xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : นิรโทษกรรมบนความตายของประชาชน? - "สนธิ" พบ "หมอแล็บแพนด้า"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 13 ส.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk โดยวันนี้ได้พูดเรื่องของ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม เพื่อใคร? ต้องเอาธรรม(ความจริง) มาให้ประชาชนได้รู้ เพราะสิ่งที่ดีที่สุดคือ การให้ปัญญากับทุกๆคน เหมือนเรื่องฟ้าทะลายโจร ที่ออกมายืนหยัดเเละต่อสู้ ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไร และรวมถึงเรื่อง สนธิ พบ หมอแล็บ จะเป็นเรื่องอะไร และสถานการณ์โลก แนวรบจริง แนวรบหลอก ทะเลจีนใต้ถึงตะวันออกกลางจะเป็นอย่างไร? ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง



คำต่อคำ SONDHI TALK [13 ส.ค. 64] : นิรโทษกรรมบนความตายของประชาชน ?

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564 วันนี้มีเรื่องหลายเรื่อง ก็มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านผู้ชมอาจจะชอบ เรื่องสั้นๆ ไม่ยาวนัก เรื่องแนวรบหลอก ณ ทะเลจีนใต้ แนวรบจริง ณ ตะวันออกกลาง คุณดอน ส่งฟ้าทะลายโจรให้สถานทูตไทยในต่างประเทศ ท่านทูตจีนคนใหม่ หาน จื้อเฉียง มาเมืองไทยแล้ว กรณีหมอแล็บแพนด้า ด้อยค่าฟ้าทะลายโจร และสุดท้าย เรื่องหลัก คือเรื่อง สงครามระหว่างฟาวิพิราเวียร์ กับสมุนไพรไทย ฟทจ. ที่สำคัญคือ ผมเอานัยของ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม มาเล่าให้ฟัง ว่าเบื้องหน้าเบื้องหลังคืออะไร

เรื่องทั้งหมดที่พูด พูดอย่างไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม เอาความจริงมาพูดกัน ท่านผู้ชมครับ รายการนี้เป็นรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ที่กล้าเอาความจริงมาเปิด ถ้าความจริงต้องไปกระทบกระเทือนใคร ก็ต้องขออภัยด้วย แต่มันเป็นความจริง ที่สำคัญที่สุด ในภาวการณ์ของโรคระบาดแบบนี้ ถ้าเราไม่พูดความจริงกัน เราจะแก้ปัญหาของเราไม่ได้

ท่านผู้ชมครับ ช่วงนี้เรากำลังวุ่นวายเกี่ยวกับโรคระบาด ฟาวิพิราเวียร์ ฟทจ. และหลายๆ เรื่อง ตลอดจนเรื่องราวที่ท่านผู้ชมอยากรู้ ก็คือเรื่องการนิรโทษกรรม ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดต่อไป แต่ว่าวันนี้เราออกมาดูข่าวต่างประเทศกันสักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าน่าจะอัปเดตให้ท่านผู้ชมฟัง


ในระหว่างนี้ ช่วงทะเลจีนตอนใต้กำลังเริ่มอุ่นๆ ขึ้นมา ผมไม่อยากใช้คำว่าร้อนระอุ เพราะว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพที่อเมริกาเป็นหัวโจกในการนำพา ชักชวนกลุ่มประเทศที่เป็นพันธมิตรของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนี หรือฝรั่งเศส หรืออังกฤษ ตลอดจนอินเดีย และออสเตรเลีย เพื่อมาแสดงแสนยานุภาพ เพื่อขู่เข็ญ หรือข่มขวัญ ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของการข่มขวัญมากกว่า ในทำนองที่เรียกว่า อย่าทำเป็นเล่นนะ พวกอั๊วมีอยู่หลายประเทศ ดูซิ มีทั้งเรือเยอรมนี มีทั้งเรือฝรั่งเศส มีทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินควีนเอลิซาเบธของอังกฤษ และเรือบรรทุกเครื่องบินของอินเดียซึ่งสร้างเอง ตลอดจนออสเตรเลีย ทั้งหมดนี้เป็นการเพื่อที่จะมายันอำนาจ แสนยานุภาพของประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยเอาตัวเล่น ตัวหมาก ซึ่งจะต้องเป็นตัวที่โชคร้ายที่สุดในโลก ก็คือไต้หวัน

ท่านผู้ชมครับ หลายๆ ท่านที่ติดตามข่าวพวกนี้อาจจะตกอกตกใจ แต่ผมเรียนให้ท่านผู้ชมฟังนิดหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเลย เพราะว่าเท่าที่ผมติดตามข่าวมาอย่างใกล้ชิด จีนไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับเรื่องพวกนี้ เพราะจีนเขาเตรียมพร้อมมานานแล้ว ตลอดแนวชายฝั่งของจีน จีนเขามีขีปนาวุธซึ่งเขาวางตั้งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ก็คือว่า ถ้ามาเมื่อไรก็ได้เห็นเรือบรรทุกเครื่องบินต้องล่มสลาย จะเป็นกี่ลำก็ตาม จีนเขามีขีปนาวุธที่เรียกว่า ตงเฟิง (DF) หลายๆ ประเภท ประเภทหนึ่งเขาออกแบบมาโดยเฉพาะเลย เพื่อที่จะทำลายเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ เพราะว่าพื้นฐานเรือบรรทุกเครื่องบินนั้น พื้นมันจะแข็งแรง แข็งแกร่งมาก มันต้องใช้ขีปนาวุธแบบพิเศษถึงจะทำลายได้ และจีนเขาก็เตรียมพร้อมหมดแล้ว


ที่สำคัญคือ ขีปนาวุธของจีนนั้น มันมีอยู่สองแบบ แบบหนึ่งก็คือมีฐานที่ตั้ง อีกแบบหนึ่งก็คือ สามารถยิงจากรถบรรทุกได้ จีนเขาออกแบบรถบรรทุกที่บรรทุกขีปนาวุธไปตามที่ต่างๆ ได้ ก็คือว่าเป็นขีปนาวุธเคลื่อนที่ นั่นข้อแรก

ข้อที่สอง ผมคิดว่าจีนเขาเตรียมพร้อมมานานแล้ว ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาเตรียม เพราะฉะนั้นแล้ว การที่จีนนั่งเฉยๆ คือพูดง่ายๆ เขาจะดูว่าพวกอเมริกาจะออกแขกได้มากน้อยแค่ไหน จะบ้าบอคอแตกขนาดไหน ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านผู้ชมรับทราบไว้นิดหนึ่ง หลายประเทศที่เข้าร่วม เข้าร่วมอย่างเสียไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรือรบของเยอรมนี ซึ่งเรือรบของเยอรมนีจะมาวิ่งอยู่ในทะเลจีนตอนใต้เพื่อจะมาช่วยอเมริกา แต่ทะลึ่งติดต่อจีนไปขอเอาเรือของตัวเองมาจอดเทียบท่าที่เซี่ยงไฮ้ มองได้หลายมิติ มิติหนึ่งก็คือ เยอรมนีเขาบอกว่า เฮ้ย เราเป็นเพื่อนกันนะ มาก็เพราะถูกชวน มาอย่างเสียไม่ได้ แล้วประเทศเยอมนีส่งมา 1 ลำ ฝรั่งเศสส่งมา 1 ลำ มีอังกฤษเท่านั้นที่ส่งมาเป็น Carrier Strike Group เป็นหมู่เรือบรรทุกเครื่องบิน ที่ประกอบด้วยเรือต่างๆ อีกหลายลำ น่าจะมีสัก 40-50 ลำ


ท่านผู้ชมเชื่อผมไหม เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรที่จะเกิดขึ้น เพราะขณะนี้ทั้งอเมริกาและทั้งอังกฤษต่างก็รู้ว่า อย่างไรก็ตาม จะปะทะกับจีนไม่ได้ เพราะถ้าปะทะกับจีนเมื่อไร โอกาสสูญเสียของพวกเรือบรรทุกเครื่องบิน ไม่ใช่เรื่องเล็ก ใหญ่มาก ถ้าสมมุติว่าเรือบรรทุกเครื่องบินของอเมริกา หรือของอังกฤษ หรือของอินเดีย ถูกถล่มด้วยจรวดจนล่มสลาย จีนก็อาจจะเสียหายบ้าง แต่ถ้าเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำ ถูกถล่มจนกระทั่งจมสู่ใต้ท้องทะเลลึกแล้ว มันไม่คุ้มกับการที่จะมาอวดโอหังมมังการในลักษณะของจีนแบบนี้ ผมก็เลยไม่อยากให้ท่านผู้ชมไปตื่นตระหนกตกใจกับข่าวคราวต่างๆ มันก็จะมีอยู่เรื่อยๆ จีนเอง จีนก็เกทับบลัฟแหลกเหมือนกัน จีนถึงขั้นปิดทะเลจีนตอนใต้ในส่วนบน สั่้งห้ามไม่ให้เรือของคนไหนเข้ามา เพราะจีนจะทดสอบขีปนาวุธของตัวเอง ก็คือพูดง่ายๆ ว่า จีนบอกว่า ช่วงนี้ วันนี้ วันที่นี้ ถึงวันที่นี้ จะปิดทะเลจีนตอนใต้ส่วนนี้ ถ้าคุณเข้ามา คุณซวยเองนะ คุณอย่ามาว่าผมนะ นั่นคือการตอบโต้ในเชิงสัญลักษณ์ที่จีนมีอยู่ในขณะนี้

อเมริกาในขณะนี้ได้เจรจาโดยเอาวัคซีนไปแลกกับสิทธิในการที่จะตั้งฐานทัพเคลื่อนที่ของตัวเองในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งประเทศฟิลิปปินส์นั้นมีสัญญาต่างตอบแทนกับอเมริกา แล้วสัญญานั้นมันเริ่มหมดลงแล้ว และนายดูแตร์เต เป็นคนที่ประกาศว่ายังไม่ต่อสัญญา จนกระทั่งอเมริกาเอาวัคซีนมาล่อ แล้วก็บอกว่า เฮ้ย ต่อสัญญาให้หน่อย ดูแตร์เต ก็เลยต่อสัญญาให้ และผมก็คิดว่าฟิลิปปินส์ก็คงจะไม่ทุ่มเทตัวเองลงไปในขณะนี้ เพราะฉะนั้นแล้ว ในทะเลจีนตอนใต้ สำหรับผมเรียกว่า มันเป็นแนวรบหลอก

แต่แนวรบที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้นที่ตะวันออกกลาง ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมจำเรื่องอัฟกานิสถานได้ไหม ที่ผมบอกว่าอเมริกาถอนทหารออกไปแล้ว หลังจากที่ไปนอนเกาหัวอยู่ที่บ้านตัวเองแล้วบอกว่า กูมาทำอะไรที่อัฟกานิสถานตั้ง 20 ปี


ล่าสุด ตอลิบานก็บุกเข้าไป แล้วใกล้ที่จะยึดเมืองหลวง คือ คาบูล ของอัฟกานิสถานได้แล้ว ตอนนี้รัฐบาลอัฟกานิสถานมีเมืองหลวงเหลืออยู่เมืองเดียว ก็คือคาบูล แล้วอีกไม่นานก็จะถูกยึด และล่าสุดอเมริกาก็แสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมาแล้ว โดยแจ้งให้กับทางรัฐบาลอัฟกานิสถานว่า ตัวใครตัวมัน มึงต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง กูไม่เข้าไปแล้ว นั่นคือที่อัฟกานิสถาน

เพราะฉะนั้นแล้ว ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ก็คืออัฟกานิสถาน อีกหน่อยจีนและรัสเซีย และปากีสถาน ก็จะเข้าไปคุมอัฟกานิสถาน ทำให้อิทธิพลของอเมริกาที่อยู่ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนนั้นหมดไป เพราะแต่ก่อนอัฟกานิสถานจ่อลงมาที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ตอนนี้เมื่อไม่มีอเมริกาอยู่แล้ว อเมริกาเลยต้องกลับไปพึ่งที่อินเดีย

ส่วนนายโมดี นั้น อินเดียก็แสดงอาการกราดเกรี้ยว แต่ก็ไม่กล้ารบ เป็นลักษณะของคนอินเดีย ชอบพูดมากกว่า ชอบแสดงอาการ ชอบแสดงสัญลักษณ์ ก็เลยไม่มีอะไร ออสเตรเลียก็อยู่ไกลเหลือเกิน ไม่มีความหมาย ส่วนญี่ปุ่น กับเกาหลีใต้นั้น ขยับอย่างไรก็ตาม จะโดนพี่คิม จอง-อึน ของผมกั๊กเอาไว้ ผมเคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟัง จำได้ไหม ว่า ถ้ารบกันจริงๆ คิม จอง-อึน เขาก็จ้องที่ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือก็จะถล่มญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมฟันธงได้เลยว่า ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็แค่ตีกลองร้องป่าว ก็คือว่าเป็นแนวรบหลอก

แต่ที่ตะวันออกกลางมันมีเรื่องที่น่าสนใจมากในขณะนี้ ประการแรก กำหนดการถอนทหารของอเมริกาที่ออกจากอิรัก เร็วแล้ว เดิมทีตั้งใจจะถอนตอนสิ้นปีนี้ แต่แนวโน้มจะถอนเร็วขึ้น เพราะว่าฐานทัพอเมริกาที่อยู่ในอิรัก รวมทั้งสถานทูตด้วย ถูกจรวดของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ แน่นอนที่สุด อิหร่านหนุนอยู่เบื้องหลัง ใช้ขีปนาวุธถล่มวันเว้นวัน เรียกว่าไม่ได้กิน ไม่ได้นอนกันเลย วันดีคืนดีก็มีโดรนบินเข้ามา แล้วทำลายล้างเข้าไป ตกอกตกใจกันหมด


คนพื้นเมืองชาวอิรักที่เคยไปทำงานอยู่ในค่ายทหารหรือทำงานในสถานทูต ไม่ว่าจะไปทำงานเก็บขยะ ล้างส้วม เก็บข้าวของ ขนของ ไม่มีใครไปทำงานแล้ว อเมริกาก็ต้องทำเอง ด้วยเหตุนี้ โจ ไบเดน ถึงบอกว่าสิ้นปีนี้จะถอนทหารออกจากอิรักแล้ว แต่คงจะถอนก่อนล่วงหน้าเพราะว่าคงจะทนไม่ไหว

ที่สำคัญในขณะนี้คืออิสราเอล กับอิหร่าน ในขณะนี้อิหร่านแสดงตัวเองชัดเจนว่าสามารถจะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้แล้ว นั่นข้อแรก ข้อที่สอง ในขณะนี้กองกำลังติดอาวุธหลายกองกำลังก็ปะทะกับอิสราเอลอยู่ตลอดเวลา โดยไม่หยุด ผมเชื่อว่าโดยลักษณะนิสัยของอิสราเอลแล้ว อิสราเอลจะชิงลงมือก่อน โดยที่ไม่รอให้เกิดความขัดแย้ง แล้วล่าสุดที่เรือบรรทุกน้ำมันของอิสราเอลถูกโจมตี ทั้งอเมริกา ทั้งอิสราเอล แจ้งว่านี่คือฝีมือของอิหร่าน อิหร่านก็นั่งเฉย อิหร่านบอกอิหร่านไม่รู้เรื่อง ในขณะเดียวกัน อิหร่านก็บอกว่า ทีเรือของกูโดนมึงโจมตี แล้วพอกูโจมตีเรือของมึง มึงมาโวยวายอะไรกัน เพราะฉะนั้นแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าจะมีสงคราม จะเกิดที่ตะวันออกกลางก่อน โดยอิสราเอลจะเป็นคนเริ่ม เนื่องจากว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่นี้เพิ่งขึ้นมา หลังจากขับไล่เนทันยาฮู ออกไปได้ แต่เนทันยาฮู ในขณะนี้ก็เลื่อยขาเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอิสราเอล ว่า เฮ้ย ไอ้นี่มันไม่แข็งแกร่งเหมือนอั๊ว มันไม่ดุเดือดเหมือนอั๊ว มันไม่เหมือนอั๊ว อั๊วพร้อมจะฟาดอิหร่านได้ทุกเมื่อ ก็เลยเป็นการแสดงออกของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนใหม่ว่าจะเอาอย่างไร

แต่ ... ท่านผู้ชมครับ ผมขอเรียนข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งให้ท่านผู้ชมทราบหน่อย จากการศึกษาข่าวคราวการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง ท่านผู้ชมครับ อิหร่าน เป็นศัตรูกับอิสราเอลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อิหร่านก็รู้ว่าอิสราเอลนั้น คนที่หนุนอยู่เบื้องหลังคืออเมริกา และขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียก็คืออเมริกาหนุนหลังอยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมถามท่านผู้ชมคำหนึ่ง อิหร่านไม่ใช่คนโง่ เป็นคนฉลาด อยู่ท่ามกลางวงล้อมของซาอุดีอาระเบีย อิสราเอล และอเมริกามาหนุนหลังให้ เพราะฉะนั้นแล้วถามท่านผู้ชมว่า อิหร่านเขาเตรียมตัวหรือเปล่า ? ผมเชื่อว่าเขาเตรียมตัวทุกรูปแบบ ไม่ใช่ว่าอิสราเอลจะสามารถเขมือบอิหร่านได้ง่ายๆ เหมือนกับอิสราเอลเข้าไปเขมือบประเทศทางตะวันออกกลางหลายด้าน

ที่สำคัญ มีข่าวบางข่าวซึ่งไม่ได้รายงานข่าวออกมา เวลาเกิดเรื่องราวแบบนี้ ท่านผู้ชมจำไว้อย่างนะครับ สำนักข่าวตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น CNN ไม่ว่าจะเป็น BBC จะไม่ค่อยรายงานเรื่องนี้ แต่สำนักข่าวโลกที่สาม หรือสำนักข่าวทางอิหร่าน หรือสำนักข่าวทางรัสเซีย เขาจะรายงานเรื่องพวกนี้ตลอดเวลา รัสเซียไปตั้งฐานทัพอากาศที่ทางเหนือของซีเรีย


ฐานทัพอากาศนี้มีเรดาร์ที่มีทัศนวิสัยยาวไกล คลุมไปจนถึงอิสราเอล หมายความว่าอะไร ? หมายความว่าจรวดที่อิสราเอลยิงมา หรือเครื่องบินอิสราเอลส่งขึ้นมา เรดาร์ของรัสเซียจะจับได้ทันที และเท่าที่ทราบมา กองกำลังของกองทัพอากาศรัสเซียได้โจมตี สกัดจรวดของอิสราเอลไปหลายลูก ที่ยิงเข้ามา ปรากฏว่ายิงเข้ามาไม่ถึงพรมแดนของอิรัก หรือไม่ถึงพรมแดนอิหร่านเลยแม้แต่นิดเดียว ทำได้สำเร็จแล้ว ไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นแล้ว รัสเซียก็คือตัวที่คอยกั๊กกองทัพอากาศของอิสราเอลอยู่ อิสราเอลมีอาวุธที่เหนือชั้นกว่าคนอื่น ก็คือกองทัพอากาศที่เข้มแข็งและเก่งมาก แต่ถ้าถูกกองทัพอากาศของรัสเซียกั๊กเอาไว้ อิสราเอลต้องใช้รถถัง และต้องใช้ฐานราบ

ทีนี้ อิสราเอลมีประชากรอยู่ 11 ล้านคน ทหารมีทั้งหมดไม่กี่แสนคน มารวมเจอกับพวกกองกำลังติดอาวุธ และกองทัพล้างแค้น กองทัพคุดส์ ท่านผู้ชมจำ กอเซ็ม สุไลมานี ได้ไหม นายพลกอเซ็ม สุไลมานี โดนอิสราเอลฆ่า อิสราเอลร่วมมือกับอเมริกา โดยอิสราเอลเป็นคนแจ้งพิกัดว่า กอเซ็ม สุไลมานี จะบินมาเจรจาตามคำเชิญของรัฐบาลอิรัก เจรจากับซาอุดีอาระเบีย แล้วพอวันที่เขามา อเมริกาส่งโดรนพิฆาตเข้ามาฆ่ากอเซ็ม สุไลมานี และนี่เป็นการสร้างความโกรธแค้นและอาฆาตแค้นให้กับชาวอิหร่าน ถึงขั้นชักธงแดงขึ้นมา แล้วบอกว่าถ้ายังล้างแค้นไม่สำเร็จจะไม่เอาธงแดงลง


เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว และทันทีก็มีการประกาศรับสมัครกองทัพญิฮาด ก็คือกองทัพพลีชีพ พลีชีพเพื่อล้างแค้นให้กับกอเซ็ม สุไลมานี ผมเคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟังแล้วใช่ไหมว่ากองทัพนี้มีคนสมัครเข้าไปเกือบ 4 ล้านคน คนที่เต็มใจเข้ามา 4 ล้านคน แล้วคนพวกนี้คือพวกนักรบพลีชีพ คือพวกไม่กลัวตาย พร้อมที่จะตายแล้วขึ้นไปเจอพระอัลเลาะห์อยู่บนสวรรค์เบื้องบน

เพราะฉะนั้นแล้ว อิสราเอลจะมีกองทัพอะไรก็ตามเข้ามา และผมเรียนให้ท่านผู้ชมฟังแล้วไง ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของกิจการรถถังบุกเหมือนสมัยก่อนแล้ว เป็นยุคของขีปนาวุธ แล้วว่ากันว่า เท่าที่มีการสำรวจมา อิหร่านเป็นประเทศเดียวในโลกนี้ที่มีขีปนาวุธน่าจะใกล้ถึงแสนลูก อิหร่านถึงแจกขีปนาวุธไปให้กลุ่มที่ต่อต้านอิสราเอล อย่างเช่นฮิซบอลลาห์ หรือส่งไปให้พวกที่อยู่ปาเลสไตน์ ฉะนั้นกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ หรือเลบานอน หรือซีเรีย ต่างมีอาวุธจรวดกัน แล้วจรวดเดี๋ยวนี้ยิงจากไหน ? ยิงจากรถปิกอัพ


รถปิกอัพวิ่งๆ ไปแล้วก็มีฐานยิงจรวดเล็กๆ อยู่บนนั้น แล้วก็ยิงไปๆ อิหร่านฝึกฝนอบรมคนพวกนี้มา และผมเชื่อว่าอิสราเอลใจหนึ่งกล้า ใจหนึ่งกลัว เพราะว่าอิหร่านพูดชัดเจน เมื่อใดก็ตามที่อิสราเอลลั่นกระสุนนัดแรก อิหร่านจะถล่มตะวันออกกลางหมดด้วยขีปนาวุธของตัวเอง ท่านผู้ชมครับ เวลาท่านผู้ชมสู้กับคนที่มันยอมตาย ท่านผู้ชมสู้อย่างไร ตอบผมหน่อยสิ

อิหร่านเตรียมพร้อมในเรื่องนี้มาเป็นสิบๆ ปีแล้ว พัฒนาขีปนาวุธ พัฒนาอาวุธของตัวเองขึ้นมา แล้วก็บอกว่า มึงมาเลยๆ แล้วมึงเจ็บตัว อย่ามาว่ากูนะ เพราะฉะนั้นอิหร่านก็จะถล่มซาอุดีอาระเบีย และจะถล่มอิสราเอลด้วยขีปนาวุธ ผมยังไม่รู้เลยว่าพวกนี้จะเอาตัวรอดได้อย่างไร

ถามต่อ กองเรือที่ 5 ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบิน ที่ประจำการอยู่ที่เมดิเตอร์เรเนียน ทุกวันนี้ยังไม่กล้าเข้ามาในพื้นที่ทะเลที่ใกล้อิหร่านเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าถ้าอิหร่านถล่มกองเรือที่ 5 ขึ้นมาปั๊บ อะไรจะเกิดขึ้น ? อเมริกายอมรับความสูญเสียของเรือบรรทุกเครื่องบินของกองเรือที่ 5 ไม่ได้ แต่ว่า ท่านผู้ชมครับ เราเดาใจอิสราเอลไม่ได้ อิสราเอลมักจะปฏิบัติการก่อนเพื่อน แต่เผอิญอิหร่านเตรียมตัวตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน 365 วันต่อปี ทีมงานขีปนาวุธของเขา ทีมงานระวังภัย รับทราบกันหมด ขีปนาวุธหลายๆ ตัวตั้งเป้าไปที่ซาอุดีอาระเบีย ตั้งเป้าไปที่อิสราเอล ตั้งเป้าไปที่ประเทศอาหรับที่สนับสนุนซาอุดีอาระเบีย จนกระทั่งวันนี้ ผมเคยเล่าให้ท่านผู้ชมฟังแล้วไม่ใช่หรือ UAE สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต บาห์เรน ต่างส่งคนเข้ามาเจรจากับอิหร่านว่าผมไม่เกี่ยวนะ ถ้ามีการรบกัน อย่ามาทำอะไรผมนะ ผมไม่ได้สนับสนุนอะไรทั้งสิ้น ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้น่าสนใจมาก แล้วผมจะบอกให้รู้ เรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้น จะเกิดขึ้นอย่างที่เราไม่รู้ตัวเลย เพราะฉะนั้นแล้ว แนวรบทางทะเลจีนตอนใต้ เป็นแนวรบหลอก แนวรบของจริง คือตะวันออกกลาง

ท่านผู้ชมครับ จำได้ไหม วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ผมได้พูดเรื่อง "ถนนการเมืองทุกสายวิ่งสู่ฟ้าทะลายโจร" ผมอธิบายให้ฟังนะครับ ผมได้พูดถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฎาคม 2564 ซึ่งมีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ส่งเสริมการใช้ยา ฟทจ. ในการรักษาผู้ป่วยโรคระบาดที่ยังไม่มีอาการ พร้อมกันนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการยา ฟทจ. แห่งชาติขึ้นมา ท่านผู้ชมครับ (27 ก.ค.-13 ส.ค.) เกือบ 3 อาทิตย์ คณะกรรมการนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว และท่านผู้ชมครับ นี่คือสไตล์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ที่ดีแต่พูด ชอบตั้งกรรมการ แล้วตัวเองก็สะบัดตูดเดินหนีไป ไม่ขอรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น


ท่านผู้ชมครับ ผมเอาเรื่องนี้มาพูดเพราะว่าในวันนั้นมีคนแย่งกันเพื่อจะมาเป็นประธานของคณะกรรมการชุดนี้ คนแรกที่เข้ามาแย่งก็คือ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย คุณดอน บอกว่าท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับฟ้าทะลายโจรดี คนก็เลยงงกันในขณะนั้นว่า คุณดอน ไปรู้เรื่องมาได้อย่างไร ท่านเคยไปศึกษาหรือไปพูดเรื่อง ฟทจ. ที่ไหน ไม่เคยรู้ และไม่เคยได้ยิน พอผมพูดเรื่องนี้ไป พูดถึงคุณดอน ปรมัตถ์วินัย เมื่อวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม ก็มีจดหมายฉบับหนึ่งมาจากคุณพรพิมล กาญจนลักษณ์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขียนมา 3 หน้า เท้าความถึงเรื่องการที่ผมกับคุณพรพิมล เคยรู้จักกันสมัยที่อยู่วอชิงตัน ดี.ซี. โน่นนี่นั่น เอาเรื่องเก่าๆ มาเล่าให้ฟัง แล้วก็เลยเข้ามาสู่เรื่องของคุณดอน

คุณพรพิมล บอกว่า เรื่อง ฟทจ. นั้น ข้อเท็จจริงคือท่านรัฐมนตรีฯ ดอน ได้ส่งยา ฟทจ. ไปให้สถานทูตไทยในต่างประเทศทุกประเทศ ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคระบาด เนื่องจากในต่างประเทศส่วนใหญ่เขาจะไม่รับรักษาผู้ติดเชื้อ จนกว่าอาการจะหนักจริงๆ คุณพรพิมล เขียนต่อ "แล้วผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในต่างแดนที่ติดเชื้อ ที่มีอาการน้อย ถึงค่อนข้างมาก กลับมาอาการดีได้โดยไม่ต้องไปรักษาในโรงพยาบาล" คุณพรพิมล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ระบุ และยังพูดว่า "ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ท่านรัฐมนตรีฯ ดอน ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ดูแลคณะกรรมการวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมแห่งชาติ ด้วย เคยแจ้งต่อที่ประชุมว่า สมควรอย่างยิ่งที่จะให้มีการสนับสนุนด้านงบประมาณให้กับการวิจัยจริงจังถึงคุณประโยชน์ของสมุนไพร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟทจ. เพราะที่ผ่านมามีการพูดถึงคุณประโยชน์ของสมุนไพรไทยกันมาก แต่เรายังไม่ได้ศึกษาจริงจังตามแนวสากล นั่นคือที่มาที่ท่านรัฐมนตรีว่าการฯ ดอน เสนอเป็นผู้ประสานเรื่องการทำวิจัย ฟทจ. ในการประชุม ครม."


ท่านผู้ชมครับ ผมได้มีการตรวจสอบแหล่งข่าวของผมในกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า ได้มีการส่ง ฟทจ. ไปให้สถานทูต/สถานกงสุลไทยในต่างประเทศจริง แต่ไม่ได้ส่งไปให้ทุกสถานทูต เขาส่งไปเน้นที่ประเทศและเมืองที่มีการแพร่ระบาดของโรคระบาดอย่างหนักเท่านั้น ผมย้ำอีกที เรื่องนี้สำคัญมาก และอยากให้ทุกคนมาฟังเรื่องนี้ แม้กระทั่งกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ยังออกมายอมรับเองว่า ได้ส่งยา ฟทจ. ไปให้สถานทูตไทยในต่างประเทศตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคระบาด เนื่องจากในต่างประเทศส่วนใหญ่เขาจะไม่รับรักษาผู้ติดเชื้อ จนกว่าอาการจะหนักจริง และผลปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในต่างแดนที่ติดเชื้อโรคระบาดนี้ มีอาการน้อย ถึงค่อนข้างมาก และกลับมาอาการดีได้โดยไม่ต้องเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล ท่านผู้ชมครับ นี่ก็อีกหนึ่งตัวเอย่าง ก็ต้องขอบคุณคุณดอน นะครับ ไม่ใช่ว่าผมจะเรียกแกเฮ้าเลี่ยนทุกครั้ง อะไรที่แกทำได้ดี ผมก็ต้องชม อย่างน้อยที่สุด แสดงว่าคุณดอน เชื่อในเรื่อง ฟทจ. ยังดีกว่าหมอแก่ๆ ที่เป็นที่ปรึกษาท่านนายกรัฐมนตรี ที่เชื่อในฟาวิพิราเวียร์ แล้วก็ได้พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยไม่มีใครเจ็บหนัก เพราะว่ารับ

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้มีนัยสำคัญมาก และเป็นตัวอย่างเชิงประจักษ์อีกตัวอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากกรณีศึกษาในการใช้ ฟทจ. รักษานักโทษและผู้ต้องขังในเรือนจำหลายหมื่นคน จนกระทั่งหายป่วย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์หายป่วยถึง 99.02 เปอร์เซ็นต์

ท่านผู้ชมครับ คุณพรพิมล ครับ ถ้ากระทรวงการต่างประเทศจะสร้างคุณูปการต่อสังคม ควรจะนำรายละเอียดของเรื่องนี้มาเปิดเผยบ้างว่าบุคลากรของกระทรวงการต่างประเทศกี่คน ประเทศไหนบ้าง สถานทูต/สถานกงสุลในเมืองไหนบ้าง ในช่วงวันไหน เดือนไหน ที่ใช้ยา ฟทจ. รักษาตัว แล้วใช้ได้ผล จนในที่สุดหายดีโดยไม่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ท่านผู้ชมครับ ขอยืนยันนะครับ เจ้าหน้าที่สถานทูตไทยที่อยู่ในเขตโรคระบาดนี้ ได้รับประทาน ฟทจ. ที่ถูกส่งมาโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย ส่งไปให้สถานทูตและสถานกงสุลต่างๆ ทั่วโลกที่อยู่ในพื้นที่โรคระบาด แล้วก็ไม่มีเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยคนไหนที่มีอาการหนักที่จะต้องเข้าไปรักษาในโรงพยาบาลเลยแม้แต่คนเดียว ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเป็นเรื่องที่เราจะต้องเอามาเผยแพร่ ผมคิดว่าแม้กระทั่งสถานทูตไทยเองก็ยังใช้ ฟทจ. เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรค่าที่จะเอาข้อมูลทุกอย่างออกมาเปิดเผย เพราะว่าเรามีหมด ในเรือนจำ ระหว่างผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์ กับเจ้าหน้าที่สถานทูต ล้วนแล้วแต่มีชะตาชีวิตเหมือนกัน และได้รับการรักษาเหมือนกัน คือรักษาด้วย ฟทจ. เพราะฉะนั้นแล้ว ฟทจ. ไม่มีการแบ่งชนชั้น ไม่มีการแบ่งการศึกษา ไม่มีการแบ่งสถานภาพของสังคม ทำได้อย่างเดียวก็คือ รักษาโรคระบาดได้หายขาดหมดทุกคน ท่านผู้ชมครับ อันนี้ต้องขอชมคุณดอน ปรมัตถ์วินัย และผมก็ไม่รู้ว่าถ้าคุณดอน ได้เป็นประธานกรรมการแล้ว อะไรมันจะก้าวหน้าบ้าง เพราะว่ากุญแจสำคัญของการเดินหน้า ฟทจ. นั้น ไม่ได้อยู่ที่คุณดอน หรือประธานคนปัจจุบัน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่อยู่ที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เพียงผู้เดียว


 ผมเชื่อว่าลึกๆ พล.อ.ประยุทธ์ จำเป็นที่จะต้องเชิดชู ฟทจ. เหตุผลก็เพราะว่าต้านทานกระแสไม่ได้ ขนาดเชิดชู ฟทจ. ยังมีการพ่วงว่าให้เน้น ฟทจ. และฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเรื่องนี้เดี๋ยวผมจะมีเรื่องที่คุยกับท่านนายกฯ เป็นการส่วนตัว ส่วนตัวคือผมจะพูดกับท่านล่ะ แต่ผมจะพูดในเวทีสาธารณะ แต่ผมจะพูดกับท่าน ว่าท่านทำผิดอะไรบ้าง และทุกวันนี้ท่านทำผิดอะไร และการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น ท่านมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝง เพราะท่านกำลังจะหาทางนิรโทษกรรมให้พวกท่านและให้หมอแก่ๆ และ ศบค. ที่สั่งยาผิด

ท่านผู้ชมครับ ขอต่อเรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับต่างประเทศเสียหน่อย ท่านผู้ชมจำได้ไหม เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2564 เมื่่อประมาณสองเดือนกว่าที่แล้ว ผมเคยพูดไว้อย่างไร ผมเคยพูดว่า จีนจะส่งเอกอัครราชทูตที่ชื่อ หาน จื้อเฉียง มาประจำประเทศไทย แทนท่านทูต หลู่ย์ เจี้ยน ซึ่งกลับไปจีนตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562


ท่านผู้ชมครับ เมื่อวานซืนนี้ วันพุธที่ 11 สิงหาคม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รายงานว่า นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาเพื่อรับตำแหน่งแล้ว ในแถลงการณ์ของสถานทูตจีนแถลงว่า โดยการแต่งตั้งและมอบอำนาจจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผมได้เดินทางถึงประเทศไทยเพื่อเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย คนที่ 13 พร้อมกับไมตรีจิตที่รัฐบาลและประชาชนจีนมีต่อรัฐบาลและประชาชนคนไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง เป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด

ท่านผู้ชมครับ มาดูประวัตินายหาน จื้อเฉียง ทำไมผมต้องเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ทั้งๆ ที่ก็เป็นทูตคนหนึ่ง เพราะถ้าเราศึกษาประวัติของเขาแล้ว เราต้องรู้เลยว่าประเทศจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยมาก ถึงส่งคนที่มีศักยภาพสูงมาก และเข้าถึงโดยตรงได้กับนายหวัง อี้ มุขมนตรีที่ดูแลงานต่างประเทศ ตลอดจนเข้าถึงตรงได้ถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แสดงว่าประเทศจีนให้ความสำคัญกับประเทศไทยมาก ให้ความสำคัญแน่นอน หรืออีกนัยหนึ่ง ประเทศจีนต้องการส่งนายหาน จื้อเฉียง มาคานอำนาจ หรือมาคานอิทธิพลที่อเมริกา และอังกฤษ และประเทศทางตะวันตก มีต่อรัฐบาลในประเทศไทยในหลายๆ ด้าน

เรามาดูประวัติของเขานิดหนึ่ง แล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่าคนอย่างเขาน่าจะไปอเมริกาได้ แต่ว่าเขาส่งมาเมืองไทย เพราะประเทศจีนมองว่าประเทศไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะล่อแหลมมาก จากการที่อเมริการุกเข้ามาสร้างสถานกงสุลที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยเงินเกือบหมื่นล้าน


ซึ่งจีนก็รู้อยู่แล้วว่านั่นคือการที่จะฝังรากลงลึกตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักฟังเรื่องราวต่างๆ ของประเทศจีน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ขึ้นไปก็เป็นมณฑลเสฉวน จากเสฉวน ต่อไปเป็นทิเบต และซินเจียง

หาน จื้อเฉียง ปีนี้อายุ 58 ต้องถือว่ายังหนุ่ม เกิดที่มณฑลจี๋หลิน เขาจบการศึกษาที่ญี่ปุ่น จากมหาวิทยาลัยจี๋หลิน จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์ เขามีประสบการณ์ทางด้านการต่างประเทศอย่างโชกโชน ปี 2541 หนึ่งปีหลังจากมีต้มยำกุ้ง เขาร่วมเดินทางไปกับคณะประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน เพื่อเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เขาเป็นล่ามให้ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน ต่อมาได้ถูกเลือกให้เป็นเลขานุการของนายถัง เจียชวน อดีตมุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ในช่วงปี 2541-2545

ที่ผ่านมา นายหาน จื้อเฉียง มีประสบการณ์ทางการทูตมากมายและช่ำชองมาก เขาเคยดำรงตำแหน่งทูตจีนในหลายประเทศ เป็นเอกอัครราชทูตจีนที่ญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นสำคัญมากกับประเทศจีน ความขัดแย้งมีตลอดเวลาในเรื่องทุกเรื่อง เพราะญี่ปุ่นนั้นเป็นลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ตำแหน่งล่าสุดคือ เขาเป็นเลขาธิการสำนักงานกลางคณะกรรมการกลางกระทรวงการต่างประเทศ

ท่านผู้ชมครับ ประเทศจีนชอบตั้งคณะกรรมการ แล้วอำนาจจริงๆ ก็จะอยู่ที่เลขาธิการของคณะกรรมการ เหมือนกับคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ก็คือ นายสี จิ้นผิง เพราะฉะนั้นแล้ว สำนักงานกลางคณะกรรรมการกระทรวงการต่างประเทศ ก็อุปมาอุปไมยเหมือนเป็นคณะทำงานที่ดูแลนโยบายของกระทรวงการต่างประเทศจีน ที่มีต่อโลก ทุกๆ ประเทศในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็น ดูแลในเรื่องของนโยบายจีนที่มีต่อตะวันออกกลาง ที่มีต่ออิหร่าน ที่มีต่ออิสราเอล หรือทางตะวันตก ที่มีอเมริกา ทางยุโรป ที่มีอียู ที่มีอังกฤษ ทางเอเชีย ฯลฯ คณะกรรมการกลางนี้จะเป็นคนกำหนดนโยบาย จะเป็นคนสั่งการ และนายหาน จื้อเฉียง เป็นเลขาธิการ ก็คือว่าจริงๆ ก็คือผู้มีอำนาจในการสั่งการ เพราะฉะนั้น ท่านผู้ชมจะเห็นว่าตำแหน่งเขาใหญ่มากๆ ตอนที่เขาอยู่กระทรวงการต่างประเทศจีน และเขามาประจำที่ประเทศไทย แสดงว่า จากนี้ไปผมอยากให้ทุกท่านจับตาดูนายหาน จื้อเฉียง ให้ดีๆ แล้วผมเชื่อว่าทางตะวันตกเองก็จับตาดูนายหาน จื้อเฉียง เพราะว่าเขารู้ถึงกัน

ผมพูดในตอนนั้น ในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ตอนที่ 89 ชื่อตอนคือ "อย่าหิวแสง" ผมพูดอย่างนี้ครับ ผมีข่าวมาบอกว่าทูตจีนที่จะเดินทางมาประจำประเทศไทยคนใหม่กำลังจะมาแล้ว คนนี้ชื่อ นายหาน จื้อเฉียง ทำไมต้องพูดเรื่องนี้ ท่านผู้ชมครับ ข้อมูลที่ผมมีวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศไทยยังไม่มี ซึ่งเป็นความจริง สถานทูตจีนในประเทศไทยก็ยังไม่รู้เรื่อง นายหยาง ซิน เองซึ่งเป็นอุปทูตจีน ที่คนในกรุงเทพฯ หลายคนรู้จักนายหยาง ซิน ดี ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นนายหาน จื้อเฉียง


หาน จื้อเฉียง เป็นคนสำคัญมาก เขาเป็นคนที่ในวงการทูตยอมรับว่าเป็นกระบี่มือหนึ่งของจีน หนึ่งในไม่กี่คนในประเทศจีนที่มีตำแหน่ง ก่อนที่เขาจะมาอยู่ประเทศไทย เขาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกลางกระทรวงการต่างประเทศ ตำแหน่งใหญ่มาก เป็นคนดีลโดยตรง สามารถจะเข้าหานายหวัง อี้ มุขมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตทั่วๆ ไปในประเทศไทย หรือในทั่วโลก ไม่สนิทสนมกับหวัง อี้ หรือไม่ได้ทำงานร่วมกับนายหวัง อี้ เท่ากับนายหาน จื้อเฉียง ก็คือว่า นายหาน จื้อเฉียง เป็นมือขวาของนายหวัง อี้ และแน่นอน นายหวัง อี้ นั้นก็เป็นมือขวาของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพราะฉะนั้นแล้ว คงจะมีหลายจังหวะที่นายหาน จื้อเฉียง ถูกนายหวัง อี้ ขอให้ไปบรีฟให้สี จิ้นผิง ฟังว่าเหตุการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเรายื้อเขามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งอเมริกาเข้ามาแทรกแซง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่เรือรบไทยได้ไปซ้อมรบกับเรือรบอังกฤษที่วิ่งเข้ามาในน่านน้ำไทย และหลายๆ เรื่องต่อมา

ทำไม หาน จื้อเฉียง ถึงสำคัญ ? ผมพูดไปแล้วในรายการวันนั้น ผมบอกว่า หาน จื้อเฉียง เป็นคนที่ชำนาญอยู่ในประเทศที่มีความขัดแย้งกับประเทศจีน แสดงว่าตอนนี้ประเทศจีนยอมรับแล้วว่าประเทศไทยมีความขัดแย้งกับประเทศจีน สมัยก่อนเขาเคยไปประจำอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตระดับสูง ซึ่งสูงกว่าเอกอัครราชทูตทั่วไปเสียอีก เขาพูดภาษาญี่ปุ่นน้ำไหลไฟดับ และเป็นคนที่ประจำอยู่ที่ญี่ปุ่นในยุคที่ญี่ปุ่นมีความขัดแย้งกับจีนอย่างหนักเลย เพราะฉะนั้นเขาจะเป็นด่านหน้า การที่เขามาประเทศไทยนั้น แสดงว่าประเทศไทยเริ่มมีปัญหากับประเทศจีนแล้ว

ท่านผู้ชมครับ นี่คือคำพูดของผมในรายการเมื่อสองเดือนกว่าที่แล้ว ผมพูดว่า "ท่านผู้ชมครับ ประเทศไทยตอนนี้เป็นศูนย์กลางของสายลับต่างๆ ที่จะมาอยู่ประจำประเทศไทย ทูตอังกฤษ ทูตอเมริกา ล้วนแล้วแต่เป็นมืออาชีพมือหนึ่งของประเทศอังกฤษ และอเมริกา เพราะว่าประเทศไทยกำลังถูกทางตะวันตกจะดึงเอาไปเป็นพวก และทำอะไรหลายอย่างที่จะทำให้ประเทศจีนไม่พอใจ โดยที่ไปเข้าข้างทางตะวันตก นายหาน จื้อเฉียง เลยต้องมาที่นี่" ผมเข้าใจว่าคงจะมีภารกิจที่สำคัญมากที่จะทำในประเทศไทย คอยจับตาดูต่อไปครับท่านผู้ชม แต่ผมเล่าให้ฟังว่าผมพูดเรื่องนี้มาตั้งแต่สองเดือนกว่าที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศไทยก็ไม่รู้เรื่อง ที่สำคัญ สถานทูตจีนในเมืองไทยเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นนายหาน จื้อเฉียง


ตอนนี้ผมจะพูดถึงเรื่องดรามาที่เกิดขึ้นกับเพจ หมอแล็บแพนด้า จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เป็นเพียงแต่ว่า หมอแล็บแพนด้า เขาสร้างปัญหาขึ้นมาแล้วเขาไม่ยอมรับ

หมอแล็บแพนด้า ชื่อ คุณภาคภูมิ เดชหัสดิน อายุ 42 ปี เรียนจบเทคนิคการแพทย์ที่จุฬาฯ แล้วต่อปริญญาโทที่จุฬาฯ เช่นกัน จบปริญญาโทแล้ว กำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ

คือเรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นอย่างนี้ ท่านผู้ชม วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม (วันเสาร์ที่แล้ว) เฟซบุ๊กเพจ หมอแล็บแพนด้า ดันไปแชร์โพสต์ของนายแพทย์ภาสกร วันชัยจิระบุญ (Passakorn Wanchaijiraboo) ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ที่ออกมาระบุว่า "1 ใน 4 paper ฟ้าทะลายโจร ขอถอน ผู้แต่ง ขอถอนออกจากการตีพิมพ์ เนื่องจากการ error ของการวิเคราะห์ทางสถิติ ทำให้สรุปใหม่ว่า ไม่ต่างจากยาหลอก"

ท่านผู้ชมครับ คือ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้เอาสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) จำได้ใช่ไหม ถ้าติดตามเรื่องราวของผมมาตลอด ผมไม่เคยสนใจสารสกัด ผมบอกแล้วว่า สารสกัดสู้ผงหยาบไม่ได้ แต่เนื่องจากว่ามีคำว่า ฟทจ. เข้ามา รายละเอียดก็คือ พูดง่ายๆ ว่ามีการผิดพลาดในการคำนวณค่านัยสำคัญของความแตกต่างของการงดการเผยแพร่ คือก็เลยของดการเผยแพร่เอาไว้ พูดง่ายๆ ก็คือว่า เขาคำนวณผิดพลาด และเขารู้ว่าผิดพลาด เขาก็เลยขอถอน ไม่ใช่ถอดนะ เขาขอถอนออกมา

ทีนี้ ในโพสต์ดังกล่าว หมอแล็บแพนด้า หรือคุณภาคภูมิ ได้แสดงความเห็นของตัวเอง ทะลึ่งแสดงความเห็นของตัวเองเสริมเข้าไปว่า "งานวิจัย ฟทจ. ชิ้นนี้ถูกถอดออกไปแล้วครับ"


คุณภาคภูมิ ครับ คำว่าเขาขอถอน กับถูกถอดออกไป มันคนละนัย คนละความหมายนะ แล้วยังพูดต่อ "เพราะคำนวณสถิติผิดพลาด สรุปที่ถูกต้องสำหรับงานวิจัยนี้คือ ฟทจ. ไม่แตกต่างจากยาหลอก"

ท่านผู้ชมครับ คือถ้าอ้างคำพูดของหมอภาสกร แล้วถ้าหมอภาสกร ทำผิดพลาดอะไร ก็ต้องมีการปะทะกับหมอภาสกร แต่นี่คุณภาคภูมิ คุณทะลึ่ง มีความเห็นส่วนตัวของคุณออกมา แล้วความเห็นส่วนตัวที่ออกมาคุณก็เขียนชัดเจน เป็นความเห็นส่วนตัวของคุณว่า งานวิจัย ฟทจ. ชิ้นนี้ถูกถอด ทั้งๆ ที่เขาถอนออก ที่เขาถอนออกเพราะเขารู้ว่ามีข้อผิดพลาดในการคำนวณทางตัวเลข เขาก็เลยขอถอน "ถูกถอดออก" หมายความว่าเขาไม่ได้ขอถอน แต่คณะกรรมการถอดออกมาเลย บอกว่าผิด นี่เจ้าตัว ก็คือกรมการแพทย์แผนไทยฯ เขาขอถอนออกมา แล้วคุณยังพูดต่อ "เพราะคำนวณสถิติผิดพลาด สรุปที่ถูกต้องสำหรับงานวิจัยนี้คือ ฟ้าทะลายโจรไม่แตกต่างจากยาหลอก" เท่านั้นเอง ท่านผู้ชมที่เข้ามาอ่านเพจของคุณภาคภูมิ จะเข้าใจอย่างไร ก็ต้องเข้าใจว่า ฟทจ. นั้นเป็นยาหลอก ก็คือยาที่ไม่มีประสิทธิภาพ ใครก็ตามอ่านเรื่องนี้ก็ต้องคิดในแนวทางเดียวกันว่า หมอแล็บแพนด้า (ซึ่งจริงๆ แล้วคุณภาคภูมิ ไม่ใช่หมอ แต่ทะลึ่งอุปโลกน์ตัวเองว่า หมอแล็บแพนด้า) กำลังดิสเครดิตสมุนไพร ฟทจ. ที่ตอนนี้มีผู้ใช้รักษาอาการป่วยจากโรคระบาดให้หายได้ไป โดยเฉพาะเน้นย้ำถึงคำที่บอกว่า "ฟทจ. ไม่แตกต่างจากยาหลอก" หรือพูดง่ายๆ ว่า ฟทจ. ใช้ไม่ได้ผล แล้วก็ใส่ความเห็นของตัวเองเข้าไป

ท่านผู้ชมครับ คุณภาคภูมิครับ คุณก็รู้ใช่ไหมว่ามีคนอ่านจำนวนมากเลย เข้าไปแสดงความเห็นโต้แย้ง ว่าพวกเขาพอติดเชื้อแล้วสามารถใช้ ฟทจ. เพื่อรักษา แล้วได้ผลจริงๆ เพราะขณะที่มีตัวอย่างที่เกิดขึ้นทั่วประเทศเป็นรายงานข่าวมาตลอด ก่อนหน้านั้น กรมราชทัณฑ์ใช้ ฟทจ. รักษาผู้ป่วยที่เป็นผู้ต้องขังให้หายได้ถึง 99.02 เปอร์เซ็นต์ คลัสเตอร์หลายคลัสเตอร์ใช้แล้วหาย ชาวบ้าน วัด โรงงาน ประชาชนทั่วไป ยืนยันจากการใช้ด้วยตัวเอง มีกรณีตัวอย่างตามมาอีกหลากหลาย ซึ่งไม่รู้ว่าหมอแล็บแพนด้า คุณไปอยู่ที่ไหนมา คุณถึงไม่ได้ยินและไม่ฟังความจริง ในที่สุดแล้ว คุณภาคภูมิ นักเทคนิคการแพทย์ที่ไม่ใช่หมอ เลยต้องลบโพสต์นี้ออกไป หนีไป แต่เผอิญมีคนเห็น เขาแคปโพสต์นี้เอาไว้


พอแคปเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันที่ 10 กรกฎาคม คอลัมน์ข่าวบนคน คนปนข่าว ในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ และหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ รายงานข่าวในหัวข้อ "งานนี้ถือว่าพลาด หมอแล็บแพนด้า ด้อยค่า ฟทจ. สุดท้ายแพ้ภัยความจริง" ความจริงคืออะไร ? ความจริงคือประชาชนที่เขาได้รับการรักษาจาก ฟทจ. ด้วยตัวเอง เขาหาย เขาเข้ามาเป็นแถวเลย เข้ามาบอก จนกระทั่งคุณภาคภูมิ ทนไม่ไหว ต้องลบโพสต์ตัวเองออก ปรากฏว่าคุณภาคภูมิ แทนที่จะยอมรับว่าพลาดไปแล้ว ขอโทษที คุณนี่นิสัยเหมือน พล.อ.ประยุทธ์ ขอโทษคนไม่เป็น คุณกลับมาบอกว่า "เดี๋ยวๆๆ มั่วแล้วครับ" มันจะมั่วได้อย่างไรล่ะ มีคนเขาแคปให้ดูเรียบร้อย แล้วคุณก็เลยโชว์ฟอร์ม ว่า "เสียใจ หา ฟทจ.มาให้ผู้ป่วยเยอะมาก ล่าสุดแชร์งานวิจัยที่ถูกถอนแค่งานวิจัยเดียว โดนหาว่าด้อยค่า ฟทจ. ไปอีกครับ ชีวิตอดสูมาก นอนแพ้บ" ชีวิตไม่น่าอดสูหรอกครับ ชีวิตมันบัดซบ คุณภาคภูมิ


จะพูดอะไรอย่างนะ คุณภาคภูมิ ผมไม่ได้มาว่าคุณนะ คุณไม่ต้องตกใจ คุณเป็นคนที่มีคุณูปการหลายอย่าง คุณทำงานเพื่อสังคม เพื่อหลายอย่าง ผมศึกษา ติดตามงานของคุณมาตลอด มีคนติดตามคุณ 3.2 ล้านคน สำหรับเพจที่มีคนติดตาม 3.2 ล้านคน ต้องถือว่าคุณเป็น influencer ที่สำคัญมาก ทั้งๆ ที่ข้อมูลข่าวสารที่คุณให้แต่ละอย่าง มันไม่ใช่ความลับ ทุกคนสามารถหาได้ ถ้าทุกคนรู้จักอ่านหนังสือ รู้จักศึกษา ติดตามข่าวคราวต่างๆ และรู้จักใช้ปัญญาคิด แต่เอาเถอะ คุณมีประโยชน์ คุณสามารถที่จะช่วยเหลือประชาชนได้หลายเรื่อง คุณร่วมมือกับ กทม. คุณร่วมมือกับมหาวิทยาลัยลาดกระบัง คุณร่วมมือกับพระจอมเกล้าฯ คุณสร้างรถตรวจ คุณเอาเงินที่เขาบริจาคมาลงขันในการที่จะทำชุดตรวจเชิงรุก ทำโน่นทำนี่ กิจกรรมที่คุณทำเยอะมาก คุณภาคภูมิ ผมขอชมเชยคุณ แต่คุณไม่น่าพลาดเรื่องนี้


ผมรู้ว่าคุณเรียนมาทางตะวันตก คุณไม่เคยพูดถึง ฟทจ. เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆ ที่มีหลักฐาน มีทุกอย่าง แต่วันดีคืนดีคุณเอาจังหวะที่ ฟทจ. กรมการแพทย์แผนไทยฯ เขาขอถอนออกมา แล้วเอาจังหวะที่้ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ส่งเรื่องนี้มาเป็นโพสต์ แล้วคุณเอามาลง แล้วก็เติมคำพูดของคุณลงไป เหมือนกับว่าจริงๆ แล้ว เฮ้ย ดีเว้ย ดิสเครดิตมันไปเลยดีกว่า

คุณภาคภูมิ ครับ ผมถามคุณตรงๆ ระหว่าง ฟทจ. กับฟาวิพิราเวียร์ คุณคิดว่าใครหลอกใคร ? ผมมีข้อมูลเพียบเลย ข้อมูลงานวิจัย คุณภาคภูมิ คุณถามตัวคุณเอง คุณรู้ใช่ไหมว่าในขณะนี้ ทำไมวงการแพทย์หลายๆ ส่วนถึงรังเกียจ ฟทจ. เพราะว่าพวกคุณเรียนมาทางตะวันตก ไม่เคยเชื่อในเรื่องของสมุนไพรไทย จนกระทั่ง ฟทจ. ได้มีการนำมาใช้ และใช้เยอะที่สุดก็คือ กรมราชทัณฑ์ กิน 4 เม็ดต่อมื้อ 4 มื้อต่อวัน ไม่เกิน 5 วัน ปรากฏว่าคุณสมศักดิ์ คิดนอกกรอบ แพทย์ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์หลายคนบอกว่าใช้ฟาวิพิราเวียร์ รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ ตัดสินใจใช้ ฟทจ. คนหายไปตั้ง 99.02 เปอร์เซ็นต์ 100 คน หาย 99 คน ด้วยเหตุนี้ ฟทจ. ก็เลยเป็นอะไรที่เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจสำหรับคนที่เรียนมาทางแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอที่มีสิทธิ มีอำนาจ ในการออกคำสั่งว่าให้ใช้ยาอะไรก็ได้

ถ้าไม่ใช่รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน รายงานเรื่องประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ ฟทจ. ใน ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่รับ แต่เผอิญหลักฐานมันชัดเจน มันเถียงไม่ออก พล.อ.ประยุทธ์ ก็เลยได้แต่แบ๊ะๆๆๆ ก็เลยต้องยอมเล่นเกมตามไป

คุณภาคภูมิ รู้ใช่ไหมครับ พอ ฟทจ. เริ่มมีคนนิยมกันมากขึ้น และสามารถจะรักษาคนในช่วงสีเขียว บางครั้งแม้กระทั่งในขั้นสีเหลืองก็ยังรักษาหายได้ พอตกไปสีแดงแล้ว ต้องส่งเข้าไปรักษา เพราะมันลงปอดแล้ว แม้กระทั่งสีแดงหลายๆ กรณีก็สามารถรักษาได้ด้วย ฟทจ. แต่ต้องทานนายหน่อย

ท่านนายกฯ ไม่มีทางเลือก นั่นคือที่มาของการตั้งคณะกรรมการ ฟทจ. แล้วคุณภาคภูมิ รู้ไหมว่า จากวันนั้นถึงวันนี้ ตั้งมาจะ 2-3 อาทิตย์แล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าแม้แต่นิดเดียว แสดงว่า สะท้อนให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ไดัรับอิทธิพลจากหมอแก่ๆ หลายคนที่เป็นที่ปรึกษาบางคน จนในที่สุดก็เลยต้องกล้ำกลืนมา ไม่รู้จะพูดอย่างไร ก็เลยบอกว่า ให้ใช้ ฟทจ. และฟาวิพิราเวียร์ คุณบอกว่า ฟทจ. เป็นยาหลอก คุณไม่เคยคิดบ้างหรือว่า ฟาวิพิราเวียร์ เป็นยากาฝาก ผมเชื่อว่าคุณดูคลิปผม คุณไปคิดเอาเอง ที่ผมพูดนี่ผมไม่ได้ตำหนิคุณมากนะ ผมถือว่าคุณมีประโยชน์ แต่คุณต้องรู้ที่มาที่ไปก่อนสิ ว่าขณะนี้แนวคิดทางตะวันตกกำลังคัดค้าน ฟทจ. แล้วคุณมาโพสต์แบบนี้ เท่ากับว่าคุณมากระทืบ ฟทจ. ซ้ำ คุณทำเช่นนี้ไม่ได้ คุณภาคภูมิ คุณไม่ควรทำ โชคดีที่มีคนใช้ ฟทจ. แล้วหายเยอะ เขาถึงเข้าไปว่าคุณ พอเราลงข่าวนี้ปั๊บ ลงใน mgronline ปรากฏว่าคนที่คอมเมนต์เข้ามา สาวกของคุณเข้ามา ปกป้องคุณกันใหญ่ ผมไม่ติดใจ จะปกป้องอะไรก็ตาม คนที่มาปกป้องหมอแล็บแพนด้า ใช้ปัญญาคิดนิดหนึ่ง เพราะว่าที่นี่เสนอแต่ความจริง ที่นี่ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังกับใคร เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง


คุณภาคภูมิ คุณทำงานกับตัน โออิชิ คุณได๋ ไดอาน่า เพื่อช่วยประชาชน ผมเทิดทูนคุณ ผมก็ช่วยประชาชน มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน แต่คุณกับผมช่วยกันคนละแบบ คุณช่วยปลายน้ำ ช่วยหาเตียงให้ ถึงขั้นแล้วเอาไปรักษา ไปนอนเฝ้าดู แต่ผมช่วยต้นน้ำ ต้นน้ำก็คือว่า ถ้าใครติด ผมส่ง ฟทจ. ไปให้ ชุมชนที่เสี่ยง มีใครเสี่ยงบ้าง มีกี่คน ? มี 500 คน ผมส่ง ฟทจ. ไปให้คนละ 2 ขวด ผมส่ง ฟทจ. ครับ


 คุณภาคภูมิ จากวันนั้นถึงวันนี้ผมส่งไปแล้ว 1 แสนขวด คุณภาคภูมิ ใครบ้างที่หา ฟทจ. ได้ 1 แสนขวด คุณถ่ายรูปของคุณกับ ฟทจ. มา ที่อยู่ในลัง 1 พันกว่าขวดมั้ง มันจิ๊บๆ ผมส่งไปแล้ว 1 แสนขวด ผมส่งขิงผงไปให้อีก 177,700 ซอง มิหนำซ้ำ ผมยังไปซื้อต้น ฟทจ. แบบแห้ง เพื่อเอาไปบด เอาไปอบ แล้วทำเมล็ด ฟทจ. ขึ้นมาอีก 557 กิโลกรัม


คุณภาคภูมิ ผมซื้อ Rapid Test มา 1 หมื่นชุด ของ Roche ชุด PPE อีก 300 ตัว คุณภาคภูมิ ครับ ทั้งหมดนี้ผมใช้เงินไปแล้ว 8.7 กว่าล้านบาท ผมจำเป็นต้องเอามาพูด เพราะว่าผมเชื่อว่าวิธีเดียวที่จะรักษาประเทศไทยให้พ้นวิกฤตในวิกฤตนี้ได้ คือเราต้องทำให้คนไทยทุกคนรู้ว่าตัวเองติดเชื้อหรือเปล่า แล้วจะรู้ได้อย่างไร ที่คุณไปทำรถตรวจเชิงรุก คุณทำไปเถอะ ไม่ผิดหรอก แต่มันช้า หมอหลายคนพูดออกมาตลอดเวลาเลยว่า คนติดเชื้อในกรุงเทพฯ อย่างเดียว เขาเชื่อว่ามีเกิน 5 แสนคน รถคุณขยับได้วันละสักกี่เที่ยว กี่สิบคัน คุณจะตรวจได้อย่างไร แต่สิ่งที่ผมเสนอมันเป็นหลักการ ถ้าคุณเคยฟังผมคุณจะรู้ ทำอย่างไรที่จะให้คนไทยได้มี Rapid Test ทุกคน test มาว่าใครติด คนที่ติดอยู่แล้ว ตรวจว่าติดก็ไม่ต้อง test คนที่ยังไม่ตรวจ test ถ้า test แล้ว คนติดก็แยกออกมา คนไม่ติด จบ


แล้วคนที่ติด ก็เอา ฟทจ. กิน โดยรัฐซื้อส่งให้ฟรีคนละ 2 ขวด 70 ล้านคน 140 ล้านขวด Rapid Test คนละ 2 ชิ้น 70 ล้านคน 140 ล้านชิ้น จะรู้ได้ทันทีเลยว่าประเทศไทยมีติดเชื้อทั้งหมดกี่คน และไม่ติดเชื้อกี่คน ทันที ที่ติดเชื้อกี่คนนั้นคือคนที่ยังไม่ได้ตรวจ พอตรวจแล้วรู้ว่าติดเชื้อ เราก็สามารถจะรักษาคนหายได้ นี่คือหลักการ พ้นจากหลักการนี้แล้วผมยังมองไม่เห็น คุณจะสร้างโรงพยาบาลสนามอีกกี่โรงล่ะ คุณจะมีอีกกี่ตัน โออิชิ หรืออีกกี่ได๋ ไดอาน่า หรืออีกกี่ภาคภูมิ คุณถึงจะหาได้ว่าคนเป็นอย่างไร มันเหมือนน้ำหยดหนึ่ง หยดลงไปในมหาสมุทร แต่ว่าที่พวกคุณทำน่ะ ไม่ผิด ผมชมเชยพวกคุณทั้งสามคน แต่คุณต้องรู้ว่า ฟทจ. คืออนาคตของชาติไทย และคุณทะลึ่งมาด้อยค่าได้อย่างไรว่าเป็นยาหลอก หวังว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่สำคัญนะครับ

คุณอย่าลืมนะ คุณเป็นเทคนิคการแพทย์ที่เอาข้อมูลต่างๆ มาเล่าให้ประชาชนฟัง วิธีการต่างๆ ดีมาก ขอชมเชย แต่ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเปิดจิตใจให้กว้างขึ้น ผมรู้ว่าลึกๆ แล้วคุณยืนข้างไฟเซอร์ เพราะว่าไฟเซอร์ลงโฆษณาในเพจคุณ ไม่เป็นไร ไม่ว่ากัน แต่คุณอย่าทะลึ่งมาด้อยค่า ฟทจ.


ผมจะเอาอะไรให้คุณดู คุณภาคภูมิ ต้องยาวนิด ผมกระจาย ฟทจ. ไปแล้ว 1 แสนกระปุก คุณภาคภูมิ ครับ โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดผ่องพลอยวิริยาราม ซอยลาซาล 46 สุขุมวิท 105 ผมเล่าไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พระ เณร ติดเชื้อ 202 รูป ติดยกวัด เจ้าอาวาสแจ้งว่า ยา ฟทจ. ที่ทางผม มูลนิธิฯ เราส่งไป 500 กระปุก สัปดาห์ที่แล้ว พระ เณร ที่ติดเชื้อทั้งหมดอาการดีขึ้น แล้วท่านแจ้งมาว่า สัปดาห์นี้หลังจากใช้ ฟทจ. กับสมุนไพรอื่นๆ ตอนนี้พระ เณร ทุกรูปหายเป็นปกติแล้ว สามารถเปิดโรงเรียนสอนปริยัติธรรมได้ตามปกติ ท่านบอกว่ามีพระสงฆ์ที่อาพาธด้วยโรคประจำตัวและเชื้อลงปอด จำนวน 3 รูป เมื่อได้ฉัน ฟทจ. ก็หายเป็นปกติเช่นกัน ที่วัดใช้ ฟทจ. เป็นหลัก ควบคู่กับสมุนไพรไทยอื่นๆ เช่น ขิง ตะไคร้ กระชาย ไม่ได้ใช้ฟาวิพิราเวียร์ หรือยาตัวอื่นแต่อย่างใด ผมเอารูปขึ้นให้ดู นี่คือประจักษ์พยาน


คุณภาคภูมิ ครับ และสาวกของคุณภาคภูมิ คุณสามารถ พจน์ปราสาท อยู่ซอยวัดดุสิตาราม แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย ได้รับ ฟทจ. 250 กระปุก จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และขิงซอง เอาไปแจกผู้ติดเชื้อ มีผู้ติดเชื้อในชุมชนประมาณ 200 คน ปรากฏว่าหลังจากใช้ ฟทจ. ยังไม่พบว่ามีสมาชิกคนใดในชุมชนที่มีอาการเชื้อลงปอด ผู้ป่วยบางคนอาการเกือบจะเข้าข่ายเป็นผู้ป่วยสีแดง หายใจเองไม่ได้ อาการดีขึ้นจาก ฟทจ. จำนวนผู้ป่วยสีแดง จากที่มีอยู่หลายคนที่ยังรอเตียง กลับมาเป็นผู้ป่วยสีเขียว


คุณสามารถ ท่านพูดเลย มีเคสที่เชื้อลงปอด ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ใส่ออกซิเจน เมื่อสลับกับการกิน ฟทจ. ก็ลดอาการเชื้อลงปอด ปรากฏว่าอยู่โรงพยาบาลแค่ 5 วัน ก็หาย กลับบ้าน ผลแตกต่างจากคนที่ติดเชื้อแล้วไม่ได้กิน ฟทจ. เสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย ผมเอารูปลงให้ดู นี่คือประจักษ์พยาน

เอาอีกเรื่องแล้วกัน คุณภาคภูมิ ผมถือโอกาสพูดกับคุณในเรื่องนี้ เพื่อผ่านไปตามอีกหลายคน พวกหมอที่ไม่ยอมรับสมุทรไพรไทย คุณเอกศักดิ์ ทองบุญ อยู่ ต.น้ำน้อย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แจ้งความคืบหน้ามาว่า ได้รับ ฟทจ. จากมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ไป 200 กระปุก เอาไปแจกชาวบ้าน


เพราะว่าในละแวกหมู่บ้านติดกัน 3 หมู่บ้าน มีคนอยู่รวม 230 คน อย่างซอยที่บ้านคุณเอกศักดิ์ ติดกันไปครึ่งซอยแล้ว เพราะอยู่ติดกับโรงงานสงขลาแคนนิ่ง ที่ติดกันเป็นคลัสเตอร์โรคระบาด ชาวบ้านที่ทำงานในโรงงาน ก็เลยติดกันทั่ว คุณภาคภูมิ ครับ คุณเอกศักดิ์ บอกว่า ผมเอายา ฟทจ. ที่คุณสนธิ มอบให้มา เอาไปแจกชาวบ้านต่อ ให้กินตามสูตรที่ระบุไว้ให้ ผมเอาสูตรการกินไปถ่ายเอกสารแจกให้กับทุกคน จะได้กินกันได้ถูกต้องตามที่ลุงสนธิ บอก ตอนนี้คนติดเชื้อกินแล้วหายป่วยกันไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้มีเชื้อลงปอด มีเสมหะ หายใจไม่ออก ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ให้กินแต่พาราเซตามอล กับยาแก้ท้องเสีย เมื่อมีอาการ ผมเลยเอา ฟทจ. ที่ได้รับมาไปแจกให้กินครั้งละ 4 เม็ด 1 วัน 4 มื้อ ปรากฏว่ากินไป 7 วัน ก็ไม่มีอาการ ไม่ต้องใช้ออกซิเจน เครื่องช่วยหายใจอะไรเลย รู้สึกว่าปอดแข็งแรง ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยซ้ำ พอผ่านไป 10 วัน ก็หายเป็นปกติ ครบกำหนดรักษา ไป Swab ทุกอาทิตย์ สามอาทิตย์ติดต่อกัน ไม่เจอเชื้อเลย ตอนนี้ทำงานได้ปกติ

คุณภาคภูมิ ครับ คุณอิงอยู่กับศาสตร์ยาตะวันตก ฟังคุณหมอคนนี้พูด แพทย์หญิงปริยสุทธิ์ อินทสุวรรณ เป็นแพทย์ของโรงพยาบาลสิรินธร จ.ขอนแก่น บอกว่า ได้นำ ฟทจ. ที่คุณสนธิ ส่งมา ไปแจกที่ศูนย์พักคอยคนไร้บ้าน จ.ขอนแก่น และแจกผู้ติดเชื้อที่ด้อยโอกาสด้วย


ทั้งชุมชนที่ต้องกักตัวเอง ชุมชนริมทางรถไฟ คนใช้แรงงานในตลาด ซึ่งมีคลัสเตอร์ มีผู้ติดเชื้ออยู่เป็นร้อยคน ส่วนใหญ่คนเหล่านี้ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข จึงอยากให้ได้กิน ฟทจ. ฝากเรียนคุณสนธิ ว่า ของมาถึงแล้ว ด้วยความซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง กระแสตอนนี้ ถ้าใจไม่รักการแพทย์แผนไทย หรือไม่เชื่อในยาไทย ก็ดูจะทำงานยากอยู่ จากที่ว่า ฟทจ. ดีๆ อยู่แล้ว จู่ๆ มาว่ากันว่า ฟทจ. ไม่ดี สร้างความสับสน แต่ดิฉันเชื่อในยาไทย ถึงโตมา เรียนเป็นแพทย์ เรียนจบทางสายตะวันตก แต่อย่างไรก็ยังเชื่อในยาไทย เพราะหมอเองก็กิน คุณภาคภูมิ หมอเองก็กิน คนในครอบครัวหมอ คนรู้จัก พอไม่สบาย เป็นไข้ หรือแม้แต่ตอนไปเป็นแพทย์อาสาที่โรงพยาบาลบุษราคัม ก็เอาไปกินด้วย "ฝากถึงคุณสนธิ นะคะ ว่าหากต้องการให้มีการทำแบบสอบถามสถิติหรือเก็บรายละเอียดของผู้ป่วยควบคู่ไปกับการลุยแจก ฟทจ. ก็ยิ่งดี ดิฉันพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ให้ทีมงานที่มีอยู่สอบถามผลจากการใช้ จากประชาชนกลับมาให้ด้วย เพราะจะได้พิสูจน์ไปเลย และไม่ถูกลมปากปัดเป่าไปโดยไม่เป็นวิทยาศาสตร์ จะรวบรวมข้อมูลให้คุณสนธิ ได้เอาไปวิเคราะห์อีกครั้งหนึ่ง ได้ทันทีค่ะ" ขอบพระคุณคุณหมอครับ ขอไหว้หน่อยเถอะ เป็นแพทย์ เรียนมาทางตะวันตก แต่อะไรถ้ารักษาคนไข้ได้ จะแหกกรอบออกมา ใช้ ฟทจ. รักษา

กรณีสุดท้าย คุณภาคภูมิ คุณสมาน เมฆลอย ประธานชุมชนมัสยิดมหานาค แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ บอกว่า ได้นำ ฟทจ. ไปแจกจ่ายให้ประชาชนผู้ติดเชื้อหลายสิบคนแล้ว เพราะตอนนี้ยังมีผู้ติดเชื้อในชุมชนรวม 200 กว่าคนแล้ว ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 โดยใช้ ฟทจ. ก็ใช้ดี ทั้งคนติดเชื้อและคนกักตัว ผลคือ ผู้ติดเชื้อทุกคนหายดีหมด

คุณภาคภูมิ ครับ คุณไม่ต้องตกใจ ผมไม่ได้จัดใหญ่ให้คุณ ผมไม่ได้ว่าคุณ แต่ผม (ขอประทานโทษ) เบิกเนตรคุณและสาวกของคุณ ว่าข้อเท็จจริงของ ฟทจ. เป็นอย่างนี้ กรุณาอย่าทำพลาดอีก หาช่องโอกาสด้อยค่า ฟทจ. คนที่คุณควรจะด้อยค่าคือ ฟาวิพิราเวียร์ ยากาฝาก เดี๋ยวผมจะพูดต่อ

วันนี้ผมจะมีเรื่องที่ใหญ่เทียมฟ้า มองอีกมุมหนึ่งเป็นเรื่องที่โหดเหี้ยมอำมหิตมาก ผมนึกไม่ถึงว่ามันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ผมจะเรียนเรื่องนี้กับท่านนายกฯ โดยตรง

ท่านนายกฯ ครับ ผมเคยพูดถึงท่านหลายครั้งในเรื่องของการตัดสินใจของท่าน ว่าท่านเป็นคนโลเล ไม่มีจุดยืนที่มั่นคง และท่านไม่ยอมรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ผมยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆ แม้กระทั่งการตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่อง ฟทจ. ขึ้นมา โดยที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เสนอตัวเข้ามาเป็นประธาน ท่านนายกฯ ครับ จะ 3 อาทิตย์แล้ว ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน ตัดสินใจเอาข้อมูลในเรื่อง ฟทจ. ที่จะรักษาผู้ต้องขังหายได้เป็นจำนวนถึง 99.02 เปอร์เซ็นต์


จนกระทั่งท่านนายกฯ จำเป็นจะต้องยอมรับ แล้วก็เพื่อเล่นตามกระแส ท่านถึงได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่อง ฟทจ. เหมือนกับทุกกรรมการที่ท่านตั้งมา ผมเคยเรียนท่านนายกฯ แล้วไม่ใช่หรือว่า ตั้งแต่ท่านนายกฯ ขึ้นมามีอำนาจในแผ่นดินนี้ ตั้งแต่ปี 2557 คณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมา ผมว่าน่าจะใกล้ๆ พันชุดแล้ว แล้วหลายๆ คณะกรรมการก็ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น ยังคงอยู่เหมือนเดิม เฉพาะตัวท่านเองท่านก็เป็นถึงประธานคณะกรรมการชุดปัจจุบันนี้ถึงเกือบ 70 ชุด ท่านก็ไม่มีเวลาจะไปประชุม ช่างมันเถอะ

ท่านนายกฯ ปีนี้ท่านอายุ 67 ท่านอ่อนกว่าผม 7 ปี ท่านคิดว่าท่านจะอยู่ค้ำฟ้าหรืออย่างไร ท่านลืมหลักอนิจจังขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วหรือ วันนี้ผมมีเรื่องสำคัญมากที่จะพูดกับท่าน แล้วเรื่องที่ผมจะพูดกับท่านนี้จะเป็นมลทินในชีวิตท่านต่อไปในอนาคต หลังจากที่ท่านลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว พี่น้องประชาชน และคนที่ตายไปด้วยโรคระบาดนี้ หลายๆ คนจะก่นและแช่ง สาปแช่งท่าน บางครั้งอาจจะต้องมีการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล ด้วยเหตุนี้ พวกท่านถึงพยายามจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข


ใช่ครับท่านนายกฯ ผมกำลังพูดถึงการตัดสินใจที่กระทรวงสาธารณสุข ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต และอีกหลายๆ คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารสุข เสนอให้มีการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล และซ่อนเงื่อนไว้นิดหนึ่ง ซ่อนเงื่อนไว้ข้อที่ 3 ว่ารวมไปจนถึงเจ้าหน้าที่ที่สั่งอุปกรณ์การแพทย์ และสั่งยา นี่ไงท่านนายกฯ ท่านซ่อนเงื่อนเอาไว้ตรงนี้


ที่ผมพูดนี้ ผมกำลังพูดถึงการสั่งยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ตอนนี้มีข่าว แล้วท่านเป็นคนสั่งเอง ท่านพูดเอง ท่านนายกฯ ท่านบอกเลยว่า ให้สั่งมาให้พอใช้ ปรากฏว่ามีการที่จะสั่งถึง 300 ล้านเม็ด ว่ากันว่าเม็ดหนึ่งก็ 30-70 บาท เกือบๆ หมื่นล้านบาท นี่เดือนเดียวนะท่านนายกฯ เดือนเดียวใช้ไม่ถึง แต่ท่านสั่งไว้ล่วงหน้า ท่านบอกว่าเผื่อคนที่ติดโรคระบาดนี้เป็นจำนวนล้านคน ล้านกว่าคน วันนี้เรามีติดแค่สองแสนคน ทำไมท่านถึงสั่งเยอะขนาดนั้น ท่านนายกฯ ครับ ผมจะฝากไปถึงคณะกรรมการที่ปรึกษาท่านนายกฯ มีศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธาน รองประธานคือศาสตราจารย์นายแพทย์อุดม คชินทร เป็นรองประธาน กรรมการก็มี ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา, ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ กรรมการ, ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ปิยะมิตร ศรีธรา กรรมการ, ศาสตราจารย์ นายแพทย์ อนันต์ ศรีเกียรติขจร กรรมการ, ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิง จิารยุ เอื้อวรากุล กรรมการ, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ไพโรจน์ จงบัญญัติเจริญ กรรมการ, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดิลก ภิยโยทัย กรรมการ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ จักราวุธ มณีฤทธิ์ กรรมการ, ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ สุรวิทย์ เตชธุวานันท์ กรรมการ, ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ กรรมการ, พลตรี สุรศักดิ์ ถนัดศีลธรรม กรรมการ, พันเอก นายแพทย์ ภูษิต เฟื่องฟู กรรมการและเลขานุการ


ท่านนายกฯ ครับ ทำไมผมต้องเอ่ยชื่อคณะกรรมการที่ปรึกษาของท่านนายกฯ เพราะคนพวกนี้ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คนพวกนี้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการสั่งยาฟาวิพิราเวียร์ ปฏิเสธไม่ได้ เพราะผมเชื่อว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอธิบดีกรมการแพทย์ ตลอดจนอธิบดีกรมควบคุมโรค จะไม่ออกมากระโดดโลดเต้น ถ้าไม่ได้มีคำสั่งมาจาก ศบค. แล้ว ศบค. นี้ก็อยู่ภายใต้การบริหารจัดการและคำแนะนำของคณะที่ปรึกษาของท่านนายกฯ

ที่ผมต้องเอ่ยชื่อขึ้นมา แล้วท่านกรรมการทั้งหลาย เพราะผมต้องการให้เป็นประจักษ์ หลักฐาน เก็บเอาไว้ ท่านนายกฯ ครับ ผมจะให้คนที่ดูรายการผม แชร์เรื่องนี้ออกไปเป็นล้านๆ คน จดจำเอาไว้ว่าครั้งหนึ่งเราสั่งยาฟาวิพิราเวียร์มา แล้วที่ปรึกษาท่านนายกฯ ท่านรับทราบ ท่านรู้เห็นเป็นใจ ตลอดจนปลัดกระทรวงสาธารณสุข และอธิบดีกรมการแพทย์ รู้เห็นเป็นใจ ซึ่งเป็นยาที่ผลการวิจัยออกมาเรียบร้อยแล้วว่า มันไม่ได้ผลต่อการรักษาโรคระบาดครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุด ท่านนายกฯ ครับ จนวันนี้ ผมตั้งคำถามถามมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยังไม่มีใครตอบคำถามให้ผมได้เลยแม้แต่คำเดียว ว่าฟาวิพิราเวียร์นั้นถูกพัฒนาและคิดค้นมาโดยบริษัท ฟูจิฟิล์ม ที่ญี่ปุ่น


ปรากฏว่า ท่านนายกฯ ครับ ที่ญี่ปุ่นเขาไม่ใช้กัน เพราะเขาบอกว่ามันไม่มีผลต่อการระงับเชื้อของโรคระบาดนี้ ไม่มีใครเขาใช้กันเลย เอาไปทดลองที่คูเวต คูเวตก็บอกว่าใช้ไม่ได้ เอาไปทดลองที่อเมริกา อเมริกาก็บอกใช้ไม่ได้ มี ดร.อนันต์ เดี๋ยวผมจะพูดถึงคนๆ นี้ ซึ่งทำงานอยู่ที่อเมริกา มาเชียร์ฟาวิพิราเวียร์ แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่าคนๆ นี้พูดจาไม่สมบูรณ์ ก็คือว่าพูดครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งไม่ยอมพูด

ท่านนายกฯ ครับ วันนี้ เวลานี้ อีกไม่กี่ปีท่านก็ตาย ผมก็ต้องตาย แต่สิ่งที่ท่านตัดสินใจไปในวันนี้ ท่านจะปฏิเสธไม่ได้ ท่านจะปฏิเสธความรับผิดชอบในครั้งนี้ไม่ได้เด็ดขาดเลยแม้แต่นิดเดียว ตอบคำถามผมมาก่อนว่าทำไมถึงสั่งยาที่ประเทศที่บริษัทนี้ผลิตยาขึ้นมา เขายังปฏิเสธการใช้ ท่านนายกฯ ครับ ท่านที่ปรึกษานายกฯ ครับ ท่านคิดว่ามาตรฐานการแพทย์ของไทยสูงกว่าญี่ปุ่นหรืออย่างไร ผมไม่กล้าพูดว่าญี่ปุ่นสูงกว่าไทย แต่ผมกำลังพูดว่า DNA ของคนญี่ปุ่น กับคนไทย ไม่เหมือนกัน ใช่ไหม เพราะฉะนั้นแล้ว ใช้ที่ญี่ปุ่นไม่ได้ แต่มาใช้ที่เมืองไทยได้

ท่านนายกฯ ครับ ขอบพระคุณมากที่ท่านอุตส่าห์เอ่ยชื่อ ฟทจ. แต่การเอ่ยชื่อของท่าน เอ่ยไปตามเกม เพราะว่าท่านถูกกดดันมา ท่านปฏิเสธข้อมูลที่ออกมาที่เสนอใน ครม. ไม่ได้ ท่านนายกฯ รู้ใช่ไหม ผมพูดไปแล้วตอนต้น ว่าแม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรองนายกรัฐมนตรีดอน ปรมัตถ์วินัย ยังส่ง ฟทจ. ไปให้เจ้าหน้าที่สถานทูต เจ้าหน้าที่สถานทูตที่อยู่ในพื้นที่ที่โรงระบาดกำลังระบาด ทั่วโลก และปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยไม่มีใครติดเชื้อโรคระบาดนี้เลยแม้แต่นิดเดียว คำถามมีอีก ท่านนายกฯ ครับ ทำไมคุณดอน ปรมัตถ์วินัย ถึงไม่ส่งฟาวิพิราเวียร์ไปล่ะ ทำไมถึงส่ง ฟทจ. ?

ท่านนายกฯ ครับ ผมกำลังบอกท่านนายกฯ ว่า ท่านนายกฯ กำลังอยู่ในเวทีแห่งความสมมุติ พรุ่งนี้ท่านก็ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้ว อะไรที่ท่านทำไป ผลมันตามมา ผมไม่อยากเห็นผลวันนั้นมันออกมา ถึงแม้ว่าอาจจะมี พ.ร.ก.นิรโทษกรรมคนสั่ง แต่ความรู้สึกนี้ ความทรงจำนี้ ที่ประชาชนที่พ่อแม่ ญาติพี่น้อง พี่น้องของเขาเสียชีวิตจากโรคระบาด จากการใช้ยาที่ผิด ท่านนายกฯ ครับ ท่านนอนหลับหรือ ผมว่าท่านนอนไม่หลับหรอก ถ้าเป็นผม ผมก็นอนไม่หลับ

ในขณะนี้เรากำลังมีสงครามระหว่างยาที่ผลิตในญี่ปุ่น ชื่อ ฟาวิพิราเวียร์ กับสมุนไพรไทย ชื่อ ฟ้าทะลายโจร หรือที่ผมเรียกว่า ฟทจ. แล้วมันก็มีนัยของ พ.ร.ก.นิรโทษกรรมโรคระบาดนี้ด้วย

ท่านผู้ชมครับ มันเป็นความโชคร้ายหรือว่าเป็นเวรกรรมของสมุนไพรไทยที่เกิดในแผ่นดินไทย มีคุณค่าที่จะรักษาโรคระบาดได้ แต่คนไทยอยู่จำนวนไม่น้อย บางส่วน ด้อยค่า ฟทจ.

ล่าสุดนี้ เมื่อสักวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่านผู้ชมคงได้เห็นข่าวว่ามีการอ้างอิงว่าได้มีการถอดถอนงานวิจัย ถอนงานวิจัยของ ฟทจ. ที่จะส่งเข้าไปตีพิมพ์ ท่านผู้ชมครับ ผมไม่อยากจะเข้าไปในเรื่องนี้ เพราะว่าผมไม่เกี่ยว เพราะว่างานวิจัยที่เอา ฟทจ. ไปนั้น เป็นงานวิจัยของสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ ท่านผู้ชมรู้อยู่แล้วตั้งแต่ติดตามรายการผมมา ว่าผมไม่ได้สนใจสารสกัด ผมสนใจผงหยาบ ผงหยาบคือ ฟทจ. ที่ประชาชนทำกันขึ้นมาเองได้ เม็ดละ 1 บาท 2 บาท สูงสุดก็ไม่เกิน 5 บาท ในยามที่ราคาแพงแบบนี้ แล้วก็ใช้กันหมด เรือนจำทั่วประเทศไทยใช้ นักโทษหายถึง 99.02 เปอร์เซ็นต์ ยะลา ใช้ หาย ที่แม่ริมใช้ หมู่บ้านหนึ่ง 120 คน หายหมด มีคนที่ใช้แล้วหายเขาติดต่อมาทางผมมากมายมหาศาล เมื่อกี้ผมพุดไปแล้วตอนต้น คุณหมอจากขอนแก่น ท่านอยู่โรงพยาบาลสิรินธร ท่านก็ใช้กับคนที่ด้อยโอกาส ท่านส่งข้อความมาว่าใช้แล้วหายจริงๆ แล้วท่านยินดีที่จะเป็นคนที่ช่วยในงานวิจัยพวกนี้


ท่านผู้ชมรู้ไหมว่านัยตรงนี้มีอย่างไร ? นัยตรงนี้ก็คือว่า ถ้า ฟทจ. หรือสมุนไพรไทยเกิดได้ในประเทศไทย มันจะเป็นอันตรายต่อขบวนการขายยาในประเทศไทย ท่านผู้ชมจำคำพูดผมเอาไว้ ไม่มีบริษัทยาไหนก็ตามในประเทศไทยที่ไม่จ่ายค่าคอมมิชชันให้หมอหรือโรงพยาบาล จ่ายได้หลายรูปหลายแบบ จ่ายด้วยการพาไปเลี้ยง จ่ายโดยให้เงินให้ทอง ใหญ่หน่อยก็อาจจะซื้อรถให้ ทั่วๆ ไปแล้วมีอยู่ นานมาแล้วครั้งหนึ่งและยังปฏิบัติกันอยู่จนทุกวันนี้ เสียดายที่มันมีโรคระบาดเกิดขึ้น ทุกปีจะมีบริษัทยาลงขันกันแล้วก็จัดทัวร์ครั้งยิ่งใหญ่ บางปีไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขระดับผู้ใหญ่ไปกันเป็นสิบๆ คน แจกเงิน pocket money ให้ หลายคน บางคนซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล เมื่อบริษัทยาไปขายยาแล้ว ก็เอาเงินค่าคอมมิชชันวางกองกลาง ในทำนองว่าเพื่อความยุติธรรมนะ ไม่ได้เข้ากระเป๋าของ ผอ. แต่เอาเงินพวกนี้มาจ่ายช่วยในการทำงานของโรงพยาบาล อุปมาอุปไมยเหมือนโรงพัก ได้รับเงินค่าบ่อน ค่าซ่อง ค่าอบายมุข แล้วผู้กำกับก็เอามาวางตรงกลาง แล้วก็บอก เฮ้ย เงินก้อนนี้ ใครเดือดร้อนมากู้ไป ใครขาดข้าวของมาเอาเงินไปซื้อของใช้ ดูเหมือนเป็นการกระทำที่น่ารัก แต่จริงๆ มันก็คือเงินค่าคอร์รัปชันนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ก่อนที่เราจะต่อไป ทำความเข้าใจตรงนี้ก่อนว่า ไม่มีบริษัทยาบริษัทไหนในประเทศไทยที่ขายยาให้กับระบบสาธารณสุขเมืองไทยแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชัน แต่มียาอยู่ประเภทเดียวที่เสียค่าคอมมิชชันไม่ได้ และไม่มีจะเสียให้ นั่นคือ ฟทจ. เพราะ ฟทจ. คือยาประชาชน

ท่านผู้ชมครับ ผมจะเอาให้ดูง่ายๆ แล้วกัน ผมยกตัวอย่างให้ฟัง ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าการที่กระทรวงยุติธรรม เอา ฟทจ. มารักษาคนไข้ซึ่งเป็นผู้ต้องขังหาย คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 99.02 เปอร์เซ็นต์ ผมเอาตัวอย่างให้ดู เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จ.ตราด พึ่งพาตัวเองนำร่องเริ่มผลิต ฟทจ. ท่านเลขาฯ กระทรวง ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เป็นคนส่งข้อมูลมา


วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม ศุกร์ที่แล้ว ที่ จ.ตราด ได้มีการเชิญคณะแพทย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด มาทำโครงการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง สอนการบรรจุพืชสมุนไพร ฟทจ. ลงแคปซูล ณ เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ ท่านผู้ชมครับ นี่คือตัวอย่างของการบูรณาการใช้ ฟทจ. เป็นการต่อยอดเพื่อรักษาโรคติดเชื้ออย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ ใบ ฟทจ. ที่มาใส่ในแคปซูล ก็เก็บมาจากในพื้นที่ เพราะเรือนจำนี้ปลูก ฟทจ. ตามนโยบายของคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในเฟสแรก เรือนจำชั่วคราวเขาระกำปลูก ฟทจ. ไป 10 ไร่

ท่านผู้ชมครับ ตัวเลขในการปลูก ผมจะอธิบายให้ฟังง่ายๆ จะได้ไม่สับสน 1 ตันของ ฟทจ. สามารถจะผลิต ฟทจ. ขวดละ 50 เม็ด ได้ 15,000 ขวด 15,000 ขวด ตอนนี้ที่ตราดได้มาแล้วทั้งหมด 80,000 ต้น 10 ไร่


10 ไร่ ก็เท่ากับว่า ถ้าเอา 15,000 ขวด คูณเข้าไป ก็ได้ 150,000 ขวด นี่เป็นธุรกิจหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับเรือนจำ และที่สำคัญที่สุด เรือนจำก็จะมียาที่สามารถจะ ... ท่านผู้ชมครับ ฟทจ. ไม่สามารถจะป้องกันโรคระบาดได้ ท่านผู้ชมทำความเข้าใจตรงกันกับผมนะ เช่นเดียวกับวัคซีน ฉีดแล้ว 2 เข็ม แม้กระทั่งเข็มที่ 3 ฉีด ในต่างประเทศก็บอกว่า ยังติดเชื้อได้ ฟทจ. ก็เช่นกัน ป้องกันไม่ได้ แต่ว่าถ้าท่านผู้ชมปวดแขน ปวดข้อศอก ปวดข้อมือ ปวดข้อเท้า ไข้ขึ้น 37 องศาฯ กว่า ไอแห้งๆ ท่านผู้ชมทาน ฟทจ. ได้ทันที 4 เม็ดต่อมื้อ 4 มื้อต่อวัน เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน 5 วัน 80 เม็ด หายแน่นอน เพราะว่าประจักษ์พยานผมมีเป็นหมื่น ที่ติดต่อมา เขาหายจริงๆ เขาไม่ได้ซี้ซั้ว ขนาดหมอแล็บแพนด้า ด้อยค่า ฟทจ. จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่รู้ล่ะ คนเข้ามาคอมเมนต์ในเพจหมอแล็บแพนด้า บอกเลย คุณพูดผิด ผมนี่ติด ผมกิน ฟทจ. ผมหาย จนวันนี้ผมยังไม่เคยเจอว่าฟาวิพิราเวียร์รักษาได้อย่างไร

ฟทจ. พอติด 5 วันหาย ฟาวิพิราเวียร์ อย่างน้อยต้องมี 14 วัน ซึ่ง 14 วันนี่ก็ไม่ได้แปลว่าจะหายนะท่านผู้ชม เพราะว่าฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต่อต้านไวรัส ที่เขาผลิตขึ้นมาเพื่อต่อต้านไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่โรคระบาดที่เราเจอ ตอนนั้นมีการฝึกกัน พยายามที่จะหายามา เอายาอะไรมารักษาดี ก็เกิดมีคนเอาฟาวิพิราเวียร์ โดยที่ยังไม่ได้ดูผลการวิจัย ไม่ว่ากัน ตอนนั้นเราลองถูกลองผิด เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ฟทจ. นั้น คนที่ติดเชื้อโรคระบาดในช่วงสีเขียว ก็คือยังไม่มีอาการ แล้วก้าวมาสู่สีเหลือง ก็คือมีอาการบ้าง แล้วลงไปสู่สีแดง คือเชื้อลงปอด ฟทจ. พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ระหว่างสีเขียว ต่อสีเหลืองนั้น ฟทจ. รักษาได้

ท่านผู้ชมครับ การยอมรับ ฟทจ. ว่ารักษา ระงับการระบาดของเชื้อโรคระบาดนี้ได้ มันเป็นเรื่องใหญ่ในวงการแพทย์เมืองไทย มันไปทำลายอัตตา (ego) ทำลายความอคติของหมอทั้งหลายในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอแก่ๆ ที่ผมเคยพูดถึง เพราะคนพวกนี้จะต่อต้านสมุนไพรไทย แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่า ฟทจ. ไม่ได้เพิ่งมีใช้ ใช้มานานแล้ว ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่าตาทวดของเรา ท่านผู้ชมเคยคิดไหมว่า ทำไมเขาถึงไม่มีงานวิจัยออกมา ก็เพราะว่าเขาไม่ให้ความสนใจไง เพราะเขาต้องการเน้นยาฝรั่ง ท่านผู้ชมครับ ตามผมมานิดหนึ่ง ผมจะเล่าอะไรให้ฟัง


ถ้าบ้านทุกบ้านในประเทศไทย จะเป็นหมู่บ้าน จะเป็นตำบล จะเป็นอำเภอ หรือแม้กระทั่งอยู่บนคอนโดฯ ปลูก ฟทจ. บนกระถาง 4 เดือน จะสูงสุด แต่เขาให้ตัดตอน 3 เดือนครึ่ง อย่าให้เกิน 4 เดือน เพราะถ้าดอกออกแล้วคุณสมบัติของยาที่อยู่ใน ฟทจ. จะลดน้อยลง ท่านผู้ชมลองคิดดู ปวดหัว ตัวร้อน ไข้หวัดเล็ก ไข้หวัดใหญ่ เจ็บคอ แม้กระทั่งบางกรณีอ้างว่ารักษาไซนัสได้ ซึ่งต้องวิจัยกันต่อไป แต่ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ ทาน ฟทจ. หายเด็ดขาด เอาหัวเป็นประกัน แปลว่าอะไรท่านผู้ชม ? แปลว่าประเทศไทย ชาวบ้าน คนไทยทั่วประเทศ สามารถจะดูแลตัวเองได้ และนี่คือวัตถุประสงค์ของการต่อสู้เพื่อ ฟทจ. ของผม เพราะผมบอกท่านผู้ชมมานานแล้วไม่ใช่หรือ ตั้งแต่มีโรคระบาดนี้ ว่าเราพึ่งรัฐบาลไม่ได้ ระบบสาธารณสุขเรามันล่มสลายไปแล้ว เราต้องมาพึ่งตัวเอง ท่านผู้ชมจำได้ไหมผมเคยพูดคำนี้ออกมา แล้วถ้าเรามี ฟทจ. ทุกบ้าน ยาบรรเทาหวัดยี่ห้อต่างๆ ที่ท่านผู้ชมคงได้ยินชื่อ พาราเซตามอล ก็ไม่ต้องทาน แล้วท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่า มีความพยายามที่จะด้อยค่า ฟทจ. ด้อยค่าอย่างไร ? บอกว่ามันมีผลต่อตับ นี่คือการปล่อยเฟกนิวส์ออกมาเพื่อทำลาย ด้อยค่า ฟทจ.

ท่านผู้ชมครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่า พาราเซตามอล ที่หมอให้คนที่ติดเชื้อโรคระบาดตอนต้น ให้ทานอยู่เรื่อยๆ พาราเซตามอล นี่ล่ะ เป็นตัวทำลายตับ แต่ ฟทจ. เป็นตัวรักษาตับ พวกที่มโนพวกนี้ เบิกเนตรเสียหน่อยนะครับ ผมจะชี้ให้ดู มีงานวิจัยอยู่เยอะแยะไปหมด แล้วล่าสุดสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ออกมาพูดชัดเจน "จากงานวิจัย ฟทจ. ในต่างประเทศ ที่ใช้ ฟทจ. ทั้งชนิดผงและสารสกัด ในการรักษาอาการหวัด หลอดลมอักเสบ ไม่มีรายงานว่า ฟทจ. ก่อให้เกิดความเป็นพิษต่อตับ" งานวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ก็พูดชัดเจนว่า ไม่มีผลเลยแม้แต่นิดเดียว วารสารความเป็นพิษวิทยาของอาหารและเคมี ชื่อ Food and Chemical Toxicology ฉบับตีพิมพ์เมื่อ 2554 ท่านผู้ชมครับ สิบปีที่แล้ว เดือนธันวาคม ในการทดลองในหนูทดลอง ถูกให้ยาพาราเซตามอล เพื่อให้เกิดความเป็นพิษต่อตับ แต่เมื่อให้ ฟทจ. กลับทำให้ความเป็นพิษของพาราเซตามอลต่อตับลดลงไปเลยอย่างมีนัยสำคัญ


เห็นหรือยังท่านผู้ชมว่าเราโดนหลอก แสดงว่า ฟทจ. ไม่ใช่แค่ไม่ทำลายตับ แต่ยังออกฤทธิ์ตรงกันข้าม ช่วยลดความเป็นพิษต่อตับด้วย เพราะอะไร ? เพราะ ฟทจ. คือตัวอย่างพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีอยู่แล้ว ต่อมามีความพยายามจะสกัดสารสำคัญออกมา อย่างเช่นพวกสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ สรรพคุณสมุนไพรเต็มส่วนไม่ได้เอามาใช้ เช่นเดียวกับพวกกัญชา สะเดา ขี้เหล็ก สมุนไพรเหล่านี้ยิ่งสกัดสารสำคัญออกมา กลับยิ่งเป็นพิษมากขึ้น ฟทจ. ก็เช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเรือนจำเขาใช้ ฟทจ. แบบผงหยาบ มันถึงหายไง ถ้าใช้พวกสารสกัด มันไม่หาย เพราะมันเป็นพิษ ฟทจ. เราใช้มาหลายสิบปีแล้ว เป็นร้อยปี ในรูปแบบผงหยาบ เจ็บคอ หวัด เป็นไข้ มีขนาดยาอย่างชัดเจน ปรับลดได้ตามน้ำหนักของผู้ใหญ่และเด็ก ถ้าเด็กก็ทานน้อยลง ถ้าผู้ใหญ่ก็ทานมากขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว การที่จะมากำหนดว่าใช้สารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ของ ฟทจ. แล้ว ให้ทานที่ 180 มิลลิกรัม ครอบจักรวาล คำถามคือว่า แล้วเด็ก 7 ขวบ ต้องทาน 180 มิลลิกรัม ไหม ? ไม่พูด ทำไมถึงไม่พูด ? เพราะเขาใช้สารสกัด เพราะเขาต้องการอวยบริษัทยายักษ์ใหญ่ ที่มีอุปกรณ์ ความสามารถในการสกัด ฟทจ. ออกมา สกัดแอนโดรกราโฟไลด์ ชาวบ้านธรรมดาเขาทำไม่ได้ แต่ชาวบ้านธรรมดาเขาปลูก เหมือนกับที่เรือนจำชั่วคราวที่ตราด เขาปลูก เขาอัดเม็ด แค่นั้นก็รักษาได้หมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องทานสารสกัด


เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นว่าแพทย์แผนปัจจุบันที่โจมตี ฟทจ. โดยไม่เคยอ้างอิงงานวิจัย ใช้แต่การมโนและอคติส่วนตัว กลับไปส่งเสริมให้ทานพาราเซตามอล ซึ่งพิสูจน์ชัดเจนในงานวิจัย พิสูจน์ชัดเจนว่ามันเป็นผลต่อตับ

ท่านผู้ชมครับ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2564 รัฐ คือรัฐบาล กำหนดให้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์สำหรับผู้ที่มีเชื้อไวรัสลงปอดเท่านั้น เมษายน-พฤษภาคม 2564 มีการปรับการจ่ายยาจากกระทรวงสาธารณสุขว่า จะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้เร็วขึ้น ขณะที่ทาง กทม. ก็นำร่องแจกผู้ป่วยคนละ 50 เม็ด ท่านผู้ชมจำได้ไหม คลัสเตอร์ที่คลองเตย ใครเป็นพระเอก ? พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ขึ้นมาแอ่นอก เอาฟาวิพิราเวียร์ไปกิน วันนี้คุณอัศวิน ขวัญเมือง เงียบ คำโบราณเขาว่าเป่าสาก ไม่ได้ยินเสียงคุณอัศวิน อีกเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะคุณอัศวิน รู้แล้วว่ามันไม่ได้ผล เพราะคลัสเตอร์ที่คลองเตย พวกผม มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ลงไปตามคลัสเตอร์ที่ กทม. ไม่ได้สนใจในตอนนี้ แล้วเอา ฟทจ. ไปให้รับประทาน ปรากฏว่าหาย เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัด

มิถุนายน-กรกฎาคม 2564 เมื่อสองเดือนที่แล้ว มีการออกมาบอกอีก ผู้ป่วย 1 คน ต้องทานยาฟาวิพิราเวียร์ 75-99 เม็ด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย ล่าสุดถึงขั้นว่าจะนำไปใช้แจกในกล่องห่วงใย ให้ชาวบ้าน ท่านผู้ชม อำมหิตไหม ดึง ฟทจ. ออกมา ที่ราคาถูกกว่าเกือบร้อยเท่า และรักษาได้ หาย ออกเลย แล้วเอาฟาวิพิราเวียร์ใส่เข้าไป ท่านผู้ชมไม่สงสัยบ้างหรือว่า ทำไมถึงมีกระบวนการเร่งการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์จำนวนมหาศาล เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเร่งให้มีการใช้ยาเร็วมากขึ้น แล้วรัฐบาล และ ศบค. ไปสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขตุนยาฟาวิพิราเวียร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้


ว่ากันว่า สั่งถึง 300 ล้านเม็ด ทีเดียว ท่านผู้ชม อำมหิตไหม เพราะเรื่องนี้ฟินาเล่มันจบตรงไหน ? มันจบตรงที่ว่า เฮ้ย มันรักษาไม่ได้ พวกมึงจะบ้ากันหรือเปล่า อวยกัน อวยกันจนไส้แตก รักษาไม่ได้ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง จะเอาข้อมูลให้ดูว่าทำไมถึงไม่มีผลต่อโรคนี้ เอาข้อมูลมาตีแสกหน้ากัน ก็ไหนคุณบอกว่าอยากได้งานวิจัยใช่ไหม ผมเอางานวิจัยมาเป็นปึกเลย เตรียมตัว เอาให้พวกคุณเบิกเนตรกัน

พวกคุณก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มันก็ด็อกเตอร์ทั้งนั้น อธิบดีกรมการแพทย์เอย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเอย นายแพทย์เป็นทั้งศาสตราจารย์ ที่ปรึกษาท่านนายกฯ ก็เป็นถึงศาสตราจารย์ หมอเก่งๆ ทั้งนั้น แต่ไม่เคยอ่านข้อมูลวิจัยหรืออย่างไร รวมไปจนถึงคุณหมอของขวัญ ซึ่งประกาศว่า ต้องฟาวิพิราเวียร์ ทั้งๆ ที่คุณหมอของขวัญ เป็นแพทย์โรคผิวหนัง รักษาสิว รักษากลากเกลื้อน ท่านก็อุตส่าห์มาเชียร์ฟาวิพิราเวียร์ ทำไมต้องเชียร์ฟาวิพิราเวียร์ ? ทำไมไม่เชียร์ ฟทจ. ถ้าทั้งประเทศทาน ฟทจ. มันจะด้อยค่าวัคซีนไป ตอนนี้ต้องเชียร์วัคซีน เชียร์หมด เชียร์อย่างไร ? เชียร์เฉพาะ mRNA แหกปากกันทั้งประเทศเลย พวกวัยหนุ่มวัยสาว ผมถึงเข้าใจหมอของขวัญ ว่าทำไมถึงต้องเชียร์อันนี้ เพราะว่าลูกค้าเขาคือวัยหนุ่มวัยสาวทั้งนั้น จะเห็นได้ชัดเลยงานนี้ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่า mRNA ทุกคนด้อยค่าซิโนแวค ทุกคนด้อยค่าแอสตร้าเซนเนก้า แต่ทุกคนเห็น mRNA เป็นวัคซีนเทพ แล้ววันนี้ทุกคนก็เริ่มรู้สึกแล้วว่า ไฟเซอร์ ฉีดเข็มที่ 3 ก็มีคนตายแล้ว


ท่านผู้ชม ผมบอกท่านผู้ชมแล้วไง ท่านผู้ชมจำคำพูดผมไว้ การต่อสู้กับโรคระบาดนี้ ไม่มีอะไร จะฉีดวัคซีนก็ฉีดไป เพราะวัควีนจะช่วยได้เรื่องหนึ่ง ก็คือว่า เวลาติดเชื้อขึ้นมา โอกาสที่จะรุนแรง 100 เปอร์เซ็นต์ ก็อาจจะเหลือแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ก็คือโอกาสตายน้อยมาก เป็นคุณูปการของวัคซีน แต่ถ้ายังไม่มีวัคซีนฉีด ดูแลตัวเอง ตื่นเช้ามาทานน้ำขิง เที่ยงทานน้ำขิงร้อนๆ เย็นทานน้ำขิงร้อนๆ ช่วยอะไร ? ช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้ผมได้สูตรยาสมุนไพรไทยมาจากอาจารย์ปานเทพ คือสูตรที่จะทำขึ้นมานี้เพื่อให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน แจกให้กับประชาชนที่ติดโรคระบาดนี้แล้วเชื้อเริ่มลงปอด แต่ผมยังไม่บอกว่าอะไร ให้ผมทำให้เรียบร้อยก่อน แล้วแจกฟรีครับท่านผู้ชม แจกฟรี ไม่คิดเงิน ท่านผู้ชมคนไหนที่อยู่ที่บ้าน หาเตียงไม่ได้ แล้วเชื้อลงปอด มารับไป เพราะเป็นยาสมุนไพรซึ่งอยู่ในคัมภีร์หลวง พูดชัดเจนว่า สามารถจะรักษาโรคที่เกิดในปอดได้

เอาล่ะ ท่านผู้ชม ตามมานิดหนึ่ง องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข เผยออกมาแล้ว เตรียมสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ 300 ล้านเม็ด ท่านผู้ชมครับ 300 ล้านเม็ด กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เตรียมสำรองยาฟาวิพิราเวียร์ 300 ล้านเม็ด และยาเรมเดซิเวียร์ เพิ่มอีก 1 แสนขวด เพื่อสร้างความมั่นใจคนทำงาน ล่าสุดกระจายยานี้ไปทั่วประเทศนี้แล้วกว่า 20 ล้านเม็ด ในจำนวนนี้กระจายไปที่ กทม. มากถึง 7.6 ล้านเม็ด ขณะที่การใช้ยานี้เฉลี่ยแล้ววันละประมาณ 8.5 ล้านเม็ด ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านเป็นคนเปิดเผยมา


ท่านผู้ชมครับ พอจะนึกออกหรือยังว่า ในเมื่อฟาวิพิราเวียร์ไม่สามารถจะรักษาให้หายได้ เพราะฉะนั้นคนที่สั่งฟาวิพิราเวียร์มา 300 ล้านเม็ด จะต้องโดนญาติพี่น้องของผู้ตาย อาจจะรวมตัวกันแล้วฟ้องข้อหามาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นี่ยังไม่นับโอกาสที่จะมีการตรวจสอบว่ามีการคอร์รัปชันกันหรือเปล่า เขาจะพิสูจน์เลยว่าคุณเป็นคนสั่งยาฟาวิพิราเวียร์มาใช่ไหม ? ใช่ แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมเวลาสั่งยาฟาวิพิราเวียร์ ท่านผู้ชมต้องกดดันให้กระทรวงสาธารณสุข โดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนี่ล่ะตัวดี อธิบดีกรมการแพทย์นี่ตัวดี อธิบดีกรมควบคุมโรค ตัวดี เวลาสั่งมา ต้องระบุหน่อยนะ ขอความกรุณา ช่วยระบุหน่อยว่า สั่งมาเพื่ออะไร ผมอยากได้หลักฐานตรงนี้ ให้เขียนมาว่าสั่งมาเพื่อรักษาโรคระบาด จะได้เอาเชือกตรงนี้คล้องคอไว้เลย แล้วพนันกับผมไหม คนที่ผมเอ่ยชื่อไป 3-4 คนนี้ จะไม่ระบุเลยว่าสั่งมาเพื่ออะไร ป้องกันตัวเองแล้วสิคราวนี้ คำถามคือ (ขอประทานโทษ ภาษาผม) แล้วมึงสั่งมาทำไม ต้องพูดอย่างนี้

ถ้าสั่งยามา 300 ล้านเม็ด เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยโรคระบาดกี่คน ? ทายซิท่านผู้ชม เพียงพอต่อการรักษาคนถึง 4 ล้านคน ขณะที่ผู้ป่วยที่ค้างอยู่ในระบบมีแค่ 2 แสนคน แล้วสั่งมาเยอะๆ อย่างนี้ทำไม นี่ผมโกรธนะ หรือว่าค่าคอมมิชชันมันสูง อย่างที่ผมเรียนให้ทราบไง ไม่มียาอะไรก็ตามที่สั่งมาจากต่างประเทศแล้วไม่มีค่าคอมมิชชัน ถึงจะสั่งด้วยองค์การเภสัชกรรมก็ตามเถอะ เพราะว่ามันตกลงกันแล้วนี่ว่าใครเป็นคนออกคำสั่ง สั่ง บริษัทยามันรู้นี่ว่าใครเป็นคนที่ไฟเขียวให้สั่ง องค์การเภสัชกรรมก็ทำหน้าที่รับคำสั่งเพื่อสั่งเข้ามา แล้วผมก็ไม่รู้ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านปลัดรับเงิน หรือใครรับเงินนะ ศบค. บางคนอาจจะรับเงินก็ได้ พอ ศบค. มีมติให้สั่ง โดยที่ไม่ดูผลงานวิจัย แล้วลงมาที่ปลัด ปลัดก็รับคำสั่งมา อธิบดีกรมการแพทย์รับคำสั่งมา แล้วก็ส่งต่อไปที่องค์การเภสัชฯ ซึ่งมีหน้าที่อย่างเดียวคือ ทำตามคำสั่ง


ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ได้กังวลเรื่อง พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง ทันทีที่ข่าวออกมาว่าจะมี พ.ร.ก.นิรโทษกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทั้งแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ออกมาเกือบ 2 พันคน มาประท้วงบอกว่าไม่ต้องการ พ.ร.ก.นิรโทษกรรม เพราะเขาไม่กลัว ทำไมเขาไม่กลัว ท่านผู้ชมรู้ไหม ? ที่เขาไม่กลัวเพราะว่าเอาผิดเขาไม่ได้ เพราะเขาทำตามคำสั่ง เพราะจะมีใบคำสั่งมาจากกรมการแพทย์ ว่าจากนี้ไปให้จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์อย่างเดียว ให้จ่ายวันละกี่เม็ด เขาทำตามนั้น เขาไม่ผิด เมื่อเขาไม่ผิดแล้ว ใครผิดล่ะ ? คนที่ออกคำสั่งนี่สิ คนที่ออกคำสั่ง ก็บอกว่าผมทำตามคำสั่งอีก ก็ไล่ไปทีละเปลาะ จนในที่สุดก็รู้ว่าใครเป็นคนสั่ง เพราะฉะนั้นแล้ว แพทย์ พยาบาล ที่ศิริราช เขาอ่านเกมออก เขาถึงออกมาโวยวายไง ไม่เอาๆ ไม่จำเป็นต้องมี พ.ร.ก.นิรโทษกรรม เขาบอกแล้ว

ท่านผู้ชมครับ ฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาที่ อย่างที่ผมบอก งานวิจัยบอกว่าโหลยโท่ย แต่เผอิญมันมีด็อกเตอร์คนหนึ่ง คือ ดร.อนันต์ นามสกุล จงแก้ววัฒนา เขาเป็นนักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์ และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)


ดร.อนันต์ ท่านจบปริญญาเอกด้านจุลชีววิทยา ผมเอารูปขึ้นให้ดู จากมหาวิทยาลัยแอละแบมา เบอร์มิงแฮม ประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านโพสต์ในเฟซบุ๊กออกมาเลย ท่าน ดร.อนันต์ ท่านโผล่มาในจังหวะดีเหลือเกิน โผล่เข้ามาให้ความชอบธรรมกับฟาวิพิราเวียร์ ท่านบอกว่างานวิจัยเรื่องยาฟาวิพิราเวียร์ในหลอดทดลองมันไม่มีผลต่อเชื้อไวรัสโรคระบาด ท่านยอมรับว่า งานวิจัยดังกล่าวปรากฏในวารสารทางวิทยาศาสตร์ที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ดร.อนันต์ พยายามแก้ต่าง อ้อมไปอ้อมมา อธิบายว่า ปกติการทดสอบยาต้านไวรัสสักตัวหนึ่งต้องมีกระบวนการอย่างน้อย 3 ระดับ ท่านบอกว่า ระดับแรก ท่านผู้ชมฟังดีๆ ไม่สับสนหรอกครับ ไม่ยากเลย ระดับเซลล์ คือดูว่าเซลล์ที่มีการใส่ยาดังกล่าวลงไปจะสามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้หรือเปล่า ระดับที่สอง สัตว์ทดลอง ใช้หนู ที่เมืองนอกเขาใช้หนูแฮมสเตอร์ ว่ามีอาการป่วยตายหลังจากได้รับการติดเชื้อไวรัสนั้นได้หรือไม่ สาม ทดลองในเชิงคลินิก ที่เขาเรียกว่า Clinical Test ในมนุษย์


ดร.อนันต์ ก็มาอ้างว่า แม้แต่ในหลอดทดลองว่ายานี้ไม่ได้ผล แต่ก็ได้มีการทดสอบในสัตว์ทดลองต่อมา ที่สอดคล้องคือหนูแฮมสเตอร์ที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์สามารถลดเชื้อได้ ดร.อนันต์ อ้างว่า การทดสอบในหลอดทดลองเหมือนจะไม่เวิร์ก เพราะอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงในตัวสัตว์ทดลอง และออกฤทธิ์ต้านไวรัสได้ ท่านผู้ชมฟังให้ดีๆ นะ "เหมือนจะไม่เวิร์ก" และอาจจะ ...

นักวิทยาศาสตร์ที่จะทดลองเรื่องยาที่เอามาใช้กับมนุาย์ ใช้คำว่า "เหมือนจะ" และ "อาจจะ" ได้อย่างไร ไม่มีสิทธิ์ใช้ แล้วใช้คำพูดต่อว่า "เราต้องหาโครงสร้างฟาวิพิราเวียร์ที่้ถูกเปลี่ยนรูปร่างในตับให้พบ แล้วนำกลับมาทดสอบกับไวรัสในเซลล์ ซึ่งน่าจะไม่ง่ายครับ" สรุป ข้อความที่ ดร.อนันต์ อธิบายในสิ่งที่ไม่สามารถหาที่ไปที่มาถึงกลไกออกฤทธิ์ในหลอดทดลอง แล้วมาอ้างว่าในหนูมันลดเชื้อได้ แสดงว่าไม่ต้องไปสนใจกลไกทั้งหลายในหลอดทดลอง คุณทำอย่างนี้ได้อย่างไร คุณเป็นถึงด็อกเตอร์ จบไบโอเทค ไบโอชีววิทยา แล้วคุณบอกว่าไม่ต้องสนใจผลของหลอดทดลองได้อย่างไร คุณกระโดดมาที่หนูเลย คุณจะบ้าหรือเปล่า คุณได้ด็อกเตอร์มา คุณกระโดดข้ามหลอดทดลองหรือเปล่า คุณก็ไม่ได้กระโดดข้ามหลอดทดลอง แล้วทำไมฟาวิพิราเวียร์ถึงกระโดดข้ามหลอดทดลองได้ ท่านผู้ชมเข้าใจที่ผมพูดไหม

ท่านผู้ชมครับ บอกตรงๆ นะ ผมเพิ่งเห็นนักวิทยาศาสตร์กำลังสอนให้คนเชื่อในสิ่งที่อธิบายกลไกไม่ได้ ผมถามว่า อย่างนี้ถือว่าเป็นอวิชชาไหม ?


นอกจากนั้นแล้ว ดร.อนันต์ ยังโพสต์ต่อว่า ส่วนตัวผมคิดว่าฟาวิพิราเวียร์ "น่าจะ" มีผลยับยั้งไวรัสชนิดนี้ได้ "ในระดับหนึ่ง" ใช้คำว่า "น่าจะ" และ "ยับยั้งได้ในระดับหนึ่ง" เอ๊ะ! ระดับไหน ดร.อนันต์ ระดับไหนบอกผมหน่อยได้ไหม เป็นนักวิจัย แต่ไม่พูดจาให้ชัดเจนเหมือนกับนักวิจัย

"แต่เนื่องจากยาตัวนี้ไม่ได้ออกแบบมาต่อไวรัสชนิดนี้โดยตรง ฤทธิ์การต้านไวรัสอาจไม่สูงเท่ากับไวรัสไข้หวัดใหญ่ ก็คือว่าฟาวิพิราเวียร์เอามาใช้กับไวรัสไข้หวัดใหญ่) ก็เลยบอกว่า เขาออกแบบมาใช้กับไวรัสไข้หวัดใหญ่ แต่เมื่อใช้กับไวรัสโรคระบาดนี้อาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ใช่นักวิจัยสัตว์ทดลอง แต่ผมเป็นนักสื่อสารมวลชน ที่ค้นหาข้อมูลได้เหมือนกัน ผมไม่ได้โง่ ผมมีสมอง ผมมีตา ผมมีปัญญา ผมมีความรู้ ผมค้นหาข้อมูลได้ เราต้องจับคำพูดของนักวิจัยเหล่านี้ให้ทันว่าคนเป็นนักวิจัยจะใช้คำว่า "อาจจะ" "น่าจะ" "ระดับหนึ่ง" ใช้ไม่ได้ แถวบ้านผมเขาเรียกว่า ตอแหล ที่บ้านผมเขาพูดอย่างนี้ ขอประทานโทษนะครับ และคงตระหนักดีว่ายานี้ได้ผลน้อยในสัตว์ทดลอง จึงออกตัวว่าต้องใช้โดสที่สูง

ดร.อนันต์ ครับ ในงานวิจัยที่คุณอ้างมา เขามีส่วนต่อจากสิ่งที่คุณพูด ทำไมคุณไม่พูด งานวิจัยชิ้นนี้เขาบอกว่า ถ้าใช้โดสที่สูง มันจะมีผลและเป็นพิษต่อสัตว์ และในขณะเดียวกัน มันก็จะเป็นผลและเป็นพิษต่อมนุษย์เช่นกัน ซึ่งเขารายงานไปเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว คุณไม่ยอมพูด คุณละเลยที่จะพูด คุณก็เลยไปพูดสิ่งที่คุณคิดว่าจะเชียร์ฟาวิพิราเวียร์ ถึงแม้จะเชียร์ คุณก็ยังไม่กล้าฟันธง คุณก็ยังใช้ "อาจจะ" "น่าจะ" "ระดับหนึ่ง" ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของนักวิจัยที่จะพูดอย่างนั้นได้ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าคุณก็โหลยโท่ย ออกมาเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับฟาวิพิราเวียร์ ผมไม่รู้ว่าใครขอให้คุณออกมาพูด แต่ผมเชื่อว่าคุณอาจจะต้องรับงานนี้มา

การทดลองฟาวิพิราเวียร์ในสหรัฐฯ ที่ ดร.อนันต์ อ้างนั้น เป็นการทดลองต่อจากญี่ปุ่นอีกที ญี่ปุ่นเขาทดลองแล้ว ไม่ได้ผล เขาส่งไปที่คูเวต และอเมริกา ผลคือ ทั้งญี่ปุ่น ทั้งคูเวต สรุปออกมาเรียบร้อยแล้วว่า ฟาวิพิราเวียร์ไม่มีผลอย่างมีนัยสำคัญในการรักษาโรคระบาด ท่านผู้ชมจำได้ไหม ผมเคยพูดแล้วว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ คือยากาฝาก ไม่เพียงแต่ ดร.อนันต์ นะ แต่ระดับด็อกเตอร์มาเชียร์ฟาวิพิราเวียร์แบบก้มหน้า เชียร์แบบอ้างโน่นอ้างนี่ แต่ยังมีหมอ บุคลากรทางการแพทย์ รวมทั้งสื่อและ influencer จำนวนมาก ที่ใช้อคติของตัวเองออกมาเชียร์ยาฝรั่งโดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงในการด้อยค่าสมุนไพรไทย

ท่านผู้ชมครับ มีผู้ที่รู้ทางกฎหมายให้ข้อสังเกตมา ว่าจริงๆ แล้วคนที่ตายเพราะใช้ฟาวิพิราเวียร์รักษา ถือว่ามีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้แล้ว เพราะเขาเสียหายทั้งทางแพ่งและทางอาญา แล้วท่านผู้ชมสังเกตอะไรไหม ? ผมอยากให้ท่านผู้ชมตั้งข้อสังเกต ซึ่งถูกต้องมากเลย

คนที่ตายเพราะเชื้อโรคระบาดนี้ ท่านผู้ชมสังเกตไหมว่าเผาทันที ทำไมไม่มีการชันสูตรศพบ้าง ตั้งแต่เราใช้ยามา คนตายๆ ไปนี่ มียาอะไรบ้างที่เข้าไปแล้วมันไม่ได้ช่วยในการรักษาเลย จะได้เลิกใช้ยานั้น ไม่มี ท่านผู้ชมเห็นหรือยังว่านี่คือการปกปิดครั้งยิ่งใหญ่ ผมเคยพูดมาแล้วในอาทิตย์ที่แล้วว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ คือยากาฝาก ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น ? ที่ผมต้องพูดเช่นนั้น ก็เพราะว่ายานี้ไม่สามารถจะใช้เดี่ยวๆ แล้วรักษาคนให้หายได้ ต้องผสมด้วยยาประเภทอื่นเข้าไปด้วย อย่างเช่น สเตียรอยด์ อุปกรณ์ช่วยหายใจ หลายอย่าง ไม่เหมือนกับ ฟทจ.

ฟทจ. เป็นยาเดี่ยว สมุนไพรเดี่ยว ที่สามารถจะลดการอักเสบได้ ฟทจ. คือยาปฏิชีวนะที่ทำจากสมุนไพร เมื่อทานเรียบร้อยแล้ว ยังอยู่ในระดับเขียว เขียวคือรู้ว่าติดแต่ยังไม่ออกอาการ ทานเข้าไป 5 วัน หาย ฟาวิพิราเวียร์ ทานตั้งแต่รู้ว่าติดอาการ มันจะเริ่มออกผลประมาณ 10-14 วัน ตามที่เขาบอก ตามที่พวกคุณบอกกันเองน่ะ 10-14 วัน มันลงปอดไปหมดแล้ว

เพราะฉะนั้นแล้ว ในขณะซึ่งคุณด่า ฟทจ. ว่าไม่มีหลักทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีการวิจัย พวกคุณใช้ฟาวิพิราเวียร์กลับไม่มีงานวิจัย หรือไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เลย คุณต้องทำหน้าที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นหมอ เอามาเลย 10 ศพ มาผ่า ขออนุญาตญาติพี่น้องว่าขอผ่าศพพิสูจน์หน่อย คุณพิสูจน์ได้นี่ แล้วคุณสามารถจะเอาข้อเท็จจริงออกมาได้ว่า คนๆ นี้รักษาด้วยอะไร คุณจะมีเรกคอร์ดการรักษาอยู่แล้ว ใช้ฟาวิพิราเวียร์ ใช้สเตียรอยด์ เอ้า ดูซิ ปรากฏว่าเป็นฟาวิพิราเวียร์ ถ้าฟาวิพิราเวียร์ไม่สามารถจะรักษาโรคนี้ได้ ก็แสดงว่าคนสั่งยานี้ต้องถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย อาจจะโดยไม่เจตนา ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง นี่คือที่มาของ พ.ร.ก.ที่ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พากันประสาทรับประทานกันหมด


ท่านผู้ชมครับ ท่านแพทย์และพยาบาลครับ ต่อต้าน พ.ร.ก. นี้ ต่อต้านไปเลย อย่าไปยอม มิน่าล่ะ วิษณุ เครืองาม ศรีธนญชัยแห่งวงการกฎหมาย ถึงเสนอให้เอาพวกหมอทั้งหมดเข้าไปอยู่ภายใต้ร่มของ ศบค. เพราะ ศบค. ตั้งด้วย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สามารถทำอะไรก็ได้ แต่ข้อเท็จจริงจะปฏิเสธไม่ได้ครับ

ท่านผู้ชมครับ ขอจบลงเรื่องประวัติของฟาวิพิราเวียร์ ท่านผู้ชมจะได้เข้าใจ ฟาวิพิราเวียร์ ชื่อเดิมคือ อาวีแกน (Avigan) อีกชื่อหนึ่งคือ T-705 บริษัทคิดค้นชื่อ บริษัท ฟูจิฟิล์ม โตยามะ อนุมัติใช้ที่ญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2557 เจ็ดปีที่แล้ว แต่อนุมัติใช้เพื่อรักษาโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่ ที่ยาอื่นใช้ไม่ได้ ประเด็นที่ผมจะพูดวันนี้คือ ยาอาวีแกน ที่หมอไทยตะบี้ตะบันจ่ายยานี้ ในประเทศผู้ผลิตคิดค้นกลับไม่มีการอนุมัติให้ใช้


ถ้ามันใช้ได้ผลจริง ท่านผู้ชมครับ ตรรกะง่ายๆ แล้วพวกคุณปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตอบผมหน่อย ถ้ามันใช้ได้ผลจริง ทำไมญี่ปุ่นถึงไม่ให้ใช้ล่ะ คุณตอบมาหน่อย ท่านนายกฯ ตอบมาหน่อยสิ คำถามนี้ ท่านที่ปรึกษานายกฯ ด็อกเตอร์ทั้งหลาย ศาสตราจารย์ทั้งหลายที่ผมเอ่ยชื่อไป ตอบมาหน่อยสิ หรือว่าการแพทย์ของญี่ปุ่นสู้การแพทย์ไทยไม่ได้ คุณอย่าไปพูดในโลกนี้นะ หัวเราะกันฟันโยกฟันคลอนเลยนะ ผมว่ามาตรฐานการแพทย์ญี่ปุ่นสูงกว่าไทยด้วย หรือว่า DNA คนไทยเหมาะกับยาชนิดนี้่มากกว่า DNA คนญี่ปุ่น หรือหมอไทยเก่งกว่าหมอญี่ปุ่น รอบรู้กว่าหมอญี่ปุ่น เอาของที่เขาไม่ใช้ มาใช้แล้วได้ผล หรือเชื้อไวรัสของไทยมันคนละสายพันธุ์กับเชื้อไวรัสที่ระบาดที่ญี่ปุ่น อย่างเช่น เดลตา มันกินออนเซน และกินซูชิ หรืออย่างไร แล้วเดลตาเมืองไทยมันกินแกงเหลือง คั่วกลิ้ง หรืออย่างไร

ท่านผู้ชมครับ ญี่ปุ่นเขาอนุมัติใช้ยาอะไรในการรักษาโรคระบาดนี้ ผมจะเล่าให้ฟัง สิงหาคม 2564 ญี่ปุ่นอนุมัติยาที่รักษาโรคระบาดนี้ 4 ชนิด ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขฟังไว้ หนึ่ง เรมเดซิเวียร์ ใช้ต้านไวรัส สอง เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) เป็นสเตียรอยด์ สาม บาริซิทินิบ (Baricitinib) ใช้รักษาอาการอักเสบ และสี่ ล่าสุด สารภูมิต้านทานสูตรผสมผสาน หรือ ค็อกเทล สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อย ด้วยการรักษาโดยการนำยาสารภูมิต้านทานที่ลบล้างฤทธิ์ของไวรัสมาใช้ ได้แก่ คาซิริวิแมบ (Casirivimab) และอิมเดวิแมบ (Imdevimab) ท่านผู้ชมครับ ผมไม่เห็นมีชื่อฟาวิพิราเวียร์ หรืออาวีแกน เลยแม้แต่นิดเดียว


ย้ำอีกครั้งครับท่านผู้ชม ทางการญี่ปุ่น ประเทศผู้ผลิตคิดค้นยานี้ ไม่ได้อนุมัติให้ใช้ฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาผู้ป่วยโรคระบาด ย้ำแล้วนะท่านผู้ชม

วันนี้ผมมีหลักฐานอีกชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับยานี้ ทำไมผมถึงเรียกว่ายากาฝาก เป็นผลงานวิจัยที่เพิ่งออกมาเมื่อเดือนเมษายน 2564 (3-4 เดือนที่ผ่านมา) ท่านผู้ชมครับ 21 เมษายน 2564 วารสารสมาคมเภสัชวิทยาคลินิกและการรักษาโรคแห่งอเมริกา ภาษาอังกฤษ คือ American Society for Clinical Pharmacology and Therapeuticshttps รายงานว่า การควบคุมดูแลยาของญี่ปุ่นในช่วงโรคระบาด บทเรียนจากกรณีศึกษาของยาฟาวิพิราเวียร์ ภาษาอังกฤษคือ Japan's Drug Regulation During the COVID-19 Pandemic : Lessons from a Case Study of Favipiravir เป็นงานวิจัยที่เปิดให้อ่านและดาวน์โหลดได้ฟรี


ท่านผู้ชมสงสัยไปเสิร์ชหา ดาวน์โหลดมาอ่านด้วยตัวเองเลย สำหรับท่านผู้ชมหรือสื่อมวลชนคนไหนที่ไม่ถนัดอ่านภาษาอังกฤษ อ่านงานวิจัยยาวๆ ผมจะสรุปเนื้อหาของการศึกษาวิจัยชิ้นนี้ให้ท่านผู้ชมได้รับทราบง่ายๆ

ประเด็นที่หนึ่ง การศึกษานี้ทำโดยนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ประกอบด้วย Munetaka Ueda, Tdtsuya Tanimoto, Anju Murayama, Akihiko Ozaki และ Masahiro Kami ท่านผู้ชมครับ แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นประเมินตัวเอง ประเมินยาตัวเองด้วยหลักฐานทางวิชาการ ไม่ได้มีใครไปบิดเบือนหรือใส่ร้ายอะไร นักวิจัยกลุ่มนี้มาจากหลายภาคส่วนของระบบสาธารณสุขของญี่ปุ่น เช่น ศูนย์การแพทย์ สถาบันวิจัยด้านธรรมาภิบาลทางการแพทย์ของญี่ปุ่น โรงพยาบาลเกโยบาน ของมูลนิธิโกกิวะ เมืองอิวากิ


ประเด็นที่สอง งานวิจัยชิ้นนี้เขาระบุชัดเจน เขาอธิบายว่า ในช่วงวิกฤตโรคระบาด การรักษาความสมดุลระหว่างแรงกดดันทางสังคมเพื่อจะเร่งให้มีการพัฒนายารักษาออกมาไวๆ และการประเมินทางวิทยาศาสตร์ของการผลิตยาที่กินเวลามาก กลายเป็นประเด็นทางสังคม ประเด็นก็คือว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ ได้รับการสนับสนุนจากสื่อมวลชน ก็เหมือนวันนี้สื่อมวลชนเมืองไทยก็สนับสนุนฟาวิพิราเวียร์ นักการเมืองอย่าง ชินโซ อาเบะ ก็บอกว่าเป็นยาแนวโน้มที่ดี จะรักษาโรคระบาดได้ แต่หน่วยงานญี่ปุ่นก็ไม่ได้อนุมัติให้มีการใช้ เพราะอ้างอิงระบบการทดสอบครั้งที่ 3

ท่านผู้ชมครับ ผมจะมีไม้หน้าสามไม้สุดท้ายที่จะตีแสกหน้าคนที่ลุ่มหลง หลงใหลคลั่งไคล้ และมีผลประโยชน์กับฟาวิพิราเวียร์ แม้กระทั่งสื่อมวลชนทั้งหลาย

ผลการวิจัยวิเคราะห์อภิมาน หรือที่เขาเรียกว่า Meta-analysis ท่านผู้ชมครับ Meta-analysis คืออะไร ? Meta-analysis คือ เขาเอางานวิจัยทั้งหมดที่เกี่ยวกับฟาวิพิราเวียร์ จะวิจัยกันกี่ร้อยเจ้าก็ตาม ที่เกิดขึ้นในปีหนึ่ง หรือใน 6 เดือน เอามารวมกันหมดเลย บางคนวิจัยว่าบวก บางคนวิจัยว่าลบ บางคนวิจัยว่าดี บางคนวิจัยว่าดีพอสมควร บางคนวิจัยว่าห่วย เขาเอามารวมกัน เอามาผสม แล้วเขาเอามาวิเคราะห์หมดเลย นี่เขาเรียกว่า Meta-analysis ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ไม่ใช่เรื่องเล็ก และเป็นเรื่องที่ให้ความแม่นยำอย่างสูง


งานวิจัยนี้เป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากประเทศอิหร่าน และโคลัมเบีย ผมเอาชื่อให้นะครับ Soheil Hassannipour, Morteza Arab-Zozani, Bahman Amani, Forough Heidarzad, Mohammad Fathalipour & Rodolph Martnez-de-Hoyo ตีพิมพ์ล่าสุดเมื่อ 26 พฤษภาคม 2564 สองเดือนกว่าที่แล้วเพิ่งตีพิมพ์ออกมา เขายืนยัน นี่คือ Meta-analysis คือเอางานวิจัยทุกอย่างมารวมกัน แล้วมาวิเคราะห์ เขายืนยันชัดเจนเกี่ยวกับผลการทดลองใช้ ฟาวิพิราเวียร์ ในการใช้มนุษย์ เขาระบุชัดเจนว่า "ไม่มีนัยสำคัญในการพึ่งพา ใช้เครื่องช่วยหายใจ และอัตราการเสียชีวิต"

ท่านผู้ชมอาจจะไม่ค่อยคุ้นเรื่องงานวิจัย สถิติคณิตศาสตร์ แต่เราจำเป็นต้องเรียนรู้เพื่อให้รู้เท่าทันทุนยาตะวันตก ที่มีเดิมพันผลประโยชน์อย่างมหาศาล ในการวิจัยมันจะเริ่มวิจัยจากหลอดทดลองก่อน จากหลอดทดลองไปที่สัตว์ แล้วค่อยไปที่มนุษย์ ถ้าเหนือกว่านั้นคือการทดลองเปรียบเทียบสุ่มตัวอย่าง เทียบกับยาหลอก Meta-analysis เขาเรียกว่าการวิเคราะห์อภิมาน ซึ่งงานวิจัยประเภทนี้ต้องใช้การศึกษาล่าสุด เพราะเท่ากับได้ผนวกความหลากหลายของงานวิจัยหลายแห่ง อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า บางงานวิจัยบอกว่าดี บางงานวิจัยบอกไม่ดี เขาเอามารวมกันหมดเลย เป็นงานวิจัยที่มีการนับถือว่ามีน้ำหนัก น่าเชื่อถือที่สุด ที่แพทย์จำนวนไม่น้อยให้ความเชื่อถือ

งานวิจัยชิ้นนี้ได้มีการเผยแพร่ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ ชื่อ Scientific Report ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2564 ได้รวบรวมงานวิจัยทั้งหมดที่ใช้ในคนแล้ว ทั้งได้ผล และไม่ได้ผล และมาประมวลผลทางสถิติใหม่ เพราะฉะนั้นแล้ว ใครจะมาอ้างงานวิจัยชิ้นเดียวเพื่อเอามาให้ประชาชนสับสนก็ขอให้รู้ว่าเขารวมมาหมดแล้ว ในผลการศึกษาชิ้นนี้ โดยงานวิจัยชิ้นนี้มีชื่อว่า The efficacy and safety of Favipiravir in treatment of COVID-19 : a systematic review and meta-analysis of clinical trials แปลเป็นไทยคือ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาฟาวิพิราเวียร์ในการบำบัดโรคระบาดนี้ การทบทวนเชิงระบบและการวิเคราะห์อภิมานในการใช้ทางคลินิก (ใช้ในมนุษย์) เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ว่า งานวิจัยที่สำคัญที่สุดที่ผมเอามาให้ดู มันพิสูจน์ชัดเจนว่า ฟาวิพิราเวียร์ ใช้ในมนุษย์ไม่ได้ผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโรคระบาดนี้

ท่านผู้ชมครับ งานวิจัยในมนุษย์ 7 ชิ้น เมื่อปี 2563 พบว่ากลุ่มคนไข้ที่ได้ยาฟาวิพิราเวียร์ กับไม่ได้ยาฟาวิพิราเวียร์ ผลข้างเคียงไม่ได้แตกต่างอะไรอย่างมีนัยสำคัญเลย ก็คือ หลอกว่าเป็นฟาวิพิราเวียร์ อีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่หลอก ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ออกมาเหมือนกัน ไม่มีอะไรดีเลยแม้แต่นิดเดียว

ปรากฏว่างานวิจัยในมนุษย์ 7 ชิ้น เมื่อปี 2563 พบว่ากลุ่มที่ได้ยาฟาวิพิราเวียร์ กับที่ไม่ได้ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ต้องเข้าห้องผู้ป่วยวิกฤต ไม่แตกต่างกันเช่นกัน คือใช้ฟาวิพิราเวียร์ กับไม่ใช้ วิกฤตเหมือนกันทั้งคู่


ท่านผู้ชมครับ งานวิจัยชิ้นนี้ได้สรุปในประโยคทองคำ ที่เรียกว่าสำคัญมาก เขาสรุปว่า Overall, Favipiravir possibly exerted no significant beneficial effect in the term of mortality in the general group of patients with mild to moderate COVID-19. แปลเป็นไทยก็คือว่า โดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว ฟาวิพิราเวียร์ น่าจะไม่เกิดประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญในเรื่องการลดอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยทั่วไปที่มีอาการน้อย ถึงปานกลาง ก็คือว่า อาการน้อย ถึงปานกลาง ก็คือคนที่ติดเชื้อโรคระบาดที่สีเขียว ถึงสีเหลือง ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ให้ฟาวิพิราเวียร์กิน แต่ ฟทจ. ของเรา สีเขียว ถึงเหลือง รักษาหายได้ ประจักษ์พยานมีเป็นพันเป็นหมื่นคน เรือนจำมีให้เป็นพันๆ คน เป็นหลายหมื่นคน ชุมชนต่างๆ มีหมด

ท่านผู้ชมครับ มันน่าช้ำใจไหม ผมเป็นสื่อมวลชน ผมไม่ได้น้อยใจอะไรหรอก เพราะผมรู้ว่าสื่อมวลชนด้วยกันไม่ชอบขี้หน้าผม แต่ไหนแต่ไรแล้ว ยุคเก่าๆ หมั่นไส้ผม เพราะว่าผมไม่ยอมเข้ากลุ่ม ผมไม่ยอมไปมีผลประโยชน์กับใคร ผมไม่ยอมรับงานใคร แล้วมันก็เป็นสันดานที่สืบเนื่องมาของผมตั้งแต่หนุ่มจนถึงวันนี้ จนกระทั่งเพื่อนร่วมงานของผม ในกลุ่มผม ก็ติดนิสัยและสันดานผม สื่อมวลชนกลุ่มอื่นก็เลยหมั่นไส้ผม ท่านผู้ชมสังเกตสิครับ มีผมคนเดียวและกลุ่มสื่อมวลชนของผมคนเดียวที่สู้เรื่อง ฟทจ. คนอื่นไม่พูดถึงเลย คนอื่นพูดถึงวัคซีน พูดถึงฟาวิพิราเวียร์


ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าการต่อสู้เพื่อเอา ฟทจ. ขึ้นมา พิสูจน์ให้ชัดว่า ฟทจ. คือทางออกของโรคระบาดนี้ เป็นการรักษาในช่วงต้นที่สามารถรักษาได้ นี่คือการช่วยชีวิตคน จริงๆ แล้วข้อมูลที่ผมมี ทุกคนก็มีได้ เพียงแต่สื่อมวลชนลดความเป็นอคติ อาจจะต้องใช้ภาษาอังกฤษมากหน่อย คุณหมั่นไส้ผมได้ แต่คุณอย่าไปหมั่นไส้ข้อเท็จจริง พวกเราทำงานทุกวันนี้เราทำงานเพื่อแสวงหาความจริงกันใช่ไหม ? แต่หลายคนในพวกคุณ รับงานเขามา รับงานหมอบุญ อวยหมอบุญ ชมหมอบุญ จนวันนี้คุณไม่กล้าพูดถึงหมอบุญแล้ว ผมไม่รู้ว่าคุณรับเงินมาเท่าไร คุณเลิกเสียทีได้ไหม ผมไม่ได้เพิ่งพูดเรื่องนี้กับพวกคุณนะ ผมปะฉะดะกับพวกคุณมาตั้งนานแล้ว ถ้าผมเป็นปรมาจารย์ผู้อาวุโสในวงการสื่อมวลชน ถ้าผมอยู่อันดับ 2 ไม่มีใครกล้าขึ้นอันดับ 1 ในประเทศไทย ผมยืนหยัด อยู่บนความจริง เพราะว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ผม หลวงตามหาบัว สอนผมตลอดเวลา สนธิ ออกไปข้างนอก ให้เอาธรรมนำหน้า ธรรมคือความจริง ไม่ต้องไปกลัวเกรงอะไรทั้งสิ้น ท่านนายกฯ ท่านทำอะไรที่ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมคิดว่าท่านทำผิด ผมก็เอาธรรมมาพูดกับท่าน

ท่านผู้ชมครับ ผมไม่รู้สึกเจ็บปวด ผมดีใจที่ผมได้ทำหน้าที่ที่ผมควรทำ และผมขอบคุณท่านผู้ชมของผมที่ดูผมมาตลอด จะเป็น fc หรือไม่ fc เพราะผมเห็นการตอบโต้ของคอมเมนต์ต่อคอมเมนต์ คอมเมนต์ของคนที่ดูผม ตอบโต้คอมเมนต์คนที่ไม่ได้ดูผม หรือว่าเพิ่งเข้ามา ตอบโต้เป็นตัวเลข มีบางคนพูดถึงขนาดเป็นเปอร์เซ็นต์ คุณรู้หรือเปล่าว่า ฟทจ. รักษาคนไข้ที่เป็นผู้ต้องขังในเรือนจำได้หายถึง 99.02 เปอร์เซ็นต์ ท่านผู้ชม แสดงว่าเขาดูแล้วเขาคิด และเขาจำ คนพวกนี้เป็นคนมีปัญญา ผมไม่อยากจะพูดว่าคนที่เข้ามาดูรายการนี้ ถ้าจิตใจไม่อคติ รายการนี้คือการให้ปัญญาคน ให้ความจริงกับคน ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ในโลกนี้ไปกว่าการให้ปัญญาคน แล้วสิ่งที่พวกเราทำอยู่คือการช่วยชีวิตคน การช่วยชีวิตคนคือานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วเจอกันอาทิตย์หน้า สวัสดีครับท่านผู้ชม
กำลังโหลดความคิดเห็น...