xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ]SONDHI TALK : ทางออกมหาวิกฤตโรคระบาด เมื่อวัคซีนไม่ใช่คำตอบ - สนธิ VS สรยุทธ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 6 ส.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk ตอนนี้เรากำลังเหมือนอยู่ในสงครามข้อมูลข่าวสาร ที่ทางชาติตะวันตกสร้างขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ ที่น่าโมโหคือเราก็ไปเชื่อเเละมีผลประโยชน์กับข่าวพวกนี้เอามาปั่นกระเเส ให้คนไทยหวาดกลัว เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่ต้องการ

ขบวนการสร้างข่าวว่า ฟาวิพิราเวียร์ ขาดเเคลน เเละเป็นคำตอบสุดท้ายของการยับยั้งของวิกฤตโรคระบาดรอบนี้ คุณสนธิบอกว่าเรามีหน้าที่เอาธรรม เอาความจริง มาพูดเพื่อให้ปัญญากับประชาชน ทางออกของประเทศไทยเพื่อให้ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติให้ไวที่สุด ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.97



คำต่อคำ SONDHI TALK [6 ส.ค. 64] : ทางออกมหาวิกฤตโรคระบาด เมื่อวัคซีนไม่ใช่คำตอบ

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ก็เป็นเช่นเคย ทุกๆ วันศุกร์เรามาเจอกัน วันศุกร์นี้จะไม่มีเรื่องราวอะไรมากมายนัก ไม่มีความหลากหลายแล้ว เพราะวันศุกร์นี้ เป็นวันที่จะต้องฟันธงกัน และเอาธรรมนำหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาวิกฤต ในวิกฤตเรื่องของโรคระบาดที่ประเทศไทยเผชิญอยู่

ผมจะเริ่มด้วยการที่ผมจะอธิบายความเป็นไปความเป็นมาอย่างสั้นๆ เพราะว่าหลายท่านที่เคยชมรายการผมอยู่ หรือว่าหลายๆ ท่านที่ติดตามข่าวในหน้าสื่อมวลชน ท่านก็คงจะพอรับทราบอยู่บ้างแล้ว โดยพื้นฐานแล้วน่าจะเข้าใจเรื่องราวที่ผมจะพูดโดยที่ผมไม่จำเป็นต้องพูดลงรายละเอียด แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปหลังจากที่ผมอธิบายที่มาที่ไปของเรื่องราวเรียบร้อยแล้ว ผมจะพูดถึงเรื่องของการที่เราจะแก้ปัญหาของมันอย่างไร ที่สำคัญที่สุด ผมคิดว่าในขณะนี้เรากำลังหลงทางกันอยู่หรือเปล่า

ประการแรก ท่านผู้ชมครับ เราต้องเข้าใจตรงกันว่าผมไม่ได้คัดค้านในเรื่องของการฉีดวัคซีน ผมเห็นด้วย ควรจะฉีดให้มาก แต่สิ่งที่ผมกำลังจะเสนอให้ท่านผู้ชมได้รับทราบ ประเด็นก็คือว่า ในขณะซึ่งรอวัคซีนอยู่ แล้ววัคซีนที่จะมานั้น ก็ค่อนข้างจะเลื่อนลอย ทำไมถึงต้องบอกว่าเลื่อนลอย เพราะว่าการรับปากหรือการที่ประกาศว่าเดือนนั้นจะมา เดือนนี้จะมา นั้น มีอันจะต้องเป็นโรคเลื่อนมาตลอด เพราะฉะนั้นแล้ว การที่เราจะไปฝากชีวิตของเราเอาไว้กับวัคซีนอย่างเดียว มันฝากไม่ได้ เราต้องหาทางแก้วิกฤตในวิกฤต วิกฤตที่เกิดขึ้นในวิกฤตนั้นก็คือว่า ปริมาณคนที่ติดเชื้อ ติดมากเหลือเกิน เพราะฉะนั้นเราจะแก้มันอย่างไรก่อนที่เราจะได้รับวัคซีนมา

แล้วเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ผมจะต้องพูดต่อไป สำคัญพอสมควร แต่อาจจะไม่ที่สุด ก็คือว่า ผมจะเอาเบื้องหน้าเบื้องหลังของการได้รับวัคซีนฟรีมา โดยหลักการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นแอสตร้าเซนเนก้าจากอังกฤษ หรืออะไรก็ตามที่มา ท่านผู้ชมครับ จำคำพูดผมไว้ ในโลกนี้ไม่มีของฟรี ต้องแลกด้วยบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งบางครั้งท่านผู้ชมอาจจะไม่ได้สังเกต

หลังจากนั้นแล้วผมจะอธิบายสิ่งที่สำคัญที่สุด คือเรื่องของการต่อสู้กันระหว่าง ฟทจ. ท่านผู้ชมคงรู้ว่าคืออะไร กับยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้มันเป็นการเดิมพันกันระหว่างพืชสมุนไพรไทย กับยาญี่ปุ่น ลิขสิทธิ์ของยาญี่ปุ่น ที่ญี่ปุ่นเองยังไม่ใช้ แล้วหมอไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในบริบทของการมีอำนาจใน ศบค. หลอกประชาชนมาตลอด แล้วก็เป็นการเอาความจริงมาเสนอ แล้วก็จะต้องพิสูจน์กันว่า ของใครของจริง ของใครของปลอม ระหว่างสื่อมวลชน 2 คน คือผม สนธิ ลิ้มทองกุล และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ท่านผู้ชมจำไว้นะครับ ฟ้าทะลายโจร ไม่มีคอมมิชชัน ฟาวิพิราเวียร์ มีคอมมิชชัน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง

แล้วผมจะชี้ให้เห็นว่าความอำมหิตของคนที่อยู่ในวิชาแพทย์ เดี๋ยวนี้แพทย์เมืองไทยไม่ใช่ คล้ายๆ กับพุทธพาณิชย์ กลายเป็นแพทยพาณิชย์ไปแล้ว แล้วผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไม เหตุการณ์อะไร จู่ๆ ถึงมีการโปรโมตฟาวิพิราเวียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งไม่ใช่เพิ่งจะมาโปรโมตฟาวิพิราเวียร์ ยังเคยมาโปรโมตอะไรรู้ไหมท่านผู้ชม ? หมอบุญ ไงล่ะ วัคซีนทิพย์ ฝีมือคุณสรยุทธ ทั้งสิ้น

แล้วผมจะจบลงด้วยการที่ผมจะอธิบายให้ฟังถึงเรื่องทางออกของประเทศไทย ซึ่งในความเห็นของผม มันเป็นทางออกทางเดียวเท่านั้นเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ระหว่างที่เรารอวัคซีนอยู่ ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าไตรมาสที่ 4 นั้น วัคซีนถ้าจะมา ก็ยังจะมาน้อยมาก จะมาจริงๆ น่าจะประมาณกะปริบกะปรอยไปเรื่อยๆ จนถึงไตรมาสที่ 1 และต่อไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 3 ปีหน้า

นี่คือเรื่องราวที่ผมจะพูดในวันนี้ เป็นเรื่องเดียวกันหมดเลย ถือว่าเป็นเรื่องที่คลาสสิก และก็เป็นเรื่องที่ท่านผู้ชมควรจะเก็บเอาไว้ คอยหมั่้นตรวจตราและดูตลอดเวลา สิ่งที่ผมพูดไปพิสูจน์ได้ทุกขั้นตอน ผมมั่นใจในข้อมูลของผม เพราะผมเองมีคนที่ให้ข้อมูลที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หรือว่าหลายๆ คนที่ผมรู้จัก อยู่ในวงการวิจัย และผมเองก็ศึกษาข้อมูล ผมไม่ได้รับงานใครมา ไม่ได้รับงาน ไม่มีเงินไม่มีทองเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ประชาชนเป็นที่ตั้งครับ ตามผมมา

ถ้าเราจะเล่าเรื่องเหตุการณ์ถึงความค่อนข้างจะร้ายแรงของวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ที่มีมาเป็นระลอกที่ 3 ตั้งแต่เดือนเมษายน มาแล้ว เราไม่ต้องลงรายละเอียดแล้ว เอาเป็นว่ายอดผู้ติดเชื้อนั้นเพิ่มมากขึ้นๆ ตลอดเวลา ผมไม่อยากจะเท้าความยาวสาวความยืดถึงเรื่องราวเก่าๆ ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันระเบิดออกมาก็ตอนที่เราปล่อยให้คนไทยกลับไปเที่ยวสงกรานต์กัน


ท่านผู้ชมครับ ยอดคนที่ติดเชื้อนั้นเริ่มระบายออกมา แสดงตัวตนออกมา จากหลักร้อยมาเป็นหลักพัน และมาเป็นหลักหลายพัน และในที่สุดก็มาเป็นหลักหมื่น และก็กำลังเพิ่มเป็นหลายหมื่น รัฐบาลมีมาตรการหลายมาตรการที่ออกมา จนกระทั่งผมคิดว่ามาตรการแต่ละอย่างที่รัฐบาลทำออกมานั้น ในที่สุดแล้วมันเริ่มจะไม่มีผลอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล็อกดาวน์

ล็อกดาวน์ทุกวันนี้มีแต่สร้างปัญหา ไม่ได้มีผล เพราะว่าการล็อกดาวน์แล้วรัฐบาลไม่แก้ปัญหาว่าเมื่อล็อกดาวน์แล้วจะให้คนที่ไม่ออกไปข้างนอกนั้นเขาได้ดูแลตัวเองอย่างไร นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอด

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ท่านผู้ชมยังจำการล็อกดาวน์ครั้งแรกได้ไหม ที่ตอนหลังก็มีการคลายล็อกดาวน์ออกมา อย่างเช่น เปิดโอกาสให้มีการนั่งทานอาหารในร้านได้


โน่นนี่นั่น จริงๆ แล้วมันผูกพันอะไร ? มันผูกพันตรงที่ว่า เนื่องจากว่าในขณะนั้นท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะเสนอเปิดประเทศ อีก 120 วัน จะเป็นด้วยเหตุผลใดผมไม่รู้ที่ท่านไปคิดอย่างนั้น แต่เอาเป็นว่า ก็เลยมีการคลายล็อกดาวน์ขึ้นมา เพื่อมารองรับนโยบายเปิดประเทศ แต่ในที่สุดแล้ว ความคิดที่จะเปิดประเทศนั้น หรือการกระทำที่จะเปิดประเทศนั้น ก็พังทลายลงไป จากการระบาดอย่างรุนแรงของโรคระบาดสายพันธุ์เดลตา นั่นคือสายพันธุ์อินเดีย

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเรามาไล่เรียงตามไทม์ไลน์ต่างๆ แล้ว เราจะเห็นว่า เหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นนั้น มันมีแต่รุนแรงมากขึ้นๆ เมื่อมันรุนแรงมากขึ้นแล้ว ท่านผู้ชมจำได้ไหมครับ ก็มีการเรียกร้องวัคซีน เพราะว่าวัคซีนนั้นเป็นตัวการสำคัญที่ทุกคนยอมรับ ในโลกนี้ยอมรับ ว่าฉีดวัคซีนได้มากเท่าไร ยิ่งมากยิ่งดี เพราะจะทำให้ปริมาณคนติดเชื้อลดน้อยลง แต่ท่านผู้ชมครับ เราลืมข้อคิดอย่างหนึ่ง ยืนยันได้ จนวันนี้ ฟ้าทะลายโจร ฟทจ. หรือวัคซีนนั้น ไม่สามารถจะป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ ฟทจ. นั้นสามารถจะรักษาคนที่เพิ่งติดเชื้อไม่เกิน 4 วัน ให้หายขาดจากเชื้อนี้ได้อย่างแน่นอนที่สุด 100 เปอร์เซ็นต์ มีบทพิสูจน์มาแล้ว เดี๋ยวผมจะพูดเรื่องนี้

ส่วนวัคซีนนั้น สามารถที่จะทำให้มีภูมิคุ้มกันสูงขึ้น เมื่อภูมิคุ้มกันสูงขึ้นมาแล้ว ก็จะทำให้โอกาสติดเชื้อน้อยลง นั่นคือที่มาของการด้อยค่าวัคซีนกัน ด้อยค่าวัคซีนจีน วัคซีนซิโนแวค เชิดชูวัคซีนเทพ วัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา แต่ข่าวล่าสุด ตัวเลขที่ผมให้ดูเมื่อคราวที่แล้ว ศุกร์ที่แล้ว มันพิสูจน์ชัดเจนว่าแม้กระทั่งไฟเซอร์เอง ในประเทศอิสราเอลที่เคยมีภูมิคุ้มกันได้สูงถึง 93 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่อมาเพียงไม่กี่เดือน 2-3 เดือน ภูมิคุ้มกันก็ลดลงเหลือ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ และเมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา จาก 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ ของไฟเซอร์ ก็เหลือแค่ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์


แล้วหลักการหนึ่ง บทพิสูจน์หนึ่งที่พิสูจน์ให้เห็นได้ชัดว่า ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนที่ใช้ระบบ mRNA คือไฟเซอร์ และโมเดอร์นา นั้น ไม่สามารถจะหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคระบาดสายพันธุ์เดลตาได้ สังเกตได้จากยอดผู้ติดเชื้อในอเมริกานั้น ขึ้นหลักแสนอีกแล้ว ในที่สุดอเมริกาหลังจากที่ประธานาธิบดีไบเดน ได้ประกาศอิสรภาพจากโรคระบาดแล้ว ให้ทุกคนถอดหน้ากากออกหมด พอเจอการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ ไบเดน ก็กลับลำแทบไม่ทัน ขอให้ประชาชนกลับมาสวมหน้ากากเหมือนเดิม แสดงว่าอะไร ? ท่านผู้ชมครับ แสดงว่าวัคซีนเทพไม่มีจริง เพราะว่าโรคระบาดนั้นชนะวัคซีนได้ทุกวัคซีน

ท่านผู้ชมครับ เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันนิดหนึ่ง โรคระบาดนี้เริ่มจากที่อู่ฮั่น เพราะฉะนั้นแล้ว วัคซีนที่เกิดขึ้นในช่วงทุกวันนี้ที่เราใช้กันนั้น เป็นการพิจารณาในการพัฒนาวัคซีนเพื่อรับกับโรคระบาดของอู่ฮั่น แต่หลังจากอู่ฮั่นเกิดขึ้นแล้ว มันก็มีตัวแปร กลายพันธุ์ออกไปเรื่อยๆ เป็นสายพันธุ์อัลฟา สายพันธุ์เบตา มีวัคซีนบางวัคซีนสามารถที่จะดูแลสายพันธุ์อัลฟาได้ สายพันธุ์เบตาได้ แต่ขณะเดียวกัน พอเจอสายพันธุ์เดลตามันรับไม่ได้แล้ว เพราะว่ามันมาจากไหนก็ไม่รู้ ตรงนี้ต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราสรุปได้ว่า ข้อเท็จจริง หลักการข้อที่หนึ่งก็คือว่า วัคซีนไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แปลว่าอะไร ? แปลว่าอาจจะต้องมีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น ท่านผู้ชมครับ อย่าลืมนะครับว่า ไฟเซอร์กำลังพิจารณาการพัฒนาเข็มที่ 3 เพื่อฉีดเข็มที่ 3 ซิโนแวคก็กำลังพัฒนาเพื่อจะฉีดเข็มที่ 3 คำถามมีอย่างนี้ครับท่านผู้ชม ถ้าสมมุติว่าวัคซีนสามารถทำภูมิคุ้มกันได้สูง เข็มที่ 3 ไม่มีความจำเป็นต้องฉีด แต่ทำไมไฟเซอร์ต้องการให้มีการฉีดเข็มที่ 3 ซิโนแวคต้องการฉีดเข็มที่ 3


แต่ความคิดนี้ได้ถูกองค์การอนามัยโลกสั่งห้ามเอาไว้ องค์การอนามัยโลกบอกว่า หยุดก่อน พวกคุณอย่าเพิ่งฉีดเข็มที่ 3 ในโลกนี้ยังมีคนอีกมากมายมหาศาลที่แม้กระทั่งเข็มที่ 1 ยังไม่ได้ฉีดเลย คุณรีบผลิตมาเพื่อให้เขาได้ฉีดเข็มที่ 1 เข็มที่ 2 ก่อน แล้วค่อยผลิตเข็มที่ 3 ประเด็นอยู่ตรงที่ว่า ถ้าสมมุติว่าป้องกันได้จริง ภูมิคุ้มกันสูงจริง เข็มที่ 3 ก็ไม่มีความจำเป็น

คุณหมอยง ท่านก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของโรคติดต่อ ท่านพูดชัดเจนเหมือนกัน ท่านบอกว่า ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม พอทอดระยะไปสักพักหนึ่ง ไม่นาน 3 เดือน 6 เดือน ภูมิคุ้มกันที่เคยมีอยู่สูง ก็อาจจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว อย่างเช่นไฟเซอร์ในอิสราเอล 93 เปอร์เซ็นต์ ลดเหลือ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ และในที่สุดก็ลดเหลือ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งในอเมริกาด้วย

เพราะฉะนั้นแล้ว ในเมื่อวัคซีนเทพไม่มีจริง แล้วเราจะทำอย่างไรกับมัน สิ่งแรก ทุกคนตั้งความหวังว่าจะต้องเร่งฉีดวัคซีน หลายคนละเมอเพ้อพกเลยว่าในโลกนี้มีวัคซีนเทพ วัคซีนเทวดา เยอะ แม้กระทั่งบุคลากรทางการแพทย์ หมอ พยาบาล ชนชั้นกลางที่ตกเป็นทาสข้อมูลและความคิดของฝรั่ง ยังมีอีกหลายคนที่ตกเป็นทาสความคิดและติดบ่วงผลประโยชน์ของบริษัทยา ท่านผู้ชมครับ บริษัทยาเป็นธุรกิจค้าชีวิต ค้าความเป็นความตายของมนุษย์มากที่สุด ท่านผู้ชมครับ อุตสาหกรรมยา เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้เงินล็อบบี้นักการเมืองมากที่สุดในประเทศสหรัฐอเมริกา

ผมเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ opensecret.org เขาระบุไว้ชัดเลยว่า อุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมสุขภาพ ใช้เงินล็อบบี้สภาคองเกรส นักการเมืองอเมริกา สูงมาก คิดเป็นเงินไทย ปีที่แล้ว 11,000 ล้านบาท แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมครับ อุตสาหกรรมยา เฉพาะอุตสาหกรรมยาอย่างเดียว ซึ่งอยู่ในหมวดอุตสาหกรรมสุขภาพ ยาบริษัทไหนที่ใช้เงินล็อบบี้นักการเมืองมากที่สุด ? ผมจะบอกให้ก็ได้ ไฟเซอร์ครับ ใช้เงินล็อบบี้


เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมต้องรู้ว่าเมื่ออุตสาหกรรมยาเป็นอุตสาหกรรมที่ค้าความตายกับคน อุตสาหกรรมยา ผมเคยพูดให้ท่านผู้ชมฟังแล้วใช่ไหมว่า ไม่มีบริษัทยาบริษัทไหน ... ไม่มี เอาคอเป็นประกัน ไม่มีที่ไม่มีการจ่ายค่าคอมมิชชัน ทุกบริษัทจ่ายค่าคอมมิชชัน ไฟเซอร์ก็จ่ายค่าคอมมิชชัน ซิโนแวคก็จ่ายค่าคอมมิชชัน โมเดอร์นาก็จ่ายค่าคอมมิชชัน ทุกเจ้า ยาทุกประเภท ยาทานเพื่อรักษา ฟาวิพิราเวียร์ จ่ายค่าคอมมิชชันหนัก มีตัวเดียว ในประเทศไทย ที่ไม่มีค่าคอมมิชชัน ก็คือ ฟ้าทะลายโจร หรือ ฟทจ.

ด้วยเหตุนี้บรรดาหมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอบางคนที่เป็นที่ปรึกษาของท่านนายกรัฐมนตรี ถึงรังเกียจเดียดฉันท์ ฟทจ. ถึงใช้วิชามารหลายอย่างเพื่อจะเตะ ฟทจ. ออกไป และเอาฟาวิพิราเวียร์เข้ามาแทนที่ ฟทจ. ทั้งๆ ที่ฟาวิพิราเวียร์เป็นยา (ขอประทานโทษ) เป็นยาเฮงซวย ไม่สามารถจะรักษา ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสของโรคระบาดนี้ได้


เอาล่ะ ท่านผู้ชมครับ เรากลับมาเรื่องของวัคซีนโรคระบาด ตอนแรกที่มีคนเข้ามาเชียร์วัคซีนเทพกันโครมๆ แล้วด้อยค่าวัคซีนจีน แล้วผมอธิบายให้ฟัง วันนี้เราต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่า วัคซีนซิโนแวคมีภูมิคุ้มกันแค่ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ มันเป็นเทคโนโลยีเชื้อตาย เทคโนโลยีเก่า แต่เมื่อเรามาดูเทคโนโลยีใหม่ mRNA อย่างที่ผมเล่าให้ฟังแล้ว ถ้าสมมุติว่า mRNA ดีจริง ทำไมภูมิคุ้มกันของวัคซีนไฟเซอร์ในอิสราเอล อย่างที่ผมเรียนให้ทราบ จาก 93 เปอร์เซ็นต์ ตกเป็น 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ แล้วตกมาเหลือ 30 กว่าเปอร์เซ็นต์

ผมเอาข้อมูลในหนังสือพิมพ์เยรูซาเล็มโพสต์ หรือวอลล์สตรีทเจอร์นัล มาให้ดู แล้วก็ในขณะเดียวกัน ผมมีความจำเป็นต้องเอาข้อมูลในเรื่องของสหรัฐอเมริกา ก็คือสรุปว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อของวัคซีนไฟเซอร์ที่พบล่าสุดต่ำกว่าที่อ้างอิงก่อนหน้านี้ เรียกว่าประสิทธิภาพวัคซีนที่เราเรียกว่าวัคซีนเทพลดลงเรื่อยๆ ทีละ 25 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 39 เปอร์เซ็นต์


2 พฤษภาคม - 5 มิถุนายน 2564 อ้างอิงว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโรคระบาดได้ 94.3 เปอร์เซ็นต์

6 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม 2564 ประสิทธิภาพจาก 94.3 เปอร์เซ็นต์ ลดเหลือ 64 เปอร์เซ็นต์

20 มิถุนายน - 17 กรกฎาคม 2564 ประสิทธิภาพลดลงเหลือ 39 เปอร์เซ็นต์

นี่คือข้อมูลที่ผมพูดไปแล้ว แต่ผมจะย้ำอีกที เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมานี้ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในอิสราเอลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว จากช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ก่อนหน้านั้น 1 เดือน แทบไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่เลย จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ในอิสราเอล วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา (4 วันที่ผ่านมา) เพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 4 พันคน


แต่ว่าข้อดีมันก็ดี ประสิทธิภาพวัคซีนในการป้องกันอาการป่วยขั้นรุนแรง การเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล และการเสียชีวิต ยังคงทำได้ดี ผู้ที่ป่วยเสียชีวิตในอิสราเอลหลังจากที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนั้น เสียชีวิตคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แค่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่เมืองไทยในขณะนี้ยังไม่มีวัคซีน ยอดผู้ตายที่มีต่อจำนวนผู้ติดเชื้อเกือบๆ 1 เปอร์เซ็นต์แล้ว 0.8 กว่าแล้ว ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะฉะนั้นความสำคัญ ความจำเป็นของการฉีดวัคซีนยังคงมีอยู่ เป็นเพียงแต่ว่า เราต้องไม่เพ้อพก เพ้อฝันว่า ถ้าสมมุติว่าฉีดแล้วทุกอย่างจะอยู่เหมือนเดิม ก็คือพูดง่ายๆ ว่า จะไม่มีการติดเชื้ออีกต่อไป

ท่านผู้ชมครับ ทำความเข้าใจกัน ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ทุกวัคซีนในโลกนี้ ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ เพราะประสิทธิผล ประสิทธิภาพของวัคซีน เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้ว เปอร์เซ็นต์ของภูมิคุ้มกันที่สูง ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกัน ฟ้าทะลายโจร (ฟทจ.) ก็ไม่สามารถป้องกันผู้ติดเชื้อได้เช่นกัน แต่ถ้ารู้ว่าติด ภายในไม่เกิน 3-4 วัน / 72 ชั่วโมง หรือบวกไปอีก 100 กับ 6 ชั่วโมง ภายใน 3-4 วัน ซึ่งยังอยู่ในขั้นสีเขียว ยังไม่ได้พัฒนาต่อไปสีเหลือง ถ้าทาน ฟทจ. ไปมื้อละ 4 เม็ด เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน วันละ 16 เม็ด คูณเข้าไป 5 วัน 80 เม็ด


ท่านผู้ชมครับ หายเด็ดขาด จำนวนผู้ป่วยที่หายด้วย ฟทจ. ด้วยการทาน แม้กระทั่งจำนวนผู้ป่วยชุดนี้ที่ผมจะอธิบายให้ฟัง บางคนทานไม่ถึง 4 เม็ดต่อมื้อ แค่ 2 เม็ดต่อมื้อ ก็หาย เปอร์เซ็นต์การหายของนักโทษที่อยู่ในระบบเรือนจำในประเทศไทย เปอร์เซ็นต์การหาย 99.02 เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Living proof ข้อพิสูจน์ที่เป็นตัวตน


ท่านผู้ชมครับ อเมริกาก็เช่นกัน อเมริกา นายไบเดน ประกาศอิสรภาพ แล้วพอโรคระบาดกลายพันธุ์ไปแล้ว สถานการณ์ในอเมริกาวันนี้เป็นอย่างไร ผมจะเอาตัวเลขมาให้ดู

นายไบเดน ประกาศอิสรภาพไปวันที่ 4 กรกฎาคม 2564 หลังจากประกาศอิสรภาพไปได้ 26 วัน วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ในอเมริกาพุ่งสูงขึ้นแตะหลักแสน วันที่ 30 กรกฎาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อในอเมริกาสูงถึง 101,608 คน เพราะฉะนั้นแล้ว จะเห็นได้ชัดว่าไม่มีวัคซีนเทพ มันเป็นเทพในสายตาที่เราไปหลงใหลความเป็นฝรั่งมากจนเกินไป ไม่มีครับ จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่น่าสนใจมาก จากข้อมูลที่ได้มา จำนวนผู้ติดเชื้อใหม่นั้น หลายคน เยอะเลย ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว


ศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม ตัวเลขผู้ติดเชื้อโรคระบาดในอเมริกา เสียชีวิตไป 435 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว 0.43 เปอร์เซ็นต์ ของเมืองไทย 0.8 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว เกือบ 0.9 แล้ว เพราะฉะนั้นของอเมริกาตายน้อยกว่าเราครึ่งหนึ่ง

เรื่องที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ผมเล่าให้ฟังมา คือเรื่องต่อไปนี้ ท่านผู้ชมครับ เมื่อวานนี้หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานข่าวออกมา และผมก็ได้เช็กข่าว ปรากฏว่านักวิทยาศาสตร์อังกฤษเขาเชื่อว่าจะมีโรคระบาดกลายพันธุ์ที่กำลังจะมา ที่เอาชนะทุกวัคซีนได้เลย ไม่ว่าจะเป็นของจีน ไม่ว่าจะเป็นของอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นของฝรั่ง ไม่ว่าจะเป็นของคนตะวันออก ชนะได้หมด เขาบอกว่าการฉีดวัคซีนจำนวนมากเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ที่เรียกว่า Herd Immunity แผนดังกล่าวถูกทำลายให้พังพาบไปหมดแล้ว จากโรคระบาดที่กลายพันธุ์ เริ่มจากอัลฟา เบตา มาจนกระทั่งหมัดเด็ดที่น็อกพวกเราจนโซซัดโซเซ ก็คือสายพันธุ์เดลตา


แต่พอมาถึงตอนนี้แล้ว กลุ่มที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์สำหรับเหตุฉุกเฉินของสหราชอาณาจักร ชื่อภาษาอังกฤษคือ SAGE ชื่อเต็มคือ Scientific Advisory Group for Emergencies เขาวิเคราะห์มาอย่างนี้ครับ นักวิทยาศาสตร์อังกฤษชุดนี้เชื่อว่า เป็นที่แน่นอนว่าจะมีตัวกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโรคระบาดตัวใหม่ที่จะทำให้วัคซีนทุกชนิดที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สามารถจะรับมือได้

ท่านผู้ชมครับ สมมุติว่าเขาฉีดบูสเตอร์เข็มที่ 3 ของไฟเซอร์ ซึ่งวิจัยมาเรียบร้อยแล้ว พอฉีดเสร็จ ตายล่ะ กลายพันธุ์อีกตัวหนึ่งออกมา แล้วก็เอาชนะวัคซีนหมดทุกประเภท ซึ่งก็ต้องหมายรวมถึงบูสเตอร์อันที่ 3 ของซิโนแวค และของไฟเซอร์ หรือของโมเดอร์นาด้วย คำถามมีอย่างนี้ จำเป็นต้องมีบูสเตอร์เข็มที่ 4 หรือเปล่า ? หรือเข็มที่ 5 หรือเข็มที่ 6 ? เพราะฉะนั้นแล้ว ที่ผมพยายามจะพูดให้เห็นว่ามหาวิกฤตโรคระบาดที่เกิดขึ้นครั้งหนึ่งในรอบ 100 ปี อย่างเช่นที่เราเผชิญกันอยู่ทุกวันนี้ เราไม่สามารถใช้กระบวนทัศน์เดิมๆ ในการจัดการได้แล้ว เราจำเป็นต้องเปลี่ยนวิสัยทัศน์ทางด้านสาธารณสุข ปรับเพิ่มกระบวนทัศน์ให้มากและหลากหลายมากกว่าเก่า และเรา .. คำว่า "เรา" ในที่นี้ หมายถึงบรรดานักวิทยาศาสตร์ แพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์ที่เรียนมาจากทางตะวันตก หรือบรรดาหมอแก่ๆ ที่อยู่ล้อมรอบนายกรัฐมนตรี จำเป็นต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ให้หลากหลายกว่าเก่า ให้ยอมรับสมุนไพรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟทจ. ที่พิสูจน์แล้วพิสูจน์อีก ด้วยประจักษ์พยานบุคคลที่หายหลังจากทานไปแล้ว 4-5 วัน ด้วย ฟทจ. ไม่ใช่ด้วยฟาวิพิราเวียร์ เดี๋ยวผมจะมาถึงเรื่อง ฟทจ. กับฟาวิพิราเวียร์ มวยคู่เอกของรายการในวันนี้

ท่านผู้ชมครับ คิดตรรกะธรรมดา ถ้าไวรัสในโรคระบาดมันกลายพันธุ์ไปอีก 10 สายพันธุ์ เราต้องใช้ 10 บูสเตอร์หรือเปล่า ประชาชนคนไทยหรือในโลกนี้ต้องเฝ้า ลุ้นว่าจะป่วย ลุ้นว่าเชื้อลงปอด ลุ้นว่าจะตาย ไปกราบตีน อ้อนวอนฝรั่ง เห็นฝรั่งเป็นพ่อ อ้อนวอนจีน อ้อนวอนบริษัทยา ให้ส่งวัคซีนบูสเตอร์แบบใหม่มาให้เราอย่างนั้นหรือ ท่านผู้ชม ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องเรียนรู้วิธีการอยู่กับมัน เราต้องอยู่กับมันให้ได้ เมื่อเราต้องอยู่กับมัน เราต้องลดอัตราการเสียชีวิตให้เหลือน้อยที่สุด และเราต้องแก้ไขด้วยการใช้ยารักษา และพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้


เมื่อกี้ผมเอาเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นข้อมูลขั้นพื้นฐาน แล้วก็อธิบายความเป็นมา มาจนถึงตอนนี้แล้ว ตอนนี้ผมกำลังจะพูดฟันธงไปเลย ผมฟันธงนะครับ สมุนไพรไทย ฟทจ. คือทางออกเดียวจากวิกฤตโรคระบาด ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น ?

ความจริงแล้ว ฟทจ. นั้น คนเขาใช้ หมอพื้นบ้าน รุ่นพ่อรุ่นแม่ รุ่นปู่รุ่นย่า รุ่นทวด รุ่นตาของเรา ชีวิตผ่าน ฟทจ. มาแล้วทั้งสิ้น คนโบราณเวลาเป็นหวัดก็จะเอาใบของ ฟทจ. นั้น เอามาเคี้ยวกินเลย เอามาต้มน้ำกิน หายทุกคน หายหมด ไม่มีเหลือ เกิดกับผม ที่บ้านผม คนงานคนหนึ่งตัวร้อน 38.8 องศาฯ ไปเช็กที่โรงพยาบาลบอกว่าติดเชื้อ กลับมาอยู่ในห้องของเขา ผมอัด ฟทจ. ให้ ปกติธรรมดา 4 เม็ดต่อ 1 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน วันที่สอง ตรวจอุณหภูมิจาก 38.8 องศาฯ ลงมาเหลือ 36.2 องศาฯ อาการข้างเคียงไม่มีอะไรทั้งสิ้น อ๋อ แน่นอน คนที่บ้านก็ทานกันหมด ฟทจ. ทานกันหมดเลย ปรากฏว่าครบ 5 วัน ไปตรวจ ท่านผู้ชมครับ ผลคือลบ นี่คือเกิดขึ้นกับตาผมเอง

เอาสิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 1 คน ได้ไหม ? เพราะว่า ฟทจ. นั้น สามารถระงับยับยั้งการแพร่ขยายของเชื้อโรคระบาดที่ติดในคนได้อย่างแน่นอนที่สุด ท่านผู้ชมครับ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ครับ ฟทจ. สามารถจะระงับการแพร่ขยายของเชื้อโรคระบาดที่ติดในคนได้อย่างแน่นอนที่สุด

ผมจะเอาตัวเลขข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ ซึ่งท่านผู้ชมคงได้ยินมาแล้ว แต่วันนี้ผมจะลงรายละเอียดให้เห็น เพื่อยืนยันในสิ่งที่ผมพูดว่าผมพูดจริง มีทั้งตัวเลข มีประจักษ์พยาน มีประจักษ์หลักฐานให้เห็น

คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม สองอาทิตย์กว่าที่แล้ว เกี่ยวกับข้อมูลการใช้ ฟทจ. รักษาผู้ต้องขัง 3 แห่ง 1. เรือนจำกลางเชียงใหม่ รักษาได้ 5,045 คน 2. เรือนจำจังหวัดนนทบุรี 2,100 คน 3. เรือนจำกลางบางขวาง 5,231 คน ท่านผู้ชมครับ ผลออกมา สามารถรักษาผู้ต้องขังหายได้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 99.02 เปอร์เซ็นต์ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จากยอดผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโรคระบาด

นอกจากนี้ เมื่อมาดูตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 2 สิงหาคม จะพบตัวเลขที่น่าสนใจ


ณ วันที่ 2 สิงหาคม (สี่วันที่แล้ว) ตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมในเรือนจำ 47,551 คน อยู่ระหว่างการรักษา 7,715 คน รักษาหายไปแล้ว 39,258 คน และเสียชีวิตสะสมเพียง 61 ราย ท่านผู้ชมดูกราฟฟิกที่ผมทำขึ้นให้ดู

คุณสมศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวไปแล้วว่า อัตราการหายจากการรักษาด้วย ฟทจ. 99.02 เปอร์เซ็นต์ หากติด 100 คน รักษาหายได้ 99 คน ส่วนอีก 1 คน อาจจะมีโรคประจำตัว เป็นผู้สูงอายุ เป็นโรคไต เป็นโรคเบาหวาน อาการแทรกซ้อนจนอาการหนัก ก็เลยต้องใช้กระบวนการอื่นๆ ในการรักษาเพิ่มเติม ถ้าคิดเป็นสัดส่วน จำนวนผู้เสียชีวิตกับผู้ติดเชื้อของเรือนจำ จะพบว่า มีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำมาก ติดเชื้อ 47,551 คน เสียชีวิต 61 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตคือ 0.12 เปอร์เซ็นต์

น่าสนใจไหม นี่คือประจักษ์พยาน ผู้บัญชาการเรือนจำทุกคนเป็นประจักษ์พยานได้ ผู้ควบคุมแดนที่คอยรักษาพวกนี้ด้วยการป้อน ฟทจ. ให้กิน เป็นประจักษ์พยานได้ คนที่หายเป็นประจักษ์พยานได้ และท่านผู้ชมครับ ฟทจ. เป็นยาสมุนไพรเชิงเดี่ยว คือพูดง่ายๆ ว่า ใช้ ฟทจ. รักษาอย่างเดียวเลย ไม่เหมือน ฟาวิพิราเวียร์ เป็น "ยากาฝาก" เดี๋ยวผมจะต่อรายละเอียด แต่ผมยกตัวอย่างให้ฟัง "กาฝาก" หมายความว่าอย่างไร ? ตลกมาก พอรู้ว่า ฟทจ. รักษาหายได้ ก็เอาฟาวิพิราเวียร์มาประกบ ฟทจ. ท่านผู้ชมครับ หิวแสง อยากจะมีส่วนว่า ฟาวิพิราเวียร์ก็รักษาหายได้ แท้ที่จริงแล้ว ฟทจ. เป็นตัวที่รักษาหายได้ คนที่คิดแบบนี้คือคนหน้าด้าน เพราะมันมีวาระซ่อนเร้นอยู่ที่ฟาวิพิราเวียร์ แล้วฟาวิพิราเวียร์ พอรักษาคนที่เป็นโรคหนักขึ้น มันมียาหลายอย่างที่เขารักษาอยู่แล้ว มีสเตียรอยด์ มีเครื่องประกอบออกซิเจน พอลงปอด มีโน่นมีนี่ แล้วฟาวิฯ ก็ไปกาฝากกับเขา ในข้อเท็จจริงฟาวิพิราเวียร์รักษาไม่ได้ เดี๋ยวผมจะไปถึงมวยคู่เอกระหว่าง ฟทจ. กับฟาวิพิราเวียร์ และมวยคู่เอกระหว่างผม สนธิ ลิ้มทองกุล กับ สรยุทธ สุทัศนะจินดา

ท่านผู้ชมครับ เมื่อกี้นี้ผมยกตัวอย่างเรือนจำของกรมราชทัณฑ์ เอาล่ะ ผมจะยกตัวอย่างหลายตัวอย่างให้ท่านผู้ชมดู อดทนกับผมสักนิดหนึ่ง ตั้งใจฟังสักนิดหนึ่ง แล้วท่านผู้ชมจะเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดนั้นมีหลักฐานพิสูจน์ชัด


พระครูวิริยานุวัตร โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยามราม ซอยลาซาล 46 สุขุมวิท 105 เขตบางนา จู่ๆ ท่านเจ้าอาวาส พระครูท่านแจ้งเข้ามาทางผม และผมก็แจ้งให้กับคุณใหม่ ซึ่งเป็นผู้ช่วยของผม ท่านบอกว่าที่วัดมีพระ เณร ติดเชื้อไปแล้ว 202 รูป ทั้งหมด 280 รูป เรียกว่าติดเกือบจะยกวัด ผมและทีมงานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ทันทีเลย ท่านผู้ชมครับ พอทราบข่าวท่านแจ้งมา แพ็กของ ส่ง ฟทจ. ไปให้ 500 กระปุก เมื่อได้ ฟทจ. แล้ว พระครูก็เอาไปใช้คู่กับสมุนไพร กระชายขาว ขิง ผสมน้ำผึ้ง มะนาว ต้มกิน บดเป็นยา ทำให้ล่าสุด เมื่อพวกเราติดตามผลต่อไป เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พระครูท่านแจ้งมาว่า ตอนนี้พระ เณร ที่วัด ที่ติดเชื้อทั้งหมดอาการดีขึ้น หลายคนหายหมดแล้ว หลังจากใช้ ฟทจ. ไม่มีใครเชื้อลงปอดเลย คาดว่าอีกไม่กี่วันก็หายดีครบหมด


ท่านผู้ชมครับ หมอแก่ๆ ที่เป็นที่ปรึกษานายกฯ ครับ ที่แอบเชียร์ฟาวิพิราเวียร์อยู่ ผมไม่รู้ว่าคนไหนบ้างได้ค่าคอมมิชชันจากฟาวิพิราเวียร์ โทรศัพท์ไปเช็กพระครูได้ นี่ผมมีตัวอย่างให้ฟัง เอารูปขึ้นให้ดูด้วย

ท่านผู้ชมครับ กรณีที่สอง เจ้าของหอพักพื้นที่บางขุนเทียน ระบาดอย่างหนัก คุณแม่ติดเชื้อ ตัวเองกับพ่อต้องกักตัว โรงพยาบาลไม่จ่ายยาให้แม่ วิ่งหาเตียง หายารักษาอยู่เป็นสัปดาห์ ก่อนที่จะได้เข้าโรงพยาบาลสนาม ตอนแรกพาแม่ไปรักษาโรงพยาบาลเอกชน เจอหมอที่มีท่าทีที่บ่ายเบี่ยง ไม่อยากรักษา โชคดีที่ได้ยา ฟทจ. ไป ยิ่งกว่านั้นแล้ว ที่บ้านเธอทำหอพัก มีแรงงานต่างด้าว 4 คน มาอาศัย แล้วเกิดติดเชื้อ ไม่รู้ติดจากที่ไหน ได้ติดต่อไปที่โรงงานที่แรงงานทำอยู่ พบว่าเจ้าของโรงงานกลับไม่มีการดำเนินการอะไรเลย ส่วนใหญ่แรงงานในโรงงานนั้นเป็นแรงงานพม่า ตอนนี้ยังกักตัวอยู่ที่หอพักของเธอ ในที่สุดก็เลยใช้ ฟทจ. ที่เราส่งไปให้ หายดีหมดทุกคน


กรณีที่สาม คุณกุ้ง ชัญญาธนันต์ ศรียะพันธ์ แจ้งมาว่าสถานการณ์การติดเชื้อที่หาดใหญ่ สงขลา มีคนติดเยอะมาก สูงสุดเป็นอันดับ 1 ในสงขลา แนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยอดไม่ลดลง ตลาดปิดเกือบหมด กลายเป็นเมืองร้างเงียบสนิท และหากติดเชื้อ ส่วนมากก็จะอยู่บ้าน เพราะไปโรงพยาบาลก็ไม่ได้รักษาทันที เตียงก็เต็ม ขอความช่วยเหลือมามูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ผมส่ง ฟทจ. แจกมาให้ ช่วยได้มาก ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าจะไปหาจากไหน เพราะในพื้นที่หายากมาก แจกไปใน อ.หาดใหญ่ มีเป็นร้อยครัวเรือน ติดเชื้อแล้วส่วนมากจะอยู่บ้าน ชุมชนคูเต่า ชุมชนทุ่งลาน มีโรงพยาบาลสนาม ชุมชนจะกอม และชุมชนคลอง ร.1 พิสูจน์ได้ชัด


คุณกุ้งบอกว่า ชุมชนคลอง ร.1 หลังจากรับยา ฟทจ. ผู้ป่วยอาการดีขึ้น ผู้ป่วยกินแล้วป้องกันตนเอง ตอนนี้หายเกือบหมด 100 เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นชุมชนที่ปลอดโรคระบาดไปแล้ว กรณีเชื้อลงปอด อาการหนัก หลังจากกิน ฟทจ. ที่อาจารย์ปานเทพ เอามาให้ อาการดีขึ้น อาการเหนื่อยเล็กน้อยเวลาเดิน ส่วนเคสอื่นที่อาการไม่หนัก ตอนนี้เริ่มหายดีทุกคน ท่านผู้ชม ผมเอารูปให้ดู นี่ของจริง ของจริงครับ ท่านประธาน รักษาการประธาน ศบค. หรืออนุกรรมการ พล.อ.ณัฐพล ที่ท่านอยู่ สมช. กรุณาดูของจริงของผม พวกคุณกำลังโดนหมอแก่ๆ หลอกอยู่หรือเปล่า ที่จะให้เอาฟาวิพิราเวียร์มา แล้วก็จะเตะ ฟทจ. ออกไป


ท่านผู้ชมครับ เบตง ยะลา มีหมู่บ้านติดเชื้อ 30 คน ในหมู่บ้านที่ 8 ปิดบ้าน ไม่ให้คนเข้า ไม่ให้คนออก ขอความช่วยเหลือมา ผมและมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินส่งยา ฟทจ. ไป 125 กระปุก ทั้งขิงผง เอาไปแจกในหมู่บ้าน ใครขอก็ให้ มีกระจายต่อไปพื้นที่ยะหา พื้นที่ใกล้เคียงด้วย ปรากฏว่า กินติดต่อ 4-5 วัน รอบแรกไป Swab ไม่พบเชื้อ กลับมากิน รอบสองไป Swab อีก ก็ไม่พบเชื้ออีก


ท่านผู้ชมครับ นี่คือคำพูดของคนที่ได้ยาไป ในชุมชนนั้น "ยา ฟทจ. เป็นประโยชน์มาก หลายคนหา ฟทจ. เอาไปรักษา ส่วนของคุณสนธิ ส่งมาให้ ต้องขอขอบคุณมาก ตอนนี้ชาวบ้านที่เป็นก็จะมาขอยาไปกิน เพราะในพื้นที่ขาดแคลนยา ฟทจ." ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมที่บริจาคใส่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน นี่ไงท่านผู้ชม เราช่วยชีวิตคน ท่านให้มา 100 บาท ท่านให้มา 200 บาท 500 บาท 1,000 บาท 5,000 บาท 10,000 บาท 100,000 บาท 1,000,000 บาท นี่คือช่วยประชาชน เราซื้อยา ซื้อขิงผง ซื้อแจก แล้วล่าสุดเรากำลัง ... บางชุมชนที่ปิด ไม่ให้ใครเข้า ไม่ให้ใครออกเลย อย่างเช่นกรณีวัดสังเวชฯ เราให้ ฟทจ. เขาไป ยังไม่พอ เขาไม่มีจะกิน เราต้องเอาข้าวสารไปให้เขาด้วย เงินของท่านผู้ชมทุกบาททุกสตางค์ นี่ผมพูดแล้วผมขนลุกเลย สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง การช่วยชีวิตคนคืออานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ แล้ว ฟทจ. มันไม่มีค่าคอมมิชชัน ท่านผู้ชม ไอ้หมอระยำที่วางแผนอยู่เบื้องหลังฟาวิพิราเวียร์ เพื่อเอาเงินเข้ากระเป๋าโคตรพ่อโคตรแม่มัน แต่ ฟทจ. เราทำโดยที่เราไม่ได้หวังอะไรเลย เอาเงินท่านผู้ชมมา ท่านผู้ชมที่บริจาคมา ทุกบาททุกสตางค์ ไปกว้านซื้อ ฟทจ. มา แล้วส่งไปให้ชุมชนที่กำลังจะตาย ท่านผู้ชม ขอประทานโทษ มันอดไม่ได้ ของมันขึ้น คนอะไรก็ไม่รู้ มันอำมหิต เดี๋ยวผมจะพูดต่อ ฟาวิพิราเวียร์ ที่คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ออกหน้าออกตาว่าแก้วิกฤต ต้องฟาวิพิราเวียร์ เดี๋ยวผมจะมีเรื่องราวที่จะคุยกับคุณสรยุทธ ด้วย


เอาล่ะ มากรุงเทพมหานคร คุณกรรณิการ์ ประธานชุมชนราชบพิธพัฒนา เขตพระนคร มีประมาณ 60 คน ที่ติดเชื้อ ประชากรมีอยู่ประมาณ 4,000 คน ในชุมชนนั้น บ้านติดๆ กัน ก็เอายาของเรา ฟทจ. ไปแจกเฉพาะคนที่เป็น ใครที่มีผลบวก ใช้ ฟทจ. กินรักษาที่บ้านก่อน เลยไม่ต้องไปที่ศูนย์พักคอย ตอนนี้ก็เลยไม่มีผู้ป่วยอาการหนัก ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยสีเขียว กิน ฟทจ. อาการดีขึ้น ท่านผู้ชมครับ ไม่มีใครอาการทรุดเลย เขาบอกเลย ฝากถึงคุณสนธิ และมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ขอบคุณที่ส่ง ฟทจ. มาให้ช่วยดูแลชุมชน ช่วยให้ผู้ป่วยอาการไม่หนักทรุดลง (เอารูปให้ดู)


ท่านผู้ชมครับ เอาตัวละครของมิสแกรนด์ก่อนก็แล้วกัน ของคุณณวัฒน์ คุณจั๊มเปอร์ กัลยนันท์ มณีสุขใส ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์สมุทรสาคร ติดเชื้อจากการประกวดเวทีที่กลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ มีนางงามติดเชื้อ 13 คน พี่เลี้ยง 9 คน คุณจั๊มเปอร์-กัลยนันท์ เผยประสบการณ์เฉียดตาายทั้งน้ำตาว่า เป็นที่สุดของชีวิต หาโรงพยาบาลตรวจเชื้อได้ยากลำบากมาก ยังโดนเจ้าหน้าที่ปฏิเสธการตรวจเชื้อ เตียงก็ไม่มี รอดชีวิตมาได้เพราะ ฟทจ. ก่อนอาหารครั้งละ 1 เม็ด 3 มื้อ 5 วัน นี่ยังกินน้อยนะ ผมให้กิน 4 เม็ด นี่ครั้งละ 1 เม็ด แต่ที่ทานน้อยเพราะว่ากินมากแล้วใจสั่น โชคดีที่มีชีวิตรอด มันมีโอกาสตายเยอะ คิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ตอนนั้นหอบมาก ไม่เคยเหนื่อยจนขอวางสาย คิดว่าต้องเข้าไอซียู มหัศจรรย์ที่อาการค่อยๆ ดีขึ้น หายใจได้ดีขึ้น ไม่แน่น ภายใน 15 วัน จนกระทั่งตอนนี้คุยเป็นปกติดีแล้ว ตอนนี้ใช้ชีวิตปกติ เตรียมออนไลน์ เตรียมทำงาน ไม่ทำงานไม่ได้ บางคนบอก ฟทจ. เป็นจิตวิทยา แต่สำหรับหนูแล้ว มันหายจริงๆ เพราะหนูไม่ได้รับยาจากโรงพยาบาลมากิน เรากินยา ฟทจ. เท่าที่เรามีอยู่

ท่านผู้ชมครับ นี่แค่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ มีมากกว่านี้อีกมาก ผมไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายให้ฟัง แต่ผมเอาชีวิตและหัวเป็นประกัน เพราะว่าผมได้เห็น ผมได้สัมผัส มีประจักษ์พยาน แล้วมีผลงาน รายงานการวิจัย แล้วเดี๋ยวผมจะเอางานวิจัยให้ดู ระหว่าง ฟทจ. กับ ฟาวิพิราเวียร์ ท่านผู้ชมจำไว้นะครับ ฟทจ. คือยาช่วยชีวิต แก้วิกฤตของประชาชนคนไทย ของชาวบ้าน เป็นยาของชาวบ้าน ไม่ใช่ยาของฝรั่งที่ต้องสั่งมาจากเมืองนอก แล้วหมอบางคนก็กินค่าคอมมิชชัน แล้วมันก็รักษาไม่ได้ เดี๋ยวผมจะพูดให้ฟัง

ก่อนที่ผมจะก้าวไปสู่มวยคู่เอกระหว่าง ฟ้าทะลายโจร (ฟทจ.) กับ ฟาวิพิราเวียร์ ผมขอแทรกประเด็นเล็กๆ ก็ไม่เล็กนะ ที่บางทีท่านผู้ชมอาจจะไม่ได้คิด แต่ผมมันเป็นคนช่างสังเกตและช่างศึกษา ผมอยากจะเรียกตอนนี้ว่า "ซื้อจรวดแถมไฟเซอร์" ท่านผู้ชมครับ เชื่อผมสิ ในโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ฝรั่งมันชอบพูดว่า There's no free lunch ไม่มีใครกินของใครฟรีหรอกครับ ต้องมีของแลกเปลี่ยน ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ไม่วันนี้ก็วันนั้น ท่านผู้ชมตามผมมา


30 กรกฎาคม (6-7 วันที่ผ่านมา) อเมริกาส่งไฟเซอร์มาให้เรา 1.5 ล้านโดส ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันเดียวกัน สถานทูตอเมริกา โดยนายไมเคิล ฮีธ (Michael Heath) รักษาการแทนทูตอเมริกาประจำประเทศไทย พูดว่า "อเมริกาดำเนินการเช่นนี้ด้วยวัตถุประสงค์หนึ่งเดียวเท่านั้น คือการช่วยชีวิตผู้คน และด้วยความตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า ไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย" ช่วยชีวิตผู้คน ไม่มีอะไรเลย หลังจากนั้นก็ยังบอกว่าจะบริจาคเพิ่มให้กับไทยอีก 1 ล้านโดส รวมวัคซีนทั้งหมดที่ไทยจะได้รับบริจาคจากอเมริกาคือ 2.5 ล้านโดส ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ผมให้ข้อมูลหน่อย


ในวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงกลาโหมอเมริกา ได้เผยแพร่ข่าวว่ารัฐสภาสหรัฐอเมริกาอนุมัติการขายจรวดนำวิถีต่อต้านรถถังให้กับกองทัพไทย มูลค่า 2,700 ล้านบาท วันเดียวกันเลย วัคซีน 1.5 ล้านโดส และสัญญาจะมาอีก 1 ล้านโดส ออกมาประกาศปั๊บ ไทยซื้อจรวดจากอเมริกา จรวดที่ซื้อ เป็นจรวดนำวิถีต่อต้านรถถัง ชื่อ FGM-148 Javelin จำนวน 300 ลูก ชุดฐานยิง 50 ชุด มูลค่ารวม 83.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,762 ล้านบาท ให้กับรัฐบาลไทย ตามคำสั่งขอซื้อจากรัฐบาลไทย พร้อมทั้งการสนับสนุนด้านเทคนิค การฝึกอบรม และการซ่อมบำรุง เอาล่ะ เดี๋ยวดูต่อไปอีกนิดหนึ่ง


ดูง่ายๆ แล้วกัน หลายๆ ครั้ง เวลาท่านนายกฯ เราไปอเมริกา ไปเจอทรัมป์ ตอนนั้นจำได้ไหม ปรากฏว่ามีค่าเข้าพบ เป็นการซื้ออาวุธ ไม่ค่อยมีใครสังเกตเรื่องพวกนี้หรอก เราซื้ออาวุธจากอเมริกาตั้งแต่ปี 2557 ซื้อเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ 9 ลำ 89 ล้านเหรียญ 2562 เมื่อสองปีที่แล้ว กรกฎาคม เราซื้อรถถังสไตรเกอร์ 175 ล้านเหรียญ หลังจากกรกฎาคม ไปแล้ว ต่อด้วยกันยายน เราซื้อเฮลิคอปเตอร์ AH-6i จำนวน 8 ลำ 400 ล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นแล้ว ไทยเป็นอะไรไม่รู้ เวลาจะตกลงกับอเมริกา หรือจะไปขอ favor อเมริกา อย่างเช่น พล.อ.ประยุทธ์ จะไปพบประธานาธิบดีทรัมป์ ตอนนั้น ต้องเสียค่าผ่านทางตลอดเวลา และวิธีเสียก็คือการซื้ออาวุธ


ฉะนั้นผมมองว่าในขณะนี้ ท่านผู้ชมสังเกตเหมือนผมไหม ว่ารัฐสภาสหรัฐฯ อนุมัติการขายจรวดนำวิถีต่อต้านรถถังให้กองทัพไทย มูลค่า 2,700 กว่าล้านบาท ผมสังเกตอย่างหนึ่ง ทำไมเสียงคัดค้านมันเงียบ ไม่พูดอะไร ฝั่งพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า พรรคเพื่อไทย พรรคสร้างไทย ไม่พูดเลยสักคำ ไม่มีใครออกมาโวยวายซื้ออาวุธทำไม ทำไมถึงไม่เอาเงินมาช่วยประชาชน แต่พอเป็นเรือดำน้ำจีนหยวนคลาสจากจีน ก็โดนถล่มเอาๆ จนต้องถอนงบจัดซื้อออกไปหลายครั้งหลายครา อะไรที่เป็นของจีนนี่นะ โดนกระทืบ โดนโน่นโดนนี่ ถ้าอะไรที่เป็นของอเมริกา ซื้อจรวดเพื่อแลกไฟเซอร์ นี่เงียบสนิท ไม่มีใครพูดสักแอะเลย ทำไมเราต้องเสียเงินซื้ออาวุธ ก็ไหนเขาบอกว่าเขาบริจาคให้เราด้วยความปรารถนาดี เพื่อเสริมสร้างสัมพันธไมตรี เป็นเพื่อนเก่าแก่กัน ประวัติศาสตร์ไทย-อเมริกา เพราะฉะนั้นแล้วช่วยด้วยความจริงใจและจริงจัง และสบายใจที่ได้ช่วย แต่นี่กลับต้องมาซื้อจรวดเขาอีก ทำไมพวกที่เคยต่อต้านถึงไม่พูดสักคำ ทำไมคุณไม่พูดสักคำล่ะ เงียบสนิท นี่คือข้อสังเกตของผม

ท่านผู้ชมครับ โจ ไบเดน ออกมาตีปี๊บลั่นเลยว่า วัคซีนฟรี ไม่มีเงื่อนไข เขาพูดว่า "วัคซีนของเรานั้นให้เปล่า ไม่มีเงื่อนไข อเมริกาดำเนินการเช่นนี้ด้วยวัตถุประสงค์หนึ่งเดียวเท่านั้น คือการช่วยชีวิตผู้คน และด้วยความตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า ไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย" ฟังแล้วซาบซึ้งมาก ตามไปที่ฟิลิปปินส์หน่อยดีไหมท่านผู้ชม เพื่อพิสูจน์ นี่เราผ่านไทยไปแล้ว เราตามไปที่ฟิลิปปินส์หน่อย


ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่อ ลอยด์ ออสติน (Lloyd Austin) ไปทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปพูดถึงมุ่งมั่นที่จะมอบวัคซีนมากกว่า 500 ล้านโดส ทั่วโลก ปีหน้า อินโดแปซิฟิกมีความสำคัญสูงสุด คุณรู้ไหมในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เราได้แบ่งปันวัคซีนไปแล้ว 40 ล้านโดส ทั่วทั้งภูมิภาค รวมถึงอินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม วัคซีนเราให้ฟรี ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เพราะนี่คือเหตุฉุกเฉิน และนี่คือสิ่งที่เพื่อนทำกัน

ท่านผู้ชม วัคซีนแลกอาวุธสงคราม ข้อสังเกตกรณีไทย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ไทยผมพูดไปแล้ว มาฟิลิปปินส์บ้าง

22 มิถุนายน 2564 สถานทูตอเมริกาในกรุงมะนิลาประกาศว่า ฟิลิปปินส์จะได้รับปริมาณวัคซีนเพิ่มขึ้นจากการบริจาคของสหรัฐฯ ผ่านศูนย์โคแวกซ์ การบริจาคโดยตรงหลังจากผู้นำสหรัฐฯ ไบเดน ประกาศบริจาควัคซีน 25 ล้านโดสแรก เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2564

4 กรกฎาคม (1 เดือนกับ 2 วันที่แล้ว) ที่ฐานทัพอากาศคลาร์ก ประเทศฟิลิปปินส์ กองทัพฟิลิปปินส์ได้รับมอบอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่า 48.5 ล้านเปโซ จากรัฐบาลสหรัฐฯ ปืนกลหนัก เพื่อเป็นวาระเฉลิมฉลอง 75 ปี ที่ฟิลิปปินส์และอเมริกามีความผูกพันกัน


ท่านผู้ชมครับ 16 กรกฎาคม วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ล็อตแรก ประมาณกว่า 1.6 ล้านโดส ถึงฟิลิปปินส์ เป็นวัคซีนที่อเมริกาบริจาคผ่านโคแวกซ์ ท่านผู้ชมครับ อีก 9 วันหลังจาก 16 กรกฎาคม คือ 25 กรกฎาคม ฟิลิปปินส์สั่งซื้ออาวุธจากอเมริกา เป็นเครื่องบินขับไล่ F-16 จรวดต่อต้านเรือดำน้ำ คิดเป็นมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 82,500 ล้านบาท วัคซีนมาแล้วนี่ ถึงเวลาต้องซื้ออาวุธแล้ว

30 กรกฎาคม ออกประกาศซื้อ 25 กรกฎาคม มูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือ 82,500 ล้านบาท อีก 5 วัน ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า อเมริกาบริจาคโมเดอร์นาให้ฟิลิปปินส์อีก 3 ล้านโดส ทันที ผ่านโครงการโคแวกซ์ ซึ่งเป็นโครงการเพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนต้านโรคระบาดได้อย่างเท่าเทียม

ท่านผู้ชมครับ สหรัฐฯ บริจาควัคซีนให้ฟิลิปปินส์โดยไม่มีข้อผูกมัด โดยเหตุผลในการบริจาคคือสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรม เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามมุมมองสาธารณสุขโลก และเป็นสิ่งที่ถูกต้องต่อความปลอดภัยทางสุขภาพร่วมกัน

ท่านผู้ชมครับ โมเดอร์นา 3 ล้านโดส ถึงฟิลิปปินส์ทันทีในอีก 3 วันถัดมา คือวันอังคารที่ 3 สิงหาคม 2564 (3 วันที่ผ่านมา) เห็นได้ชัด มันช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้

นอกจากนั้นแล้ว ประกาศว่าอเมริกาบริจาควัคซีนให้ฟิลิปปินส์ไม่มีข้อผูกมัด ในฐานะเป็นมิตรประเทศ ก็เป็นวันเดียวกับที่ประธานาธิบดีโรดรีโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ตัดสินใจเดินหน้าเซ็นสัญญาข้อตกลงด้านการทหารกับอเมริกาต่อไปโดยไม่ยุติ คือเดิมทีจะยุติกัน โดยที่ พล.อ.ลอยด์ ออสติน เดินทางไปเยือนฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม


ท่านผู้ชมครับ ผลประโยชน์ทั้งสิ้น ซื้ออาวุธ ผลประโยชน์ทางทหาร เพราะว่าข้อตกลงระหว่างฟิลิปปินส์กับอเมริกาในการที่ฟิลิปปินส์จะอนุญาตให้อเมริกาใช้พื้นที่ในฟิลิปปินส์เป็นที่พักอาวุธ พักทหาร ในการเดินทางผ่าน ก็คือพูดง่ายๆ ว่ามีสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ หมดสัญญาแล้ว พอวัคซีนมาปั๊บ นอกจากต้องซื้ออาวุธเขาแล้ว ยังต้องช่วยเขาต่อสัญญาอีกว่า กลับมาใช้ฐานทัพของฟิลิปปินส์เป็นที่พักได้ ถ้าใครบอกว่าไม่จริง ไม่เกี่ยวข้องกัน ผมเชื่อยาก อเมริกาไม่เคยให้อะไรใครฟรี เมืองไทยเสียเงินไปซื้อขีปนาวุธต่อต้านรถถัง 2 พันกว่าล้านบาท ฟิลิปปินส์ก็เสียเช่นกัน แต่ฟิลิปปินส์แพงหน่อย ประมาณ 8 หมื่นกว่าล้านบาท

เอาล่ะ มาไต้หวันบ้าง ไต้หวันเคยเจรจากับอเมริกาเพื่อซื้อไฟเซอร์ โมเดอร์นา ตั้งแต่ต้นปี 64 แต่ไม่ลงตัวเสียที วัคซีนไม่ส่งมาให้ จีนเคยเสนอตัวไปช่วยไต้หวัน แต่ไต้หวันปฏิเสธ จนกระทั่งมิถุนายน 2564 คือเจรจากันมกราคม ตกลงกันไม่ได้ พอมาถึงมิถุนายน 2564 อเมริกาตัดสินใจบริจาควัคซีนให้ไต้หวันก่อน 750,000 โดส และต่อมาอีก 1 อาทิตย์หนึ่ง ให้เพิ่มเป็น 2.5 ล้านโดส หรือเพิ่มมากกว่าเก่า 3 เท่า


ท่านผู้ชมครับ การบริจาควัคซีนเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไต้หวันได้เซ็นสัญญาซื้อรถถังต่อต้านอากาศยานขีปนาวุธ ต่อต้านเรือดำน้ำ จากอเมริกา จำนวน 1,750 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 57,700 ล้านบาท เป็นเหตุให้สำนักข่าวต่างประเทศออกบทวิเคราะห์มาว่า การช่วยเรื่องวัคซีนของสหรัฐฯ มีเงื่อนไขคือ ไต้หวันต้องซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ แล้วต้องทำหน้าที่เป็นตัวชนจีนให้กับสหรัฐฯ


ท่านผู้ชมครับ มาถึงช่วงที่สำคัญมากๆ คือในช่วงหลังๆ นี้ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม มานี้ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ออกมาพูดจาส่งเสริม เชียร์ อวย ฟาวิพิราเวียร์ พูดในทำนองที่เรียกว่า เป็นทางออกในการแก้วิกฤตคนติดเชื้อ คือพูดง่ายๆ ว่า เชียร์สรุปสุดยอด สุดลิ่มทิ่มประตูเลย จริงๆ แล้วผมสังเกตคุณสรยุทธ มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ท่านออกจากเรือนจำ ผมออกจากเรือนจำก่อนคุณสรยุทธ ประมาณเกือบปี วันนี้คุณสรยุทธ 2564 กับในอดีต ไม่เหมือนกัน ต่างกันเยอะ ผมไม่ค่อยถือสาอะไรหรอกเวลาคุณสรยุทธ คุณอวยหมอบุญ วนาสิน อวยแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเหมือนกัน ว่าหมอบุญ มีคุณูปการ สั่งไฟเซอร์เข้ามาได้ 20 ล้านโดส ปรากฏว่าวันนี้หมอบุญ กลายเป็นตัวตลก กลายเป็นหมอเลี้ยงแกะไปแล้ว


แต่คุณก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะคุณเป็นประเภท เดี๋ยวคนก็ลืมไป แต่เผอิญตั้งแต่ 20 กรกฎาคม มานี้ คุณไปรับงานใครมาผมไม่รู้ แต่เผอิญสิ่งที่คุณทำมานี้ ผมรับคุณไม่ได้จริงๆ ผมอาจจะมีฉายา สนธิ ฟ้าทะลายโจร ฟทจ. ส่วนคุณเป็นฉายา สรยุทธ ฟาวิพิราเวียร์

เอาอย่างนี้ดีกว่า เราก็อยู่ในวงการสื่อมวลชนมาด้วยกัน แต่คุณอาจจะรุ่นน้องผม สื่อมวลชน สิ่งแรกที่เราต้องเน้น คือต้องเน้นเรื่องความจริง ใช่ไหม ข้อมูลที่ถูกตัดต่อเติมแต่ง ถ้าจะตัดต่อเติมแต่งเล็กๆ น้อยๆ ในวิชาชีพอย่างผมถือว่าธรรมดา แต่ถ้ามาถึงขนาดที่เรียกว่า ต้องมาปะทะกับผม ซึ่งผมกำลังยืนอยู่ข้างประชาชน และผมพูดได้เลยว่า การที่คุณเชียร์ฟาวิพิราเวียร์ คุณไม่ได้ยืนข้างประชาชน แต่คุณยืนข้างแพทยพาณิชย์


ผมไม่รู้ว่าคุณใช้แหล่งข่าวที่ไหน แต่ที่แน่ๆ ผมไม่เหมือนคุณ ผมเป็นคนศึกษา ฟทจ. มานานแล้ว และผมก็ศึกษาฟาวิพิราเวียร์มาด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับผู้รู้อย่างอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ หรือคุณรสนา โตสิตระกูล หรือหมออีกหลายคนที่เขาใช้ทั้ง ฟทจ .และฟาวิพิราเวียร์ แล้วเขาพูดกับผมชัดเจน ฟาวิพิราเวียร์ รักษาไม่ได้ เขาพูดชัดเจนเลย เดี๋ยวผมจะเอามาให้ดู

ก่อนเริ่มต้น ผมได้พิสูจน์ให้ฟังแล้วในรายการเมื่อกี้นี้ ก่อนที่ผมจะมาถึงตอนนี้ ว่าผมมีตัวอย่างของการรักษาคนด้วย ฟทจ. ว่าหาย หลักการก็คือว่า ผมกำลังบอกว่าใครก็ตามที่ติดเชื้อโรคระบาด ไม่เกิน 4 วัน ถ้าทาน ฟทจ. 4 เม็ดต่อมื้อ 4 มื้อต่อวัน 5 วัน 80 เม็ด หายขาด 100 เปอร์เซ็นต์ ผมมีประจักษ์พยาน ตัวบุคคล มีคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน ออกมาพิสูจน์ให้ชัดเจน ปริมาณคนติดเชื้อโรคระบาดแล้วรักษาด้วย ฟทจ. หาย 99.02 เปอร์เซ็นต์ หลักฐานมีหมด คุณเรียกดูที่ไหนก็ได้ แต่ฟาวิพิราเวียร์ คุณอยู่ไหน หรือว่าเพียงแต่คุณรับงานเขามา คุณก็บอกว่าฟาวิพิราเวียร์เป็นของแท้ ผมรู้ว่าคุณสนิทกับพรรคพวกของคุณ มีหลายคน คุณก็เคยเชียร์เขา ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ คุณก็ซี้กับเขา นายตัน คุณก็ซี้กับเขา


ไม่เป็นไร คุณจะเชียร์เขาก็เชียร์ไป แต่เมื่อไรก็ตาม ถ้ามันมาถึงเรื่องชีวิตของประชาชนแล้ว ผมยอมคุณไม่ได้ คุณสรยุทธ ผมยอมคุณไม่ได้เรื่องนี้ ถ้าจะต้องปะทะกัน ก็ต้องปะทะกัน เพราะว่าผมเอาธรรมนำหน้า

กรณีที่คุณไม่รู้ ผมจะบอกให้คุณรู้ก่อน ฟทจ. นอกจากพิสูจน์ชัดเจนแล้วจากประจักษ์พยาน ตัวบุคคลในการรักษา คนที่ติดเชื้อโรคระบาดในช่วงต้นๆ ไม่เกิน 4 วัน หายขาด หลายคน จากเขียวมาถึงเหลืองแล้ว ก็ยังหาย ส่วนลงปอดก็เป็นเรื่องที่จะต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่างที่จะต้องรักษา ผมขอพูดอะไรบางอย่าง คุณรู้หรือเปล่าว่าฟาวิพิราเวียร์ที่คุณกำลังโปรโมตอยู่ รับงานเขามา ผมว่าคุณไม่รู้เรื่องหรอก ฟาวิพิราเวียร์ คนที่คิดสูตรนี้ขึ้นมาคือประเทศญี่ปุ่น บริษัท ฟูจิ ประเทศญี่ปุ่นมีลิขสิทธิ์ยานี้


คุณสรยุทธ คุณไม่รู้เลยหรือว่าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ฟาวิพิราเวียร์ แล้วคุณรู้ไหมว่าในญี่ปุ่นเขาไม่ใช้ฟาวิพิราเวียร์เลยแม้แต่โดสเดียวในการรักษา ไม่ใช้ คุณไม่คิดว่ามันผิดปกติหรือ ทั่วโลกเกือบ 200 ประเทศ มีใช้อยู่ 6 ประเทศ ใช้มากที่สุดคือประเทศไทย เวียดนามก็ใช้ แต่เวียดนามเมื่อเอาไปใช้แล้วมีนักวิจัยบริษัท มีองค์กรในเวียดนาม ผมมีเอกสารหมด ผมศึกษามาแล้ว คุณสรยุทธ ผมอ่านมาหมด งานวิจัย สถาบันวิทยาศาสตร์ของเวียดนามระบุชัดเจนว่า ฟาวิพิราเวียร์ที่เวียดนามใช้นั้น ไม่มีประสิทธิผลในการรักษา แล้วผมจะเอาตัวอย่างให้คุณดู


อันนี้ผมอุตส่าห์ไปค้นมา รูปแรก รูป A นี่เป็นกรณีที่เขาใช้ฟาวิพิราเวียร์ที่รักษากับโรคซาร์ส (SARS) และโรคไข้หวัดใหญ่ ส่วนข้างบนเป็นเรื่องโรคระบาดที่โดนอยู่ จะเห็นได้ชัดว่ารักษาไม่ได้ รูป B ที่เป็นตารางสีดำมืด ก็คือฟาวิพิราเวียร์ ที่เป็นตารางขีดเส้น เป็น DMSO ซึ่งเป็นยาอีกประเภทหนึ่ง ก็จะเห็นได้ชัดว่าฟาวิพิราเวียร์รักษาไม่ได้ มารูปสุดท้าย การรักษาโรคระบาด ฟาวิพิราเวียร์ที่คุณเชียร์นักเชียร์หนา ก็คือเสาดำ 3 แถวสุดท้าย เชื้อไม่ลด แต่ว่าเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) เชื้อลดมาข้างล่างสุด แล้วคุณรู้หรือเปล่า คุณสรยุทธ คุณเป็นคนทำข่าว คุณเป็นผู้สื่อข่าวระดับต้องถือว่าเก๋า คุณรู้ไหมว่าในโรงพยาบาลเอกชน ฟาวิพิราเวียร์ รักษาไม่ได้ แล้วคนไข้ก็อยู่ในขั้นวิกฤต โรงพยาบาลเอกชนก็เลยเอายาอีกตัวหนึ่งมารักษา ยาตัวนี้เขาเรียกว่า เรมเดซิเวียร์

เรมเดซิเวียร์ มันทำให้เชื้อที่เห็นอยู่ลดลงมาจากฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งเชื้อมันอยู่ที่ 8 กว่า เกือบ 9 เรมเดซิเวียร์ลดเชื้อลงมาได้ ไม่ถึง 5 แล้วคุณรู้ไหม คุณสรยุทธ ผมจะเล่าให้คุณฟัง จู่ๆ ศบค. มีคำสั่งออกมา บอกว่า ห้ามไม่ให้โรงพยาบาลเอกชนใช้เรมเดซิเวียร์รักษา ให้ใช้เฉพาะโรงพยาบาลรัฐ คุณไม่รู้สึกเอะใจบ้างหรือคุณสรยุทธ ไม่รู้สึกเอะใจบ้างหรือ ท่านผู้ชมครับ ท่านนายกฯ ครับ ไม่รู้สึกเอะใจบ้างหรือ มันจะเป็นบ้ากันไปแล้วหรืออย่างไรประเทศนี้ ก็ในเมื่อยานี้มันรักษาคนที่อาการหนักหายได้ ดีได้ คุณดันไม่ให้เขาใช้รักษา แล้วคุณให้เฉพาะโรงพยาบาลรัฐบาลรักษา นี่คุณอำมหิตมากนะ มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณ คุณสรยุทธ แล้วคุณไม่เอะใจบ้างหรือที่ผมพูดมานี่ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมถือว่า ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนจุดยืน คุณก็ยังมะงุมมะงาหรา ดื้อด้านไป ผมถือว่าคุณใช้ไม่ได้ คุณใช้ไม่ได้อย่างมากๆ เดี๋ยวผมจะเอาให้คุณดู ถ้าคุณไม่รู้ ผมจะเล่าให้คุณฟังก่อนก็ได้ คุณอาจจะตกเป็นเครื่องมือก็ได้

ช่วงนี้เป็นช่วงสร้างกระแสข่าวเกี่ยวกับยาฟาวิพิราเวียร์ สร้างว่าอย่างไร ? สร้างว่ามันจะขาดแคลนหนัก ถึงกับมีการประเมินว่าต้องใช้ยานี้วันละประมาณ 1 ล้านเม็ด เพื่อสู้กับวิกฤตโรคระบาด ทั้งในสื่อหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวคุณ เป็นคนนำ แล้วช่อง 3 ทั้งช่อง ช่องนี้ก็พิกลพิการ มันบ้าอะไรก็ไม่รู้ พวกคุณพยายามออกมาเชิดชู เป็นตัวตั้งตัวตีว่า ฟาวิพิราเวียร์ เป็นคำตอบสุดท้ายที่จะยับยั้งความรุนแรงของวิกฤตโรคระบาดนี้ คุณเอาข้อมูลมาจากไหน ผมศึกษามาแล้ว ฟาวิพิราเวียร์ต้องกิน 14 วัน 1-10 วัน (ขอโทษนะครับ) คนตายโหงตายห่าไปแล้ว ถ้ากินฟาวิพิราเวียร์ แต่ถ้าเริ่มติดวันแรก ถ้าคุณกินฟ้าทะลายโจร ผมมีบทพิสูจน์ให้คุณดูแล้วนี่ 4-5 วัน หาย ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วทำไมต้องกินฟาวิพิราเวียร์ นี่คือหลักตรรกะธรรมดา


สอดรับกับเมื่อล่าสุด วันที่ 4 สิงหาคม เมื่อวานซืนนี้เอง มีงานวิจัยของนักวิชาการด้านสถิติ ประเมินสถานการณ์ว่าเราควรมียาฟาวิพิราเวียร์ประมาณ 15 ล้านเม็ด จนถึง 55 ล้านเม็ด ไว้ใช้งานต่อเดือน อ้างว่าผู้ป่วย 1 คน อาจต้องรับประทานยา 75-99 เม็ด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเชื้อไวรัสที่เข้าสู่ร่างกาย คุณสรยุทธ ครับ เรานี่เก๋าในวงการข่าว นี่คือการสร้างสตอรี สร้างราคาให้กับยาฟาวิพิราเวียร์ เพื่อให้สังคมเห็นว่าเป็นยาที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ในระบบสาธารณสุขของเมืองไทย มีความต้องการสูงตามภาวะโรคระบาดที่ตัวเลขสูงขึ้นทุกวัน ผมจะบอกให้ว่าเพื่ออะไร คำตอบของผมมี แล้วคุณจะตกใจ หรือคุณอาจจะไม่ตกใจ และคุณอาจจะรู้แล้วก็ได้ ที่บอกว่ายาจะขาดแคลน จะเปิดช่องให้มีความชอบธรรมในการสั่งฟาวิพิราเวียร์เข้ามาจากต่างประเทศ ผมเช็กข้อมูลในวงการสาธารณสุขแล้ว เขาบอกว่าคนใหญ่คนโตในรัฐบาลสั่งการให้องค์การเภสัชกรรม ผมหวังว่าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ นะ ถ้าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ท่านนายกฯ ความพินาศฉิบหายของโรคระบาดครั้งนี้ ถ้าท่านเกี่ยวข้องกับฟาวิพิราเวียร์ครั้งนี้ ท่านนั่นล่ะเป็นคนที่สร้างความพินาศฉิบหายให้กับประเทศไทย และผมจะไม่มีวันให้อภัยท่านด้วย ประชาชนคนที่ตายไปแล้ว หรือคนที่ลำบาก ก็ต้องไม่ให้อภัยท่าน หวังว่าไม่ใช่ท่าน ถ้าเป็นหมอแก่ๆ บางคนที่อยู่ใกล้ๆ ตัวท่าน ท่านก็รู้ว่าท่านโดนเขาแหกเนตรแล้ว

คนใหญ่คนโตในรัฐบาลมีคำสั่งให้องค์การเภสัชกรรมเป็นผู้นำเข้า เดือนละ 30 ล้านเม็ด เป็นอย่างน้อย ใช้งบกลางด้วยนะ ตั้งราคาไว้ที่ 70-100 บาท คุณสรยุทธ 70-100 บาท ผมเอาแฟร์ๆ ก็แล้วกัน ตรงกลาง 80 บาท สั่งมาเดือนละประมาณ 50 ล้านเม็ด เดือนละ 4,000 ล้านบาท คุณสรยุทธ คุณเดินบนทุ่งลาเวนเดอร์หรือเปล่า คุณก็รู้ใช่ไหมว่าบริษัทยาทุกบริษัทมีค่าคอมมิชชันหมด แล้วคุณคิดว่า 4,000 ล้านบาท ค่าคอมมิชชันจะเท่าไร หรือว่าค่าคอมมิชชันส่วนหนึ่งเอาไปจ่ายค่างบโฆษณาประชาสัมพันธ์ด้วย ซึ่งผมไม่รู้ว่าคุณเกี่ยวด้วยหรือเปล่านะ ผมหวังว่าคุณจะไม่เกี่ยว ผมยังถือว่าคุณใสซื่อบริสุทธิ์ และคุณโดนหมอหลอกอยู่ ผมพร้อมจะเจอคุณทุกเมื่อ และผมไม่ถอยเลยแม้แต่ก้าวเดียว ผมจะดูว่าช่อง 3 กับเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" คนจะเชื่อใครมากกว่ากัน

เพราะฉะนั้นแล้วท่านผู้ชมจะเห็นได้ว่าค่าคอมมิชชันมันสูง คุณอย่าถามว่าผลประโยชน์ตรงนี้มีไหม ? มี แล้วใครได้ประโยชน์บ้าง ? ผมไม่รู้ คุณไปเช็กเอาสิ ต้องไปไล่เรียงกันว่า คำสั่งให้สั่งนำเข้ามาจากไหน ใครเป็นคนสั่ง ใครที่ ศบค. นายกฯ รู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า หมอแก่ๆ ในการประชุม หมอแก่ๆ คนไหนที่บอกว่ามีมติอย่างนี้ เอาชื่อออกมา ลากคอออกมา ให้ประชาชนคนไทยได้เห็น เพราะในข้อเท็จจริงแล้วองค์การเภสัชฯ ไม่เกี่ยวข้องเลย มีหน้าที่เป็นคนกลางสั่งยาให้

วันนี้ข้อเท็จจริงองค์การเภสัชฯ เพิ่งตั้งลำจะผลิตในเดือนกันยายน 2564 จะผลิตยาประเภทนี้ได้จำนวน 23 ล้านเม็ด ตุลาคม เป็นต้นไป จะผลิตได้ไม่น้อยกว่า 40 ล้านเม็ดต่อเดือน ดังนั้นทางออกคือต้องผ่องออกไปให้เอกชนมาร่วมผลิต นี่คือเป็นวิธีคิดที่มุ่งเป้าไปยังผลประโยชน์ธุรกิจให้กลุ่มของนายทุนเข้ามามีส่วนแบ่งรายได้ส่วนนี้ไป ราคาต่อเม็ดบวกกันไป ตรงนี้คือเม็ดเงินมหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วข้อมูลที่แท้จริงวงในแพทย์แผนปัจจุบัน ไม่มีทางที่จะสนับสนุนยาฟ้าทะลายโจร ฟทจ. ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม และแจกให้ผู้ป่วย และให้ใช้ฟาวิพิราเวียร์ เพราะอะไร คุณสรยุทธ รู้ใช่ไหม ? เท่ากับว่าให้ฟาวิพิราเวียร์กับคนป่วยเร็ว ก็ต้องหยุด ฟทจ. ยกเหตุผลของแพทย์ แพทย์ชอบบอกว่าใช้ร่วมกันไม่ได้ เพื่อตัด ฟทจ. ออก เพื่อให้ฟาวิพิราเวียร์ได้เข้ามาเป็นพระเอก แล้วก็ชอบปล่อยข่าวว่ามีอันตรายต่อตับ ผมไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องนี้หรือเปล่า แต่ถ้าคุณพูดเรื่องนี้ ผมจะเช็กบิลคุณ

ผมมีข้อมูลพิสูจน์ชัดเจนว่า ฟทจ. ไม่มีอันตรายต่อตับ เป็นผลงานวิจัยของต่างประเทศ วิจัยมาแล้วว่าไม่มี มิหนำซ้ำ หลายประเทศ รวมทั้งพวกที่เรียนกทางอายุรเวทในเมืองไทย ใช้ ฟทจ. เพื่อรักษาตับ เพราะฉะนั้นข่าวพวกนี้คือข่าวลวง ข่าวด้อยค่า ดิสเครดิต ฟทจ. คุณสรยุทธ รู้ไหมว่า ฟทจ. คือยาของประชาชน มันเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกได้ทั่วประเทศ


แล้วทั่วประเทศปลูก ฟทจ. จะแก้ปัญหาเรื่องโรคภัยไข้เจ็บได้โดยไม่ต้องพึ่งยาต่างประเทศหลายๆ ประการ แทนที่คุณจะสนับสนุนและคุณดูข้อมูลให้แม่น คุณอย่าไปฟังพวกนั้น ผมนี่ศึกษาข้อมูลมา คุณมาเจอกับผมตัวต่อตัวไหม ที่ไหนก็ได้ เรามาคุยกันเรื่องฟาวิพิราเวียร์ กับ ฟทจ. เอาไหม ซัดกันหมัดต่อหมัด ยกต่อยกเลย ผมมีข้อมูลมา คุณเอาข้อมูลมา

อย่างน้อยคุณตอบคำถามนี้เสียก่อน คุณให้ไอ้หรืออีคนไหนที่ให้ข้อมูลคุณมา ให้เขาตอบคำถามตรงนี้ก่อน ตอบได้หรือเปล่า นี่ไม่ใช่ผมคิดขึ้นมา มันเป็นงานวิจัยของ AMERICAN SOCIETY FOR MICROBIOLOGY งานวิจัยของเขา ก่อนที่คุณจะมาตอบโต้ผม คุณให้ใครก็ได้ที่บอกคุณ ศึกษาข้อมูลตัวนี้แล้วตอบให้ผมฟัง

คุณรู้หรือเปล่าในการประชุมระหว่าง ศบค. กับโรงพยาบาลเอกชน มีแนวทางออกมาจากทีมหมอที่เป็นที่ปรึกษา ศบค. ให้ใช้ฟาวิพิราเวียร์ เพื่อหยุดผู้ป่วยสีเขียว ไม่มีอาหาร ไม่ให้เป็นสีเหลืองให้ได้โดยเร็ว ตอนนี้ก็เลยเกิดปรากฏการณ์ให้เอายา ฟทจ. ออกจากกล่องห่วงใยที่หลายๆ จังหวัดแจก พร้อมกับเปลี่ยนไปแจกจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์แทนโดยเร็ว คนที่แจกยา คุณกำลังจะฆ่าคนไข้ คุณอยู่ในส่วนร่วมของขบวนการที่โคตรจะโหดเหี้ยมอำมหิต ขบวนการแพทยพาณิชย์ เพราะฟาวิพิราเวียร์มันรักษาไม่ได้


ทุกครั้งมันเป็นยากาฝาก กาฝากก็คือว่า หลายครั้งที่ ฟทจ. รักษาได้ มันก็เอา ฟทจ. บวกฟาวิพิราเวียร์เข้าไป เพื่อเอาเครดิตว่ามันก็ทำให้หาย แล้วยาฟาวิพิราเวียร์เอามารักษาคนที่อาการหนักแล้ว ซึ่งหลายๆ คนค่อยๆ หาย เพราะว่ามีเครื่องช่วยหลายตัว มียาช่วยหลายตัว ฟาวิพิราเวียร์ ก็เป็นยากาฝาก คุณใช้ตรรกะง่ายๆ ท่านผู้ชมใช้ตรรกะง่ายๆ ท่านนายกฯ ใช้ตรรกะง่ายๆ หยุดฟังหมอเลวๆ พวกนั้น ใช้ตรรกะง่ายๆ ว่า ญี่ปุ่น ผมถามคำหนึ่งว่า ญี่ปุ่นระดับมาตรฐานการแพทย์มันแพ้ไทยหรือเปล่า ? ผมว่าหลายๆ อย่างมันนำไทยไปเยอะเลย แล้วทำไมมันไม่ใช้ฟาวิพิราเวียร์ของมัน ? ทำไมมันไม่ใช้ ตอบผมซิ เพราะมันรู้ว่าใช้ไม่ได้ผล นี่คือหลักการที่สำคัญที่สุด

สรุปคือมันต้องเริ่มด้วยว่า เมื่อมันใช้ไม่ได้ผล แล้วคุณเอามาใช้ทำไม แล้วหมอสนามหลายคนที่ผมรู้จัก พี่สนธิ ครับ คุณอาครับ เมื่อไรเขาจะให้เลิกใช้ฟาวิพิราเวียร์ เพราะว่ามันไม่ได้ผล แพทย์ที่สั่งอยู่ข้างบน ออกคำสั่ง มันแพทย์พาณิชย์ สมัยนี้มีบัญชีอยู่ต่างประเทศเยอะ 1 เม็ด 70-100 บาท แหม ตั้ง range เอาไว้เผื่อเลยนะ ฉะนั้นคุณคิดไป 80 แล้วกัน เม็ดละ 20 บาท บัญชีผมอยู่ต่างประเทศ โอนเข้าไป ง่ายนิดเดียว เพราะว่ามันสั่งจาก ศบค. พอสั่ง ศบค. แล้ว ยามันขาดตลาดก็ต้องสั่งเข้ามา สั่งมากี่ล้านเม็ด คุณโอนเข้าบัญชี คุณสรยุทธ ไม่ใช่ว่าคุณไม่รู้เรื่องพวกนี้ ผมไม่รู้ว่าคุณไปเป็นเครื่องมือพวกบ้าๆ นี่หรือเปล่า คุณไม่มีวันชนะผมหรอก เพราะผมยืนข้างประชาชน เพราะผมพิสูจน์มาแล้วว่า ฟทจ. รักษาได้ ประชาชนเขารักษาได้ ประชาชาช่วยตัวเองได้

เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าแผนนี้อำมหิตมาก โคตรอำมหิตเลย เพื่อเห็นแก่เงิน มันเอายาที่ไม่สามารถจะรักษาได้ เอามาแทนยาสมุนไพรไทยที่รักษาได้ ทันทีที่เป็นภายใน 4-5 วัน หายทันที แต่ฟาวิฯ ต้องกิน 10 วัน 10 วันนี่ลงปอดไปแล้ว ผมจะไม่มีวันทิ้งเรื่องนี้ คุณสรยุทธ ถ้าคุณแน่จริง คุณยืนข้างหลังฟาวิพิราเวียร์ตลอดไป ผมจะตามจิกตามกัดเรื่องนี้ เพราะผมเชื่อ ข้อมูลมีชัดเจนว่า รักษาไม่ได้ หลักฐานมี เมื่อคุณรู้ว่ารักษาไม่ได้แล้วคุณยังจะมาเชียร์ คุณทำไปเพื่ออะไร ?

ประเทศไทย ประเทศที่ใช้กับโรคระบาด ที่ใช้ฟาวิพิราเวียร์ มีอินเดีย เคนยา ซาอุดีอาระเบีย รวมถึงไทย และเวียดนาม


แต่ล่าสุด ผมเล่าให้ฟังนะ เวียดนามพูดชัดเจน อธิบายได้ชัดเจนว่า การใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาโรคระบาดของเวียดนาม ใช้ไม่ได้ผล เขาพูดชัดเจน หมอสนามก็พูดชัดเจน ทุกคนที่เป็นหมอ ที่เขาใช้ฟาวิพิราเวียร์ ถ้าเขาไม่กลัวผู้ใหญ่ เขาพูดชัดเจน หลายคนโทรมา อา พี่สนธิ เมื่อไรเขาจะเลิกใช้เสียที แล้วคุณรู้ไหม คุณสรยุท ผมให้ทีมงานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน โทรไปหาหมอที่อยู่แพทย์สนาม อย่าให้ผมเอ่ยชื่อเลยว่าที่ไหน บอกว่า เนื่องจากว่าเรามียา ฟทจ. ที่ทำจากใบ ดีที่สุดของอาจารย์ปานเทพ พวกคุณอยากจะเก็บเอาไว้ไหม คุณสรยุทธ หมอทุกคนที่เป็นแพทย์สนาม และพยาบาลทุกคน ขอกันหมดเลย ขอหน่อยได้ไหมครับ เพราะผมเชื่อ เพราะทุกวันนี้ผมก็แจก ฟทจ. ให้กับประชาชนกิน แล้วหายจริง คุณมีข้อมูลอย่างนี้บ้างไหม ผมมีเป็นตั้งเลย นี่ผมไม่เกรงใจคุณแล้วนะ ผมเอาไม้หน้าสามตีหน้าคุณแล้วนะงานนี้ คุณมีอะไรดี คุณสวนกลับมา ผมเชื่อว่าระหว่างช่อง 3 ที่คุณแหกปากอยู่ กับเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ประชาชนที่ชมผมไม่ได้น้อยกว่าคนดูช่อง 3 รายการคุณหรอก เผลอๆ จะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เรามาวัดกัน ว่าคนที่ยืนข้างประชาชน และไม่ได้ยืนข้างแพทย์พาณิชย์ ใครจะอยู่ยงคงกะพัน

ท่านนายกฯ ครับ เรื่องนี้ท่านนายกฯ รู้ไหมว่าท่านถูกหลอก ท่านถูกหลอก ก็เพราะว่าคนเป็นคนอย่างนี้ไงล่ะ วิกฤตมันถึงเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ใช่ท่านโง่ ท่านไม่รอบคอบ และท่านเชื่อใจคน แล้วท่านทำทุกอย่างเพื่อเชื่อ ท่านนายกฯ ตั้งแต่มี ศบค. บ้ามานี่นะ และมีที่ปรึกษามานี่นะ สถานการณ์ในประเทศไทยมีอะไรดีขึ้นบ้างไหม ? ผมมีทางออกให้ท่าน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ท่านฟัง

ท่านผู้ชมครับ ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของรายการในวันนี้ที่ผมต้องพูด ปัญหาที่สะสมกันมาของประเทศไทยในการรักษาโรคระบาดที่เกิดขึ้น เป็นการรักษาที่ยึดถือและเลียนแบบตะวันตกมาโดยตลอด ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในวงการสาธารณสุขไทย คือความคับแคบของบุคลากรทางการแพทย์ที่เรียนวิชาการแพทย์มาจากทางตะวันตก เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่มารับผิดชอบระบบสาธารณสุขของประเทศไทยก็เลยยึดถือหลักการและวิธีการในการแก้ปัญหาสาธารณสุขที่นอกจากเลียนแบบวิธีการแล้ว ยังเป็นไปทางเวชภัณฑ์ทางตะวันตก ปฏิเสธความมีประสิทธิภาพในการรักษาตามแนวทางของแพทย์แผนไทย ซึ่งจะเน้นในเรื่องของการใช้สมุนไพรไทยหลายๆ ตัวมาเป็นองค์ประกอบในการร่วมกันรักษาโรคภัยไข้เจ็บ

ยกตัวอย่าง ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่ผมเพิ่งพูดไปเมื่อกี้นี้ มันคิดค้นขึ้นมาที่ญี่ปุ่น เพื่อรักษาโรคไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วท่านผู้ชมรู้ไหม คุณสรยุทธ รู้ไหม หมอหลายๆ คนที่หลงใหลรู้ไหมว่า ไม่เคยมีงานวิจัยใดๆ เลย ผลงานวิจัยไม่มีเลย กลับสั่งเข้ามาหลายสิบล้านเม็ด แต่พอไปเปิดผลการวิจัยแล้ว ไม่มีผลการศึกษาระบุชัดเจน ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคระบาด


ท่านผู้ชมครับ 18 กุมภาพันธ์ หลายเดือนที่ผ่านมา ปีนี้เอง ข่าวรอยเตอร์จากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า ผลการศึกษายาอาวีแกน (Avigan) ของฟูจิฟิล์ม นั่นคือฟาวิพิราเวียร์ ไม่แสดงให้เห็นผลดีที่มีนัยสำคัญในการรักษาโรคระบาดนี้ แปลไทยเป็นไทยแบบบ้านๆ คือ ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาโรคระบาดไม่ได้ผล นั่นคือภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาทางการ แล้วคำตอบ รายละเอียดตอนสำคัญระบุว่า จากการศึกษา ทดสอบทั่วโลกของยาต่อต้านไวรัสของฟูจิฟิล์ม โฮลดิ้งส์ อาวีแกน คือฟาวิพิราเวียร์ ได้ผลน้อยเมื่ออาการพวกเขาทรุดลง

พูดต่อครับ เราต้องพิจารณาแล้วว่า บางทีการใช้ยาต้านไวรัสเมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการแล้วนั้น อาจจะสายเกินไป และนี่เป็นสาเหตุว่า อธิบายด้วยว่าทำไมยานี้ถึงมีประสิทธิภาพต่ำในการทดลองทางคลินิก หัวหน้าทีมทดสอบจากมหาวิทยาลัยการแพทย์กิลันของอิหร่าน ระบุในงานวิจัย

ท่านผู้ชมครับ นี่คือผลงานวิจัยจริงๆ ไปเสิร์ชดูได้จากเว็บไซต์ medrxiv.org และเป็นข่าวที่มีรายงานไปทั่วโลกเมื่อ 3 เดือนก่อน

แล้วยังมีผลงานวิจัยที่ผมโชว์ให้กับคุณสรยุทธ ดู จาก AMERICAN SOCIETY FOR MICROBIOLOGY ในเดือนพฤษภาคม 2564 เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้เอง กลุ่มนักวิจัยชาวญี่ปุ่นจากสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติของญี่ปุ่น ผลทดสอบของนักวิจัยญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตยานี้ เป็นประเทศที่ถือลิขสิทธิ์นี้ เขาบอกว่าผลทดสอบยาฟาวิพิราเวียร์ในหลอดทดลอง ต้านโรคระบาดได้น้อย ถึงไม่ได้เลย สรุปก็คือว่า ฟาวิพิราเวียร์ไม่สามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อ ทั้งโรคซาร์ส ทั้งโรคระบาด โรคเมอร์ส มีฤทธิ์ยับยั้งเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ ก็มันสร้างขึ้นมาเพื่อรักษา ระงับการระบาดเพิ่มของไวรัสไข้หวัดใหญ่ ใช้กับไข้หวัดใหญ่ ไม่ใช่ใช้กับตัวอื่น มันถึงไม่มีผลไงล่ะ ท่านผู้ชม การตีพิมพ์ครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการวิจัยโดยนักวิจัยสถาบันโรคติดเชื้อแห่งชาติ ของบริษัทญี่ปุ่น หมอบ้าที่สั่งยานี้เข้ามา ที่มีอำนาจ ฟังซะ

ตีพิมพ์ในวารสารทางด้านจุลชีพและเคมีบำบัด ซึ่งอยู่ภายใต้สมาคมจุลชีพวิทยาของสหรัฐอเมริกา AMERICAN SOCIETY FOR MICROBIOLOGY

ท่านผู้ชมครับ กรณีที่ผมเล่าให้ฟัง ขณะที่ยาแผนปัจจุบันจากต่างประเทศ หมอไทยกลับอ้างว่ารักษาได้ แม้อยู่ในขั้นทดลองใช้ หมอไทยก็เอามาใช้ในเมืองไทย แล้วตะบี้ตะบันใช้ หน่วยงานราชการก็รับกันเป็นทอดๆ คุยถึงขนาดจะตั้งโรงงาน สร้างโน่นนี่นั่น ตรงกันข้ามกับ ฟทจ. เป็นพืชสมุนไพร เราปลูกได้เอง ท่านผู้ชมที่บ้านมีพื้นที่ดิน ก็สามารถปลูกได้ ปลูกหลังบ้านก็ได้ อยู่ในตำรับยาโบร่ำโบราณ ใช้รักษาอาการโรคหวัด อยู่ในตำรายาพื้นบ้านมานมนาน หมอไทยหัวใจตะวันตกกลับปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่มีผลงานวิจัยและทดสอบ คุณจะบ้าหรืออย่างไร เขาใช้กันมาตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ รุ่นทวด รุ่นตารุ่นยายคุณ คุณบอกว่าไม่มีผลงานวิจัย แล้วฟาวิพิราเวียร์ที่ก็ไม่มีผลงานวิจัย แล้วเอามาใช้ทำไม บ้าหรือเปล่า ขอประทานโทษท่านผู้ชม มันทนไม่ได้จริงๆ นี่คือความอำมหิตของหมอระยำบางคน มันอำมหิตจริงๆ มันเป็นแพทย์พาณิชย์

ผมได้พูดผ่านรายการนี้มาหลายครั้งหลายคราว่า มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย ค้นหาได้ ว่าสิ่งที่ผมพูดมานี้ไม่ได้ผิดพลาด เป็นหลักฐานที่ออกมาในคัมภีร์ยาโบราณและคัมภีร์ยาหลวง

ท่านผู้ชมครับ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมพอจะพูดได้ว่า ถ้าเราจะแก้วิกฤตในวิกฤตนี้ เราควรจะทำอย่างไรบ้าง

สิ่งแรก เราต้องยอมรับก่อนว่าคนในประเทศไทย 70 ล้านคน มีคนอยู่ 3 ประเภท ประเภทแรก ป่วยไข้แล้ว และเข้าโรงพยาบาลแล้ว จากโรคระบาดนี้ ประเภทที่สอง ก็คือคนที่ตรวจแล้วติด แต่ว่าถูกพักเอาไว้ในโรงพยาบาลสนาม กับอยู่ที่บ้าน เพื่อรอรักษาอาการ ประเภทที่สาม แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือคนที่ไม่ติด อีกส่วนคือคนที่ติดแต่ไม่รู้ ท่านผู้ชม ท่านนายกฯ ครับ ตามผมมา ท่านนายกฯ ตั้งใจฟังเรื่องนี้ให้ดีๆ IO ท่านนายกฯ PMOC ท่านนายกฯ เอาคลิปตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟาวิพิราเวียร์ และ ฟทจ. ให้ท่านนายกฯ ฟัง ว่าผมกำลังกล่าวหาท่านนายกฯ ว่าถ้าท่านยังยืนยันที่จะให้ฟาวิพิราเวียร์เข้ามา ท่านคือฆาตกรที่ฆ่าคนไทย


เอาล่ะ เมื่อกี้ผมอธิบายให้ฟังแล้ว คนไทยมี หนึ่ง ติด อยู่ในโรงพยาบาล สอง ติด รอเตียงอยู่ที่บ้าน/โรงพยาบาลสนาม สาม ติดแต่ไม่รู้ว่าติด และไม่ติด เรากำลังใช้เงินที่จะซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ที่เสนอกันมา 3-4 พันล้านต่อเดือน ทำอย่างนี้สิครับ ในเมื่อ ฟทจ. สามารถจะรักษาคนที่ติดเชื้อโรคระบาดได้ ทันทีที่รู้ว่าติด ไม่เกิน 3-4 วัน ทาน 4 เม็ดต่อมื้อ 4 มื้อต่อวัน 16 เม็ด 5 วัน 80 เม็ด หายขาดแน่นอนที่สุด เมื่อพื้นฐาน สมมติฐานมันอยู่ตรงนี้แล้ว ข้อแรกที่สุด เราต้องมี ฟทจ. 2 ขวด ขวดละ 80 เม็ด หรือขวดละ 100 เม็ด ที่แจกฟรีให้กับคนไทยทั่วประเทศ 70 ล้านคน แจกฟรี แล้วแจกไปทั้งหมด เสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปพร้อมกับชุดตรวจ Rapid Test ที่เยอรมนีขายกันชุดละ 30 บาท ส่งไป 2 ชุด ให้ต่อ 1 คน เพราะฉะนั้นแล้วในแพ็กเกจที่ส่งไปจะมี ฟทจ. 2 ขวด ขวดละ 100 เม็ด Rapid Test 2 ชุด (1-2 ชุด ไม่น่าจะเกิน 100 บาท) ทั้งหมดนี้เมื่อทุกคนได้มาครบแล้ว ก็ให้ทุกคนทานพร้อมกัน ให้ทุกคนตรวจชุดแรกก่อน ชุด Rapid Test ที่ส่งไป 2 อัน ตรวจว่าติดหรือเปล่า ถ้าไม่ติดก็ทาน แต่ถ้าติดก็จะได้รู้ว่าติดแล้วนะ จะได้แยกออกได้ทันที แล้วก็ทานให้หมด พอทานหมดเรียบร้อยแล้ว ครบ 5 วัน ตรวจกันอีกที ถ้าคนเพิ่งติดแต่ไม่มีอาการ เมื่อหาย ก็จะไม่ติดแล้ว ก็จะเหลือเนื้อๆ เฉพาะคนที่ติดแล้วรักษาไม่ได้ แล้วติดในระยะที่เริ่มเข้าสู่โซนสีแดง เราก็จะแยกแยะคนออกได้ทันทีเลย แล้วสอง คนที่อีกหน่อยติดก็ไม่มีปัญหา เพราะทำไม ? เพราะว่า ฟทจ. ถ้ารัฐบาลมีมากพอ หาซื้อได้ในราคาถูก แต่ว่า 2 ขวดแรก สำหรับ 70 ล้านคน รัฐบาลต้องแจกฟรี 140 ล้านขวด หลังจากนั้นแล้ว ฟทจ. ก็อยู่เป็นยาสามัญที่คู่กายเรา พร้อมกับชุดตรวจ ไปที่ไหน สงสัย คนเยอะๆ ตรวจ ติด กิน ฟทจ. ไปเลย แล้วมันก็หาย นี่คือการใช้ยารักษา และนี่คือการอยู่กับโรคระบาดโดยไม่ต้องกลัวมัน และนี่คืออะไรท่านนายกฯ ? นี่คือการเปิดประเทศแล้ว ปลดล็อกได้ เปิดได้เลยร้านอาหาร ใครจะไปนั่งทานในร้านอาหาร ไปทานได้ ยกเว้นพวกคอนเสิร์ต ยกเว้นพวกผับ บาร์ ไปตลาดปกติธรรมดา กลับมาไอ ไข้ขึ้น วัดอุณหภูมิ เกิน 37 องศาฯ วัด ติด ฟทจ. 5 วันหาย บางที 3 วันหาย กลับไปใช้ชีวิตปกติ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่เกิน 6 เดือน ถ้ามัวแต่ใช้ยาของแพทย์พาณิชย์ ใช้ฟาวิพิราเวียร์ ประเทศก็ฉิบหายต่อไป และจะฉิบหายมากกว่าเก่า

ทำไมต้อง 6 เดือน ? ใช้เวลาปลูก 4 เดือน 3 เดือนกว่า เกือบ 4 เดือน เก็บ เอาไปผลิต รัฐบาลให้องค์การเภสัชฯ รับซื้อมาเลยจากโรงงานต่างๆ โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กำลังหาที่ปลูกอยู่ ก็สามารถที่จะส่งวัตถุดิบนี้เข้าโรงงาน เท่ากับโรงงานไม่ต้องเสียค่าวัตถุดิบ เสียแค่เอาไปอบให้แห้ง เอาไปบดให้ละเอียด เอาไปใส่แคปซูล


เพราะฉะนั้นต้นทุนก็คือการประกอบนั่นเอง โดยไม่ต้องเสียเงินค่าวัตถุดิบ ต้นทุน 1 ขวด ก็ไม่น่าจะเกิน 10-20 บาท หรือ 30 บาท สูงสุด แล้วให้องค์การเภสัชฯ เอางบกลางมาซื้อไปเลย ซื้อทั้งหมด 140 ล้านขวด ส่งทางไปรษณีย์ตามสำมะโนครัวในบ้าน ทุกคนได้รับหมด สำมะโนครัวนี้มี 12 คน ได้รับไป 24 ขวด สำมะโนครัวนี้มี 2 คน ได้ไป 4 ขวด เสร็จแล้วนัดวันกินพร้อมกัน ก็จะรู้ทันที เมื่อรู้ทันทีแล้ว ท่านผู้ชมครับ เราจบในเรื่องวิกฤตแล้ว เราก็รอแค่วัคซีนมา เพราะว่าอย่าเพิ่งไปเพ้อฝันกับวัคซีน ถึงวัคซีนจะมาแล้วก็ตาม เราก็สามารถใช้วิธีการนี้ได้เช่นกัน เพราะจะเป็นการแยกคนติดกับคนไม่ติด คนติดแล้วเข้าโรงพยาบาล ให้เห็นชัดเจน ความกดดันทางบุคลากรทางการแพทย์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ พื้นที่ทางการแพทย์ก็จะหายไปเลย นี่คือทางออกประเทศไทย


ท่านผู้ชมครับ พวกเขาจะคิดเป็นไหมนี่ เงินทั้งหมดผมคำนวณมาแล้ว ใช้ไม่เกิน 20,000 ล้านบาท แก้วิกฤตในเรื่องโรคระบาดได้อย่างแน่นอนที่สุด ถ้าคิดนอกกรอบแบบนี้ แต่ถ้ายังผูกพันกับฟาวิพิราเวียร์บ้าโน่นนี่นั่น ชีวิตนี้อยู่ไม่ได้หรอกครับ แล้วผมจะบอกให้รู้ งานวิจัยอีกหลายๆ งาน อีกไม่นานนี้จะมีงานวิจัยที่ออกมา แล้วทุกคนจะยอมรับ ว่า ฟทจ. ต่างกว่าหลายๆ ตัว เป็นยารักษา ท่านผู้ชมเห็นไหมครับ ไวรัสโรคระบาดจะมีหนามออกมา ฟทจ .มันคลุมหมดทุกหนามเลยนะ เดี๋ยวผมจะรบกวนอาจารย์ปานเทพ ออกรายการของอาจารย์ปานเทพ แล้วผมจะมาเอามาแปะในโพสต์นี้ อธิบายว่า ฟทจ. มี 5 ลักษณะที่สามารถจะทำได้ทั้ง 5 อย่าง ฟาวิพิราเวียร์มีอย่างเดียวเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในหลักทาง MICROBIOLOGY ในหลักทางห้องแล็บแล้ว ฟทจ. มันเหนือกว่าฟาวิพิราเวียร์ที่หมอแพทย์พาณิชย์ต้องการเอาค่าคอมมิชชันเข้ากระเป๋า อย่างเทียบไม่ได้ นี่คือทางออกของประเทศไทย ท่านผู้ชมครับ

ท่านผู้ชมครับ ขออภัยที่วันนี้บางครั้งพูดจาแรงไปหน่อย มันมีอารมณ์มาก เพราะอะไรถ้ามันเกี่ยวกับชีวิตคนไทยแล้ว แล้วมีคนที่อุบาทว์ บัดซบ ทำมาหารับประทนากับชีวิตคนไทยเพื่อหวังที่จะได้ค่าคอมมิชชันจากยา แล้วปฏิเสธยาสมุนไพรไทยซึ่งรักษาได้อยู่แล้ว ผมรับไม่ได้จริงๆ สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...