงคืออะไร ?

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เหมือนกับเช่นเคย ทุกวันศุกร์เรามาพบกันเวลาประมาณนี้ 9 โมงเช้า เพื่อจะพูดจาในเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นที่น่าสนใจ อาจจะเป็นเรื่องอาทิตย์ที่แล้ว หรืออาจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาพอสมควร แต่ไม่มีใครนำมาพูด

วันศุกร์นี้เราจะเริ่มรายการด้วยการอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่ผม อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้รับการบริจาคจากท่านผู้ชมเข้ามา เราก็เอาเงินเอาทองนั้นไปจัดการซื้อยาฟ้าทะลายโจร ตลอดจนล่าสุด เราซื้ออุปกรณ์การแพทย์ชิ้นหนึ่งเข้ามาเพื่อช่วยชีวิตคน เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง ก็จะได้รู้ว่าเราแจกฟ้าทะลายโจรไปทั้งหมดประมาณ 150,000 กระปุก แล้ว ถ้าคิดเป็นปริมาณแคปซูลก็คือ 12 ล้านแคปซูล ตอนนี้ เรื่องนี้เป็นบุญครั้งยิ่งใหญ่ อานิสงส์สูงมาก เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง ท่านผู้ชมที่ร่วมทำบุญกับเรา ขอให้รู้ว่า สิ่งที่เราทำนั้นเป็นรูปธรรมทุกอย่าง ไม่มีค่าคอมมิชชัน ไม่เหมือนฟาวิพิราเวียร์ หรือเครื่อง Rapid Test ทั้งของหมอชนบท และขององค์การเภสัชกรรม ที่ใช้ยี่ห้อ ATK เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เป็นเรื่องราวที่สนุกสนาน บัดซบ และเศร้าโศกสลดมาก

เรื่องที่สองที่ผมจะพูดก็คือเรื่องของสิ่งที่ท่านผู้ชมขอร้องกันมาเยอะเลย ก็คือว่า การล่มสลายของรัฐบาลอัฟกานิสถานที่กลุ่มตอลิบานได้เข้ามายึดครอง และเข้ามาแบบฉับพลันกะทันหัน โดยที่เป็นการตบหน้าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐอเมริกา แล้วผมจะเอาเบื้องหน้าเบื้องหลัง อดีต ปัจจุบัน อนาคต หลังจากที่ตอลิบานได้ยึดครองอัฟกานิสถาน และตั้งรัฐบาลขึ้นมา

เรื่องต่อมาที่ผมจะพูดก็คือเรื่อง ATK และฟาวิพิราเวียร์ แลกกันคนละหมัด ใครแลกหมัดใคร และในที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร หาฟังได้ที่นี่ที่เดียวครับ ท่านผู้ชมไปอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับไหน หรือไปฟังรายการ พิธีกรที่ไหน ไม่มีใครพูดเรื่องแบบนี้ แต่ที่นี่พูดแบบจะๆ ชัดแจ้ง ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบว่าที่มาที่ไปของมันเป็นอย่างไร แล้วทำไมต้องแลกหมัดกัน ผมให้บทสรุปในเรื่องนี้ว่ามันเป็นเรื่องของ ถ้าพูดอย่างนักเลงแถวบ้านผมเขาเรียกว่าเป็นเรื่อง เฮียๆ ทั้งนั้น แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องของฝนตกขี้หมูไหลคนจัญไรเขามาพบกัน คนเดือดร้อนก็ยังเป็นประชาชนคนไทยอยู่เหมือนเดิม

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องม็อบสามนิ้ว และม็อบทะลุฟ้า ตลอดจนม็อบไม่ทนแล้วของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หลายๆ ม็อบรวมกัน ผมกำลังจะอธิบายว่า เรื่องราวทั้งหมด ในมุมมองมิติของผมนั้น ผมมองเรื่องต่างๆ เหล่านี้อย่างไรบ้าง เพราะว่าผมไม่เคยพูดเรื่องนี้เลย ถึงเวลาแล้วที่ผมจะได้แสดงจุดยืนของผมออกมาบ้าง ท่านผู้ชมฟังให้ดีๆ จริงๆ แล้วจุดยืนของผม ผมเคยพูดไปแล้วครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว วันนี้ผมมาทบทวนอีกครั้งหนึ่งว่าจุดยืนของผมก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ผิด เพราะว่าผมวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆ นี้่ เท่าที่พัฒนามาจนปัจจุบัน ก็ไม่ผิดเช่นกัน


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ประมาณ 4 วันที่ผ่านมา ทางทีมงานของเราได้ลงพื้นที่เพื่อมอบ ฟทจ. จำนวน 3,000 ชุด 3,000 ขวด และขิงผงจำนวน 10,000 ซอง ให้กับทางเทศบาลตำบลบางพลี จ.สมุทรปราการ และโรงพยาบาลบางพลี ซึ่งได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์พักคอยเพื่อผู้ป่วยโรคระบาดกลุ่มสีเขียว ระหว่างที่รอนำส่งโรงพยาบาล (ผมเอารูปขึ้นให้ดู) และเมื่อไม่นานมานี้เอง สัก 1-2 วันที่ผ่านมา วันพุธที่ 18 สิงหาคม ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะรองประธานโครงการสนับสนุนการใช้ ฟทจ. เพื่อช่วยประชาชนในช่วงโรคระบาด มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และทีมงานรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ได้ไปมอบสมุนไพร ฟทจ. จำนวน 5,000 กระปุก และขิงผงสำเร็จรูป 20,000 ซอง จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ให้กับนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อใช้แจกจ่ายผู้ป่วยโรคระบาดใน จ.สมุทรสาคร และรักษาอาการที่ผู้ป่วยโรคระบาดนั้นมีขึ้นมา เราได้ทำไปเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมานี้เอง


ต่ออีกสักนิดหนึ่ง ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ เราได้สอบถามไปที่บุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล และคนที่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ คนเข็นเตียง เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ปรากฏว่าต้องการยา ฟทจ. กันทั้งสิ้น ทุกคนไม่มีข้อแม้ อยากได้มาก แล้วไม่มี ก็เลยให้คุณตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ กรรมการมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เอา ฟทจ. 4,000 กระปุก ขิงผง 10,000 ซอง ให้กับโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ โดยที่ท่านอาจารย์สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ มารับด้วยตัวเอง

อาทิตย์ที่ผ่านมา เราแจกอะไรหลายอย่างไปเยอะมาก ท่านผู้ชมอดใจรอนิดหนึ่ง อดทนนิดหนึ่ง ผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง จะได้รู้ว่าเราทำงานกันอย่างไร จริงจังมาก

เราได้ส่ง ฟทจ. 2,000 กระปุก ไปที่เรือนจำปากพนัง นครศรีธรรมราช 400 กระปุก ไปที่ชุมชนวัดอินทรฯ (บางขุนพรหม) 200 กระปุก ไปที่ชุมชนวัดพระยาทำ บางกอกน้อย และอีก 300 กระปุก ไปศูนย์พักคอยมัสยิดนูรุ้ลยากีน ซอยสุขสวัสดิ์ ศูนย์บริการสาธารณสุข เขตจอมทอง ส่งไปที่โรงพยาบาลสนามกองร้อย อส. นราธิวาส 300 กระปุก ศูนย์ประสานงานโรคระบาด อ.พระประแดง สมุทรปราการ 100 กระปุก โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญอุ้มผางวิทยา จ.ตาก 100 กระปุก ชุมชนเลียบวารี หนองจอก 100 กระปุก องค์การบริหารส่วนตำบลจันทบุรี วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 100 กระปุก และยังมีชุมชนอีกหลายชุมชนที่เราส่งไป ที่แม่จัน สมุทรปราการ อุ้มผาง จ.ตาก

มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เมื่อได้เงินของท่านผู้ชมมา นอกจากไปซื้อยาฟ้าทะลายโจรแล้ว เราตัดสินใจซื้ออุปกรณ์ เครื่องมือช่วยชีวิตคน ในขณะนี้มีคนอายุมากที่ไม่สามารถที่จะเข้าไปรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ และมีเชื้อลงปอด อาจจะเป็นเพราะว่าโรงพยาบาลตอนนี้จะเน้นในการรักษาคนที่อายุน้อย ส่วนสูงอายุนั้น ให้นอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ นอนรอความตายที่บ้านนั่นเอง เพราะเมื่อเชื้อลงปอดแล้ว ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมืออะไร จะไปเข้าโรงพยาบาลก็เข้าไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าโศกสลดมาก ฟังแล้วไม่สบายใจเลย มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้รับเงินบริจาคจากท่านผู้ชมทุกบาททุกสตางค์ ตัดสินใจซื้อเครื่องช่วยต่อลมหายใจด้วยเครื่องออกซิเจน High Flow


เครื่องออกซิเจน High Flow คืออะไร ? ผมอธิบายให้ฟังนิดหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันนี้มีผู้สูงวัยตายอยู่ที่บ้านมากขึ้น ใครที่เป็นลูกหลานเห็นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือคุณพ่อคุณแม่ที่อายุมากๆ อากง อาม่า ทุกคนน้ำตาไหลหมด เพราะไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร คนที่เข้าไปโรงพยาบาลสนาม ก็จะได้รับแต่ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์เพราะว่าเบิกกับรัฐได้ จะมีเซลส์ของยาฟาวิพิราเวียร์เข้าไปวิ่งตามสถานที่ต่างๆ แต่ฟ้าทะลายโจรไม่มีคอมมิชชัน นี่คือสาเหตุว่าทำไมหลายๆ Hospitel เขาไม่ให้เอาอะไรเข้าไปเลย นอกจากยาฟาวิพิราเวียร์ เพราะอะไร ? เพราะเขาเบิกเงินได้ ทั้งๆ ที่ยานี้รักษาไม่ได้ มีท่านผู้ชมหลายท่าน พกฟ้าทะลายโจรไป เขาไม่ให้เอาเข้าเลย ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อำมหิตมาก ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยมาพูดกันอีกทีหนึ่ง

ทางเราเห็นว่าในสถานการณ์เช่นนี้ จะมีผู้ป่วยที่เชื้อลงปอดเพิ่มมากขึ้น อาการหนักมากขึ้น จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ และหนึ่งในเครื่องมือช่วยต่อลมหายใจของผู้ป่วย เราเรียกมันว่า ออกซิเจน High Flow หรือว่าการบำบัดด้วยออกซิเจนแบบผสมอากาศอัตราการไหลสูง ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงช่วยต่อลมหายใจเท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณบำบัดในการไม่นำไปสู่การสอดท่อในห้องฉุกเฉินด้วย เราก็เลยตัดสินใจซื้อเครื่อง High Flow ของ AIRVO 2 จำนวน 20 เครื่อง เครื่องละ 200,000 บาท เป็นเงิน 4 ล้านบาท เครื่องนี้เป็นรุ่นเดียวกับที่สมเด็จพระกนิษฐาฯ ได้พระราชทานผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา ไปให้กับโรงพยาบาลหลายแห่งแล้ว

การที่พวกเรา มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ตัดสินใจซื้อรุ่นนี้ เพราะว่าเครื่องทั่วไปจะอัตราการไหลของอากาศผสมออกซิเจนที่สูง ซึ่งการให้ออกซิเจนมากๆ อย่างเดียว อาจจะทำให้เสมหะเหนียวติดปอดได้มากขึ้นและเอาออกได้ยาก และในที่สุดก็จะถึงแก่ความตาย แต่รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ใช้ไอน้ำ และความร้อนได้สูงถึง 37 องศาเซลเซียส เข้าไปในจมูก ลงไปในปอด อุณหภูมิ 37 องศาฯ จะช่วยละลายเสมหะที่เหนียวติดปอดออกมาได้ นี่ยังไม่นับเชื้อโรคร้ายที่ไม่ชอบอุณหภูมิที่ 37 องศาฯ ก็คือว่าพอ 37 องศาฯ แล้ว เชื้อโรคร้ายตายหมด ความชื้นสัมพัทธ์ 100 เปอร์เซ็นต์ จากไอน้ำเครื่องนี้ด้วย

เครื่องนี้จะใช้ได้ผลต้องมี 2 เงื่อนไข หนึ่ง ใช้กับเครื่องผลิตออกซิเจนขนาดใหญ่ในโรงพยาบาล หรือสอง หากต้องใช้สำหรับการเคลื่้อนย้ายนอกโรงพยาบาล จะต้องใช้กับเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตรขึ้นไป ตอนนี้เรากำลังหาอยู่ ในประเทศไทยยังหาไม่ได้ ทางเราอยู่ในระหว่างการจัดหาเพื่อช่วยผู้ป่วยที่ขาดโอกาสในการใช้เครื่องนี้ เพราะอุปกรณ์ไม่เพียงพอในโรงพยาบาล นั่นก็คือว่า เรากำลังสอบถามไปที่โรงพยาบาลต่างๆ ที่มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตแบบนี้น้อยเกินไป หรือยังต้องการเพิ่ม เราก็จะเอาเครื่องพวกนี้ให้เขายืมไปใช้ชั่วคราว เราต้องการนำไปช่วยคนที่มีออกซิเจนตก และยังมีความหวังว่าจะช่วยได้

โรงพยาบาลใด ที่มีผู้สูงวัย ที่มีเครื่องออกซิเจนในโรงพยาบาล ขาดการใช้เครื่องนี้ เราจะให้ไปใช้ยืมประมาณ 3-4 วันต่อคน หากทางมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน สามารถหาเครื่องออกซิเจน 10 ลิตร ได้ ก็จะโยกเข้ามาช่วยคนที่อยู่ที่บ้าน ขาดโอกาสในการได้รับการช่วยเหลือ นั่นก็คือว่าเราก็สามารถที่จะหอบหิ้วถังออกซิเจนขนาดเล็ก และเครื่อง High Flow 1 ชุด ถ้าใครมีพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่าตายาย คนสูงวัย ไม่สามารถเข้าโรงพยาบาลได้เพราะเขาไม่รับ นอนรอวันตายอยู่ที่บ้าน เราก็จะไปที่บ้านเขาเลย พร้อมเอาเครื่อง แต่เราต้องมีเครื่องออกซิเจนที่เคลื่อนที่ได้ประมาณ 10 ลิตร ไปด้วย แล้วหาคนเข้าไปใส่ สอนให้เขาทำ แล้วเฝ้าดูอาการ ไม่เกิน 3-4 วัน ผมมั่นใจว่าถ้าไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่เรียกว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ รับรองว่าไม่ตาย


คุณสมบัติพิเศษของเครื่องนี้ เครื่องรุ่นนี้ใช้อุณหภูมิ 37 องศาฯ และไอน้ำ ทำให้ช่วยละลายเสมหะเหนียวที่ปอด ละลายออกมาและขับออกมาได้ แรงดันและอุณหภูมิช่วยทำให้ถุงลมในปอด 500 ล้าน ถ่างออก ขับเสมหะ จึงถูกละลายออกมาได้ ท่านผู้ชมครับ อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์สูง ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงของไวรัสชนิดนี้ ในสภาพผิวสัมผัสวัตถุหลายชนิด ดังนั้น แม้จะยังไม่ได้มีการวิจัยเครื่องรุ่นนี้ว่ามีผลต่อไวรัสชนิดนี้อย่างไรในเซลล์ปอด แต่ก็มีโอกาสวิจัยต่อไปว่า มันมีโอกาสที่จะช่วยผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ได้ไม่มากก็น้อย นี่คือเครื่องช่วยชีวิตคน ท่านผู้ชม

ฟทจ. ใช้ช่วยคนที่อยู่ในสีเขียว เริ่มติดเชื้อ และทาน 4 เม็ดต่อมื้อ 4 มื้อต่อวัน 5 วัน 80 เม็ด วันละ 16 เม็ด 99.02 เปอร์เซ็นต์ พิสูจน์แล้วว่าหายเด็ดขาด แต่สำหรับคนที่เลยเส้นสีเหลืองไปแล้ว และกำลังลงไปสู่เส้นสีแดง ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลก็ยังมีโอกาสรอด แต่ถ้าอายุมากแล้วโรงพยาบาลไม่มีที่ให้ หรือจงใจจะไม่รับ นอนตายอยู่ที่บ้าน อันนี้ผมรับไม่ได้ แต่ผมมีความสามารถทำได้เพียงแค่นี้ แล้วเครื่องนี้หายากมาก มีแต่คนต้องการ โรงพยาบาลทุกแห่งต้องการ เราโชคดีมาก เราได้มา 20 เครื่อง แต่เราก็ไม่ได้หวง ถ้าโรงพยาบาลไหนขาด แล้วมีความจำเป็น เราจะส่งเครื่องนี้ไปช่วยทันที แต่ว่าเราไม่ได้ให้เลยนะ เราช่วย 3 วัน 4 วัน จนหาย 1 เครื่อง ช่วยชีวิตได้ 1 คน 20 เครื่อง ช่วยชีวิตได้ 20 คน ท่านผู้ชมครับ อานิสงส์ในการช่วยชีวิต ไม่ใช่เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ฟทจ. ที่เราซื้อแจกไปแล้ว 12 ล้านเม็ด 150,000 กระปุก ไม่มีใครในประเทศไทยที่จัด ฟทจ. แล้วแจกไปให้ประชาชนคนไทยได้มากที่สุดเท่ากับพวกเรา และทั้งหมดนี้มาจากเงินบริจาคของท่านผู้ชม จะ 100 บาท 1,000 บาท จะ 10,000 บาท จะ 100,000 บาท จะหลายล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท มีหมดตอนนี้ มีหลายองค์กรใหญ่ๆ ช่วยบริจาคมา ไม่ว่าจะเป็น ปตท. ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ไม่ว่าจะเป็นกัลฟ์ เอ็นเนอร์จีฯ ไม่ว่าจะเป็นเครือซีพี ไม่ว่าจะเป็นเครือไทยเบฟ ทุกคนต้องการที่จะให้พี่น้องประชาชนรอดชีวิตจากโรคระบาดครั้งนี้

ท่านผู้ชมครับ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านให้มา มีอานิสงส์ เป็นบุญเป็นกุศล ชีวิตคนรอดได้เพราะเงินของท่านผู้ชม การช่วยชีวิตคนเป็นอานิสงส์ที่สูงที่สุดในทางบุญ ท่านผู้ชมครับ สูงที่สุด ไม่มีอะไรจะสูงกว่านี้อีกแล้ว และท่านผู้ชมครับ ที่นี่ไม่มีคอมมิชชัน ทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านเอาเข้ามา เราซื้อ ฟทจ. เราลงทุนในเครื่องมือ แล้วเราจัดส่งไปให้ ใครเดือดร้อน ติดเชื้อ เรารู้ว่ามีเท่าไร เราลง นอกจากนั้นแล้วเรายังมีเครื่องที่จะทดสอบ Rapid Test ว่าท่านติดเชื้อหรือไม่ เราจะลงไปที่ชุมชนหนึ่ง ในชุมชนนั้นก็จะมีคนอยู่ ตีเสียว่า 100 คน (สมมุตินะ) ใน 100 คนนี้ ถ้ามีคนติดเชื้ออยู่แล้ว 20 คน เราแยกออกมา เหลือ 80 คน เราเอา Rapid Test ที่เราซื้อมา วัดทันที ถ้าใครติดเชื้อ เราก็อัด ฟทจ. ให้ 4 มื้อ มื้อละ 4 เม็ด 16 เม็ดต่อวัน 5 วัน 80 เม็ด ส่วนคนที่ไม่ติด เราแยกออกไปเลย ไม่เกี่ยวแล้ว

ท่านผู้ชมเห็นหรือยังครับ การใช้เงินใช้ทองที่ท่านบริจาคมานั้น เป็นบุญทุกบาททุกสตางค์ อย่าไปคิดว่ามีอยู่ร้อยเดียว ไม่เป็นไรครับ 10 บาท ก็ได้ 100 บาท ก็ได้ 200 บาท ก็ได้ บริจาคมา จบไว้สักนิดหนึ่ง ขอให้กุศลผลบุญที่ทำบุญกับมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อช่วยชีวิตพ่อแม่พี่น้อง ประชาชน ช่วยชีวิตคนให้รอดพ้นจากการเสียชีวิต ขออานิสงส์นี้จงส่งผลบุญมาที่ตัวข้าพเจ้า ครอบครัวของข้าพเจ้า ขอให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ขอให้มีแต่ความเป็นสิริมงคลในชีวิต

ท่านผู้ชมครับ ผมเปลี่ยนแบนเนอร์ข้างบนเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" เป็นชื่อมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และบัญชีที่ใส่เข้ามา เราจะทำงานตราบเท่าที่เงินที่เข้ามาจากการบริจาคมีอยู่ ถ้าหมดเมื่อไร เราก็จบสิ้นเพียงเท่านั้น แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ต้องไปเรื่อยๆ ท่านผู้ชมอย่าลืมครับ โอกาสทำบุญช่วยชีวิต นานๆ จะมีครั้งหนึ่ง งานนี้ ที่นี่ ช่วยชีวิตคน ทำงานไม่ต้องการแสง ไม่หิวแสง ไม่คุยโวโอ้อวด ลงมือทำให้ดูทุกอย่าง ทุกอย่างที่เราทำนั้น สัมผัสได้ รู้สึกได้ และเห็นผล และปลาบปลื้มใจ ในขณะเดียวกันก็เสียใจด้วยในกรณีที่เราช่วยเขาไม่ทัน


นานมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อผมอายุ 28 ปี ปี พ.ศ. 2518 ผมเพิ่งจะกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาใหม่ๆ หลังจากไปเรียนหนังสือที่อเมริกาประมาณ 8-9 ปี ผมเป็นคนที่ติดต่อและติดตามข่าวต่างประเทศมาตลอด ตั้งแต่วัยรุ่นแล้ว สนใจมากเรื่องข่าวต่างประเทศ ช่วงนั้นเป็นช่วงสุดท้ายของสงครามในเวียดนาม ผมยังจำได้ว่าเหตุการณ์ที่กรุงไซ่ง่อน ซึ่งปัจจุบันนี้คือเมืองโฮจิมินห์ ซิตี ในปี 2518 หรือ 46 ปีที่แล้วนั้น เป็นอะไรบางอย่างที่ผมนึกไม่ถึง วันนั้นเป็นวันที่เวียดกงได้บุกเข้ามายึดเมืองหลวง เมืองของเวียดนามใต้ ก็คือไซ่ง่อน ซึ่งปัจจุบันชื่อเมือง โฮจิมินห์ ซิตี ทหารเวียดกงเต็มไปหมด เต็มบ้านเต็มเมือง คนเวียดนามตกอกตกใจ หนีตายกันจ้าละหวั่น เพราะว่ามีคนที่สนับสนุนรัฐบาลชุดเก่า ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นคนที่สนับสนุนแล้วทหารอเมริกันก็ทยอยออกจากกรุงไซ่ง่อนอย่างชนิดที่เรียกว่าปรับตัวแทบไม่ทันเหมือนกัน แล้ววันนั้น ภาพที่ไม่เคยลืม คือวันที่เฮลิคอปเตอร์ ลำสุดท้ายที่จะบินออกจากกรุงไซ่ง่อน เพื่อหนีการยึดครองของชาวเวียดกง ซึ่งเป็นคนเวียดนามที่ต่อสู้เพื่อเอกราชและอิสรภาพของประเทศเวียดนามให้พ้นเงื้อมมือสหรัฐอเมริกา

วันนั้นคนแน่นดาดฟ้า คนเวียดนามเต็มไปหมด ผมยังจำได้ว่าเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไป มีคนที่ห้อยโตงเตงๆ อยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั้น แล้วค่อยๆ ตกมาทีละคนๆ ผมไม่เคยคิด ไม่เคยคิดจริงๆ ว่า 46 ปีให้หลัง จนอายุตอนนี้ย่าง 74 จะได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ที่เมืองคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน ครั้งนี้ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ แต่ครั้งนี้เป็นเครื่องบินลำสุดท้ายที่สหรัฐอเมริกามาเอาคนของตัวเองกลับไป รวมทั้งคนอัฟกันบางคนที่รับใช้รัฐบาลอเมริกันอยู่ ในฐานะเป็นล่ามผู้แปลภาษา


คนอัฟกานิสถานเต็มบ้านเต็มเมือง เต็มสนามบินไปหมด ต้องการที่จะไปกับเครื่องบินลำนี้ ถึงขนาดเกาะล้อรถ ล้อเครื่องบิน ตกเครื่องบินลงมาตาย เป็นเรื่องที่น่าอนาถมาก เป็นเรื่องที่น่าอนาถจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะเห็นภาพนี้ขึ้นมา แล้วมันก็ทำให้ตอกย้ำความเชื่อของผมหลายอย่างว่า ประเทศสหรัฐอเมริกานั้นล้มเหลวทุกประการในเรื่องของการที่พยายามจะเอาประชาธิปไตยเข้าไปใส่ในประเทศต่างๆ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเรื่องราวต่างๆ ที่มีมาวันนี้ อัฟกานิสถานวันนี้ จะเป็นรายการที่ท่านผู้ชมฟังแล้วจะเข้าใจเรื่องทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่ความเป็นมาว่า ตอลิบาน คือใคร ? มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ? อัฟกานิสถานนั้นผ่านวิกฤตทางสงครามมาเป็นสิบๆ ปี คนตายเป็นล้านคน

ผมจะเอาคำพูดของนายโจ ไบเดน ที่พูดเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม คือเดิมทีอเมริกามีความปรารถนาที่จะถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากที่อยู่มา 20 ปี ผมเคยพูดให้ท่านผู้ชมฟังแล้วใช่ไหมว่า วันหนึ่งข้างหน้า คนอเมริกันที่เป็นทหารอเมริกันอยู่ในอัฟกานิสถาน กลับมาบ้านเรียบร้อยแล้ว ตื่นขึ้นมา เดินรอบบ้าน นั่งกินเบียร์ แล้วก็งงเป็นไก่ตาแตกว่า กูไปทำอะไรที่ประเทศอัฟกานิสถาน ที่กูไม่เคยรู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว ไปอยู่ตั้งยี่สิบปี

อเมริกาใช้เงินไปกับอัฟกานิสถาน 2.26 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทก็ประมาณ 70 ล้านล้านบาท ในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา เฉลี่ยแล้วปีละประมาณ 3 ล้านล้านบาท อุปมาอุปไมยเปรียบเทียบว่า ทุกๆ ปีอเมริกาใช้เงินเท่ากับปริมาณงบประมาณของประเทศไทยทั้งประเทศทุกปี เพื่อใช้จ่ายในอัฟกานิสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสริมกำลัง เสริมอาวุธ ฝึกฝนทหารอัฟกานิสถานให้มีสมรรถภาพตามที่โจ ไบเดน พูด เมื่อประมาณเดือนกว่าที่แล้ว ก่อนที่กรุงคาบูลจะแตกจากการยึดครองของกบฏตอลิบาน


ในวันที่ 8 กรกฎาคม นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงข่าว จะถอนกำลังทหาร ยุทโธปกรณ์ 90 เปอร์เซ็นต์ ออกจากอัฟกานิสถานก่อนประมาณสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 นั่นเดือนกรกฎาคม แต่หลังจากนั้นหนึ่งเดือน ทุกอย่างกลับตาลปัตรหมด วันนั้นโจ ไบเดน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ผู้สื่อข่าวถามว่า การกลับเข้ามายึดครองอัฟกานิสถานของกลุ่มตอลิบานในตอนนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ใช่หรือไม่ ? โจ ไบเดน บอกว่า ไม่ใช่อย่างนั้น คุณ อัฟกานิสถานมีกำลังทหารตั้ง 300,000 คน เทียบกับตอลิบาน มีแค่ 75,000 คน ติดอาวุธพร้อมสรรพ คุณภาพดีเท่าเทียมกับกองทัพทั่วโลก พร้อมกับกองทัพาอากาศทั้งหมด เพื่อต่อสู้กับตอลิบาน ซึ่งมีกำลังแค่ 75,000 คน เพราะฉะนั้นต้องเจอกันแน่ และอัฟกานิสถานจะไม่ล่มสลายง่ายอย่างนั้น

นักข่าวก็เลยถามต่อ ว่า คุณได้ประเมินหรือเปล่าว่ารัฐบาลอัฟกันมีโอกาสจะล่มสลาย ? ไบเดน บอกว่า มันไม่เป็นความจริง พวกเขาไม่ได้ล่มสลายหลังจากการถอนทหารของสหรัฐฯ ผู้สื่อข่าวเลยถามต่อ ว่า คุณมั่นใจขนาดไหนว่ารัฐบาลอัฟกันจะไม่ล่มสลาย ? ไบเดน ก็พูดอย่างมั่นใจเลยว่า รัฐบาลอัฟกันต้องรวมตัวกัน เพราะเขามีศักยภาพที่จะรักษาสถานภาพของรัฐบาลให้คงอยู่ ผู้สื่อข่าวเลยถามต่อ ว่า การถอนทหารนี้มันจะซ้ำรอยเดิมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวียดนาม อย่างที่บางคนรู้สึกไหม ? ไบเดน และนายบลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งตอนหลังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม บอกว่า ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด โอกาสเป็นศูนย์ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในเวียดนาม จะเกิดกับอัฟกานิสถานนั้น โอกาสเป็นศูนย์ คือกองพลน้ำบุกเข้าไปในสถานทูตของเรา (หมายถึงพวกกองพลของเวียดนาม) ตอลิบานไม่ใช่เวียดนามเหนือ มันเทียบกันไม่ได้ ศักยภาพเทียบกันไม่ได้เลย คือพูดง่ายๆ ว่า ตอลิบานในแนวทางการรบ สู้เวียดนามเหนือไม่ได้ ดังนั้น ไม่มีโอกาสเกิดเลย ที่คุณจะเห็นผู้คนถูกเอาตัวขึ้นจากหลังคาสถานทูตสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน มันไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลย

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเห็นข่าวเรียบร้อยแล้ว ท่านผู้ชมรู้สึกอย่างไร ? ผมเห็นแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเสมอ ผมเป็นคนเรียนประวัติศาสตร์ จอร์จ ซานตายานา (George Santayana) ซึ่งเป็นนักประวัติศาสตร์ชื่อดังของโลก พูดตลอดเวลาว่า ถ้าเราไม่จำประวัติศาสตร์ เราจะต้องถูกทำซ้ำเดิมไปกับบทเรียนของประวัติศาสตร์เหมือนเดิม

ผมจะเล่าเรื่องเวียดนามให้ฟัง แล้วผมจะเล่าข้อผิดพลาดของอเมริกันให้ฟัง ในเรื่องอัฟกานิสถาน ข้อผิดพลาดของเวียดนาม กับข้อผิดพลาดของอเมริกาที่อยู่ในเวียดนาม และอัฟกานิสถาน ลักษณะคล้ายๆ กัน ท่านผู้ชมรู้ไหม ในช่วงหนึ่งที่รัฐบาลอเมริกันแพ้สงครามในเวียดนาม คนที่เป็นเสาหลักในการตัดสินใจ คือรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ ชื่อ โรเบิร์ต เอส. แม็กนามารา (Robert Strange McNamara)


โรเบิร์ต เอส. แม็กนามารา เป็นอดีตประธานธนาคารโลก เป็นทหารเก่า เขามองสงครามในเวียดนามเหมือนกับหลายๆ คนที่อยู่ที่อัฟกานิสถาน มองสงครามอัฟกานิสถานเป้นสงครามตัวเลข ใช้หลักการคณิตศาสตร์คำนวณ ในเวียดนาม แม็กนามารา คำนวณว่า เวียดกงมีคนเท่าไร ส่งทหาร รถถัง อาวุธเข้าไป ตายแน่ การใช้สถิติทำนายสงครามในเวียดนามเป็นความคิดของโรเบิร์ต เอส. แม็กนามารา ซึ่งก็ไม่ได้เป็นความคิดที่ต่างไปจากผู้บริหารทหาร บรรดาพวกนายพลทั้งหลายที่อยู่เพนตากอน ตลอดจนผู้นำสหรัฐอเมริกาแทบจะทุกยุคทุกสมัย เห็นว่า ใช้สถิติตัวเลขมาดู เพราะอเมริกาชอบสถิติตัวเลข

โรเบิร์ต เอส. แม็กนามารา นั้น จบเศรษฐศาสตร์มาจาก UC Berkeley ท็อปเทนของอเมริกา วิชาโทที่เรียนคือคณิตศาสตร์ และปรัชญา จบ MBA จากฮาร์วาร์ด เป็นคนที่คลั่งไคล้ตัวเลขสถิติมาก ในช่วงที่เขาขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอเมริกา ในยุคของจอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy) และลินดัน เบน จอห์นสัน (Lyndon Baines Johnson) เขาได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในช่วงประธานาธิบดี 2 คนนี้ เขาจะเป็นคนที่เอาตัวเลขใส่เข้าไป เขามีซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่อยู่ใต้ดิน เพนตากอน เอาข้อมูลป้อนเข้าไปหมดเลย แล้วก็รันเป็นภาพจำลองว่า ด้วยข้อมูลนี้ใส่เข้าไป ทหารอเมริกันมีเท่านี้ ทหารเวียดกงมีเท่านี้ รถถังเขามีเท่านี้ รถถังเรามีเท่านี้ เรามีอาวุธปืนเท่านี้ มีเครื่องบินสนับสนุนเท่านี้


ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น คอมพิวเตอร์ปรินต์ออกมาบอกว่า คุณจะชนะสงครามเวียดนามในปี ค.ศ. 1965 นั่นคือตัวเลขที่คอมพิวเตอร์คำนวณให้ แต่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถคำนวณสภาพจิตใจของเวียดกงที่สู้กับอเมริกาด้วยรองเท้าแตะ ปืนเล็กยาว ขุดรูอยู่ หลบซ่อนทหารอเมริกา แล้วโผล่ออกมาเหมือนกับผีที่ทหารอเมริกันไม่รู้ แล้วฆ่าทหารอเมริกันเป็นเบือ ตรงนี้คอมพิวเตอร์คำนวณไม่ได้ ก็เหมือนกับคอมพิวเตอร์ไม่สามารถจะคำนวณได้ในกรณีของสงครามในอัฟกานิสถาน

ก่อนที่ผมจะไปถึงประวัติของสงครามในอัฟกานิสถาน ผมจะเล่าเรื่องอะไรบางอย่างให้ฟัง

อัฟกานิสถานไม่ได้ต่างอะไรกับเวียดนาม และไม่ได้ต่างจากหลายๆ ประเทศที่อเมริกาเข้าไปแทรกแซง แล้วพยายามที่จะไปยึดประเทศนั้น แล้วตั้งหุ่นเชิดของตัวเองขึ้นมา ส่วนใหญ่หุ่นเชิดที่ตั้งขึ้นมา สมัยก่อน ยุคหนึ่งอิรักก็เป็นเช่นนั้น อัฟกานิสถานก็เป็นเช่นนั้น ประธานาธิบดีอัฟกานิสถานที่หนีออกไป คือ อัชราฟ กานี (Ashraf Ghani) ลักษณะจะเหมือนกัน คือ หนึ่ง จะเป็นคนที่เกิดในประเทศนั้น แต่มีโอกาสไปเรียนหนังสือที่อเมริกา อย่างเช่น อัชราฟ กานี เขาเป็นคนที่เรียนจบที่อเมริกา ปริญญาตรี ปริญญาโท เขาจบที่ American University ที่เลบานอน แล้วปริญญาเอก เขาไปจบที่โคลัมเบีย


ประธานาธิบดีกานี เป็นคนที่เคยทำงานธนาคารโลกมาก่อน เพราะฉะนั้นแล้ว นายกานี ก็เลยเป็นคนที่เหมือนกับเป็นลูกรัก เป็นคนพูดภาษาอังกฤษ คิดแบบอเมริกัน ใช้คำพูดสวยหรูทุกอย่าง พูดถึงประชาธิปไตย พูดถึงการที่จะต้องปราบปรามตอลิบาน พูดโน่นพูดนี่ ในที่สุดแล้ว กานี ก็เลยได้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลอัฟกัน ในยุคที่อเมริกาได้ตั้งประธานาธิบดีเป็นหุ่นเชิดของตัวเอง และต่อมามีการเลือกตั้ง อเมริกาก็มีการเลือกตั้ง เน้นมาก ขอให้มีการเลือกตั้งก็แล้วกัน ส่วนการเลือกตั้งนั้นจะคดโกงอย่างไรก็ไม่ว่า เหมือนกับที่วันนี้เราเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง

โชคร้าย เพราะนายกานี ไม่ใช่คนที่เข้ามาแล้วทำเพื่อชาวอัฟกันจริงๆ และไม่สามารถสร้างความสามัคคีให้กับชนกลุ่มต่างๆ ในอัฟกานิสถาน อัฟกานิสถานมีชนกลุ่มน้อยเยอะมากเลย มีพวกปัชตุน (Pashtun) คือพวกแขกปาทาน ใครบ้างล่ะพวกแขกปาทาน คุณเกชา เปลี่ยนวิถี ก็ใช่ หลายๆ คนก็ใช่ คนพวกนี้ถ้าตำนานทางประวัติศาสตร์ สืบทอดสายเลือดมาจากชาวกรีก เพราะเป็นพันๆ ปีมาแล้ว อเล็กซานเดอร์มหาราช กรีธาทัพจากกรีกเพื่อมายึดอินเดีย และอัฟกานิสถาน แล้วก็เลยปักหลักอยู่ในอัฟกานิสถาน ทหารของอเล็กซานเดอร์มหาราช หลายคนไม่กลับบ้าน จะขออยู่ที่นั่น ก็เลยมีชาวอัฟกานิสถานที่มีเชื้อสายกรีก นั่นก็คือแขกขาว แขกขาวก็มาจากตรงนี้ ปัชตุน

ท่านผู้ชมครับ ขอนอกเรื่องนิด เมืองคันธาระ เป็นเมืองที่มีพระพุทธรูปที่ใหญ่มาก พระพุทธรูปในยุคคันธาระ จะสังเกตได้ว่าเป็นพระพุทธเจ้านั่งสมาธิ แต่หน้าเหมือนเทพบุตรชาวกรีก เพราะได้รับอิทธิพลจากชาวกรีก

เอาล่ะ ผมนอกเรื่องไปนิด แต่ผมกำลังจะอธิบายให้ฟังว่า อัฟกานิสถานเป็นที่รวมของชนหลายกลุ่ม อเมริกาเข้าอัฟกานิสถานตอนนั้น เข้าเพื่อต้องการที่จะไประงับ เขามองว่าอัฟกานิสถานนั้นคือหม้อต้ม แหล่งกำเนิดของผู้ก่อการร้ายทั่วโลก อุซามะห์ บิน ลาดิน หลังจากที่ไปถล่ม วางแผนถล่มเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในวันที่ 11 กันยายน ซึ่งกำลังจะมาถึงแล้ว เดือนหน้า วันที่ 11 กันยายน จะครบรอบ 20 ปี ของการถล่มเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ของอุซามะห์ บินลาดิน


อุซามะห์ บิน ลาดิน ก็เลยกลับมาอยู่ที่อัฟกานิสถาน เพราะฉะนั้นแล้ว เหตุผลของการถล่มเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ก็เป็นเหตุผลที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ตัดสินใจเข้ามาไล่ล่าอุซามะห์ บิน ลาดิน ที่อัฟกานิสถาน เข้ามาไล่รัฐบาลในขณะนั้นออก ซึ่งเป็นรัฐบาลชุดตอลิบาน

ตอลิบาน คือใคร ? คือคนที่ยึดมั่นในศาสนาอิลามอย่างเคร่งครัด เรียกร้องให้อัฟกานิสถานปกครองตัวเองด้วยกฎหมายชารีอะห์ คือเป็นกฎหมายที่เข้มงวดมาก ผู้หญิงให้อยู่บ้าน ไม่ให้เรียนหนังสือ ออกไปไหนต้องเอาผ้าคลุมหน้า ผู้ชายบังคับให้ไว้หนวดไว้เคราเต็มไปหมด


ตีจนกระทั่งตอลิบานกระจัดกระจายออกไป ในที่สุดตอลิบานก็เลยต้องออกจากเมืองคาบูล แล้วไปอยู่ตามภูเขา หุบเขาต่างๆ เพื่อจะรวบรวมกำลังอีกทีหนึ่ง เพื่อมาขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดของอเมริกาต่อไปในภายหลัง อเมริกาก็เลยตั้งรัฐบาลของตัวเองขึ้นมา

ขอนอกเรื่องอีกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่นอกเรื่อง เพราะมันเกี่ยวพันกัน เมื่อบุช ยึดอัฟกานิสถานได้แล้ว โดยอ้างว่าเพื่อตามตัว ล่าอุซามะห์ บิน ลาดิน และล้างผู้ก่อการร้ายทั้งหลาย ซึ่งอัฟกานิสถานเป็นต้นตอในการที่จะให้ผู้ก่อการร้ายเหล่านั้นกำเนิด เกิด และฟูมฟักตัวเองอยู่ในอัฟกานิสถาน บุช ถือโอกาส เพราะว่าคนอเมริกันมีความโลภอยู่ในกมลสันดาน เมื่อเห็นว่ารัฐบาลบุกเข้าไปแล้ว ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ยึดอิรักเข้าไปอีกประเทศหนึ่ง สิ่งที่อัฟกานิสถานไม่มี แต่อิรักมี นั่นก็คือ บ่อน้ำมัน และนั่นคือที่มาของคำกล่าวหาของอเมริกาที่มีต่อซัดดัม ฮุสเซน ว่าประเทศคุณนั้นสะสมอาวุธที่มีพลานุภาพในการทำลายล้างอย่างรุนแรงที่สุด ส่งกองทัพไปเลย โค่นล้มซัดดัม ฮุสเซน และขณะเดียวกันก็ค้นหา WMD : Weapon of Mass Destruction อาวุธที่ทำลายร้ายแรง ท่านผู้ชมครับ ค้นจากวันนั้นมาจนวันนี้ ก็ยังไม่เจอสักอัน แต่หลักๆ ก็คือไปยึดบ่อน้ำมันของอิรัก และอิรัก ก็จะเป็นเป้าต่อไป นี่ผมขอพูดกระโดดไปตอนจบเลย

อิรักก็กำลังจะเป็นเป้าต่อไป ที่ในที่สุดแล้วกองกำลังติดอาวุธของอิรักก็จะเข้ายึดอิรัก พร้อมรัฐบาลอิรัก ซึ่งเป็นรัฐบาลยืนข้างชนชาวมุสลิม เพื่อไล่อเมริกันออก อเมริกันทุกวันนี้ยอมรับแล้วว่าจะต้องออกจากอิรักอย่างแน่นอน นายกรัฐมนตรีอิรัก ก็ได้ไปคุยกับผู้นำของสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้วว่า อเมริกาพร้อมจะออกภายในสิ้นปีนี้ หรือไม่ก็กันยายน แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน ไม่เกิน 1-2 เดือน สูงสุด อเมริกาจะต้องออกจากอิรักอย่างทุลักทุเล เพราะทุกวันนี้อเมริกาที่อยู่ในอิรักนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานทูต หรือค่ายทหาร ถูกถล่มด้วยอาวุธจรวดของกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งอิหร่านหนุนหลังอยู่ ถูกยิงด้วยโดรน สงครามเกิดขึ้นตลอดเวลา จนกระทั่งอเมริการู้แล้วว่าวันเวลาของตัวเองในตะวันออกกลางจะเริ่มหมดไปแล้ว เมื่อหมดไปแล้ว วันเวลาของตัวเองจะเหลืออยู่เฉพาะอิสราเอลเจ้าเดียว เพราะวันนี้ ถ้าท่านผู้ชมตามข่าวมากๆ ท่านผู้ชมจะรู้ว่าภายในแล้ว ประเทศที่เป็นลูกไล่ หรือเป็นลูกสมุนของอเมริกา คือซาอุดีอาระเบีย ก็ไม่เอาอเมริกาแล้ว ซาอุดีอาระเบีย กับอิหร่าน ตัดสินใจจะเปิดสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้งหนึ่ง หลังจากแต่ละฝ่ายตัดสัมพันธ์ทางการทูตหมด แปลว่าอะไร ? แปลว่าซาอุดีอาระเบียรู้แล้วว่าในที่สุดอเมริกาต้องออก เมื่ออเมริกาออกแล้ว ซาอุดีอาระเบียจะเป็นเป้านิ่ง เพราะซาอุดีอาระเบียมีทั้งฐานทัพอเมริกันอยู่ มีผลประโยชน์อเมริกันอยู่ เพราะฉะนั้นซาอุดีอาระเบียก็เลยมาเจรจากับอิหร่าน ในทำนองว่า ผมไม่เกี่ยวนะ เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า ผมจะไม่ให้อเมริกาใช้พื้นที่ของผม

ท่านผู้ชมครับ บาห์เรน เป็นฐานที่ตั้งกองทัพเรือ กองเรือที่ 5 บาห์เรนมีอยู่ที่นั่น คูเวต การ์ตา จอร์แดน ยูเออี ที่มีเมืองที่ทักษิณ อยู่ ก็คือดูไบ ทุกคนล้วนสยบต่ออิหร่านหมดแล้ว คือพร้อมที่จะคุย เจรจาสันติภาพหมด แล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า จะไม่ยอมให้อเมริกาใช้ประเทศตัวเองเป็นฐานทัพเข้ามาทะเลาะกับอิหร่านอีกต่อไป เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมจะเห็นว่า อเมริกาในตะวันออกกลางจะเริ่มโดดเดี่ยว คำถามคือ อเมริกาจะทำอย่างไรกับอิสราเอลตอนนี้ ? นี่ผมพูดตอนจบให้ฟังแล้วนะ เดี๋ยวเรากลับมาที่มาที่ไปของตอลิบานในอัฟกานิสถานอีกที


แต่วันที่คาบูลแตก นายอัชราฟ กานี หลบหนีออกจากทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับรถยนต์ 4 คัน ตามไป ขับตามไปเลย แล้วไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ซึ่งรออยู่ นายกานี ขนเงินเต็มรถยนต์ทั้ง 4 คัน น่าจะเป็นเงินดอลลาร์ หรือเงินต่างประเทศ แล้วเอาเงินต่างๆ นี้ใส่ไปในเฮลิคอปเตอร์ ปรากฏว่าใส่ไม่หมด เพราะมันเยอะเหลือเกิน จำเป็นต้องทิ้งรถไว้คันหนึ่ง พร้อมกับเงินที่เหลือ ที่ขนออกไม่หมด แล้วนายกานี ก็บินออกจากอัฟกานิสถาน แล้วไปอยู่ที่ยูไนเต็ดเอมิเรตส์ ที่ดูไบ เรียบร้อยแล้ว ก็ให้สัมภาษณ์ผ่านไลฟ์เฟซบุ๊กของตัวเองออกมา พูดจาสวยหรู พร้อมกับปฏิเสธข่าวที่ว่าตัวเองขนเงินออกมาเยอะนั้น ไม่เป็นความจริง แต่ว่าส่วนตัวผมเชื่อข้อมูลทางสถานทูตรัสเซียมากกว่า ว่าเขาคงไม่โกหกอะไรเรา

เพราะนายอัชราฟ กานี ก็ไม่รู้ว่าคาบูลจะแตกเร็วขนาดนั้น คุณมีทหาร ตามที่โจ ไบเดน บอกว่า 300,000 คน แต่ทหารอัฟกานิสถานไม่ยอมสู้รบเพื่อรัฐบาลอัฟกานิสถานเลย ทุกคนแตกทัพหมด วางอาวุธ วิ่งหนีกันหมดเลย ท่านผู้ชมจะเห็นว่า คุณฝึกทหารมา ที่นายโจ ไบเดน บอก อเมริกาฝึกทหารมา ใช้เงินไป 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือเท่ากับงบประมาณแผ่นดินของประเทศไทย ทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ ฝึกในการรบ ทุกอย่าง ในการใช้เรดาร์ ในการใช้ Night Vision ในการลาดตระเวน ในการใช้โดรน ละลายหายไปหมดเลย ปรากฏว่าคนที่ได้อาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมด กลายเป็นตอลิบาน ตอลิบานกลายเป็นคนที่รับภาระ รับมรดกสืบทอดจากกองทัพอัฟกานิสถาน

ท่านผู้ชมครับ อเมริกาปวดใจกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะหลายๆ เรื่องอเมริกาเป็นคนเริ่ม แล้วก็จบลงอย่างฉิบหายแบบนี้ด้วยฝีมืออเมริกาทั้งนั้น ประเทศไทยก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่อเมริกาอยู่เบื้องหลัง ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก อเมริกาจะถนัดการเข้ามาสร้างความแตกแยกในสังคม แล้วตัวเองจะสอดแทรกเข้ามา เมื่อสอดแทรกเข้ามาแล้ว ถ้าตัวเองสามารถที่จะล้มรัฐบาล หรือเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศ รวมไปจนถึงการทำลายล้างสถาบันกษัตริย์ ซึ่งอเมริกาไม่ give a damn เลย ว่าเมืองไทยจะมีกษัตริย์หรือไม่มีกษัตริย์ ไม่สำคัญ ขอให้สิ่งที่มีในประเทศนั้นต้องเอื้อเฟื้อ สนับสนุนนโยบายของอเมริกาในการ ... ปัจจุบันในเมืองไทยก็คือ ต่อต้านจีน ใครก็ตามขึ้นมามีอำนาจในประเทศไทย ถ้าให้อู่ตะเภาเป็นฐานทัพเรืออเมริกา อเมริกาไม่แคร์ ต่อให้เป็นธนาธร อเมริกาก็ไม่แคร์ ให้เป็นประยุทธ์ อเมริกาก็ไม่แคร์ แล้วต่อให้ไม่มีกษัตริย์ในบ้านเรา อเมริกาก็ไม่แคร์ อเมริกาแคร์อย่างเดียว ก็คือผลประโยชน์ของเขา เขาจะได้รับหรือเปล่า

นั่นคือสิ่งที่อเมริกาได้ทำกับฮ่องกง ท่านผู้ชม ยุยงเด็กให้มาประท้วง จนในที่สุดจีนเอาจริง จีนเอากฎหมายความมั่นคงยัดใส่ฮ่องกงเข้าไป สายลับ ทั้ง CIA, NGO, MI6 หรือมอสสาด (MOSSAD) ของอิสราเอล วิ่งหนี สายลับของออสเตรเลีย สายลับของอังกฤษ วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงออกจากฮ่องกง อยู่ไม่ได้แล้ว ในที่สุดฮ่องกงก็เลยสงบ แล้วก็ออกไปสร้างข่าวประชาสัมพันธ์โจมตีทำลายประเทศจีน ว่าทำลายความเชื่อมั่นของโลกที่มีต่อฮ่องกง


บอริส จอห์นสัน ถึงกับบอกว่า ใครก็ตามที่้ถือพาสปอร์ตที่อังกฤษออกให้ แต่ไม่ใช่เป็นพาสปอร์ตคนอังกฤษนะ เขาเรียกว่าเป็นพาสปอร์ตของคนที่ถือสัญชาติของอังกฤษ ตอนที่อังกฤษยกเลิกแล้วก็มอบเกาะฮ่องกงคืนให้จีนในปี 2540 วันที่ 1 กรกฎาคม สามารถที่จะไปอยู่อังกฤษได้ 6 เดือน 1 ปี 2 ปี โดยที่ไม่ต้องขอวีซ่า ไปอยู่และไปหางานทำได้ อเมริกาก็ทำเช่นกัน ว่าคนฮ่องกงคนไหนที่ไม่ชอบอยู่ฮ่องกง เพราะโดนจีนกดดัน สามารถที่จะลี้ภัยไปอยู่ที่อเมริกาได้ นี่คือหลังจากที่พ่ายแพ้ไปแล้ว จีนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น จีนสนใจอย่างเดียวว่า มึงมาเลื่อยขาเก้าอี้กู มาแทงหลังเก้าอี้กู ยุยงส่งเสริมให้โจชัว หว่อง ให้คนโน้นคนนี้ ชูธงอเมริกาขึ้นมา ชูธงอังกฤษขึ้นมา แล้วจะหาทางแยกให้ฮ่องกงเป็นอิสระ ก็เลยเอากฎหมายความมั่นคง ซึ่งกฎหมายความมั่นคงนี้ ฮ่องกงจะต้องร่างออกมา แต่ไม่เคยร่าง จีนก็เลยร่างที่มหาศาลาประชาคม ที่ปักกิ่ง แล้วก็ใช้กฎหมายนี้มาครอบฮ่องกง แล้วก็ใช้กฎหมายความมั่นคงจับจิมมี ไล (Jimmy Lai) เจ้าของนิตยสาร หนังสือพิมพ์ Apple Daily นิตยสาร NEXT จับโจชัว หว่อง จับคนโน้นคนนี้ ที่อยู่เบื้องหลังการประท้วงอย่างรุนแรงที่สุดในฮ่องกง ที่เราเห็นตามข่าวหนังสือพิมพ์มา

ส่วนสำนักข่าวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น CNN ไม่ว่าจะเป็น BBC ตัวดี ก็บอกว่า จีนโหดเหี้ยมอำมหิต จีนจัดการโน่นจัดการนี่ มันก็บอกว่าพวกโจชัว หว่อง และพวกที่ประท้วงในฮ่องกงนั้น ประท้วงโดยสันติสุข ทำไมตำรวจถึงเล่นงานรุนแรง ท่านผู้ชมครับ มันคล้ายๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองไทยในขณะนี้หลายอย่าง เหมือนกันเป๊ะ ซึ่งเรื่องนี้เดี๋ยวผมจะพูดต่อไปอีกทีหนึ่ง เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ผมจะพูด

เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อเมริกาทำนั้น สร้างความแตกแยก ให้มีการล่มสลายในประเทศนั้น แล้วก็ตั้งรัฐบาลที่ตัวเองมีอิทธิพลอยู่


ลิเบีย ก็เหมือนกัน ลิเบียก็เช่นกัน คนที่ฆ่ามูอัมมาร์ กัดดาฟี (Mu'ammar Al-Qadhdhāfī) ก็อเมริกัน วันที่มูอัมมาร์ กัดดาฟี ตาย ท่านผู้ชมเชื่อไหม นางฮิลลารี คลินตัน บินไปดูศพมูอัมมาร์ กัดดาฟี แล้วพูดในทำนองว่า สะใจมากที่ได้เห็นแบบนี้

สมัยมูอัมมาร์ กัดดาฟี อยู่ มูอัมมาร์ กัดดาฟี ขับไล่เจ้าของบริษัทน้ำมันที่ได้สัมปทานในลิเบีย แล้วก็จ่ายค่าสัมปทานน้อยมาก ยึดสัมปทานของบริษัทน้ำมันทั้งหมดมาเป็นของประเทศลิเบีย และเอารายได้ทั้งหมดมาจับจ่ายใช้สอย แจกชนกลุ่มน้อย แจกชนเผ่าต่างๆ ให้คนเรียนหนังสือฟรี ให้รักษาพยาบาลฟรี แล้วก็ส่งคนไปเรียนเมืองนอก

ทีนี้ มูอัมมาร์ กัดดาฟี อยู่ในลิเบียนาน จนกระทั่งพวกที่ไปเรียนเมืองนอก นั่นล่ะตัวดี ไปเจอ ไปสัมผัสกับตะวันตก ก็เหมือนพวกม็อบสามนิ้ว เชิดชูอเมริกาเป็นพ่อเป็นแม่ ด้อยค่าประเทศจีน ในที่สุดแล้วพวกที่ไปเรียนเมืองนอก โดยเป็นนักศึกษาจากลิเบีย ก็ถูกอเมริกา CIA จับมาปั่นหัว กลับมา แล้วอเมริกาก็เลยให้ก่อให้เกิดการปฏิวัติที่เขาเรียกว่า อาหรับสปริง (Arab Spring) ตอนนั้น นักศึกษาลิเบียก็เลยออกมา ลุกขึ้นมาเพื่อโค่นล้มกัดดาฟี เนื่องจากว่าลิเบียเป็นชนกลุ่มน้อยหลายๆ กลุ่ม กัดดาฟี โยงกลับเข้ามาด้วยผลประโยชน์ที่ได้ร่วมกันจากน้ำมัน แต่พอวันนั้นแล้ว ชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มก็อยากจะเป็นผู้ปกครองลิเบีย ก็เลยลุกขึ้นมาปฏิวัติและโค่นล้มลิเบีย ฆ่ามูอัมมาร์ กัดดาฟี แล้วมูอัมมาร์ กัดดาฟี ตายไป วันนี้ลิเบียเละตุ้มเป๊ะ ไม่มีเหลืออะไรเลย ทั้งหมดเป็นฝีมืออเมริกาเช่นกัน

เรามาดูประวัติของอัฟกานิสถานกันนิด ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจ อัฟกานิสถานนั้นเคยโดนประเทศรัสเซีย สมัยนั้นเป็นโซเวียต 40 ปีที่แล้ว เป็นสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน สงครามนั้นเกิดขึ้นประมาณปี 2522-2532 สิบปี เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นตอนนั้น ระหว่างอเมริกา กับรัสเซีย เริ่มขึ้นโดยกองทัพที่ 40 ของโซเวียต ซึ่งประจำการอยู่ที่อัฟกานิสถาน สมัยก่อนนั้นอัฟกานิสถานเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรโซเวียตรัสเซีย เขาถึงเรียกว่า โซเวียตรัสเซีย สมัยก่อนพวกสถานทั้งหลาย ยกเว้นปากีสถาน อัฟกานิสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน


พวกสถานพวกนี้อยู่ในกลุ่มของโซเวียตหมดเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ก็เลยมีกองทัพที่ 40 โซเวียตรัสเซียก็เลยมีกองทัพต่างๆ ตั้งอยู่ในบรรดาประเทศที่เป็นสถานทั้งหลาย แล้วเขาก็พร้อมที่จะเคลื่อนพลพร้อมรบในวันที่ 24 ธันวาคม 2522

การถอนทหาร คือพูดง่ายๆ ว่า รัสเซียโซเวียตไม่อยากให้อัฟกานิสถานถอนตัวออกมา ยังเป็นส่วนหนึ่งของโซเวียตรัสเซีย แล้วเขาก็เลยเข้ามายึดอัฟกานิสถาน โดยเพิ่มกำลังทหารเข้าไป พวกกลุ่มต่างๆ พวกกลุ่มตอลิบานเอย พวกกลุ่มชาวปัชตุนเอย พวกกลุ่มชาวโน้นชาวนี้ ก็เลยมารวมตัวกันเพื่อมาสู้กับรัสเซีย

ท่านผู้ชมคงดูภาพยนตร์ในช่วงนั้นเยอะ ท่านผู้ชมจำได้ไหม มีหลายภาพยนตร์ แม้กระทั่งแรมโบ้ ก็ยังซิลเวสเตอร์ สตาโลน (Sylvester Stallone) ก็ยังไปรบที่อัฟกานิสถาน เป็นแรมโบ้ ไปขี่ม้า ขี่อูฐ ถือปืน เจอรถถังรัสเซีย รถถังรัสเซียดูมหึมา อำมหิตมาก จ่าที่คุมรถถังมันฆ่าคนตายเป็นเบือ ต้องฆ่าคนนี้ให้ได้ เอาจรวด RPG ยิงเข้าไป นั่นคือซอฟต์แวร์ทางด้านฮอลลีวูด ซึ่งสร้างเพื่อมากระทืบรัสเซียตอนนั้น

การถอนทหารรัสเซีย ในที่สุดก็ถอนทหารออกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2532 หลังจากที่อยู่มา 9 ปี รัสเซียก็ล้มหายตายจากไป สภาพรัสเซีย การเงินการทองก็ไม่ได้ดี การเมืองรัสเซียก็ไม่นิ่ง ไม่สงบ ก็เลยถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน สองปี ก่อนปี 34 (34 คือปีที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย) แล้วก็มีสาธารณรัฐในเอเชียกลางที่แยกตัวออกมาจากอดีตสหภาพโซเวียต มี 8 ประเทศ หลังจากโซเวียตล่มสลายแล้ว ก็มีคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กีซสถาน เติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาร์เซอร์ไบจาน มีคนเรียกสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถานครั้งนั้นตามสถานการณ์สู้รบที่ยืดเยื้อนาน 9 ปี สู้รบกัน 9 ปี และสงครามของโซเวียตรัสเซีย ท่านผู้ชมครับ โดยภูมิรัฐศาสตร์ อัฟกานิสถานเป็นหนึ่งในประเทศเอเชียกลาง เป็นดินแดนที่เคยอยู่ร่วมกับสหภาพโซเวียต ปกครองด้วยระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์ ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม แม้ได้รับเอกราช ปกครองตนเอง หันมาใช้ระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมแล้ว แต่ระบบเก่าที่ฝังรากลึกอยู่เกือบ 100 ปี ทำให้ความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาคนี้เปลี่ยนแปลงได้อย่างล่าช้ามาก

ภายใต้อิทธิพลของโซเวียต รัฐบาลโดนแรงต้านทานจากชาวอัฟกานิสถานจำนวนมาก อย่างที่ผมเล่าให้ฟังว่ามีการจัดกลุ่มนักรบมุสลิมต่างๆ ขึ้นมาต่อต้านโซเวียต โดยใช้ความรุนแรง ผมเอาแผนที่การรุกรานอัฟกานิสถานของสหภาพโซเวียตในช่วงปี 2522-2532 ขึ้นให้ดู


ท่านผู้ชมครับ แผนที่อีกแผ่นหนึ่ง คือแผนที่อัฟกานิสถานที่ปัจจุบันมีพรมแดนติดกับประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน ทาจิกิสถาน อิหร่าน จีน และปากีสถาน ด้วยเหตุนี้ การที่ชาวอัฟกานิสถานลุกขึ้นมาต่อต้านสหภาพโซเวียตก็เลยต้องส่งกำลังเข้าไปยึดครองอัฟกานิสถาน ยึดเลยนะครับ ในวันที่ 25 ธันวาคม 2522

ปรากฏว่าสงครามก็เลยยืดเยื้อไป 9 ปี ก็เลยเกิดนักรบมุสลิมหัวรุนแรง ที่ใช้ชื่อว่า มูจาฮีดีน ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่า มูจาฮีดีน ใครอยู่เบื้องหลังนักรบหัวรุนแรงมูจาฮีดีน ? อเมริกา และซาอุดีอาระเบีย เพราะตอนนั้นต้องการจะล้มรัสเซีย มีปากีสถานเข้าร่วมด้วย ส่งหน่วย CIA ผู้เชี่ยวชาญการรบแบบกองโจร เอาอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปสอนในค่ายฝึก ค่ายฝึกนั้นชื่อ "อัลกออิดะห์" ซึ่งในขณะนั้นค่ายฝึกอัลกออิดะห์นั้น ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่ามีใครร่วมด้วย ? อุซามะห์ บิน ลาดิน

ในที่สุดรัสเซียก็อยู่ไม่ได้ ก็เลยต้องถอนทหาร ก่อนถอนทหารยังฝากคำพูดเป็นทองคำให้กับอเมริกาว่า อัฟกานิสถานจะเป็นแหล่งเพาะกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่สุด และจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของโลก ซึ่งก็เป็นความจริงต่อมาในภายหลัง เพราะอะไร ? กลุ่มอัลกออิดะห์ นำโดยนายอุซามะห์ บิน ลาดิน ต้องการขยายการต่อสู้ออกไปทั่วโลกเลย ในนามของนักรบอิสลามมูจาฮีดีน


โดยอัลกออิดะห์เริ่มสงครามครูเสดในปี 2539 เพื่อขับไล่ทหารกองกำลังต่างชาติออกจากดินแดนอิสลาม ต่อต้านสหรัฐฯ และพันธมิตร ต่อมา กลุ่มอัลกออิดะห์ของบิน ลาดิน ก็เลยก่อวินาศกรรมที่ตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ในวันที่ 11 กันยายน 2544 ซึ่งเราเรียกกันว่า 9/11

ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นมาทีหลัง และกลายเป็นกลุ่มที่มีหัวรุนแรงมากกว่าอัลกออิดะห์ นั่นคือกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอซิส มีชาวจอร์แดน ชื่อ อาบู มูซาบ อัล-ซากาวี ได้เข้าร่วมต่อสู้ในช่วงปลายสงคราม เดิมทีกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เรียกว่า อัลกออิดะห์ สาขาอิรัก ก่อตั้งในปี 2542 พอรัสเซียถอนทหารออกมา ก็เกิดสงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถานยาวถึง 7 ปี ตั้งแต่รัฐบาลสังคมนิยมของนายโมฮัมเหม็ด นาจิบุลลาห์ ถูกมูจาฮีดีนล้มล้าง แต่เนื่องจากผู้นำกลุ่มมูจาฮีดีนไม่สามารถตกลงกันได้ คือพวกกลุ่มชนเผ่าต่างๆ แต่ละคนจะมีความคิดของตัวเอง จะเอาอย่างนี้ อีกฝ่ายจะเอาอย่างนั้น ท่านผู้ชมดูในภาพยนตร์อย่างไรก็อย่างนั้นเลย ทะเลาะกัน เถียงกัน ไม่เห็นด้วย ไม่พอใจ ชักปืนยิงกัน

ตอนนั้นก็เลยเกิดการรบราฆ่าฟันในประเทศจากกลุ่มต่างๆ ของอัฟกานิสถาน วิกฤตการเมือง เกิดช่องว่างทางอำนาจ คนอัฟกานิสถานเสียชีวิตมากมาย หลายแสนคนขอลี้ภัย ส่วนใหญ่แล้วจะเบื่อหน่ายสงครามและต้องการสันติภาพ

ในบรรดาความวุ่นวายตรงนี้เอง ที่มีกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ ตอนนั้นยังไม่มีกลุ่มตอลิบาน กลุ่มตอลิบาน ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังมุสลิมคลั่งศาสนา ได้เข้ามามีอิทธิพลเหนืออัฟกานิสถานในปี 2533 ท่านผู้ชมครับ แล้วตอลิบาน คือใคร ?


ตอลิบาน แปลว่า นักเรียน ในภาษาปัชโต (Pashto) คือเป็นภาษาหลักภาษาหนึ่งในอัฟกานิสถาน ซึ่งชาวปัชตุน หรือพวกปาทาน ใช้กัน กลุ่มตอลิบาน เป็นคนที่ได้รับการศึกษาทางกฎหมายอิสลาม ครั้งหนึ่งพวกตอลิบาน เป็นชนชั้นสูงในอัฟกานิสถาน ก่อนจะถูกขับไล่โดยอเมริกา กลุ่มตอลิบานเริ่มขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว จากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ ในปี 2538 ตอลิบานยึดเมืองเฮรัต ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนอิหร่าน และหลังจากนั้นหนึ่งปีให้หลัง เดือนกันยายน 2539 ตอลิบานเข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน สำเร็จ จัดตั้งรัฐบาลของตอลิบาน ใช้ชื่อว่า รัฐเอมิเรตอิสลามอัฟกานิสถาน ครองอำนาจอยู่ 5 ปี (2539-2544)


หลังจากเขาโค่นล้มประธานาธิบดีบูร์ฮานุดดีน รับบานี หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มติดอาวุธมูจาฮีดีน ก็คือว่าสมัยก่อนนี้ใครใหญ่ ใครชนะ ก็ตั้งตัวเองเป็นประธานาธิบดี กลุ่มตอลิบานหลังจากที่เกิดขึ้นมาแล้ว ขยายอิทธิพลไป ก็เลยขับไล่ประธานานธิบดีบูร์ฮานุดดีน รับบานี ออกไป ในที่สุดแล้วก็เลยสถาปนารัฐบาลตอลิบานในช่วงนั้น และมีประเทศรับรอง 3 ประเทศ มีซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ในประเทศจะมีกลุ่มต่อต้านตอลิบานอยู่ คือกลุ่มมูจาฮีดีนเดิม ซึ่งเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า พันธมิตรฝ่ายเหนือ ที่เขาเรียกว่า Northern Alliance กลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มมูจาฮีดีนเดิม ไม่เห็นด้วยกับตอลิบาน ก็เลยเป็นศัตรูต่อสู้กับตอลิบานตลอดเวลา

ผู้นำตอลิบานในขณะนั้นคือ มุฮัมมัด โอมาร์ เป็นครูสอนศาสนา ถือความคิดแบบอิสลามเคร่ง จัดได้ว่าเป็นผู้ต้องการเปลี่ยนอิสลามให้เป็นเหมือนยุคนบีมุฮัมมัด ผมเอารูปให้ดู


สำหรับผู้นำทางการเมืองและศาสนาคนปัจจุบันของตอลิบาน ชื่อ ฮิบาตุลเลาะห์อัคฮุนดาดา ซึ่งสืบตำแหน่งในปี 2559 เขาเป็นคนที่เคร่งศาสนามาก ต่อมาก็เป็นประธานศาลอิสลามของตอลิบาน เขาเคยลงโทษตัดสินแบบอิสลามมาแล้ว ประหารชีวิตในที่สาธารณะ ใครขโมยของ ตัดแขน ผู้หญิงคนไหนมีชู้ ก็ถูกขว้างด้วยก้อนหินจนตาย


ตอลิบานเป็นคนที่เชื่อในศาสนาอิสลามนิกายซุนหนี่แบบสุดโต่ง บังคับใช้กฎหมายอิสลาม กฎหมายชารีอะห์ มีบทลงโทษรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการประหาร ใครทำผิด ฆ่าผู้อื่นตาย นอกใจคู่ครอง ก็ฆ่าเลย ตัดแขน ตัดขา ผู้มีความผิดฐานลักขโมย นอกจากนี้ การบังคับให้ผู้ชายไว้หนวด ผู้หญิงต้องใส่ชุดแบบปกปิดทั้งตัวแบบอิสลาม หรือที่เขาเรียกว่า บูร์กา

ในช่วงครองอำนาจ รัฐบาลตอลิบานออกกฎเกณฑ์ต่างๆ ตามการตีความทางศาสนามอิสลามแบบของตัวเอง จำกัดสิทธิของผู้หญิง ควบคุมสิ่งบันเทิง เคร่งมากกว่าซาอุดีอาระเบียเสียอีก

ท่านผู้ชมครับ ขอพักตรงนี้นิด ตอลิบานได้รับบทเรียนในการบริหารแบบเข้มงวดสุดโต่ง วันนี้ตอลิบานเข้ามามีอำนาจอีกครั้งหนึ่งแล้ว ก็บอกว่าจะให้สิทธิผู้หญิง ให้เรียนหนังสือได้ ให้ทำงานในรัฐบาลได้ แต่ยังต้องใส่อะไรที่ปิดหน้าอยู่เหมือนเดิม ก็คือว่ายอมยกเลิกสิทธิที่จำกัดกับผู้หญิงในอดีตที่เคยถูกต่างชาติ นานาชาติประณามมา ตอลิบานก็มีข้อเสีย กดขี่ศาสนาอื่น กดขี่ศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ กดขี่ฮินดู สั่งทำลายศาสนสถานและโบราณสถาน และมรดกโลก ท่านผู้ชมจำได้ไหม เคยมีพระพุทธรูปใหญ่เลย ชื่อ พระพุทธรูปแห่งบามียาน ก็มีการถูกกลุ่มตอลิบานระเบิดทำลายไป ผมเอารูปขึ้นให้ดู


วันที่ 11 เดือนกันยายน เป็นจุดเปลี่ยนของอัฟกานิสถาน พอเกิดเหตุวินาศกรรมในวันที่ 11 เดือนกันยายน ที่นิวยอร์กและพื้นที่ใกล้เคียง การก่อเหตุระเบิดวินาศกรรมนั้นทำให้คนเสียชีวิตเกือบ 3,000 คน การล่มสลายของตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ตึกเพนตากอนถูกทำลายลงบางส่วน อเมริกาทันทีเลย เริ่มเปิดปฏิบัติการตอบโต้ เรียกร้องให้มุลลาห์ โอมาร์ ซึ่งเป็นผู้นำตอลิบานที่ถูกกล่าวหาว่าให้ที่พักพิงกับผู้ก่อการร้ายอย่างนายอุซามะห์ บิน ลาดิน และกลุ่มอัลกออิดะห์

การล้างแค้นของอเมริกาโดยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ใช้อำนาจมาตรา 5 ของสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เรียกร้องให้สมาชิกนาโต เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ส่งกำลังเข้าร่วมรบ เพียงเดือนเดียวที่มีการทำลายตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ กองกำลังผสมภายในประเทศ กับกองกำลังทหารสหรัฐฯ บุกโจมตีขับไล่รัฐบาลตอลิบานในอัฟกานิสถาน ในสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2544 แต่ผู้นำตอลิบานในขณะนั้น คือ มุลลาห์ มุฮัมมัด โอมาร์ และบิน ลาดิน หลบหนีการจับกุมได้ ต่อมาก็ถูกล่าสังหาร เสียชีวิตทั้งคู่ กลุ่มตอลิบานก็เลยต้องทิ้งเมืองคาบูล แล้วหลบหนีเข้าไปในภูเขาที่อยู่ที่จังหวัดห่างไกล อเมริกา และนานาชาติพันธมิตร นาโต ใช้เวลาปีเดียวก็สามารถปลดอำนาจกลุ่มตอลิบานได้ ก็เลยจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาจากการเลือกตั้ง ทำให้ตอลิบานหมดอำนาจจากการปกครองประเทศ

ท่านผู้ชมครับ นี่คือที่มา แต่ท่านผู้ชมจำเห็นได้ชัดว่าสงครามไม่ได้สงบหลังจากการล้มล้างรัฐบาลตอลิบาน หรือสงครามในอิรักก็เช่นกัน หลังจากการรบกับซัดดัม ฮุสเซน ก็ไม่ได้สงบ หรือในลิเบีย หลังจากการฆ่านายมูอัมมาร์ กัดดาฟี ก็ไม่สงบ เงื่อนไขการต่อสู้ก็เลยเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นชาวมุสลิมต่อสู้กับกองทัพชาติตะวันตก คนผิวขาว ที่เข้าไปอยู่ในอัฟกานิสถาน หรืออิรัก รบกับกำลังพลติดอาวุธ ซึ่งการก่อการร้ายช่วงหลังไม่ได้มาจากอัลกออิดะห์แล้ว กลายเป็นชนกลุ่มต่างๆ ที่ไม่พอใจ เพราะตัวเองเคยรบกับรัสเซียมาแล้วนี่ ตอนนี้ศัตรูของศัตรูก็เลยกลายเป็นมิตรแล้ว เอาทุกคนที่ไม่ถูกกัน มีความขัดแย้งกัน พวกที่เป็นพันธมิตรเหนือ (Northern Alliance) เอามารวมกันกับตอลิบานและหลายๆ กลุ่ม แล้วก็รุกคืบต่อสู้กับกองกำลังอเมริกาในอัฟกานิสถาน

หลังจากที่บิน ลาดิน ถูกฆ่าตาย เกิดปรากฏการณ์เติบโตของขบวนการก่อการร้ายอีกชุด ในช่วงเดือนมิถุนายน 2557 กลุ่มอิสลามติดอาวุธในอิรัก เดิมที่เรียกภาษาง่ายๆ ว่า อัลกออิดะห์สาขาอิรัก แต่หลังจากนั้นเริ่มเปลี่ยนสถานภาพประกาศเป็นกลุ่ม รัฐอิสลาม เราคุ้นกับชื่อ กลุ่มไอเอส หรือไอซิส ซึ่งเป็นสงครามที่หลายประเทศเผชิญ เป็นสถานการณ์ก่อการร้าย เป็นขบวนที่เคลื่อนอยู่ในภาพใหญ่ของการเมืองโลก

ท่านผู้ชมครับ อัฟกานิสถานก็เลยเป็นสมรภูมิที่อเมริกาเข้ารบอยู่นานถึง 20 ปี ติดต่อกัน ยาวที่สุดในทุกสงครามที่อเมริกาเคยรบมา ใช้งบประมาณมากถึง 2.26 ล้านล้านดอลลาร์ แล้วยังมีเงินช่วยเหลือจากสหประชาชาติอีกนับหมื่นล้านดอลลาร์ แต่ชาวอัฟกานิสถานบ้านแตกสาแหรกขาด เสียชีวิตไปเกือบ 300,000 คน ตอลิบานมีคนเสียชีวิตไป 50,000 คน อเมริกาตายไป 2,400 คน อังกฤษ 456 คน แคนาดา 157 คน ฝรั่งเศส 89 คน เยอรมนี 57 คน อิตาลี 53 คน ชาติอื่นๆ อีก 321 คน

สงครามมีมาตลอดจนกระทั่งปี 2563 ในยุคนายทรัมป์ นายทรัมป์ ต้องการที่จะยุติสงครามในอัฟกานิสถาน เพราะว่านายทรัมป์ ไม่ต้องการออกไปรบข้างนอก ตอลิบานก็เลยบรรลุข้อตกลงกับนายทรัมป์ ว่าอเมริกาจะถอนทหารออกหมด เพื่อแลกกับการที่ตอลิบานจะไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายใดๆ ใช้อัฟกานิสถานเป็นฐาน และทางกลุ่มตอลิบานจะเจรจากับรัฐบาลอย่างสันติ

จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม จากปี 63 ที่นายทรัมป์ อยู่ มากรกฎาคม ปี 64 นายไบเดน เข้ามาแล้ว นายไบเดน ประกาศชัยชนะในการรบในอัฟกานิสถานต่อหน้าสื่อมวลชน ผมไม่รู้ว่าชัยชนะตรงไหน แต่เขาประกาศชัยชนะ และกำหนดว่าจะถอนทหารอเมริกาออกจากอัฟกานิสถานให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 กันยายน ปีนี้ ซึ่งเป็นวันที่ครบรอบ 20 ปี ของการวินาศกรรมถล่มเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ท่านผู้ชมครับ 15 กรกฎาคม ยังไม่ถึง 11 กันยายน คาบูลก็เลยถูกตอลิบานยึดเข้าไป ทหาร 300,000 คน ที่นายไบเดน บอกว่าฝึกมาด้วยเงิน 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สะบัดตูดวิ่งหนีเหมือนสุนัขที่ไร้เจ้าของ ให้ตอลิบานเดินเข้ามาในกรุงคาบูล แล้วเข้าไปยึดทำเนียบรัฐบาลได้


ในการเข้ามายึดคาบูลและไล่อเมริกาออกจากอัฟกานิสถานก่อนกำหนดเวลา ทางฝ่ายตอลิบาน ในสายตาเขา เขาถือว่าเขาชนะอภิมหาอำนาจอย่างอเมริกาได้อย่างถาวร ก็เหมือนอย่างที่เวียดนาม ไล่อเมริกาออกจากเวียดนาม ฉันใดฉันนั้น เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการเชื่อทางศาสนา การถอนทหารนานาชาติครั้งนี้ทำให้ความเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้าของชาวมุสลิมหัวรุนแรงย่อมเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และตรงนี้จะมีผลไปกระทบกับที่อิรักอย่างแน่นอนที่สุด ท่านผู้ชมครับ เชื่อขนมกินได้ เหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่จะเกิดขึ้น จะเกิดขึ้นในอิรักใน 2-3 เดือนข้างหน้านี้

ผมเคยพูดใช่ไหม อาทิตย์ที่แล้ว หรือสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมบอกว่าให้ท่านผู้ชมจับตาดูอิสราเอลให้ดีๆ เพราะถ้าอิรัก อเมริกาถอนออก ซาอุดีอาระเบียไม่ร่วมกับอเมริกา ไม่ยอมให้อเมริกาใช้ฐานทัพ อิสราเอลจะอยู่อย่างโดดเดี่ยว อิสราเอลจะแก้เกมอย่างไร อิสราเอลจะรุกก่อนหรือเปล่า รุกก่อนก็เจอ ถ้าใช้เครื่องบินมาก็เจอกองทัพอากาศรัสเซียที่ตั้งไว้ที่ซีเรีย ยันเอาไว้ อิหร่านก็มีขีปนาวุธที่พร้อมจะถล่มอิสราเอล เพราะฉะนั้นแล้ว เหตุการณ์ยังไม่สงบ

ท่าทีของรัสเซีย กับจีน เป็นอย่างไรบ้าง หลังจากคาบูลแตก ? หลังจากที่คาบูลแตกแล้ว หลังจากที่ประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ต้องลี้ภัยไป รัสเซีย กับจีน ก็ยังเปิดที่ทำการสถานทูตตามปกติ กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า รัสเซียยังไม่มีแผนปิดสถานทูต แต่อาจจะอพยพเจ้าหน้าที่บางส่วนออกไป รัสเซียยังคงต้องการเป็นพี่ใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกกลาง เพราะว่าอัฟกานิสถาน อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน เคยอยู่ในวงจรของเขา อยู่ในกลุ่มของเขา เขายังคงต้องการเป็นพี่ใหญ่อยู่


รัฐบาลจีนก็เพียงแต่ออกคำเตือนให้ประชาชนคนจีนที่อยู่ในอัฟกานิสถาน ให้อยู่ในบ้าน จีนก็พร้อมจะแผ่อิทธิพลเข้ามาแทนอเมริกา การต่อสู้แย่งชิงความเป็นใหญ่ระหว่างจีน-อเมริกา จะทวีความร้อนแรงขึ้น เพราะว่าจีนแสดงอาการพร้อมจะลงทุนทางภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในอัฟกานิสถาน ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่ตอลิบานจะไปยึดคาบูลได้นั้น จีนเชิญรัฐมนตรีต่างประเทศของตอลิบาน ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ไม่ถูกกฎหมาย มาเยือนที่ปักกิ่ง มาพูดคุยกันล่วงหน้าแล้ว ว่าเมื่อคุณเข้ามา มีอำนาจแล้ว คุณต้องการอะไร คุณต้องการให้เราช่วยอะไรบ้าง แล้วข้อตกลงข้อหนึ่งซึ่งตอลิบานให้คำมั่นสัญญากับจีน ก็คือ ตอลิบานจะไม่เอาเรื่องซินเจียง หรืออุยกูร์ ขึ้นมาเป็นเงื่อนไขในการที่จะทะเลาะกับจีน คือพูดง่ายๆ ว่าทิ้งอุยกูร์ลงถังขยะไปเลย ท่านผู้ชมเห็นการเมืองระหว่างประเทศหรือยัง เมื่อใดก็ตาม ผลประโยชน์อยู่ที่ไหน ความขัดแย้งทางด้านอื่นก็ไม่สำคัญแล้ว สำคัญที่ผลประโยชน์มากกว่า

จีนมีความสนใจในเรื่องแร่ธาตุหายาก ที่เขาเรียกว่า Rare earth ที่มีความจำเป็นต้องการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จีนเขามองว่าอัฟกานิสถานเติมเต็มเส้นทางสายไหมใหม่เพื่อปิดล้อมอินเดีย เพราะจีนก็ต้องการปิดล้อมอินเดียเหมือนกัน อัฟกานิสถาน กับอินเดีย ไม่ถูกกัน แต่อัฟกานิสถานจะคุยกับปากีสถานรู้เรื่อง อาจจะเพราะเป็น สถาน ด้วยกัน แต่อินเดียก็จะเริ่มถูกโดดเดี่ยวแล้ว รัฐบาลตอลิบานก็ยืนยันกับนายหวัง อี้ ว่าจะคุ้มครองธุรกิจคนจีน เพราะฉะนั้นแล้ว ในขณะนี้เกมการเมือง Game Changer เปลี่ยนไปหมดแล้วตอนนี้ ในเอเชียกลาง เปลี่ยนไปหมด ที่สำคัญที่สุดคือปัญหาทางด้านจิตวิทยา คนมองอเมริกาเป็นตัวตลกไปแล้ว ไปอยู่ตั้ง 20 ปี ลงทุนไปเยอะแยะ และในที่สุดแล้ว รัฐบาลของนายอัชราฟ กานี ก็ทิ้งอาวุธทุกอย่างที่อเมริกาลงทุนให้ชาวอัฟกานิสถาน ให้ตอลิบานเอาไป

จีนคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของตอลิบาน ทั้งๆ ที่ยังไม่ถูกกฎหมาย แล้วผมเชื่อว่าจีน และรัสเซีย พร้อมจะรับรองรัฐบาลตอลิบาน และผมเชื่อว่าอเมริกาก็จะรับรองด้วย เพราะอเมริการรู้ว่าถ้าอเมริกาไม่ขยับ จะเสียเปรียบจีน และรัสเซียมาก แต่อเมริกายังมีติ่งเงื่อนไขอยู่อีกหลายเงื่อนไข อย่างเช่น ตอลิบานต้องรับปากว่าจะไม่เป็นพื้นที่ให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายมาพำนักพักพิง โน่นนี่นั่น


ท่านผู้ชมครับ บริบทใหม่ของเอเชียกลางที่อัฟกานิสถาน กำลังเริ่มขึ้น และจะมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างปากีสถาน กับอินเดีย และอินเดีย กับจีน เหมือนห่วงโซ่ที่มันกระทบกันไปกระทบกันมา

ท่านผู้ชมครับ แล้วรออีกสักพักหนึ่ง พออิรักมีการเปลี่ยนแปลง Game Changer ก็เปลี่ยนอีกแล้ว ตะวันออกกลางก็จะมาอีกรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกัน ที่ไต้หวัน ที่ช่องแคบไต้หวันก็ตึงเครียดมาก เพราะกองกำลังจีนในขณะนี้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ส่งทุกอย่างที่เป็นการเตรียมการสำหรับเข้าไปยึดไต้หวัน เข้าไปซ้อมรบใกล้ช่องแคบไต้หวัน แล้วบอกอเมริกาว่า ก็เพราะว่าคุณกับไต้หวันให้ความร่วมมือกันเพื่อสร้างความตึงเครียดขึ้นมา เราก็เลยจำเป็นต้องเข้ามาแสดงแสนยานุภาพของเรา เป็นการซ้อมรบ และขณะที่ซ้อมรบ ก็พร้อมที่จะเข้าไปยึดไต้หวันเช่นกัน

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เอาเรื่องอัฟกานิสถาน ผนวกเรื่องอิรัก แถมท้ายด้วยเรื่องจีนเล็กๆ น้อยๆ วันหน้าวันหลังผมจะกลับมาพร้อมกับภาพภูมิรัฐศาสตร์ในโลกนี้ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากที่สุด

ท่านผู้ชมครับ ช่วงนี้ผมจะเอาเรื่องที่บัดซบ เลวร้าย และผมไม่เคยคิดว่ามันเกิดขึ้นกับประเทศไทยได้ ในภาวการณ์ที่ประชาชนกำลังลำบากมาก ล้มหายตายจาก ตายลงไปอย่างกับใบไม้ร่วง ยอดคนตายเพิ่มขึ้นทุกวัน

ท่านผู้ชมจำได้ไหม อาทิตย์ที่แล้วที่ผมพูดเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ ผมฟาดฟันยาฟาวิพิราเวียร์ ฟาดฟันไปหนักเลย ว่าเป็นยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ผมเอาหลักฐานการวิจัย อาทิตย์ที่แล้วผมอธิบายเรื่องคำว่า Meta-analysis


Meta-analysis ก็คือว่า เนื่องจากมีการวิจัยในเรื่องยาประเภทใดประเภทหนึ่ง ทั่วโลก เขาก็วิจัยกันมาหมด Meta-analysis คือการวิเคราะห์ในเชิงอภิมานทั้งหม โดยเอางานวิจัยทุกงานมารวมกันหมดเลย แล้วมาวิเคราะห์ว่า ที่บอกว่ายาฟาวิพิราเวียร์ มีผลดี ไม่ดี ใช้ไม่ได้ ไม่มีอะไรที่แตกต่างไป สรุปแล้วเป็นอย่างไร

ก็อย่างที่ผมเรียนให้ทราบคราวที่แล้วว่า งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่าน และโคลัมเบีย ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Report เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 เขาตีพิมพ์ออกมาเลยว่า โดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว ฟาวิพิราเวียร์ จะไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้นในการลดอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป ที่มีอาการน้อย ถึง ปานกลาง คนที่มีอาการน้อย ถึง ปานกลาง ก็คือคนที่ติดเชื้อโรคระบาดที่สีเขียว ถึง สีเหลือง ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าติดเชื้อโรคระบาดนี้ กินฟาวิพิราเวียร์ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้ามกับรับประทน ฟทจ. หาย 99.02 เปอร์เซ็นต์

เอาล่ะ ไม่เป็นไร หลายคนก็อาจจะบอกว่า เฮ้ย นี่เป็นงานวิจัย Meta-analysis ของต่างชาติ ของอิหร่าน ของโคลัมเบีย เอาล่ะ วันนี้ผมจะเอางานวิจัยของไทย ท่านผู้ชมครับ ที่ตีแสกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรีของผม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนี่ทำผิดแล้วผิดอีก ผิดแล้วผิดอีก

งานวิจัยนี้ วิจัยโดยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ของประเทศไทย วิจัยออกมาเสร็จ ประกาศรายงานออกมาเมื่อ 5 วันที่แล้ว 15 สิงหาคม 2564 โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสาธารณสุข ถึงจะขึ้นอยู่กับกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นโครงการวิจัยที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับใคร คือพูดง่ายๆ ว่าเขาวิจัยด้วยเหตุด้วยผล และเขาวิจัยโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องแคร์ว่าจะต้องไปกระทบกระเทือนใครหรือไม่


ท่านผู้ชมครับ คุณรสนา โตสิตระกูล ท่านก็เอางานวิจัยชุดนี้ ที่ผมชี้ให้ท่านผู้ชมเห็น เอามาอธิบายความให้ฟัง คุณรสนา พูดอย่างไร ? นี่ไม่ใช่ผมพูดแล้วนะ คุณรสนา บอกอย่างนี้ "โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (HiTAP) ได้เปิดเผยเอกสารการทบทวนวรรณกรรมที่มีการตีพิมพ์ผลงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิผลของยาฟาวิพิราเวียร์ ที่มีการวิจัยทั้งหมด จำนวน 56 การศึกษา ในมนุษย์ของยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ขึ้นทะเบียนกับ ClinicalTrials.gov ในจำนวนนี้มี 18 การศึกษา ที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว" คืออะไร ? ก็คือว่าวิจัยเหมือนกับงานวิจัย Meta-analysis ที่ผมอธิบายเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่อันนั้นเป็นของอิหร่าน และโคลัมเบีย อันนี้เป็นของคนไทยเอง และเป็นของกระทรวงสาธารณสุข

ปรากฏว่าผลงานวิจัยบอกว่า

1. ประเด็นการเสียชีวิต ผลการวิเคราะห์เชิงอภิมานด้านประสิทธิผลของฟาวิพิราเวียร์ ต่อการเสียชีวิต เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเปรียบเทียบ ผลที่พบคือ ไม่มีความแตกต่าง ตอแหล รักษาไม่ได้

2. อัตราลดการใช้เครื่องช่วยหายใจ พบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างคนใช้ และคนไม่ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ เหมือนกัน ไม่มีอะไรแตกต่าง

3. อัตราที่ต้องการเตียง ICU พบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างคนใช้ และคนไม่ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์

4. พบอัตราส่วนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ใน 7 วัน อย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่พบความแตกต่างใน 14 วัน (ภายใน 7 วัน ดีขึ้น แต่พอใช้ไปถึง 14 วัน ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีความแตกต่างเกิดขึ้น)

ท่านผู้ชมครับ ยังมีอีกสองข้อเล็กๆ ซึ่งไม่สำคัญ สรุป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านกำลังจะทำให้ประเทศไทย คนไทยพินาศฉิบหาย เพราะความดื้อรั้นของท่าน นี่ HiTAP ของกระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตรงกับการอภิมานทางวรรณกรรมในงานวิจัยที่นักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่านและชาวโคลัมเบียได้รายงานออกมา เมื่อประมาณพฤษภาคม ส่วนงานวิจัยนี้เพิ่งออกมาเมื่อ 5 วันที่แล้วนี่เอง บอกว่าฟาวิพิราเวียร์ มันยาเฮงซวย แล้วทำไมถึงมีการสั่งว่า พอคนเข้า Hospitel ให้แจกฟาวิพิราเวียร์ ? ก็เพราะว่าหมอ Hospitel หรือที่เกี่ยวข้อง มันสามารถที่จะเอายานั้นไปเบิกเงินจากส่วนกลางได้ เพราะว่ามันมีเซลส์ฟาวิพิราเวียร์ วิ่งไปตามที่ต่างๆ ท่านผู้ชมว่ามันอำมหิตไหม ?


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านนอนหลับไหมนี่ ท่านสั่งยาอะไร ซึ่งทางหลักวิทยาศาสตร์เขาพิสูจน์แล้วว่ารักษาไม่ได้ แต่ ฟทจ. ของประเทศไทย รักษาได้ เดี๋ยวนี้ Hospitel ทุกแห่ง ถ้าท่านไปนอนพักที่นั่น ท่านพก ฟทจ. ไป มันไม่ให้เอาเข้า ใช้แต่ฟาวิพิราเวียร์ เพราะมันมีค่าคอมมิชชัน

คุณรสนา ยังบอกว่ารัฐบาลกำลังใช้งบ 14,000 ล้านบาท เพื่อซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ประสิทธิภาพต่ำมาก สู้ ฟทจ. ไม่ได้เลย ที่มันไม่ใช้ ฟทจ. เพราะมันไม่มีค่าคอมมิชชัน ใครใกล้ชิดท่านนายกฯ เปิดคลิปนี้ให้ท่านนายกฯ ดูเสียหน่อย นี่ยังไม่จบนะ เดี๋ยวผมจะเล่าความขัดแย้งกัน การเตะตัดขากัน การแทงข้างหลังกัน ระหว่างยาฟาวิพิราเวียร์ และเครื่องตรวจเร็ว Rapid Test ATK มันเกิดขึ้นระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายอนุทิน ชาญวีรกูล

ท่านผู้ชมครับ นายกรัฐมนตรีสั่งให้ใช้ฟาวิพิราเวียร์ อนุทิน พูดในที่ประชุม ครม. เมื่อวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม ผมพูดไปแล้วว่าฟาวิพิราเวียร์ มันไม่ได้ผล ทุกอย่างมันใช้ไม่ได้เลย


4 สิงหาคม 2564 หรือ 16 วันที่แล้ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้พูดในการเปิดโรงพยาบาลสนามโรงงานปัญจพลไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ สมุทรสาคร ว่า ตอนนี้ฟาวิพิราเวียร์ มีพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสั่งเพิ่ม ซึ่งเป็นการให้สัมภาษณ์เหมือนกับสวนทาง พล.อ.ประยุทธ์ ที่สั่งให้ ศบค. สั่งให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งซื้อฟาวิพิราเวียร์เพิ่มอีก อย่างที่คุณรสนา บอกว่าเป็นวงเงินหมื่นกว่าล้านบาท ทั้งๆ ที่ยาฟาวิพิราเวียร์ (ขอโทษครับ ผมจะเรียกฟาวิพิราเวียร์ ว่ายาส้นตีน) ท่านผู้ชมครับ คุยทุกเรื่องกับสนธิ ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ดี ก็บอกว่าดี ไม่ดี ก็บอกไม่ดี ไม่ขี่ม้าเลียบเมือง งานนี้รำทวนเข้าปะทะ ปะฉะดะเลย

เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขพูดอย่างนี้ ก็ถึงคราวที่นายกรัฐมนตรีจะเอากลับบ้างล่ะ ที่ต้องเอากลับ เพราะเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ในการประชุมติดตามบริหารจัดการดูแลผู้ติดเชื้อโรคระบาดแบบแยกตัวดูแลที่บ้าน หรือในชุมชน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน เป็นการประชุมผ่านทางไกล วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีอนุทิน เข้าประชุม อนุพงษ์ เผ่าจินดา เข้าประชุม ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าประชุม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาฯ สมช. ในฐานะผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาฯ และ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ กทม. รวมทั้งท่านผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จังหวัดลำปาง


นายอนุทิน วันประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ กล่าวมากลางวง ยืนยันว่า ขณะนี้ฟาวิพิราเวียร์ มีเพียงพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม

ท่านผู้ชมตามผมมา การที่กระทรวงสาธารณสุข ให้องค์การเภสัชกรรมประกาศซื้อ Rapid Test ATK ก็เลยเกิดดรามาระหว่างหมอกับหมอฟัดกัน หมอฟัดหมอ คือจู่ๆ กลุ่มแพทย์ชนบทแย่งเค้กชุดตรวจ ATK จำนวนประมาณ 1,000 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ สปสช. ไปดำเนินการจัดซื้อชุด Rapid Test ATK มา 8.5 ล้านชุด


สปสช.ก็ให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยคณะทำงานของนายแพทย์เกรียงศักดิ์ เขียนข้อกำหนดในการจัดซื้อ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด เมื่ออ่านหลายข้อแล้วตกใจ ไอ้หยา มันล็อกสเปกนี่หว่า ท่านผู้ชมตามผมมาว่าล็อกสเปกอย่างไร

รายละเอียดข้อกำหนดการจัดซื้อชุดตรวจการวินิจฉัยการติดเชื้อแบบตรวจหาแอนติเจน (Antigen) จำนวน 8.5 ล้านชุด จำนวน 3 จุด

ข้อแรก 3.7 ต้องมีรายงานจากโรงเรียนแพทย์ประเทศไทย ตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการ โดยชุดตรวจให้ความไวมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ก็คือว่า Accuracy

ข้อ 3.7 ล็อกสเปกอย่างไร ? ชุดตรวจเร็ว หรือ ATK เป็นของใหม่มาก ไม่ใช่ว่าทุกยี่ห้อ ทุกรุ่น จะสามารถมีคอนเนกชันในการเข้าถึงโรงเรียนแพทย์ในประเทศไทย เพื่อทำวิจัยทดสอบได้ ท่านผู้ชมครับ รายที่เคยเอาเข้ามาใช้แล้วเท่านั้น ถึงจะมีโอกาส และต้องเป็นรายใหญ่และมีทุนมากพอที่จะให้โรงเรียนแพทย์ทำวิจัยและตีพิมพ์ เห็นหรือยังท่านผู้ชม ผิดปกติ


ข้อที่สอง 3.8 ผ่านการรับรองมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ข้อนี้ล็อกสเปกอย่างไร ?

อ่านโดยผิวเผินก็ว่าดี ให้ WHO รับรองมาตรฐาน แต่ไปดูหน้างานแล้วมันล็อกสเปกชัดๆ เพราะในบรรดาผู้ที่มาซื้อซองประกวดราคาประมูล เกือบ 20 ราย มีเพียงรายเดียวเท่านั้นที่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO)

ท่านผู้ชม ผมเคยพูดไปแล้วใช่ไหมว่าโรคระบาดนี้ ทุกวันนี้ที่เจอกันทั้งโลก เป็นโรคอุบัติใหม่ WHO ทำงานไม่ทันการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการไม่ทันหรอก วัคซีนเกือบทุกชนิดที๋ฉีดกัน ก็ไม่ได้รับการรับรองให้ใช้ฉุกเฉินจาก WHO แต่ อย.ในแต่ละประเทศเขาจะเป็นผู้พิจารณารับรองเอง

เอาล่ะ มาอีกข้อหนึ่ง ข้อ 4.1 ข้อที่สามของการล็อกสเปก ข้อนี้โคตรจะชัดเจนเลย เพราะระบุว่า ต้องส่งของงวดที่ 1 จำนวน 3 ล้านชุด ใน 1 วัน พอลงนามปั๊บ 1 วัน ส่งมา 3 ล้านชุด งวดที่ 2 อีก 3 ล้านชุด ภายใน 3 วัน คือ 1 วัน ส่ง 3 ล้านชุด อีก 3 วันให้หลัง ส่งอีก 3 ล้านชุด งวดสุดท้าย 2.5 ล้านชุด ภายใน 14 วัน แล้วมันล็อกสเปกอย่างไร ?

ผมคงไม่ต้องบอกว่าล็อกสเปกอย่างไร เพราะของมูลค่าพันกว่าล้าน คุณกำหนดให้ผู้ชนะประมูลส่งของภายใน 1 วัน 3 วัน 14 วัน จำนวน 8.5 ล้านชิ้น ให้ครบ นี่แสดงว่าอะไร ? แสดงว่าไอ้หมอนั่นต้องมีของอยู่แล้วใช่ไหม ถ้ามันไม่มีของจะส่งอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วต้องเก็ง ต้องล็อบบี้ วิ่งเต้น พอจะรู้แล้วว่ากูชนะประมูลได้แน่ ไม่อย่างนั้นของหลายๆ ล้านชิ้น มูลค่าต้นทุนหลายร้อยล้านบาท เกือบพันล้านบาท จะสั่งของมาได้ล่วงหน้าได้อย่างไร ตลกจริงๆ เพราะฉะนั้นแล้ว การกำหนดสเปกในการจัดซื้อจัดจ้างแบบนี้ เท่ากับล็อกให้เจ้าของสินค้าคงคลังตุนสินค้า ATK ไว้แล้ว 6 ล้านชิ้น ที่มีความมั่นใจว่าขายได้อย่างแน่นอน โดยมีภาครัฐรายใหญ่ที่เคยทำมาหากินด้วย ท่านผู้ชมครับ มีใต้โต๊ะ มีนอกมีใน มีเส้นมีสาย ช่วยเหลือ สามารถชนะประมูลอย่างแน่นอน ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง

ก็ปรากฏว่าในที่สุดแล้วองค์การเภสัชกรรมก็ยืนยันว่าจะเซ็นสัญญากับ ATK ทีนี้มันเริ่มเข้าด้ายเข้าเข็มแล้ว

หลังจากที่คุณอนุทิน ยืนยันในวันที่ 13 หรือ 14 สิงหาคม ว่าฟาวิพิราเวียร์ มีพอ อังคารที่ 17 สิงหาคม (3 วันที่ผ่านมา) ในการประชุม ครม. วาระการรับทราบมติ ศบค. ในหลายๆ เรื่อง หนึ่งในเรื่องข้อสั่งการของนายกฯ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดซื้อ ATK กล่าวคือมติคณะรัฐมนตรีได้ระบุชัดเจนถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในหน้า 53 (6) ระบุว่า "การเร่งดำเนินการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบแอนติเจน (Antigen Test Kit : ATK) ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีจำหน่ายในไทย ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมทั้งต้องมีความแม่นยำในการตรวจ เพื่อนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที และพร้อมจัดส่งให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด"


เอาล่ะสิ ท่านผู้ชม ก็คือเอาไปคนละแผล อนุทิน เอามีดเสียบชายโครง พล.อ.ประยุทธ์ ในเรื่องฟาวิพิราเวียร์มีพอแล้ว ไม่ต้องสั่งเพิ่ม นายกฯ ก็เลยเอาไม้หน้าสามตีหัวอนุทิน กลับ บอกว่าถ้าอย่างนั้น ชุด Rapid Test ต้องผ่าน WHO หรือ องค์การอนามัยโลก ซึ่งเท่าที่ผมรู้ ATK มันไม่ได้ผ่านองค์การอนามัยโลก

ทีนี้ก็มีตัวละครอีกตัวหนึ่ง คือ ชมรมแพทย์ชนบท ออกมาโวยวายเรื่อง ATK ของ Lepu ที่ชนะการประมูลในการจัดซื้อผ่านองค์การเภสัชกรรม และ สปสช. ในราคา 70 บาทนั้น ราคาขายในอาลีบาบา อยู่ที่ชิ้นละ 33.32 บาท ในขณะที่ราคาขายปลีกของ ATK ในยุโรป อยู่ใกล้เคียงกับราคาที่อยู่ในอาลีบาบา คือ 33 บาท


แต่ปรากฏว่าพอเราดูไปแล้วว่าแพทย์ชนบทเขาสนับสนุนอะไร ยี่ห้ออะไร ก็ปรากฏว่าสนับสนุน SD Biosensor Standard Q เสนอราคาประมูลที่ 118 บาท ท่านผู้ชมครับ พอเราไปค้นพบ กลับไปที่ประเทศอินเดีย เว็บไซต์ indiamart ขายชิ้นละ 120 รูปี คิดเป็นเงินไทยก็ 54 บาท โอ้โห นี่มันทำมาหาแดกกันทุกกลุ่มเลยนะ


70 บาท ที่องค์การเภสัชกรรมซื้อมา มันแพงกว่าที่เขาขายกันในอาลีบาบาตั้งเท่าตัว เขาขายกัน 32 บาท แล้วอาลีบาบา บอกถ้าซื้อเกิน 50,000 ชุด ได้ลดอีก ก็ตีเสียว่าถ้าซื้อเป็นล้านชุด ผมคิดว่าน่าจะได้ไม่ถึง 30 บาท แต่เราซื้อมา 70 บาท ส่วนต่างเท่าตัว แบ่งเข้ากระเป๋าใครบ้างล่ะ ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่า เห็นชัดเจนหรือยัง แพทย์ชนบทก็ใช่ย่อยที่ไหน ก็บอกว่าสนับสนุนยี่ห้อนี้ ในราคาประมูล 118 บาท แต่ในเว็บไซต์ที่อินเดีย สินค้าชิ้นเดียวกัน ขายแค่ 55 บาท ก็มีส่วนต่างประมาณเท่าตัว

ท่านผู้ชมครับ นาทีนี้เราจะเชื่อใครดี ทำมาหารับประทานกันบนความพินาศฉิบหายของประชาชนคนไทย บนงบประมาณ ภาษีอากรจากเราทั้งนั้น แล้วยังมีอีก กระทรวงแรงงาน ของเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ประกาศว่าจะซื้อเครื่องตรวจจากจีน ในราคา 100 บาท 1 ล้านตัว เอเยนต์ที่ส่งขาย ผมรู้ ท่านผู้ชม ถ้า ATK มันขายได้ 32 บาท มันก็มาจากประเทศจีนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นของกระทรวงแรงงาน ต้นทุนจริงๆ ก็ไม่น่าจะเกิน 32 บาท หรือ 33 บาท โอ้ มาซื้อกันที่ 100 บาท 67 บาทต่อ 1 ชุด ซื้อ 1 ล้านชุด 67 ล้านบาท แบ่งระหว่างคนที่เป็นตัวแทนกับใครก็ตามที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งผมไม่รู้ว่าใคร ท่านผู้ชม นี่งานนี้มี เฮีย ทั้งนั้น ไม่ให้ผมของขึ้นได้อย่างไร

ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ฟาวิพิราเวียร์ ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขครับ ใครตั้งใจเอาเรื่องข้อมูลนี้เรียบเรียงให้ดี ไปยื่น ป.ป.ช. หน่อยได้ไหม เพราะว่ามันมีบทวิจัย งานวิจัย ทั้งต่างประเทศ และของกระทรวงสาธารณสุข ว่ามันไม่ได้ผล คำถามคือ เมื่อคุณรู้ว่าไม่ได้ผล คุณสนับสนุนให้ซื้อทำไม ? ท่านผู้ชม ผมผิดหรือเปล่าที่ผมพูดอย่างนี้ คนที่ควรจะอายไม่ใช่ผมนะ พวกคุณทั้งนั้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องบัดซบ ตลกร้าย เรื่องเฮงซวย ไม่เคยมีเรื่องที่เป็นสิริมงคลกับชาติบ้านเมืองเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วถ้ากรณีแบบนี้เกิดขึ้น ถามกลับว่า ตั้งแต่มีโรคระบาดนี้ สองปีที่แล้ว งบประมาณที่คุณใช้กันมา พวกคุณกินกันไปเท่าไร ? แล้วถ้าคุณใช้ตามนโยบายที่ผมเสนอ Rapid Test นี่ผมเสนอมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แล้ว คุณช้าไป 6 เดือน (กุมภาพันธ์-สิงหาคม) 6 เดือน คุณช้าไป แล้วมาด่าผมตอนนั้นว่า สนธิ มันเป็นสื่อมวลชน ไม่ใช่หมอ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ไปเชื่อได้อย่างไร ถ้าไม่เชื่อแล้วไปซื้อมาทำไมล่ะ Rapid Test

คนไม่เคยกินหมู แต่ก็ต้องเคยเห็นหมู ใช่ไหม ? เหมือนกัน ทั้งหมดนี้มันเป็นตรรกะ ท่านนายกฯ ท่านล้มเหลวมากเรื่องนี้ ผมไม่อยากกล่าวหาว่าท่านมีผลประโยชน์กับฟาวิพิราเวียร์ ท่านไม่ควรจะมี แต่ทำไมมันเป็นอย่างนี้ ท่านนายกฯ ท่านซื้อยาที่นักวิทยาศาสตร์ทั้งนอกประเทศ และในกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าเป็นยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ ท่านตั้งงบประมาณซื้อไว้ประมาณหมื่นกว่าล้าน ท่านบ้าหรือเปล่า !?


ท่านผู้ชมครับ มีคนถามผมว่า ทำไมผมถึงไม่พูดถึงเรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนต่างๆ หรือม็อบต่างๆ ตลอดจนการปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม ทั้งสองฝ่ายก็โยนกลองกันไปโยนกลองกันมา หรือการที่ลูกนัท ถูกยิงที่เบ้าตา จนไม่รู้ว่าจะตาบอดหรือไม่นั้น ผมมีความคิดเห็นของผมอย่างนี้ครับ

เรื่องนี้ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม เป็นต้นมาแล้ว ถนนทุกสายถูกออกแบบมาเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผมพูดเช่นนี้ผมไม่ได้ออกมาปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะว่าส่วนตัวผมแล้ว ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารงานล้มเหลวหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องของการปราบคอร์รัปชัน พล.อ.ประยุทธ์ ล้มเหลวมาก เรื่องการรักษากฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ ก็ล้มเหลวมาก เรื่องระบบสาธารณสุข พล.อ.ประยุทธ์ กำลังพาประเทศไทยลงเหว เรื่องการล็อกดาวน์ที่ล่าสุดทั้งหมอมนูญ และนายแพทย์อีกหลายคน บอกว่าเป็นการล็อกดาวน์ที่ไม่มีประโยชน์เลย อีกเยอะแยะไปหมด

ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ 7 ปีที่ผ่านมา ได้ทำความพินาศฉิบหายกับประเทศชาติมามากมายพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานในเรื่องของการปราบปรามโรคระบาดครั้งนี้ พิสูจน์ชัดเจนว่าในยามวิกฤต ประเทศไทยจะพึ่งคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้เลย

แต่อีกด้านหนึ่ง ท่านผู้ชมครับ การชุมนุมทุกครั้งที่ชุมนุมกัน เริ่มมีความรุนแรงกันขึ้น ดีกรีเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ครั้งที่มีการชุมนุม เริ่มจากการปะทะกัน ตามมาด้วยการเริ่มเผาป้อมยาม เผารถยนต์ ตำรวจก็ใช้กระสุนยางยิง ยิงแก๊สน้ำตาเป็นว่าเล่น เหมือนกับทั้งสองฝ่ายพยายามจะเพิ่มความรุนแรงกันขึ้นมา แต่ที่น่าสังเกต การชุมนุมแทบทุกครั้ง ผู้จัดการการชุมนุมจะประกาศยุติการชุมนุม จากนั้นจึงเกิดเหตุการณ์ปะทะทุกครั้ง ก็เลยเป็นที่เข้าใจตรงกันว่า เมื่อม็อบประกาศยุติการชุมนุม


หลังจากนั้นก็เป็นการเปิดไฟเขียวให้ผู้ชุมนุมที่เหลือใช้ความรุนแรงใช่หรือเปล่า ? ก็มีภาพหลายภาพที่ออกมา มีการนับเงินนับทองแจก คนละ 2,000 บ้าง เท่าโน้นเท่านี้บ้าง เพื่อให้พวกด่านหน้าออกไป มีการเอาทีมงานของฝ่ายเสื้อแดงจาก จ.พระนครศรีอยุธยา มา หรือว่าทีมงานจากสมุทรปราการ นำโดยนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. พรรคเพื่อไทย เข้ามา มีการวัดกำลังกันว่าเสื้อแดงที่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นคนนำนั้น จะมากันครบไหม ในขณะเดียวกัน ก็มีประธานเสื้อแดงในอีสาน ก็ออกมาประกาศว่าไม่เอากับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ทั้งหมดนี้มันดูสับสน โกลาหล วุ่นวายไปหมด

ผมสรุปเรื่องการชุมนุมอย่างนี้ดีกว่า ท่านผู้ชม เพราะตอนนี้ความรุนแรงมันจะเริ่มเพิ่มมากขึ้นๆ มากขึ้น ผมยังเชื่อว่าจะมีการตายมากขึ้นอีกอย่างแน่นอนที่สุด มันเป็นหลักธรรมชาติ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Law of Compensation เมื่อคุณเอามือชกกำแพง กำแพงจะสะท้อนมาที่กำปั้นคุณ คุณก็จะเจ็บมือ ฉันใดฉันนั้น

ฝ่ายชุมนุมอาจจะต้องการยั่วยุให้ตำรวจใช้ความรุนแรง มีการขว้างระเบิดขวด ระเบิดปิงปอง ขาดอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเอง คือฝ่ายชุมนุมนั้นไม่ได้พกอาวุธกันคนละ 1-2 กระบอก แล้วก็ลั่นกระสุนยิงใส่ไป แต่ท่านผู้ชมครับ อย่าไปประมาท เหตุการณ์เรื่องนี้ก็อาจจะเกิดขึ้น อย่างแน่นอนที่สุด

เพราะในการชุมนุมทุกครั้ง จากประสบการณ์ที่ผมมีมาในอดีต จะมีคนที่อยู่ข้างหลังคอยเขมือบ เขาเรียกว่ากินทั้งสองฝ่าย แต่จะยืนดูเพื่อให้ความรุนแรงนั้นเพิ่มปริมาณและเพิ่มคุณภาพมากขึ้น ดูได้ครับ การชุมนุมของพวกเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ การชุมนุมของเสื้อเหลืองที่หน้ารัฐสภา แล้วโดนถล่ม ด้วยแก๊สน้ำตาที่หมดอายุของจีน จนตายไปสิบกว่าคน บาดเจ็บอีกประมาณหลายร้อยคน

ท่านผู้ชมครับ เชื่อผมเถอะ การชุมนุมทุกครั้ง จะมีคนอยู่เบื้องหลัง และคอยที่จะดำเนินการต่อไป


วันนี้คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็เป็นนอมินีของคุณทักษิณ ชินวัตร ในการออกมาชุมนุม คุณทักษิณ ก็ไม่ได้หยุด ถึงแม้ว่าจะมีการเจรจากันตั้งแต่ต้น พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ ก็ต้องยอมรับ ว่าข้อตกลงที่คุณทำเอาไว้กับยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และทักษิณ ชินวัตร คือการปล่อยให้ยิ่งลักษณ์ หนีออกไปได้ นั่นคือเงื่อนไขของการที่จะทำให้คุณไม่ต้องวุ่นวาย และทักษิณ ชินวัตร จะไม่สร้างความวุ่นวายในทางการเมือง เพื่อให้คุณได้ใช้อำนาจในการปกครองและหาผลประโยชน์ให้กับตัวพวกคุณต่อไป และสืบทอดอำนาจต่อไป

หรือแม้กระทั่งการที่อัยการไม่อุทธรณ์ หรือไม่ฎีกา คดีของโอ๊ค พานทองแท้ ก็เป็นข้อตกลงกันเช่นกัน ระหว่างพวกคุณ กับฝ่ายทักษิณ ชินวัตร ที่จะปล่อยให้ลูกชายของทักษิณ ชินวัตร ไม่โดนคดีต่อเนื่องไป เพราะว่าเพิ่งชนะคดีในศาลชั้นต้น ยังมีสิทธิอุทธรณ์ได้ และเงื่อนไขในการอุทธรณ์นั้นเต็มรูปแบบ นั่นก็คือว่า ในบรรดาผู้พิพากษาที่มีความเห็นนั้น มีอยู่ 1 ท่านในองค์คณะ ที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา แล้วก็เขียนคำแย้งเอาไว้ในคำพิพากษาแล้ว ซึ่งตรงนี้ ถ้าเป็นปกติธรรมดาแล้ว ต้องอุทธรณ์อย่างแน่นอนที่สุด แต่ก็ไม่มีการอุทธรณ์ คุณอย่ามาปฏิเสธเลยครับ พล.อ.ประยุทธ์ คุณมีข้อตกลงกับฝ่ายตรงกันข้าม แต่เผอิญฝ่ายตรงกันข้ามก็เป็นนักฉกฉวยโอกาส หรือที่พวกเราเรียกว่า นักการเมือง เชื่อลมหายใจ ลมปาก ไม่ได้

วันนี้เป็นช่วงที่มีโอกาสมากที่สุดที่เขาจะโค่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะการบริหารงานที่ล้มเหลว สังเกตได้อย่างหนึ่ง กลุ่มม็อบสามนิ้ว หรือที่เขาเรียกกันว่า ม็อบสามกีบ นั้น ได้ละทิ้งอุดมการณ์ในการเปลี่ยนแปลงสถาบันกษัตริย์ออกไป ไม่มีการเอาเรื่องนี้มาเอ่ย เพราะต้องการจะดึงคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเสนอให้ล้มล้างสถาบันกษัตริย์นั้น เข้ามาร่วมมากขึ้น ไม่มีพูดเลยแม้แต่นิดเดียว แต่การที่ไม่พูดนั้นไม่ได้แปลว่าไม่ได้คิด ไม่ได้วางแผนเอาไว้

ผมมองว่าเมืองไทยจะค่อยๆ ก้าวไปสู่ลักษณะของฮ่องกงทีละนิดๆ แล้ว นี่ประชุมกัน ชุมนุมกันทุกวัน ต้องไปที่โน่นไปที่นี่ ท่านผู้ชมครับ พล.อ.ประยุทธ์ มีปัญหามากในขณะนี้ ฝ่ายต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีปัญหามากในขณะนี้ วันนี้วัตถุประสงค์ก็คือว่า ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกไป สมมุติว่า พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกไป อะไรจะเกิดขึ้น ? เขาก็บอกว่าให้ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ก็คือเลือกตั้งนายกฯ ขึ้นมาใหม่ เขาก็รู้อยู่แล้วว่า ส.ว. 250 เสียงนั้น อยู่ในกระเป๋าของคนมีอำนาจ และถ้าเขาเลือกคนอีกคนหนึ่งมา พวกคุณไม่พอใจ คนๆ นั้นอาจจะเลวมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ หรือว่าไร้วุฒิภาวะความเป็นผู้นำเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ หรือว่าอาจจะเลวร้ายกว่า หรืออาจจะเลวน้อยกว่า แต่ว่า การเมืองเมืองไทยจะไม่มีวันสงบ เพราะฝ่ายคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นั้น ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลง แล้วในที่สุดพรรคเพื่อไทยก็ต้องการที่จะเจรจาต่อรองกันในการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ให้ทุกคนเข้ามาร่วม พรรคก้าวไกล ก็มีปัญหาในเรื่องคดีความต่างๆ ของคุณธนาธร หลายๆ คน ของครอบครัวคุณธนาธร เพราะฉะนั้นแล้ว การเมืองทุกวันนี้คือการเจรจาต่อรองกัน หน้าฉากเราเห็นกัน เผาป้อมยาม เผาสถานีตำรวจ เผารถยกตำรวจ ขว้างระเบิดใส่กัน เอาปืนกระสุนยางยิงกัน เอาระเบิดแก๊สน้ำตายิงกันเป็นว่าเล่นเลย เหมือนกับเป็นการฝึกซ้อมยิงกัน พอขึ้นมาปั๊บ ยังไม่ทันมีอะไร ก็ยิงกันแล้ว นั่นคือหน้าฉากที่เห็น คนเจ็บตัวคือประชาชน คนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือคนที่มาด้วยจิตบริสุทธิ์ที่ไม่ชอบ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เบื้องหลังก็เจรจาต่อรอง ยื่นหมูยื่นแมว ทอนสตางค์กัน

ท่านผู้ชมครับ ผมพูดได้ไหม ท่านผู้ชมมีความคิดเหมือนผมไหม ผมคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ บริหารงานต่อไปไม่ได้จริงๆ เพราะความล้มเหลวในการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น พูดไปไม่จบ นี่ห่วงโซ่อาหารก็เริ่มขาดแล้ว รถบรรทุกวิ่งไม่ได้ เราจะเริ่มซื้อผักสดไม่ได้แล้ว ไข่เริ่มขาดตลาด ปลาที่ชาวประมงจับมาได้ ก็ไม่สามารถนำมาสู่ตลาดได้ นำมาสู่ตลาดก็ไม่รู้จะขายใคร เพราะว่าปิดตลาดหมด คนจะไม่มีกินกันแล้ว งานก็ตกงานกัน ประเทศไทยไม่ใช่แค่ล้มเหลวอย่างเดียวนะ กำลังฉิบหาย ท่านผู้ชม

ท่านผู้ชมเคยฟังรายการผมแล้ว จะเห็นว่าผมเป็นคนที่ไม่เข้าข้างใคร ผมวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ผมวิพากษ์วิจารณ์ตามเนื้อผ้า เนื้องาน ผมไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง ผมติดอยู่เรื่องเดียวว่า ถ้าเอา พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป จะเอาใครเข้ามา แล้วกระบวนการเอาตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามา กระบวนการจะเป็นอย่างไร นอกจากนั้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ต้องการจะลาออก ถึงลาออกก็ไม่รู้จะเดินไปอย่างไร การเมืองเมืองไทย พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออก ผมก็อัดอั้นตันใจ เพราะท่านทำงานไม่เป็น วันนี้พิสูจน์ชัดเจน จะเอาใครมาทำประชาสัมพันธ์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความหมาย เพราะว่าสินค้ามันไม่มีคุณภาพ เมื่อสินค้ามันไม่มีคุณภาพ จะเชียร์กันให้ตาย สินค้ามันก็ยังคงไม่มีคุณภาพเหมือนเดิม

พอมองฝ่ายม็อบ ผมเห็นเบื้องหลังของแต่ละกลุ่มแล้ว มีคนโน้นคนนี้อยู่เบื้องหลังหมด มันคือการฟาดฟันกันทางการเมืองเพื่อแย่งชิงอำนาจกัน ไม่มีอะไรใหม่เลยแม้แต่นิดเดียว ผมโคตรรำคาญเลย ทุกวันนี้ผมมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะผมพยายามช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ติดโรคระบาดนี้ด้วยฟ้าทะลายโจร ขนาดฟ้าทะลายโจรก็ยังโดนขัดขวางทุกวิถีทาง คนที่เข้าไป Hospitel ถ้าติดฟ้าทะลายโจรไป มันบอกไม่ให้เอาเข้า ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ขนาดผมจะช่วยชีวิตประชาชนคนไทย ก็ยังกีดกัน กีดขวาง กีดกั้น


ท่านผู้ชมครับ ผมขมขื่นมากกับสังคมไทยทุกวันนี้ นี่ยังไม่นับเรื่องชั่วๆ อีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้นมา

ท่านผู้ชมครับ เหมือนอย่างที่ผมพูดว่า ม็อบฝั่งสามนิ้วก็ลดข้อเรียกร้องเรื่องสถาบัน เพราะต้องการแนวร่วมเพิ่มขึ้น จุดมุ่งหมายในท้ายที่สุดก็ยังเหมือนเดิม คือต้องการล้มล้างสถาบัน

พรรคการเมืองฝั่งก้าวไกล ก็ทะเลาะเบาะแว้งกับพรรคเพื่อไทย เรื่องการยื่นญัตติด่วนขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ก็ละเว้นชื่อไป 2 ชื่อ ทำให้ฝ่ายเพื่อไทยมีความกังขา ก็เป็นไปได้ว่าพรรคเพื่อไทย ได้พูดคุยอะไรกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ฝั่งแกนนำเสื้อแดงเดิม อย่างเต้น ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาคราวนี้ได้เห็นเด่นชัดเลยว่า รับงานทักษิณ มา ซึ่งทักษิณ ก็บอกว่าจะวางมือๆ สุดท้ายก็แปลงร่างเป็นโทนี่ แม้ว Tony Woodsome หรือที่ผมตั้งฉายาที่แท้จริงคือ Tony Lonesome ไม่ได้หยุดเรื่องการเมือง แล้วลึกๆ ผมก็ทราบมาว่ามีการพูดคุยและตกลงเรื่องต่างๆ กับกลุ่ม 3 ป. โดยตลอด

แล้วพอผมมองไปทาง พล.อ.ประยุทธ์ และกลุ่ม 3 ป. ก็เห็นได้ชัดจากการจัดการเรื่องโรคระบาด ปัญหาทุจริต ปัญหาต่างๆ ขาดภาวะผู้นำ พึ่งพารัฐราชการ ทำให้เกิด deadlock การเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญที่สุดคือไม่ได้จัดการกับระบอบทักษิณ และการคอร์รัปชันอย่างจริงจัง เห็นได้จากการสั่งปล่อยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลบหนีออกนอกประเทศในปี 2557 และการที๋โอ๊ค พานทองแท้ ไม่ถูกอุทธรณ์คดีในเรื่องของกรุงไทยอีก

ท่านผู้ชมครับ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไม่ได้มีสัจจะ มีแต่การต่อรองผลประโยชน์ ไม่มีใครจริงใจกับประชาชน หรือต้องการเข้ามาแก้ไชปัญหาให้ประเทศชาติอย่างจริงจัง

ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า ผมเคยพูดมาครั้งหนึ่งว่าผมอยู่ไม่เป็น ผมอยู่ไม่เป็นจริงๆ ท่านผู้ชม เดี๋ยวนี้ผมตื่นขึ้นมา ผมทานข้าวเช้ากับพรรคพวก ทีมงานของผม คนโน้นเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง คนนี้เล่าเรื่องนั้นให้ฟัง ถ้าเป็นสมัยก่อนก็จี๊ดแล้ว อะไรถ้ามันไม่ยุติธรรมแล้ว ผมจะทนไม่ค่อยได้ ทุกวันนี้ก็ยังทนไม่ได้ แต่ผมสงบ ผมพูดกับตัวผมเองว่าถ้าประเทศชาติมันต้องพินาศฉิบหาย ก็ปล่อยให้มันพินาศฉิบหายไปเถอะ สังคมไทยเดี๋ยวนี้พึ่งใครไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ประชาชน ท่านผู้ชมที่ดูรายการผมต้องพึ่งตัวเอง ต้องช่วยตัวเอง อย่าไปหวังพึ่งใครเลยแม้แต่นิดเดียว แค่จะใช้ฟ้าทะลายโจรรักษาตัวเอง ก็ยังพึ่งไม่ได้เลย ถูกกีดขวางต่างๆ นานา จากหมอที่มีผลประโยชน์กับฟาวิพิราเวียร์ ทะเลาะเบาะแว้งกันไปหมด คนตาดำๆ อย่างพวกเรานี่จะตายโหงตายห่ากัน

ท่านผู้ชมครับ เดี๋ยวนี้ผมสงบ ที่สงบไม่ใช่เพราะว่าไม่รู้สึก รู้สึกมากเหมือนเดิม แต่เริ่มปล่อยวาง ท่านผู้ชมครับ ผมเคยคิดอยู่ตลอดเวลา ท่านผู้ชมเคยอ่านสามก๊กใช่ไหม สามก๊ก เคยมีคนวิจารณ์สามก๊กออกมา ว่าในยุคราชวงศ์ฮั่น พระเจ้าเฮี่ยนเต้ ที่โจโฉเข้ามากุมอำนาจ แล้วโจโฉ ปราบปรามกลุ่มต่างๆ แล้วในที่สุด กลุ่มเล่าปี่ ก็ไปเจอเอาขงเบ้ง จูกัดเหลียง เชิญจูกัดเหลียง ลงมาจากภูเขา เพื่อเชิญให้มาเป็นที่ปรึกษา จุกัดเหลียง ก็เลยใช้ความชาญฉลาดของตัวเอง ใช้ภูมิปัญญาของตัวเอง ใช้ศาสตร์ที่ตัวเองเรียนรู้ มาทำให้กลุ่มเล่าปี่ ลุกขึ้นมางัดข้อกับกลุ่มของโจโฉได้ กลุ่มของซุนกวนได้ จนกระทั่งราชวงศ์ฮั่นเลื่อนการล่มสลายไป จนในที่สุดแล้วก็มีนักวิจารณ์ชาวจีนเขาบอกว่า เฮ้ย ถ้าขงเบ้งไม่เข้ามา ราชวงศ์ฮั่น ก็ล่มไปแล้ว แต่ข้อดี ศึกสงครามยืดไปอีก 10 ปี คนตายไปเป็นล้านๆ คน ถ้ามันล่มสลายเร็วไป 10 ปี คนก็ไม่ต้องตายไปเป็นสิบล้านคน

เหมือนกัน ท่านผู้ชม ประเทศไทยถ้ามันจะล่มสลาย ปล่อยให้มันล่มสลายไปเลยดีกว่า แล้วทุกอย่างจะถูกจัดระเบียบขึ้นมาใหม่ มันต้องล่มสลายก่อนถึงจะเกิดใหม่ได้

ทุกวันนี้ผมอยู่อย่างอึดอัดใจ แต่ผมทำใจได้ ผมเห็นใจท่านผู้ชมหลายคน เสพสื่อ เสพข้อมูล อาจจะไม่ได้คิดอะไรมากมายไปกว่านั้น ก็ตื่นเต้น กระโดดโลดเต้นไปกับสื่อสารข้อมูลต่างๆ นานา จะเรียกผมว่าอะไร ผมไม่สนใจ จะเรียกผมว่าสลิ่มก็ได้ ผมชอบกินซ่าหริ่ม มันอร่อย ผมรู้อยู่อย่างเดียว ว่า ดีเหมือนกัน ให้มันล่มสลายไปเลย มันจะได้จัดตั้งกันขึ้นมาใหม่ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วมันจะออกทางไหน บอกผมซิ จะออกทางไหน การเมืองน่ะ แค่บอกว่าปีหน้าจะมีการยุบสภา เลือกตั้งกลางปี แล้วก็จะชู พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อไป ฟังแค่นี้ก็แทบกระอักเลือดออกมาแล้ว

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ไม่มีทางออกจริงๆ ทุกอย่างดูเหมือนกับเริ่มเข้ารูปเข้ารอย คือกลุ่มสามนิ้วยอมรับว่าไม่เอาเรื่องล้มล้างสถาบันเข้ามา แต่ ทุกสิ่งทุกอย่างก็รู้กันอยู่ว่าความจริงไม่ใช่อย่างนั้น ปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ยังเชื่ออยู่เหมือนเดิม ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ผู้หลักผู้ใหญ่ อาจายร์แก่ๆ ก็ยังอยู่เบื้องหลังเด็กเหมือนเดิม ทุกอย่าง ในแวดวงของพวกเด็กสามนิ้วก็ยังพูดกันในทำนองเดิม แต่ว่าปรับยุทธวิธีเสียใหม่ พวกณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็กลายเป็นคนละพวกกับจตุพร พรหมพันธุ์ ไปแล้วตอนนี้ จตุพร พรหมพันธุ์ ยืนที่ไหน พวกจตุพร พรหมพันธุ์ อยู่อย่างไร ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็บอกกับพวกสามนิ้ว ถ้าคุณเอาพวกล้มล้างสถาบันมา ผมไม่ร่วมกับคุณนะ คำถามก็มีอยู่ว่า ถ้าเสื้อแดง หรือพวกณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ชนะ แล้วยังจะมีการล้มล้างสถาบันไหม ก็มีความเป็นไปได้สูง มันเกี่ยวพันกันไปหมด

ท่านผู้ชมครับ มันไม่มีอะไรที่เป็นคำตอบขาวกับดำแล้ว ตอนนี้ จากวันนั้น ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประวิตร ยึดอำนาจ เข้ามาด้วยการช่วยเหลือของสุเทพ เทือกสุบรรณ 7 ปีที่ลากมา ถ้าเขียนรายชื่อ เขียนหัวข้อของความล้มเหลวแล้ว ผมคิดว่ากระดาษปึกหนึ่งยังไม่พอเลย ในที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องลงจากเวทีไป หรือจะต้องจบบทบาททางประวัติศาสตร์ไปในภาวการณ์ที่อับอายขายหน้า แต่ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับ พล.อ.ประยุทธ์

ในอีกด้านหนึ่ง ผมมองพวกเด็กรุ่นใหม่ ผมมองเห็นคนที่ออกมาประท้วง ที่ใสซื่อบริสุทธิ์ และผมมองเห็นคนอีกเยอะเลยที่เห็นด้วยกับคนพวกนี้ และผมก็มองลึกลงไปว่าคนพวกนี้คือคนที่จะปกครองประเทศชาติในอนาคต พวกผม พวกประยุทธ์ พวกนี้ เป็นพวกพระอาทิตย์ตกดินทั้งสิ้น เหมือนกับคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พูดออกมา ซึ่งผมก็ยอมรับว่าคำพูดเขาถูก ว่าคุณห้ามกงล้อประวัติศาสตร์ไม่ได้ เขาอาจจะไม่ได้ชนะวันนี้ แต่ในที่สุดแล้วพวกเขาก็ชนะ แล้วพวกเราอยู่ที่ไหนล่ะ อย่างน้อย ผมเป็นคนแก่คนหนึ่ง ถ้าผมยังไม่ตาย ผมยังทำใจได้ เพราะว่าผมรู้ว่าประวัติศาสตร์ต้องเป็นไปมาอย่างไร แต่ผมเชื่อว่าคนอย่างคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา คนอย่างประวิตร วงษ์สุวรรณ คนอย่างอนุพงษ์ เผ่าจินดา จะทำใจไม่ได้ เพราะวันนั้นพวกคุณคือคนแก่ๆ ที่ไม่มีอำนาจในมือ แล้วคุณก็จะเพ้อฝันแต่เรื่องราวในอดีต ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ ถ้าในอนาคตมันเป็นอย่างนั้นได้ ก็เพราะฝีมือคุณ 3 คน

ท่านผู้ชม เข้าใจหรือยังว่าทำไมผมถึงบอกว่าผมอยู่ไม่ได้จริงๆ ประยุทธ์ ผมก็ไม่ไหว ทางนี้ผมก็ไม่ไหว ประเทศไทยจะมีที่ยืนให้คนอย่างผมบ้างไหมเนี่ย ที่ผมมาทำรายการนี้ ผมมาทำเพื่อให้ปัญญาคน ผมเอาเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่มีใครพูด มาพูดให้ฟัง เพราะผมไม่มีผลประโยชน์กับใคร เวลาของผมมันสั้นลง ผมต้องทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ท่านผู้ชมครับ ผมคิดไม่ออกจริงๆ ผมเห็นการประท้วงแล้ว ผมจนปัญญา ผมจนปัญญาจริงๆ ผมเห็นการต่อรองทางการเมืองแล้ว ผมก็จนปัญญา เพราะทุกอย่างมันเคยมีมาในอดีต สมัยก่อนก็เป็นอย่างนี้ สมัยนี้ก็เป็นอย่างนี้ ต่อไปก็ต้องเป็นอย่างนี้ต่อไป ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่าผมเห็นด้วยกับวิสัยทัศน์ของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นะ เพราะคุณธนาธร ก็เป็นอันตรายต่อชาติบ้านเมืองเช่นกัน


ท่านผู้ชมครับ เรา หลายคนที่ดูรายการผม ตำหนิติเตียนผมว่าผมอวยจีน ผมยอมรับ เพราะอะไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เขาปกครองคน 1,400 ล้านคน เขาเอาคนที่เคยยากจนมาจนกระทั่งปีที่แล้ว คนจนในประเทศจีนไม่มีแล้ว เขาขจัดความจนได้หมดสิ้น เขาสามัคคีคนในประเทศ 1,400 ล้านคน ให้รวมตัวกันสร้างชาติ เพื่อสู้กับทางตะวันตกที่ข่มเหงจีนมาตลอดเป็นร้อยปีที่ผ่านมา ทำไมผมชอบเขา ? เพราะเขาทำเพื่อประเทศจีนทั้งประเทศ เขาขึ้นมาแล้วเขาปราบปรามคอร์รัปชันหมดทุกอย่าง ทุกกลุ่ม จะเป็นกลุ่มป๋อ ซีไหล จะเป็นกลุ่มโจว หย่งคัง เขาจัดการหมดเลย พอแจ๊ก หม่า ทำท่าจะซ่า ไปจับมือกับทางตะวันตก เขาจัดการกับแจ๊ก หม่า แต่ทุกคนมีงานทำ มีข้าวกิน มีสถานภาพที่ดี เทคโนโลยีที่ทันสมัย

เมืองไทยจะหาสี จิ้นผิง ได้ที่ไหน ? ถ้าเมืองไทยมีอย่างสี จิ้นผิง ไม่ต้องเลือกตั้งหรอก เราเห็นอเมริกาที่เป็นประชาธิปไตย ทุกวันนี้มันเละหรือเปล่าล่ะ มันก็เละเทะ เละตุ้มเป๊ะไปหมดเลย อะไรๆ ก็ประชาธิปไตย พูดในสิ่งที่กินไม่ได้ พูดในสิ่งที่สัมผัสไม่ได้ พูดในสิ่งที่คุณก็รู้ว่ามันไม่มีจริง แต่ที่มีจริงก็คือว่า ประชาชนอยู่รอบบ้านเรา คนอยู่รอบตัวเรากินดีอยู่ดี เด็กทุกคนมีการศึกษาเท่าเทียมกัน ฉลาด วิทยาศาสตร์ของประเทศไทยเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่เอะอะอะไรก็นักกฎหมายเยอะแยะไปหมด นักรัฐศาสตร์เยอะแยะไปหมด นักสังคมศาสตร์เยอะแยะไปหมด หมอที่ทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ทำงานเพื่อบริษัทยา อัยการซึ่งเป็นอัยการของแผ่นดินจริงๆ ที่ไม่เข้าข้างใคร ผู้พิพากษาจะต้องไม่รับเงินไม่รับทอง เมืองไทยมีไหมอย่างนี้ ? มีบ้างไหม ?

มีคนให้ผมยกตัวอย่างว่าความก้าวหน้าของจีนไปถึงไหน ? ผมบอก คุณไม่ต้องไปดูไกล คุณไปซื้อเซาปิ่ง ก็คือขนมปังที่เขาย่างกันอยู่ริมถนน พอคุณซื้อเสร็จ คุณก็หยิบโทรศัพท์มา เจ้าของร้านเซาปิ่งก็หยิบโทรศัพท์มา บวกจำนวนแล้วก็ส่งแปะเข้าไป จ่ายเงินเรียบร้อย นี่อุปมาอุปไมยเหมือนถ้าเราให้คนที่เป็นแม่ค้าขายกล้วยแขก สามารถที่จะทำธุรกิจการเงินในการซื้อขายได้ด้วยเทคโนโลยีแบบนี้ แล้วนับประสาอะไรคนมีการศึกษาที่สูงกว่าแม่ค้าขายกล้วยแขก สูงไปเรื่อยๆๆๆ เราไม่มีนักวิทยาศาสตร์ เราไม่มีนักเทคโนโลยี เรามีแต่นักรัฐศาสตร์ นักการเมือง นักกฎหมาย แล้วเรามีแต่คนพยายามจะเลียนแบบเป็นนักกฎหมาย อย่างเช่นวิษณุ เครืองาม แล้วเราจะไปไหนได้ ท่านผู้ชม


วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี จะนำพาไปสู่การกินดีอยู่ดี ความเท่าเทียมกันทางการสาธารณสุข ความเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย ความเท่าเทียมกันในเรื่องการใช้โอกาสที่ไม่มีใครได้เปรียบ เสียเปรียบ นี่ต่างหากถึงเป็นอนาคตของประเทศไทย อย่าไปพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ ห่างกับสี จิ้นผิง หลายร้อยล้านลี้ แล้วท่านผู้ชมจะไม่ให้ผมชอบจีนได้อย่างไร จะไม่ให้ผมชอบสี จิ้นผิง ได้อย่างไร อาจจะเป็นปมด้อยของผมก็ได้ เพราะว่าผมหาสี จิ้นผิง ในประเทศไทยไม่เจอ อย่าว่าแต่ทั้งตัวเลย แค่เสี้ยวหนึ่งของเขา ผมยังหาไม่เจอเลย

ที่ผมเห็นอยู่นี่ ทั้งประดับยศพลเอกทั้งหลายนี่ ของปลอมทั้งนั้น จำขี้ปากเขามาพูดทั้งนั้น ตัดสินใจก็ไม่กล้าตัดสินใจ โรคระบาดเชื่อแต่หมอแก่ๆ รอบตัว เรื่องแค่ให้ประชาชนกินฟ้าทะลายโจร ใน 4-5 วันแรกที่ติดเชื้อ ทั่วประเทศไทย เรื่องที่ผมบอกตั้งหลายเดือนมาแล้ว ว่าให้เอา Rapid Test ทดสอบว่าติดเชื้อได้ภายในระยะเวลา 10 นาที มา ผมพูดมาตั้งแต่ 7 เดือนที่แล้ว เพิ่งจะมาทำกันเดือนที่แล้ว ท่านผู้ชม แล้วผมจะไปดูเรื่องการประท้วงทำไม เล่นละครกันไป เล่นละครกันมา ในที่สุดก็คือต่อรองกันในเรื่องอำนาจ

ท่านผู้ชมครับ ขอประทานโทษวันนี้ อารมณ์แรงมากเรื่องนี้ ฉะนั้นเรื่องประท้วงผมมีความเห็นเพียงแค่นี้เอง รายการวันนี้ค่อนข้างจะร้อนแรง ขอจบรายการเพียงแค่นี้ แต่ท่านผู้ชมครับ ถ้าอยากได้ความจริง หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" รอพบผมวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...