xs
xsm
sm
md
lg

[คำต่อคำ] SONDHI TALK : ถนนการเมืองทุกสายวิ่งสู่ "ฟ้าทะลายโจร" - จีนเทดาราด้อยค่าวัคซีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันที่ 30 ก.ค.64 นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ได้ไลฟ์สด “SONDHI TALK” ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ คุยทุกเรื่องกับสนธิ และช่องยูทูป Sondhitalk สัปดาห์นี้เริ่มด้วยเมดเลย์ข่าว น้องเทนนิส ได้เหรียญทองเทควันโด ในกีฬาโอลิมปิกที่โตเกียว ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ นักคณิตศาสตร์ชาวออสเตรีย ที่ได้เหรียญทองจักรยานแบบช็อกโลก การซ้อมรบของกองทัพเรือไทยร่วมกับเรือรบอังกฤษ การถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอิรัก ตามด้วยเรื่องวัคซีนปั่นหุ้นของ"หมอบุญ"ซึ่งตอนนี้ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน เรื่องวัคซีนเทพที่ไม่เทพจริง เรื่องดาราไทยที่ออกมาด้อยค่าวัคซีนซิโนแวคจนถูกแฟนชาวจีนแบน เรื่องสมุนไพรไทย ถนนการเมืองทุกสายวิ่งสู่ฟ้าทะลายโจร สุดท้ายประชาชนพึ่งใครไม่ได้ เราต้องพึ่งตัวเอง  ติดตามได้ใน SONDHI TALK : ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง Ep.96



คำต่อคำ SONDHI TALK [30 ก.ค. 64] : ถนนการเมืองทุกสายวิ่งสู่ "ฟ้าทะลายโจร"

ช่องทางการรับชมรับฟัง "คุยทุกเรื่องกับสนธิ"หรือ SONDHI TALK
เฟซบุ๊กแฟนเพจ : คุยทุกเรื่องกับสนธิ
YouTube : Sondhitalk
เว็บไซต์ : www.sondhitalk.com
Podcast หรือ podbean : SONDHI TALK


สวัสดีครับท่านผู้ชม วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 วันนี้มีเรื่องหลายเรื่อง ผมจะไม่เสียเวลาล่ะ เพราะวันนี้เรื่องมันค่อนข้างจะหลายเรื่องมาก เดี๋ยวจะยาวไป

เริ่มแรกผมมีเมดเลย์ข่าวหลายๆ ข่าว มีเรื่องเหรียญทองโอลิมปิก น้องเทนนิส แล้วมีแถมให้ ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ (Dr.Anna Kiesenhofer) กับเหรียญทองโอลิมปิกช็อกโลก เรื่องทหารไทยซ้อมรบ กับเรือรบของอังกฤษ แล้วคำตอบว่าทำไมทหารอเมริกันถึงต้องถอนทัพออกจากอิรัก

แล้วผมมีเรื่องของคุณหมอบุญ เป็นคนที่จองวัคซีนเทพ คือไฟเซอร์ 20 ล้านโดส แล้วบอกจะมา 5 ล้านโดส ภายในก่อนสิ้นเดือนกรกฎาคม

เรื่องที่สาม ก็คือเรื่อง ดาราด้อยค่าวัคซีน พวกที่ออกมาด้อยค่าวัคซีน ออกมากันเป็นแถว อวยวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา เป็นวัคซีนเทพ วัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม เป็นวัคซีนชั้นต่ำ เกรด C

และผมก็จะพูดเรื่อง ถนนการเมืองทุกสายตอนนี้วิ่งไปสู่ฟ้าทะลายโจร

ท่านผู้ชมครับ Rapid Test ท่านผู้ชมรู้ไหมว่าโรงพยาบาลเอกชนเขาตรวจด้วยเงินเท่าไร ค่าจ้าง ทั้งที่ต้นทุนเขาแค่ 400 บาท 300 บาท 200 บาท ในราคาของ แต่เขาบวกค่าบริการไปเป็นพันบาท

สุดท้าย คือ ท่านผู้ชมครับ ผมจะบอกให้ท่านผู้ชมพึ่งพาตัวเอง ไม่ต้องรอใคร ใบและต้นสดของฟ้าทะลายโจรก็ต้มเป็นยาได้


ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่จะพูดนี้เป็นเรื่องเก่าไปหน่อยแล้ว แต่ว่าผมต้องพูด อดไม่ได้ เพราะว่าผมปลาบปลื้มมาก และท่านผู้ชมก็คงจะคิดเหมือนผม เป็นความปีติท่ามกลางความเศร้าโศกและความเศร้าสลดในเหตุการณ์ต่างๆ เรื่องนั้นคือเรื่องของ น้องเทนนิส ที่วันที่ 24 กรกฎาคม วันเสาร์ที่ผ่านมา เสาร์ที่แล้ว ได้ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงด้วยการคว้าเหรียญทอง ในชัยชนะของการแข่งขันเทควันโด ท่านผู้ชมที่ติดตามดูก็จะต้องรู้นะครับว่าในรายการเทควันโดครั้งนั้น น้องเทนนิส ทำให้ตื่นเต้น หัวใจจะวายเอา คะแนนตามอยู่ แล้วจะด้วยสัญชาติญาณ หรือความสามารถพิเศษ หรือทักษะที่ตัวเองมีอยู่ ที่เก็บงำเอาไว้ตลอด แล้วก็เพิ่งจะมาโผล่เอาช่วงสุดท้ายของการที่ชกท้องแล้วก็เตะคอคู่ต่อสู้


เสร็จเรียบร้อยแล้ว ถอยฉากออกไปเลยหลังจากทำคะแนนแล้ว โดยเหลือเวลาแค่ 7 วินาที ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถแก้เกมได้เลย อันนี้เป็นทักษะจริงๆ ท่านผู้ชม เป็นทักษะ เป็นความสามารถของน้องเทนนิสจริงๆ และผมก็คิดว่า น้องเทนนิส เป็นคนที่มีไหวพริบปฏิภาณ และแน่นอนที่สุด คนที่สามารถจะสร้างน้องเทนนิสได้มาถึงระดับนี้ ก็คือโค้ชนั่นเอง และในที่สุด เราก็มาถึงเรื่องโค้ชเช คนเกาหลีแต่ใจเป็นไทย


โค้ชเช พยายามที่จะมาเป็นคนที่ถือพาสปอร์ตไทย ถือสัญชาติไทย นานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาเป็น เรื่องราวก็ยืดเยื้อมาตั้งนาน แล้วผมก็ทราบว่าคนที่รับผิดชอบก็บอกว่า งวดนี้ก็จะรีบเร่งทำให้ จริงๆ แล้ว ผมพูดกับท่านผู้ชมตรงๆ นะครับ อย่างไม่ต้องเกรงใจ พวกนี้ถ้าจะให้โค้ชเช เขาก็ให้ได้ ไม่ใช่เพิ่งจะมาฟิตกันตอนนี้ หลังจากเอาเหรียญทองมาให้ อำนาจอยู่ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จริงๆ แล้วน่าจะให้ตั้งแต่สมัยที่เขาเอานักเทควันโดเมืองไทยติดเหรียญทองแดง ที่กีฬาโอลิมปิกคราวที่แล้ว แต่ก็ดึงมาจนกระทั่งเขาได้เหรียญทอง เอาเถอะครับ ไม่เป็นไร ทำให้เขาหน่อยครับ คนเกาหลีจิตใจไทย เขายังดีกว่าคนไทย ที่เป็นอาจารย์ จบด็อกเตอร์ แต่จิตใจเป็นฝรั่ง หรือคนไทยที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เป็นคนไทยแต่จิตในเป็นฝรั่ง นับถือเอาอเมริกาเป็นพ่อของตัวเอง โค้ชเช จึงเป็นคนที่น่าปรบมือให้

ท่านผู้ชมครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าผมอยากจะพูดให้ฟัง หลายๆ คนไม่ค่อยได้สนใจในเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ฮือฮามาก แล้วมันสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของคน สะท้อนให้เห็นถึงการทุ่มสุดตัว ตายเป็นตาย หรืออย่างไรก็ได้ สู้ตาย ผมกำลังพูดถึงเรื่องของ ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ (Dr. Anna Kiesenhofer)


ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ ได้รับชัยชนะ อาชีพเป็นนักคณิตศาสตร์ จบคณิตศาสตร์ และเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ชาวออสเตรีย ดร.แอนนา เป็นคนที่พิชิตเหรียญทองโอลิมปิก ช็อกโลกเลยนะท่านผู้ชม ช็อกโลกจริงๆ เขาแข่งกันที่สนามฟูจิ อินเตอร์เนชันแนล สปีดเวย์ ที่โอยามา ประเทศญี่ปุ่น มีนักปั่นน่องเล็ก ผู้หญิง ประมาณ 67 คน จาก 40 ชาติ ลงแข่งประเภทจักรยานทางไกลถนน เขาเรียก Road race ระยะทาง 137 กิโลเมตร ผมจะเอาแผนที่ให้ดู

ท่านผู้ชมครับ ที่น่าสนใจและน่าทึ่ง ที่ผมต้องเอาเรื่องนี้มาพูด คือในการแข่งครั้งนี้มีตัวเต็งเข้ามาตั้ง 3-4 คน ตัวเต็งชนิดที่เรียกว่า เต็งจริงๆ อดีตเหรียญเงินของการแข่งโอลิมปิกคราวที่แล้ว จากเนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก แล้วก็มีอีก 1-2 คน คือพูดง่ายๆ ว่า ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ เป็นม้านอกสายตา หรือเป็นม้าที่ไม่มีราคาเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่มีใครให้ความสนใจเลย เพราะอาชีพหลักของ ดร.แอนนา เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ใจรักที่จะเป็นนักปั่นสมัครเล่น ท่านผู้ชมครับ เขามาคนเดียวนะ เป็นตัวแทนของทีมชาติออสเตรีย ไม่มีสตาฟ ไม่มีทีมสตาฟ ไม่มีทีมโภชนาการ ไม่มีเพื่อนนักแข่งชาติเดียวกัน ไม่มีอะไรเลย มีแต่ใจเท่านั้นเอง ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน มุ่งมั่น จริงจัง เดินตามฝัน ในที่สุดแล้ว ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ นักปั่นสมัครเล่น ก็เลยได้เป็นตัวแทนจากออสเตรีย เขานำเดี่ยวเลยนะท่านผู้ชม พอออกปั๊บ เวลาแข่ง 137 กิโลเมตร เขาจะเป็นอย่างนี้ครับท่านผู้ชม กลุ่มพวกเซียนจริงๆ จะขี่เกาะกลุ่มกัน จะไม่เร่ง เพราะเขาจะเร่งเอาประมาณ 20-30 หรือ 40 กิโลเมตรสุดท้าย นี่มันตั้ง 137 กิโลเมตร ใครอยากออกไปข้างหน้า ออกไปเลย พวกนี้เขาจะรู้ว่าเดี๋ยวในที่สุดก็จะหมดแรง แล้วเขาจะตีกินในช่วงสุดท้าย แต่ปรากฏว่า ทันทีที่เสียงปืนดังปัง ดร.แอนนา พรวดไปข้างหน้าเลย เป็นที่ขบขัน หัวเราะเยาะเย้นของบรรดานักแข่งที่เป็นตัวเต็งทั้งหมด

ทีนี้ ดร.แอนนา ขี่ แรงไม่ตก คนที่ตาม ดร.แอนนา ไป มีอีก 4 คน ทั้งหมด 5 คน ที่นำล่วงหน้าไปเลย ปรากฏว่า 4 คน แรงตก มี ดร.แอนน คนเดียว ไม่ตก ขี่แบบชนิดที่เรียกว่า ทุ่มหัวใจ หัวใจเป็นใหญ่ ใจเธอใหญ่มาก เธอชนะคู่แข่งระดับแชมป์โลก ซึ่งเป็นชาวดัตช์ ชาวเนเธอร์แลนด์ ด้วยเวลา 3 ชั่วโมง 52 นาที 45 วินาที ชนะที่ 2 ตั้งนาทีกว่าๆ ซึ่งถือว่าชนะเยอะมาก แล้ว ดร.แอนนา เขาเป็นมือสมัครเล่นจริงๆ ผมจะเอารูปให้ดู เนเธอร์แลนด์ (ซ้าย) เหรียญเงิน คนนี้หวังว่าจะได้เหรียญทองงวดนี้ แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ (กลาง) เหรียญทอง และเอลิซา บอร์กินี (Elisa Borghini) จากอิตาลี (ขวา) เหรียญทองแดง


มีบทเรียนในเรื่องการแข่งขันครั้งนี้ของ ดร.แอนนา "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะ" ดร.แอนนา วิเคราะห์ข้อมูลสภาวะแวดล้อมในสนามแข่งจริง เขาใช้ปัญญาของนักคณิตศาสตร์ระดับปริญญาเอก และความมุ่งมั่น จริงใจ ถึงแม้เธอจะเป็นนักแข่ง นักปั่นสมัครเล่น มาในฐานะตัวแทนของประเทศออสเตรียแบบประเภท ข้ามาคนเดียว ไม่มีทีมมา ไม่มีเพื่อนมา เป็นม้านอกสายตา ที่ไม่มีคาดหวังกดดันเธอ แต่เธอฝึกฝน เตรียมตัว ศึกษาคู่แข่งและสนามแข่งอย่างดีมานาน เธอศึกษามาก่อน ปีครึ่งก่อนเธอจะเดินทางมาแข่งขันเมื่อต้นกรกฎาคม แอนนา ได้โพสต์ลงทวิตเตอร์ส่วนตัวของเธอถึงผลการศึกษาที่เธอใช้ข้อมูลสภาวะแวดล้อม มีสภาพอากาศร้อน ความร้อน อุณหภูมิ ความชื้น แรงลม จากสนามแข่งจริงในญี่ปุ่น มาสร้างแบบจำลอง เธอได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์รูปแบบการปั่นที่เหมาะสม รวมทั้งเทคนิคที่จำเป็นต้องใช้เมื่อมีการลงแข่งจริง ข้อแรก รู้เขารู้เรา

ข้อที่สอง คู่แข่งประเมินต่ำ ขาดการสื่อสารที่ดี เมื่อมีการแข่งจริงจังเกิดขึ้น ทีมเนเธอร์แลนด์ 4 คน เป็นนักปั่นระดับมืออาชีพทั้งนั้น Anna van der Breggen ได้เหรียญทองโอลิมปิก ปี 2016 Marianne Vos เหรียญทองโอลิมปิก ปี 2012 Annemiek van Vleuten แชมป์สองสมัยซ้อน Demi Vollering แชมป์รายการ Liège-Bastogne-Liège ก่อนโอลิมปิกเริ่ม 3 เดือน แผนของทีมเนเธอร์แลนด์ อดีตแชมป์เหรียญทอง วางไว้ในช่วง 10 กิโลเมตร คือ 10 กิโลเมตรสุดท้าย เก็บพลังงานเอาไว้ ไม่มีใครรีบสปรินต์ (sprint) ปั่นไปก่อนข้างหน้า ทั้่งหมดค่อยๆ เกาะกลุ่มไปเรื่อยๆ ตามหลัง ปล่อยนักปั่นคู่แข่งชาติอื่น 5 คน


5 คนที่นำหน้าไป มี Carla Oberholzer จากแอฟริกาใต้ Vera Looser จากนามิเบีย Omer Shapira จากอิสราเอล Anna Plichta จากโปแลนด์ และนางเอกตัวจริง ดร.แอนนา คีเซนโฮเฟอร์ (Dr. Anna Kiesenhofer) ออสเตรีย ปั่นนำหน้าไปก่อน โดยที่ทีมของเนเธอร์แลนด์คิดว่าพวกนี้เดี๋ยวก็หมดแรง แต่เผอิญ ... หมดแรงจริง แต่เขาประเมิน แอนนา นักปั่นมือสมัครเล่น ต่ำเกินไป

41 กิโลเมตรสุดท้าย โปแลนด์ อิสราเอล หมดแรง แต่แอนนา ไม่ เธอใช้พลังชีวิตทั้งหมดตามแผนการที่เธอคำนวณข้อมูลไว้อย่างดี เธอปั่นเดี่ยวเลย นำเดี่ยวม้วนเดียวจบ ทิ้งห่างไปจนถึงเส้นชัยคนแรก เพราะอะไรล่ะท่านผู้ชม ? เพราะว่าไม่เคยมีใครคิด ทีมเนเธอร์แลนด์เห็นว่าชนะมาแล้ว 4 คน ลืมไปว่าทั้งหมดมี 5 คน เพราะว่าในการแข่งขันมืออาชีพ ในสนามอาชีพ นักปั่นเขาจะมีโทรศัพท์ โทรคมนาคม ซึ่งทีมของตัวเองคอยจับตาดู แต่พอมาแข่งโอลิมปิกแล้วเขาไม่ให้มีการติดต่อกัน ระหว่างทีมสตาฟที่คอยจับตาดูภาพสนามทั้งสนาม ทุกอย่างต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นทีมเนเธอร์แลนด์พอเห็นว่า 4 คนนั้นหมดแรง เขาแซง 4 คนนั้นแล้ว ก็เลยคิดว่าตัวเองชนะแน่นอน เลยทำให้คู่แข่ง คือ Annemiek van Vleuten จากเนเธอร์แลนด์ ปั่นเข้าเส้นชัย ชูมือเลย ดีใจ นึกว่าตัวเองได้เหรียญทอง ปรากฏว่า นักปั่นโนเนม Anna Kiesenhofer จากออสเตรีย เข้าเส้นชัยนำหน้าเธอไปก่อนตั้ง 1.15 นาที หรือคิดเป็นระยะทาง 2-3 กิโลเมตร ก็คือพูดง่ายๆ ว่า แอนนา เข้าไปแล้ว คนนี้ตามมา มองไม่เห็นหลังแอนนา เลยนึกว่ามาคนแรก หารู้ไม่ว่านักคณิตศาสตร์คำนวณไว้แล้ว

อดีตแชมป์ Annemiek van Vleuten ให้สัมภาษณ์ ว่า เขาเข้าใจผิด ขาดการสื่อสาร เขาเรียกว่า No race radios อย่างที่ผมเรียนให้ท่านผู้ชมทราบว่าจะมีวิทยุสื่อสารติดที่หู แล้วจะมีทีมที่อยู่สนามแจ้งให้ทราบว่าคุณยังขาดเท่านี้นะ ข้างหน้ายังมีอีกกี่คน ไม่มี ก็คือพูดง่ายๆ ว่ากลับไปสู่ยุคดั้งเดิม แบบพื้นบ้านเลย แข่งกันแบบใช้ฝีมือสุดๆ ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีช่วย และเธอบอกว่า ฉันคิดว่าฉันชนะจริงๆ ตอนที่เหลือ 5 กิโลเมตร Marianne Vos ปั่นเทียบข้างฉัน เธอคิดว่าเราแซงมาครบทุกคนแล้ว คือ 4 คนนั้นแซงมาครบหมดแล้ว เหลือ 1 คน ลืมไป


นี่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวิทยุสื่อสาร การแข่งขัน World Tour ทั่วโลก ก็ใช้วิทยุสื่อสารกันทั้งนั้น ก็คือพูดแบบประเภทไม่พอใจ เขาแข่งที่ไหนก็ใช้วิทยุกันทั้งนั้น ทำไมที่นี่ถึงไม่ให้ใช้วิทยุ อุปมาอุปไมยเหมือนการรบกัน ทหารอเมริการบกันได้สัญญาณดาวเทียมส่งมา ได้อันโน้นได้อันนี้ส่งมา ได้วิทยุสื่อสารส่งมา แต่ประเทศที่ไม่มีเทคโนโลยีสู้ด้วยใจ แล้วใช้ไหวพริบปฏิภาณ

ผมคิดว่าถ้าอยากชนะ พวกดัตช์น่าจะไปลงเรียนวิชาคณิตศาสตร์เบื้องต้นกับ ศ.ดร. Anna Kiesenhofer เสียหน่อย

ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ ที่ผมเอามาพูด แสดงให้เห็นว่า ถ้าคนเราใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น สู้ยิบ เลือดเข้าตาก็สู้ ตราบใดที่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ตรงนั้น เหมือนวันนี้มีโรคระบาด ท่านผู้ชมอย่าท้อใจ สู้ ถึงแม้รัฐบาลจะไม่ช่วยอะไรเรา เราต้องช่วยตัวเอง ผมกับอาจารย์ปานเทพ และคุณรสนา สู้เรื่องฟ้าทะลายโจร (ฟทจ.) สู้มาก่อนกรมการแพทย์แผนไทยฯ สู้มาก่อนทุกคน สู้มาจนกระทั่งมีการประชุม การตั้งคณะกรรมการแห่งชาติขึ้นมาแล้วเรื่องนี้ ในที่สุด เพราะอะไร ? เราไม่เคยท้อใจ

ท่านผู้ชมครับ คนเราจะสู้เรื่องอะไรก็ตาม หนึ่ง เราต้องมีความศรัทธาและเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราสู้นั้นถูกต้อง ถ้ามันเป็นธรรม ที่ถูกต้อง เดินหน้าไปเลย ไม่ต้องกลัว ผมเคยพูดเรื่องนี้หลายครั้งแล้วกับท่านผู้ชม ว่า พ่อแม่ครูอาจารย์ผม หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านสอนผมตลอดเวลา สนธิ ให้เอาธรรมนำหน้า ธรรม ไม่มีวันผิด ดร. Anna Kiesenhofer มีธรรมนำหน้า เธอรู้ว่าเป้าหมายของเธอก็คือการได้เหรียญทอง และเธอรู้ เธอวางแผน เธอคำนวณให้ดี และเธอไม่กลัวความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น เหตุผลเพราะว่า ใจเธอใหญ่ และใจเธอเป็นประธานครับท่านผู้ชม

ในช่วงนี้เรากำลังวุ่นวายและสับสน ตื่นเต้น เศร้าหมอง และดีใจ กับข่าวคราวต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องของการแพร่ระบาดของโรคระบาดที่ดูทีท่าว่าประเทศไทยจะเอาไม่อยู่เสียแล้ว จากยอดคนติดเชื้อที่สูงขึ้นๆ และยอดคนตายที่มากขึ้น จนกระทั่งรัฐบาลเหมือนกับจะหมดสิ้นหนทาง และเราก็มาดีใจกับเรื่องข่าวของน้องเทนนิส ซึ่งได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันเทควันโด มันก็มีข่าวชิ้นหนึ่ง เป็นข่าวเล็กๆ ไม่ค่อยมีใครสนใจ เผยแพร่ในเว็บไซต์ บีบีซีไทย หัวข้อคือ "เรือรบสหราชอาณาจักรฝึกกับทัพเรือไทย ตามแผนร่วมสร้างภูมิภาคที่เสรีและเปิดกว้าง"


ในเนื้อข่าว บีบีซีไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรอังกฤษ ระบุรายละเอียดว่า จะมีเรือรบหลวง ชื่อ ริชมอนด์ (HMS Richmond) จากสหราชอาณาจักร เข้ามาสู่น่านน้ำประเทศไทย เพื่อฝึกทหาร กับเรือรบของกองทัพเรือไทย

นี่เป็นการเยือนไทยครั้งแรกของเรือรบของสหราชอาณาจักรอังกฤษ นับตั้งแต่เรือรบหลวง ชื่อแดริ่ง (HMS Daring) มาเยือนไทยเมื่อปี 2557 และประเทศไทยเป็นประเทศชาติแรกในอาเซียนที่ได้มีกิจกรรมร่วมรบกับกองเรือ Carrier Strike Group

Carrier Strike Group เป็นกองเรือใหญ่ของอังกฤษกองเรือเดียว ที่ประกอบด้วย เรือบรรทุกเครื่องบิน Queen Elizabeth แล้วก็มีเรือหลายๆ ลำที่มาอยู่ด้วย


ท่านผู้ชมครับ เรือหลวงริชมอนด์ เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือ Carrier Strike Group ที่ผมเล่าให้ฟัง มีเรือ 9 ลำ อากาศยาน 32 ลำ มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 3,700 คน โดยมีเรือบรรทุกเครื่องบินหลวง Elizabeth เรือผิวน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีกำลังสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอังกฤษ (ผมเอารูปขึ้นให้ดู)

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษก็พยายามจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารว่าต้องการจะนำสหราชอาณาจักรอังกฤษเข้าไปสู่สายตาของโลกภายใต้คำขวัญที่ว่า Global Britain หรือว่าโลกของประเทศอังกฤษ

ยุทธศาสตร์นี้ อังกฤษต้องการที่จะเข้ามามีบทบาทในโลกนี้ เหมือนครั้งหนึ่งที่เคยมีบทบาทในอดีต แล้วบทบาทแต่ละครั้งนั้น ก็เป็นบทบาทที่ค่อนข้างจะอัปลักษณ์ อังกฤษเคยมีบทบาทในเรื่องของการส่งกองเรือมาเพื่อล่าอาณานิคมในสมัยโบราณ ในสมัยรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 แล้วหลังจากนั้น พอหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว อังกฤษก็ทรุดโทรมลงไป แล้ววันนี้อังกฤษก็คิดว่าตัวเองได้ฟื้นแล้ว ตัวเองก็เลยอยากจะมีบทบาทอีกครั้งหนึ่ง

แต่บทบาทที่มาครั้งนี้ เป็นบทบาทที่น่าสนใจมาก เพราะถ้าเราดูหลักภูมิรัฐศาสตร์ของโลกแล้ว เราจะเห็นว่ามหาอำนาจเดี่ยว ก็คือสหรัฐอเมริกานั้น กระทำตนเหมือนเป็นนายอำเภอโลก ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Sheriff ส่วนอังกฤษนั้นก็จะทำตัวเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ แล้วก็มีลิ่วล้ออีกประมาณ 3 ประเทศที่พูดภาษาอังกฤษได้ ก็มีออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์

ทีนี้ การที่เรือรบอังกฤษเข้ามาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบทะเลจีนตอนใต้ นัยก็คือมาเยือน สร้างสัมพันธไมตรี แต่ข้อเท็จจริงก็คือ มาแสดงอิทธิฤทธิ์ ว่าตัวเองพร้อมพันธมิตร คือสหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งเป็นกลุ่ม QUAD ก็คือกลุ่มที่สร้างกันขึ้นมา หรือที่เขาเรียกว่านาโตในคาบสมุทรแปซิฟิก เพื่อเอามาคานอิทธิพลของจีนที่กำลังมีอยู่


ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดเรื่องนี้มา นานมาแล้ว หลายๆ ครั้ง ถ้าท่านผู้ชมติดตามเรื่องราวของผม จะจำได้ ปี ผมพูดเรื่อง "เปิดแผนลับยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก" วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นครั้งที่สอง ผมพูดเรื่อง "จุดเริ่มความขัดแย้ง สงครามโลกระหว่างจีนและอเมริกา" ในวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 พูดครั้งที่สาม คือ "อเมริกา-จีน หมากรุก VS หมากล้อม" ในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2563 แล้วพูดอีกครั้งหนึ่งในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม ตอนที่ 56 เรื่อง "สองมหาอำนาจสัประยุทธ์" และตอนสุดท้ายที่ผมพูดไป ก็พูดเมื่อวันที่ 22 มกราคม ปีนี้ (2564) ตอน "เปลี่ยนผู้นำ ไม่เปลี่ยนแนวรบ" เป็นตอนที่ 69

ในคำพูด ในเรื่องราวที่ผมเล่าให้ฟัง 4-5 ตอน ที่ผมพูดไปนั้น ผมอธิบายการเกิดของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ที่อเมริกาและอังกฤษมาร่วมกันร่าง โดยดึงอินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เข้ามาร่วม เพื่อจะมาคานอำนาจจีน และหลังจากนั้นแล้ว พอประธานาธิบดีไบเดน ขึ้นมาปั๊บ อังกฤษก็เลยพยายามที่จะแสดงออกให้มากขึ้นด้วยการส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน Queen Elizabeth ตลอดจนกองเรือ Carrier Strike Group ที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อกี้ เข้ามา เดินทางรอบโลก เขาเดินทางไปตามที่ต่างๆ ระยะทางประมาณ 24,000 ไมล์ หารด้วย 5 คูณด้วย 8 ก็ประมาณเกือบ 40,000 กิโลเมตร เดินทางจากอังกฤษไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะโชว์ศักยภาพ แสนยานุภาพของอังกฤษ ผมไม่รู้ว่าอังกฤษทำเช่นนี้เพื่ออะไร แต่ที่แน่ๆ ที่เห็นได้ชัดเจน อังกฤษต้องการที่จะแสดงออกให้เห็นว่า ผมกลับมาแล้วนะคราวนี้ ผมกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ใครอยากเป็นพวกผม เข้ามาเลย


แต่วัตถุประสงค์จริงๆ แล้ว การเข้ามาก็คือการเข้ามาเพื่อแสดงศักยภาพ แสนยานุภาพ ร่วมกับกลุ่มพันธมิตรของอังกฤษ ซึ่งประกอบไปด้วย อเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอินเดีย เพื่อจะแสดงออกให้เห็นว่าระงับ กดดันจีน ในทำนองว่าอย่าซ่านะ พวกเขามากันพร้อมแล้ว

ทีนี้ เรื่องพวกนี้ผมเฉยๆ เพราะเป็นการเกทับ บลัฟแหลก ระหว่างสามมหาอำนาจ คือระหว่าง อังกฤษ จีน และอเมริกา โดยที่อังกฤษกับอเมริการ่วมมือกัน จีนก็มีรัสเซีย อิหร่าน สามประเทศนี้ก็แปะมือเพื่อชนกัน ปัญหาใหญ่ที่สุดในขณะนี้ที่มีก็คือว่า การแบ่งข้างนั้น ชัดเจนไปแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วการที่เรือรบหลวงอังกฤษเข้ามาเยือนครั้งนี้ จะมาในรูปแบบคำพูดที่สวยหรู ที่ท่านเอกอัครราชทูตอังกฤษพยายามพูด ว่าเสริมสัมพันธภาพ กระชับความเป็นมิตรสหายกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน คือพูดไปได้ คำพูดที่สวยหรู แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เอามาเกทับบลัฟแหลกจีน


เมื่อมันเป็นเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องให้นักวิเคราะห์อย่างผมวิเคราะห์หรอก คนทั่วๆ ไปก็ดูออกที่อังกฤษมาครั้งนี้ ที่สำคัญที่สุด เกิดมาชวนกองทัพเรือไทยให้มาร่วมซ้อมรบด้วย ท่านผู้ชมครับ ผมถามคำถามสั้นๆ หรือใครก็ตามที่สนับสนุนการมาของเรือรบอังกฤษ ผมถามว่า วันนี้ประเทศไทยตัดสินใจเข้าไปร่วมกับกลุ่ม QUAD ตั้งแต่เมื่อไร คือกลุ่มอังกฤษ อเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย เพื่อที่จะประจันหน้ากับจีน ไทยกำลังจะแสดงออกว่าไทยพร้อมจะร่วมมือกับอังกฤษ เพราะการซ้อมรบในครั้งนี้ ใครเป็นศัตรูล่ะ ? แน่นอนอยู่แล้ว ก็ต้องจีนเป็นศัตรูสิครับ ถูกไหม ? แล้วที่ตลกร้ายคือ ไทยดันเอาเรือรบของตัวเองเข้าไปร่วมซ้อมรบ แล้วเรือรบนั้นเป็นเรือรบที่ต่อจากประเทศจีน ตลกร้ายมาก แต่ตลกที่ร้ายกว่านั้นก็คือ ภาษาแต้จิ๋วเขาเรียกว่า เจียะป้าบ่อสื่อ ไม่มีอะไรทำแล้วหรืออย่างไรทหารเรือไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศไทย ไม่มีอะไรทำแล้วหรืออย่างไร ถึงต้องเอาตัวเองเข้าไปสู่ความขัดแย้งระหว่างจีนกับอังกฤษ จีนกับอเมริกา ถ้าคุณไม่ไปซ้อมรบกับอังกฤษ คุณตายไหม ? คุณก็ไม่ตาย แล้วคุณจะได้อะไร คุณได้ข้อคิดที่ทำให้จีนเขาเห็นว่าเราไม่ยุ่งกับใคร ถ้าจีนมาขอร่วมซ้อมรบกับเรา เราก็ปฏิเสธไป เพราะเราไม่ยุ่งกับใครทั้งสิ้น เพราะถ้าจีนมาร่วมซ้อมรบ ก็แสดงว่าจีนต้องการเอาเราเป็นพวก มายันกับอเมริกาและอังกฤษ แต่นี่เราดันทะลึ่งไปซ้อมรบกับอังกฤษ คุณได้อะไรบ้าง


ท่านผู้บัญชาการทหารเรือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่ามาบอกว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยี มันไม่ใช่ นั่นคือสิ่งที่คุณอยากพูด แต่สิ่งที่ประเทศจีนเขามองก็คือว่า เฮ้ย ประเทศไทยเอาแน่หรือ ? ทำไมถึงไปร่วมการซ้อมรบ เพราะการซ้อมรบต้องมีเป้าหมายว่าศัตรูคือใคร ไม่ใช่ว่าจู่ๆ สนุกสนานก็อยากจะซ้อมรบกันขึ้นมา ไม่ใช่อย่างนั้น ต้องบอกเลยว่า ซ้อมรบเผื่อกรณีที่เรือจีนมาทางนี้ เราต้องประสานงานในเรื่องการคมนาคมกันอย่างนี้ เราจะยิงโดรนขึ้นไปนะ เราจะใช้เรือดำน้ำดำเข้าไปนะ ประเทศไทยสนับสนุนเราได้อย่างไรบ้าง ท่านผู้ชมครับ นี่คือ "ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน"

ท่านผู้บัญชาการทหารเรือครับ ตอบคำถามตรงนี้มาหน่อย ท่านคิดไม่ออกเลยหรือว่า นัยของภูมิรัฐศาสตร์ นัยทางการทูต นัยที่เขามองเรา เขามองเราอย่างชัดเจน จีนเขาก็เริ่มสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณอยู่เฉยๆ เป็นไหม ไม่ต้องไปซ้อมรบกับใคร คุณก็ไม่ต้องมาซ้อมรบกับผม

ประเทศไทยมีการซ้อมรบประจำกับอเมริกา เขาเรียกว่า Cobra Gold ซึ่งก็ซ้อมรบมาหลายสิบปีแล้ว คุณจะซ้อมต่อไปก็ทำไป เป็นประเพณีที่ทำมานานแล้ว


แต่อังกฤษไม่เคยมาในภูมิภาคนี้เลย และอังกฤษก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าจับมือกับอเมริกา ซึ่งเป็นนายอำเภอ อังกฤษเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ และร่วมอยู่ใน QUAD ซึ่ง QUAD ตั้งขึ้นมาเพื่อปะทะกับจีน และอังกฤษส่งเรือมา แล้วก็เชิญไทย แล้วไทยเสือกเข้าไปซ้อมรบกับเขา ท่านผู้บัญชาการทหารเรือครับ เรื่องนี้ท่านเผือกมากเกินไปหรือเปล่า ท่านไม่ได้คำนึงเลยว่าความรู้สึกนึกคิดของรัฐบาลจีน กองทัพเรือจีน เขาบอกว่าไทยเอากับเขาด้วยหรือ เพราะฉะนั้นแล้ว ในยุทธศาสตร์ในการป้องกันตัวเอง หรือการสู้รบกับศัตรูของกองทัพเรือจีน พวกนี้เขาจะมีแผนยุทธศาสตร์ไว้ล่วงหน้า ตอนนี้เขาอาจจะเริ่มใส่ประเทศไทยเข้าไปเป็นศัตรูคนหนึ่งแล้ว เขาก็ต้องรู้แล้วสิว่าตอนนี้กองทัพเรือไทยมีเรือประเภทไหนบ้าง มีอย่างไรบ้าง เขาก็เอาใส่ในโปรแกรมของการให้ไทยเป็นศัตรูเลย ถ้าเกิดมีกรณีมีสงครามเกิดขึ้น ทำไมเขาต้องทำเช่นนั้น ที่เขาต้องทำเช่นนั้นเพราะเราไปเสือกซ้อมรบกับอังกฤษ เขาก็เลยเหมาว่าเราพร้อมจะเป็นศัตรูกับเขา ถ้าเขามีความขัดแย้งกับอเมริกาและอังกฤษในเรื่องของไต้หวัน เพราะฉะนั้นแล้ว กองทัพเรือไทย และประเทศไทย ก็กลายเป็นเป้าของความเป็นไปได้ที่เขาตั้งไว้ว่า น่าจะเป็นศัตรูกับเราถ้ามีความขัดแย้งเกิดขึ้น ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหมว่า นี่คือการชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน

ท่านผู้ชมครับ ท่านผู้บัญชาการทหารเรือครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก มันเป็นข่าวเล็กๆ ในบีบีซีไทย แต่นัยมันมหาศาล และไม่ต้องประหลาดใจถ้าวันนี้หน่วยความมั่นคงของจีนเขาวางแผนยุทธศาสตร์ในการ ... ถ้าเกิดสงครามขึ้นมา เขาจะต้องป้องกันตัวเองอย่างไร เขาจะรุกศัตรูอย่างไร และศัตรูเขามีใครบ้าง ท่านไม่ต้องประหลาดใจถ้าเขาเริ่มใส่ประเทศไทยเป็นศัตรูของเขาไปด้วย ท่านผู้ชมคิดว่าอย่างไร ? ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคนที่กินข้าวอิ่ม ไม่มีอะไรทำ สติปัญญาสมองหมาปัญญาควายแท้ๆ ท่านผู้ชมครับ


วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม 2564 ได้มีการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับนายกรัฐมนตรีอิรัก ชื่อ มุสตาฟา อัล-คาดิมี (Mustafa Al-Kadhimi) สรุปแล้วสองคนนี้มานั่งคุยกัน บรรลุข้อตกลงกันอย่างเป็นทางการสำหรับยุติภารกิจการสู้รบของอิรักในช่วงปี 2564 นี้ เป็นเวลา 18 ปี คือเข้าไปหาเรื่องเขา ไปยึดครองประเทศเขา โดยอ้างเหตุว่าอิรักในสมัยซัดดัม ฮุสเซน นั้น สะสมอาวุธที่มีพลานุภาพในการทำร้ายอย่างร้ายแรง แล้วก็หาไม่เจอ ก็ถือโอกาสอยู่ในประเทศเขาไป 18 ปี ไปสูบทรัพยากรน้ำมันของเขาออกมา เอาบริษัทของตัวเอง ฮัลลิเบอร์ตัน ซึ่งตอนนั้นอดีตรองประธานาธิบดีดิก เชนีย์ ในสมัยประธานาธิบดีบุช เป็นอดีตประธานกรรมการบริษัท ฮัลลิเบอร์ตัน แล้วเอาน้ำมันมาขายต่อในตลาดโลก ตั้งบริษัทกลางขึ้นมา ซื้อในราคาถูก พรรคพวกตัวเอง แล้วมาขายในตลาดโลก ทรัพยากรของอิรัก เอาไปหมดเลย เงินทองที่ได้มาก็ฝากเอาไว้ในบัญชีของอเมริกา ไม่ยอมคืนให้อิรัก 18 ปี


ท่านผู้ชมครับ ในที่สุดแล้วสัจธรรมก็มาถึง มาถึงหลังจากที่สัจธรรมได้ไปถึงอเมริกาว่า มาทำอะไรอยู่ในอัฟกานิสถานตั้ง 20 ปี อเมริกาก็เลยตัดสินใจถอนทหารออก แล้ววันนี้ตอลิบานก็กำลังจะยึดอัฟกานิสถาน อเมริกาก็ทำอะไรไม่ได้ อับอายขายหน้าเขา และเหตุการณ์ที่ต้องมานั่งคุยกัน วันที่ 26 กรกฎาคม ผมเคยเล่าเรื่องราวต่างๆ พวกนี้ให้ฟังแล้ว ว่ากลุ่มติดอาวุธในอิรัก ซึ่งแน่นอนที่สุด ประเทศอิหร่านหนุนหลังอยู่ เริ่มทำการรุนแรงขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยการไปทำลายสถานที่ที่อเมริกามีผลประโยชน์ ยิงจรวดเข้าใส่ค่ายทหารอเมริกา แล้วล่าสุดยิงจรวดเข้าไปถล่มสถานทูตอเมริกา ทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นจากอะไร ? มันเกิดขึ้นจากวันที่นายทรัมป์ สั่งให้กระทรวงกลาโหมอเมริกา ฆ่านายพลกอเซ็ม สุไลมานี จำได้ไหมท่านผู้ชม ? เดี๋ยวผมจะให้ทีมงานพยายามเอารูปเก่าขึ้นมาดู 


ทั้งๆ ที่นายพลกอเซ็ม สุไลมานี นั้น ได้รับเชิญจากรัฐบาลอิรักเข้าไปประชุมกับซาอุดีอาระเบียเพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง เจรจาสันติภาพ และคนที่เป็นสปายในการที่จะชี้เป้าให้ฆ่านายพลกอเซ็ม สุไลมานี ก็คือ สายลับ หน่วยสืบราชการลับของอิสราเอลที่ชื่อ มอสซาด


จากวันนั้น ชักธงแดงขึ้น เพื่อประกาศว่า ถ้าแก้แค้นยังไม่สำเร็จก็จะไม่ชักธงแดงลง ก็เลยเกิดกระบวนการรวมตัว มีขบวนการฟะตะห์ หรือขบวนการญิฮาด ระดมคนอิสลาม คนมุสลิมที่ยอมพลีชีพ พลีชีพเพื่อฆ่าอเมริกาและไล่อเมริกาออกจากอิรัก จำนวนทั้งหมด 3 ล้านกว่าคน ซึ่งทุกวันนี้พร้อมอยู่แล้ว และกำลังรวบรวมเตรียมตัวเป็นกองกำลังต่างๆ เป็นกองทัพใหญ่เลย พร้อมที่จะรุกเข้าไป จนในที่สุดอเมริกาได้กลิ่นมาแล้ว เห็นว่าไม่ไหวแน่แล้วงานนี้ ไม่ไหวจริงๆ ก็เลยประกาศออกมา เชิญนายกรัฐมนตรีอิรักเข้าไป ทั้งๆ ที่รัฐบาลอิรัก โดยรัฐสภาอิรัก ซึ่งเพื่อความเป็นธรรมต้องชี้แจงก่อนว่า ประเทศอิหร่านมีอิทธิพลในรัฐสภาอิรัก เพราะว่าคนที่อยู่ในรัฐสภาอิรักนั้น เป็นคนมุสลิมที่อิรักแต่ว่านับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ ชีอะฮ์คือนิกายของอิหร่าน เคยมีการลงมติในสภาว่า ขอให้อเมริกาออกจากอิรัก แต่อเมริกาหน้าด้าน ไม่ยอมออก เขาก็เลยถล่ม ถล่มตลอดเวลา ขี่มอเตอร์ไซค์ เอาจรวดยิงใส่ ชาวบ้านอิรักซึ่งเป็นพลเรือนที่ต้องไปทำงานในหน่วยงานสถานทูตอเมริกา ไม่มีใครไปทำสักคนเลย อเมริกาต้องเทขี้ ล้างขยะ เอาขยะขนออกมา ซักผ้า ด้วยทหารอเมริกาทั้งสิ้น ความเป็นอยู่ลำบาก แล้วก็ถูกถล่มเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน เหมือนกินยา ฟทจ. เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน จนกระทั่งอยู่ไม่เย็นและไม่เป็นสุข จนในที่สุดอเมริกาเห็นว่าไม่ไหวแล้วงานนี้ เพราะว่าฝ่ายสืบราชการลับของอเมริกา หรือซีไอเอ (CIA) ก็ได้รับข่าวกรองมาว่า ตอนนี้หน่วยติดอาวุธซึ่งเป็นกลุ่มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฮิซบอลลาห์ หรืออะไรต่างๆ เขาเตรียมตัว เตรียมพร้อมที่จะรวมกำลังพลแล้วตั้งเป็นกองทัพที่จะบุกเข้าไปถล่มที่ตั้งของอเมริกา ซึ่งมีทหารอเมริกันประจำอยู่ 2,400 คน อเมริกาตกใจ ต้องรีบเรียก เชิญนายกรัฐมนตรีของอิรักมาและบอกว่าอเมริกาจะถอนกำลังแล้วนะสิ้นปีนี้ แต่ท่านผู้ชมครับ ผมคิดว่าสิ้นปีไม่ทันแล้ว เพราะว่าพวกนี้จะไม่ยอมรอถึงสิ้นปี จะไล่อเมริกาออกเดี๋ยวนี้เลย เพราะในที่สุดแล้ว เป้าหมายของชาวมุสลิมนิกายซุนนี ชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์ เห็นพ้องต้องกันในอิรักและซีเรีย ว่า ต้องมาร่วมมือกันแล้วไล่อเมริกาออกจากดินแดนตะวันออกกลาง ถ้าอเมริกาออกไป ซาอุดีอาระเบียจะทำอย่างไร คูเวตจะทำอย่างไร บาห์เรนจะทำอย่างไร ยูเออี ดูไบ จะทำอย่างไร และที่สุด อิสราเอลจะทำอย่างไร


รัสเซียส่งกองกำลัง กองทัพอากาศที่มีเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุด มาประจำที่ทางเหนือของซีเรีย เพื่อมากั๊กอิสราเอลไว้ ไม่ให้อิสราเอลขยับ ถ้าอิสราเอลส่งเครื่องบินออกมาเพื่อจะถล่มอิรัก หรือถล่มกองกำลังพวกนี้ หรือตลอดจนซีเรีย เครื่องบินรัสเซียก็จะไปขวางทันทีเลย ปล่อยให้พวกกองกำลังติดอาวุธอิรักไล่ทหารอเมริกาเอง คน 2,400 คน กับคน 3 ล้านคน อย่างไรก็สู้เขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องนี้สำหรับผมแล้ว ไม่ได้มีอะไรที่น่าประหลาดใจ

ท่านผู้ชมครับ ถึงเวลาแล้วที่อเมริกาก็ต้องกลับมาคิดในตัวเองว่า อเมริกาไปยึดครองอิรักมา 18 ปี ล้มล้างรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน จับซัดดัม แขวนคอ ประเทศอิรักบ้านเมืองลุกเป็นไฟ คนตายนับล้าน ชาวอิรักทุกนิกายในศาสนาอิสลามรวมตัวกันต่อสู้ทำสงครามต้านสหรัฐฯ สภาพสงครามในอิรักกลายเป็นสงครามจรยุทธ์แผนใหม่ที่มีอาวุธทันสมัย หลังจากการลอบสังหารนายพลกอเซ็ม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม หรือเรียกว่ากองทัพคุดส์ ท่านอิหม่ามคาเมเนอี ได้ออกคำสั่งให้มุสลิมทั่วโลกทำสงครามศาสนา หรือจีฮัด ขับไล่ผู้รุกรานจากตะวันออกกลาง

ข้อที่สี่ ท่านอยาตอลลาห์ อาลี อัลซิสตานี ผู้นำสูงสุดทางศาสนาของอิรัก ก็ออกคำฟัตวา ให้ชาวมุสลิมที่มีอุดมการณ์ร่วมพลีชีพ ทำจีฮัดขับไล่อเมริกาออกจากตะวันออกกลางเช่นกัน อิรัก อิหร่าน หลังจากนั้นแล้วสงครามจรยุทธ์ต่อต้านอเมริกาในอิรักก็ขยายวงกว้าง ไม่จำกัดแต่แค่โจมตีทหารอเมริกา โจมตีสถานทูตอเมริกาอย่างรุนแรง ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่าเขาใช้โดรนติดระเบิดพุ่งเข้าไปในสถานทูตสหรัฐฯ ในแบกแดด การรบแบบสงครามจรยุทธ์ขยายจากอิรักไปสู่ซีเรีย ยกระดับสงครามแบบแผนคล้ายสงครามในเวียดนามก่อนไซ่ง่อนแตก ปัจจุบันคือกรุงโฮจิมินห์ ซิตี ทำให้พันธมิตรอาหรับของอเมริกาแตกตัว เป็นผลทำให้การสนับสนุนจากประเทศอาหรับลดลงอย่างน่าแปลกใจ

นอกจากนี้ การต่อต้านขยายตัวของสงครามจรยุทธ์ดังกล่าว ก็ดำเนินไปได้อย่างจำกัด ไม่ว่าจะผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซีเรีย เลบานอน หรือซาอุดีอาระเบีย เพราะอย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า รัสเซียวางหมากด้วยการวางเครื่องบินขีปนาวุธแบบไฮเปอร์โซนิก เข้าประจำในฐานทัพซีเรียเรียบร้อยแล้ว ท่านผู้ชม ผมจะเอาแผนที่ให้ดู


ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้สหรัฐฯ ทราบว่าเริ่มเสียเปรียบแล้ว ก็เลยต้องเปิดเจรจากับนายกรัฐมนตรีอิรัก ขอเวลาถอนทหารออกจากอิรักในช่วงปลายปีนี้ ท่านผู้ชมครับ ตลกมาก เจรจายังไม่ทันข้ามวัน ก็มีการถล่มสถานทูตและฐานทัพอเมริกาไม่หยุด แสดงว่านายกรัฐมนตรีอิรักไม่มีอำนาจในการควบคุมกองกำลังต่อต้านสหรัฐฯ เลย ไม่มีแล้ว สถานการณ์เกิดขึ้น มันก็เลยทำให้ผมคาดการณ์ว่า ฝ่ายต่อต้านจะรุกต่อ ทำให้สหรัฐฯ ต้องเร่งถอนทัพ เหมือนอย่างที่เคยถอนทัพหนีในเวลากลางคืน กับที่เพิ่งเกิดขึ้นในอัฟกานิสถานในช่วง 1-2 เดือนต่อมา

ท่านผู้ชมครับ เมื่ออเมริกาออกจากอิรัก จะทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางเปลี่ยนแปลงไป และส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ในภูมิภาค รวมไปถึงประเทศอื่นๆ เช่น เยเมน ซาอุดีอาระเบีย ปาเลสไตน์ และอิสราเอล อย่างแน่นอนที่สุด ท่านผู้ชมครับ 18 ปี ที่ไปอยู่ในอิรัก เหมือนกับ 20 ปี ที่อยู่ในอัฟกานิสถาน เฮ้ย กูไปอยู่ที่นั่นทำไม อยู่ตั้ง 18 ปี 20 ปี

ท่านผู้ชมครับ เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ผมไม่ได้มาฟื้นฝอยหาตะเข็บ ก็แน่นอนที่สุด ผมจะพูดเรื่อง หมอบุญ แต่ผมมีเหตุผลในการพูดครั้งนี้ ซึ่งผมพูดมาแล้วหลายครั้ง ก็คือว่า ที่ผมพูดมาหลายครั้ง ผมชี้ให้เห็นว่าเรื่องการที่โรงพยาบาลเอกชนพยายามปล่อยข่าวออกมาตลอดเวลา โดยผ่านหมอบุญ ว่าได้มีการที่จะสั่งนำเข้าวัคซีนเทพ ก็คือไฟเซอร์ กับโมเดอร์นา แต่หลักๆ ก็คือโมเดอร์นา มันคือขบวนการปั่นหุ้น จนกระทั่ง ก.ล.ต. ได้สั่งให้หมอบุญ ไม่ให้พูดอะไรอีกต่อไป ทั้งสิ้น เอาล่ะ วันนี้ผมมาทบทวนความจำท่านผู้ชม


ท่านผู้ชมครับ ชีวิตของคนเรานั้นอยู่ในภาวการณ์ของการที่เราอยู่ในวงการโซเชียลมีเดียเต็มตัวแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ท่านผู้ชมครับ ใครพูดอะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร มันไม่ใช่ความลับกันอีกต่อไป มันไม่ใช่ปัญหาในเรื่องของการที่จะต้องมาเปิดหนังสือพิมพ์ย้อนหลังดู หรือว่าถ้าหนังสือพิมพ์ย้อนหลังไม่มี ต้องไปที่หอสมุดแห่งชาติ ไปเช็กดู ถ้าเก่าหน่อยก็ต้องเข้าไปในห้องเปิดไมโครฟิล์มออกมาส่องดู ไม่ใช่แล้ว สามารถจะเข้ากูเกิลแล้วก็เช็กได้เลย พิมพ์คำว่า หมอบุญ วนาสิน แล้วข่าวหมอบุญ จะขึ้นมาพรึ่ดเลย ท่านผู้ต้องต้องการสนใจอ่านเรื่องอะไร ก็อ่านได้ทันที

ท่านผู้ชมจำได้หรือเปล่า ผมจะทบทวนความจำให้ พรุ่งนี้จะเป็นวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม ผมกำลังมาเตือนความจำท่านผู้ชม และผมเตือนความจำของหมอบุญ วนาสิน และผมมาเตือนความจำของสื่อมวลชนทั้งหลายที่เป็นเครื่องมือแล้วก็มาอวยหมอบุญ แล้วก็ลงข่าวความอหังการของหมอบุญในเรื่องของการสั่งวัคซีนเทพเข้ามา

ท่านผู้ชมครับ วัคซีนไฟเซอร์ 5 ล้านโดส 10 ล้านโดส หรือ 20 ล้านโดส ที่หมอบุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้ออกมาพูดผ่านสื่อทั้งหลาย เริ่มจากบีบีซีไทย


ประชาชาติธุรกิจ สื่อเครือเนชั่น คมชัดลึก ฐานเศรษฐกิจ และอีกหลายสื่อ รวมถึงช่อง 3 ด้วย ว่ากำลังจะเซ็นสัญญากับบริษัท ไบออนเทค เพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส โดยจะเอาเข้า 5 ล้านโดส ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ คำพูดที่เป็นสัจจะวาจาที่ผมคิดว่าเราจะต้องเอามาจำกัน เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง

เรามาดูว่าบีบีซีพูดอย่างไร บีบีซีเขาพูดว่า "หมอบุญ เปิดเผยว่า จะลงนามสัญญาเพื่อนำเข้าวัคซีนกับบริษัท ไบออนเทค ที่มีโรงงานผลิตวัคซีนอยู่ที่เยอรมนี จำนวน 20 ล้านโดส โดยจะทยอยส่งมอบล็อตแรกในเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีหน่วยงานของรัฐที่้มีสิทธิที่จะนำเข้าวัคซีน ร่วมลงนามด้วย ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยชื่อหลังจากการลงนามเสร็จเรียบร้อยแล้ว" เป็นที่น่าสังเกตครับ ท่านผู้ชม ถ้ามีหน่วยงานรัฐที่ร่วมลงนามด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาปิดว่าชื่ออะไร ทำไมต้องรอลงนามเสร็จแล้วถึงจะเปิดเผย

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 17 กรกฎาคม หมอบุญ ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ บอกว่า "เบื้องต้นสั่งซื้อทั้งหมด 20 ล้านโดส ล็อตแรกเข้ามา 5 ล้านโดส ถือเป็นการทดลองนำเข้าก่อน"

มาถึงเว็บไซต์ The Standard 20 กรกฎาคม ทีมข่าว The Standard สอบถามเรื่องวัคซีนไปกับหมอบุญ หมอบุญ พูดอย่างนี้ครับ "ได้ตรวจสอบเอกสารสัญญาระหว่างกัน และลงนามเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะมีข่าวดีในการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการในอีก 2 วันข้างหน้า" (ก็คือวันที่ 22 กรกฎาคม) พร้อมระบุว่า "ยังไม่สามารถให้ข้อมูลอะไรได้ เพื่อเป็นไปตามหลักปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต." ก็คือว่า คงโดน ก.ล.ต. ทุบโต๊ะมา บอกอย่าพูดมาก เพราะทุกครั้งที่คุณพูดนั้น เป็นมูลเหตุเชิญชวนให้คนเข้ามาไล่ซื้อหุ้นบริษัทของคุณ หมอบุญ พูดอย่างนี้ครับ "ตอนนี้ยังให้ข้อมูลอะไรเพิ่มไม่ได้ เพราะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต."

หนังสือพิมพ์อีกฉบับหนึ่ง 21 กรกฎาคม ฐานเศรษฐกิจ ได้ปล่อยข่าวว่า "วัคซีนไฟเซอร์-โมเดอร์นา ชักแถวล็อตแรก 5 ล้านโดส ถึงมือกรกฎาคมนี้" พรุ่งนี้วันสุดท้ายของกรกฎาคมแล้วนะครับ วันเสาร์ เนื้อข่าวระบุว่า "คนไทยได้แน่วัคซีนโควิด mRNA ทั้งไฟเซอร์-โมเดอร์นา วงในเผยแบงก์ไฟเขียวเงิน 4 หมื่นล้านให้หน่วยงานรัฐกับเครือ รพ.ธนบุรี จอง 40 ล้านโดส ยืนยันนำเข้าล็อตแรก 5 ล้านโดส ภายใน ก.ค.นี้" ท่านผู้ชมครับ "ยืนยัน นำเข้าล็อตแรก 5 ล้านโดส ภายในเดือนกรกฎาคม"


คมชัดลึก 25 กรกฎาคม ห้าวันที่แล้วนี่เอง ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรีเฮลท์แคร์ กรุ๊ป "หมอบุญ" ให้สัมภาษณ์คมชัดลึก เรื่องของไฟเซอร์ 20 ล้านโดส ว่า "ตอนนี้พูดอะไรมากไม่ได้ เพราะโดน ก.ล.ต. สั่งห้าม แต่ขอยืนยันว่าสามารถนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ได้แน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ติดปัญหาองค์กรที่จะนำเข้า หลายองค์กรให้การปฏิเสธ แต่ล่าสุดได้องค์กรที่จะเป็นผู้นำเข้าวัคซีนแล้ว แต่ไม่มั่นใจว่าจะสามารถนำเข้าได้ทันภายในเดือนกรกฎาคมนี้ หรือไม่ เพราะจวนเจียนมาก" ฮัลโหลๆ คุณหมอบุญ ครับ สื่อมวลชนทั้งหลายครับ ที่ช่วยกันตีข่าวปั่นหุ้นให้กลุ่มของหมอบุญ พรุ่งนี้ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564 จะสิ้นเดือนกรกฎาคมแล้ว 5 ล้านโดส ที่เคยคุยนักคุยหนาว่าจะเข้ามาภายในเดือนกรกฎาคมนี้ อยู่ที่ไหน ? ผมขอดูสักโดสก่อนได้ไหม

อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่า ตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 2564 ที่บีบีซีไทยปล่อยข่าว แล้วพวกคุณ สื่อมวลชนทั้งหลาย ช่วยกันกระพือข่าว จากราคาหุ้น 29.75 บาท ขึ้นไปเป็นถึง 34 บาท เมื่อวานนี้หุ้นตกลงมาเหลือประมาณ 30 ตกไป 4 บาท อันนี้ถือว่าพวกคุณร่วมกันให้ข้อมูลเป็นเท็จ เพื่อจงใจทำให้ราคาหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องนั้น ขึ้นสูงผิดปกติหรือไม่ ท่านผู้ชม ทำไมผมเอาเรื่องนี้มาพูด ?


ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพูด ก็เพราะว่าผมไม่คิดว่าสิ่งที่หมอบุญ พูดออกมา ไม่ว่าจะพูดด้วยวิธีการใดก็ตาม ไม่ว่าจะยืนยัน นั่งยืน นอนยัน ว่ามาแน่นอน 5 กรกฎาคม ถึงกับมีรายงานข่าวซึ่งหมอบุญ ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังตรวจดูสัญญาอยู่ ตั้ง 40 หน้า ส่งไปให้ เบเกอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ ซึ่งเป็นบริษัทสำนักกฎหมายของต่างชาติ ตรวจสอบสัญญาอีกที ฟังดูแล้วคนที่ไม่ได้ติดตามเรื่องราวมาตั้งแต่ต้น จะรู้สึกตื่นเต้น ใช่แล้ว มาแน่นอน เพราะฉะนั้นหุ้นขึ้นแน่ ซื้อแน่นอน สัญญาที่หมอบุญ พูดตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม จนกระทั่งวันนี้ วันที่ 30 ไม่ทราบว่าเซ็นหรือยัง ? แล้วที่คุณพูดบอกว่า 5 ล้านโดส มาแน่นอน กรกฎาคม มาแน่นอน คุณพูดเหมือนอนุทิน ชาญวีรกูล เลย ฝั่งหนึ่งของรัฐบาลก็สร้างความสับสน ว่าเดือนนี้มาเท่านี้ เดือนนั้นมาเท่านี้ แล้วในที่สุดทำให้ประชาชนสับสน แล้วอีกฝั่งหนึ่งก็คือภาคเอกชน โรงพยาบาลเอกชน ก็ทำให้ประชาชนสับสน แต่ราคาหุ้นของคุณไม่สับสน เพราะว่ามันขึ้นเอาๆ

ภาวการณ์โรคระบาดแบบนี้ มีคนทำมาหารับประทานกับเรื่องราวต่างๆ อย่างนี้มากมาย มีคนร่ำรวยอย่างมหาศาลบนความเสี่ยงของสุขภาพของประชาชนคนไทย ประชาชนคนไทยไม่มีทางเลือก อย่างที่ผมเรียนอาทิตย์ที่แล้ว โรงพยาบาลเอกชนไม่ต้องใช้เงินสักบาทเลย ท่านผู้ชมครับ เพราะว่าคนที่ไปสั่งจองวัคซีน ต้องจ่ายเงินสดให้เขา พูดได้ไหมว่าโรงพยาบาลเอกชนวันนี้เป็นการจับเสือมือเปล่า ?


ท่านผู้ชมครับ วันนี้พิสูจน์ชัดเจนแล้ว ผมพูดวันนี้ วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม สิ้นเดือนแล้ว หมอบุญ ครับ 5 ล้านโดส ของคุณยังไม่มา ทำไมตอนนั้นคุณพูดขึงขังเลย ทุบโต๊ะเลย มาแน่นอนๆๆ เจตนาที่คุณพูดนั้น เพื่ออะไร ? ผมฝากท่านผู้ชมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนทั้งหลาย ให้ระวังเนื้อระวังตัวหน่อย อย่าพลาดแบบนี้อีก หลายๆ คนพลาดหมด อวยกันแหลกราญเลยงานนี้ อวยกันจนกระทั่งตัวลอยกันไปหมด ประชาชนเขาสับสน เขาอ่านคุณเขาก็เชื่อคุณ แล้วมันไม่มา ประชาชนที่เล่นหุ้นก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นหุ้นขึ้นแน่นอน ก็ไปซื้อ แล้วก็ไม่มา หุ้นก็ตก ใครเสียหาย ? ท่านผู้ชมครับ นี่คือมิติที่ผมต้องการให้เห็นว่า ในยามวิกฤต เวลาอ่านข่าวเรื่องอะไรให้ใช้สติและปัญญาวิเคราะห์ให้ดีๆ

ก่อนที่ผมจะพูดไปเรื่อง "เมื่อมหาเทพวัคซีนไฟเซอร์ ไม่เทพจริงๆ" ผมจะฝากนิดหนึ่ง ผมฝากไปถึงผู้บริหารสภากาชาดไทย ผมมีความจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ ผมทราบว่าท่านเตช บุนนาค ท่านเป็นเลขาธิการสภากาชาดไทย แล้วท่านก็มีคุณชฎา มาดูแลเรื่องการเงินสภากาชาดไทย ผมขอบคุณมากที่ท่านสั่งซื้อโมเดอร์นาเข้ามา 1 ล้านโดส และขอบคุณที่ท่านสั่งให้ อบจ. ทั่วประเทศเป็นคนสั่งจอง


คุณเตช ครับ คุณหญิงชฎา ครับ สภากาชาดไทยไม่ใช่เป็นหน่วยงานที่ทำกำไรเลยแม้แต่นิดเดียว เงินทุกบาททุกสตางค์ที่สภากาชาดไทยมีนั้น มาจากประชาชนที่ต้องการทำบุญ เอาเงินใส่ไปในสภากาชาดไทย สภากาชาดไทย เป็นเจ้าของโรงพยาบาลจุฬาฯ เอาเงินที่ประชาชนให้นั้นมาทำทางด้านสุขภาพ เอามาให้โรงพยาบาลจุฬาฯ คุณเตช ไม่รู้สึกว่ามันผิดปกติหรือ สภากาชาดไทยที่ผมรู้มีเงินเหลืออยู่ร่วมหมื่นล้าน เงินสด เยอะมาก มีเงินเยอะมาก จุฬาฯ จะสร้างตึกอะไร สภากาชาดไทยเอาเงินใส่เข้า ก็สร้างเสร็จ 1 ล้านโดส โมเดอร์นา ตีเสียว่าโดสละ 1,000 บาท ก็ 1,000 ล้านบาท ทำไมต้องขายล่ะครับ ? ให้ฟรีไปเลยไม่ดีกว่าหรือ ก็ในเมื่อเงินที่สภากาชาดไทยได้จากประชาชน คุณได้มาฟรีนี่ ได้มาฟรี มิหนำซ้ำผมยังคิดว่า ไหนๆ จะทำแล้ว ก็เอาสัก 2 ล้านโดส เลยไม่ได้หรือ สภากาชาดไทย กับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ไม่เหมือนกันนะครับ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เป็นงบที่ได้มา แต่สภากาชาดไทย เป็นเงินบริจาคที่ประชาชนให้มา ถ้าคุณต้องซื้อ 2-3 ล้านโดส แล้วแจกประชาชนทั้งประเทศฟรี มันถึงจะสมเหตุสมผล


คุณเตช บุนนาค ครับ ท่านเป็นอดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ท่านเป็นคนดีมาก และคุณชฎา ครับ เมื่อคุณมาดูการเงินของสภากาชาดไทย คุณอย่าเอาวิญญาณนายแบงก์มาสวมสิ ผมนี่เล็กกว่าสภากาชาดไทยเยอะ มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ผมแจกฟ้าทะลายโจรไปหลายหมื่นขวดแล้ว แล้วกำลังจะทำงานรักษาพยาบาล แล้วผมใช้เงินไปหมด ผมไม่รีรอเพราะว่าประชาชนบริจาคมาให้มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ซึ่งผมเป็นหัวหน้าโครงการ เพื่อให้ผมเอาเงินนี้ไปช่วยประชาชน โดยไม่คิดเขาสักบาทสักสตางค์ เพราะฉะนั้นแล้ว ผมไม่มีการบอกว่าผมมีฟ้าทะลายโจรอยู่ 30,000 ขวด วันนี้ ประชาชนคนไหนอยากซื้อ มาซื้อ 50-60 บาท 70 บาท ผมจะใช้เงินที่ประชาชนให้มา บริจาคมา ใช้ให้หมดไปเลย คุณชฎา ครับ สภากาชาดไทย ไม่ใช่ธนาคารไทยพาณิชย์ที่คุณเคยบริหารอยู่ อย่าเอาจิตวิญญาณของกำไรและขาดทุนเข้ามาสวมในตัวคุณ แล้วทำให้สภากาชาดไทยแปดเปื้อน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ให้ทราบ

สมัยก่อนไม่เคยมีปัญหานี้ พอคณะบริหารชุดใหม่เข้ามา ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหมดเลยคราวนี้

ท่านผู้ชมครับ ผม สนธิ ลิ้มทองกุล อะไรไม่ถูกต้อง ผมพูด และผมกล้าพูด ผมรู้ว่าจิตใจของนายกสภากาชาดฯ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ ในรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตา ทำเพื่อประชาชน ชื่อมันชัดเจนอยู่แล้ว "สภากาชาดไทย" ท่านผู้ชมครับ ผมฝากให้คิดนิดหนึ่ง วันนี้วัฒนธรรม พฤติกรรมสภากาชาดไทยยุคนี้ เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว คิดเป็นเงินเป็นทอง คิดกำไร คิดขาดทุน คุณชฎา ครับ คิดผิดคิดใหม่ได้ ไม่เป็นไรครับ


ผมจะเล่าอะไรบางอย่างที่เป็นข้อมูลให้ฟัง ทุกคนจะได้เข้าใจเสียที ว่าวัคซีนมหาเทพอย่างไฟเซอร์ มันไม่เทพจริงหรอก ที่ไปเที่ยวด้อยค่าคนโน้นคนนี้ แล้วก็อวยไฟเซอร์ อวยโมเดอร์นา อวย mRNA ว่าดี สุดยอด ผมไม่รู้ว่าเป็นเทพชั้นไหน แต่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ที่เขาเรียกว่า CDC ได้ออกมายืนยันแล้วว่า คนที่ติดเชื้อโรคระบาดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา คิดเป็นสัดส่วนถึง 83 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ป่วยโรคระบาดในอเมริกา เดลตา เลยกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดหนักในอเมริกา เอ้า! ก็ทั้งดารงดาราออกมาอวยวัคซีนเทพ หมอหลายส่วนก็บอกว่านี่คือวัคซีนเทพ ป้องกันโรคระบาดได้ จะป้องกันได้อย่างไร ก็ผมบอกแล้วว่าป้องกันไม่ได้ ทุกสายวัคซีน จะเป็นของใครก็ตาม มันป้องกันไม่ได้อยู่แล้ว


เอ้า! ฟังนายแพทย์แอนโทนี ฟอซี หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน พูดนะ เขาพูดกับ CNN เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม เมื่อห้าวันที่แล้ว เขาบอกว่า ไวรัสโรคระบาดตัวกลายพันธุ์ (เดลตา) กำลังผลักให้เคสผู้ติดเชื้อสูงขึ้น ตามพื้นที่ต่างๆ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนระดับต่ำ เขาบอกเลยว่า โจ ไบเดน ออกมาประกาศอิสรภาพให้คนอเมริกาหลังจากฉีดวัคซีน ถอดหน้ากากกันหมด เอ้าตายล่ะ! ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) แนะนำแล้วว่า แม้กระทั่งคนอเมริกาที่ฉีดวัคซีนต้านโรคระบาดครบแล้ว ควรกลับไปสวมหน้ากากอีกครั้งยามเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะในร่ม ตามภูมิภาคต่างๆ

ท่านผู้ชมครับ CDC ยังแนะนำให้นักเรียนทุกคน และครูสอนตามโรงเรียนอนุบาล จนถึงเกรด 12 สวมหน้ากาก โดยไม่สนใจว่าคุณฉีดวัคซีนหรือไม่ แสดงว่าอะไร ? ในโลกนี้มันไม่มีวัคซีนเทพ ส่วนใหญ่แล้วเป็นวัคซีนที่ถูกอวยแบบปลอมๆ ทองเก๊ทั้งนั้น เหมือนกัน ซิโนแวค ภูมิคุ้มกันต่ำ ไฟเซอร์ ถ้าภูมิคุ้มกันสูงจริง ถ้าอย่างนั้นทำไมติดสายพันธุ์เดลตา มันก็เหมือนกัน


เพราะฉะนั้น การกลับลำคำแนะนำที่เคยแถลงเมื่อเดือนพฤษภาคม ของ CDC ครั้งนี้ กระตุ้นให้คนอเมริกันหลายล้านคนต้องควานหาหน้ากากมาปิดหน้าต่อไป

ท่านผู้ชมรู้หรือเปล่าว่า สหรัฐฯ เป็นชาติลำดับต้นๆ ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันสูงที่สุดในโลก คิดเป็น 1 เคส ในทุกๆ 9 เคสที่ทั่วโลกรายงาน 9 เคสที่ทั่วโลกรายงาน 1 เคส มาจากอเมริกา ยิ่งกว่านั้นแล้ว สนุกกว่านี้อีก เป็นบทพิสูจน์ชัดเจน ท่านผู้ชม ผมเป็นคนที่พูดแล้วเอาข้อมูลมาให้ดูแต่ละข้อๆ ผมไม่ได้บอกว่าวัคซีนซิโนแวคนั้นภูมิคุ้มกันสูง ไม่ใช่ ภูมิคุ้มกันต่ำ แต่การมาอวยแบบไม่ดูข้อมูล ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ให้เป็นวัคซีนเทพ แล้วไปด้อยค่าคนอื่นเขา มันไม่ใช่ เพราะว่าวัคซีนมันดีหรือชั่ว มันดีทั้งหมด มันมีข้อดีของมันคือป้องกันไม่ให้ผู้ติดนั้นจะต้องประสบปัญหาร้ายแรงในร่างกายจากโรคระบาดนี้ บรรเทาความร้ายแรงจากหนักไปสู่เบา

มาดูข้อมูลที่เจ๋งๆ กันบ้าง ข้อมูลนี้ชุดใหญ่ไฟกะพริบเลย ไม่ใช่ล่ะ ชุดใหญ่ไฟสปอตไลต์เลย ไม่ใช่ไฟกะพริบ เมื่อประมาณไม่นานมานี้ 6 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม เดือนที่แล้ว ประเทศอิสราเอล กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล เปิดเผยว่า สายพันธุ์เดลตา ทำให้ประสิทธิภาพของไฟเซอร์ที่ต้านโรคระบาด ลดลงเหลือ 64 เปอร์เซ็นต์ จากสมัยก่อนอ้างว่าประสิทธิภาพมีถึง 90-90 กว่าเปอร์เซ็นต์


นั่นคือเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 64 เปอร์เซ็นต์ ประสิทธิภาพจาก 90 กว่า ลดเหลือ 64 ท่านผู้ชมครับ มาวันนี้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จาก 94.3 เปอร์เซ็นต์ ลดลงเหลือ 64 เปอร์เซ็นต์ แล้วท่านผู้ชมรู้ไหมว่า มาเมื่อ 2-3 วันที่แล้ว กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลมาแถลงซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ประสิทธิภาพของไฟเซอร์ที๋ฉีดแล้ว 2 เข็ม เมื่อเจอเข้ากับสายพันธุ์เดลตา จาก 64 ลดลงเหลือ 39 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ได้ต่างกว่าซิโนแวค


อิสราเอลฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดโดสแรกให้ประชาชน 5.75 ล้านคน คิดเป็น 61 เปอร์เซ็นต์ ของประชากร ฉีดโดสที่ 2 ให้ประชาชน 5.28 ล้านคน นับตั้งแต่โครงการมา ก็แสดงว่าฉีดเกือบทั้งประเทศ เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วทำไมเทพฝรั่งที่ชื่อไฟเซอร์ถึงไม่สามารถจะป้องกันโรคระบาดได้ล่ะ ? มันป้องกันไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันโดนคนที่ด้อยปัญญาอวยจนกระทั่งว่า ถ้าฉีดไฟเซอร์แล้ว ขาดอยู่เรื่องเดียว ก็คือนอกจากรักษาโรคระบาดแล้ว จะไม่เป็นโรคอะไรอีกต่อไปในชีวิต ขาดอยู่แค่นี้ล่ะ โม้จริงๆ แล้วคนไทยที่ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราทั้งหลาย กระโดดงับ ทุเรศ!

ท่านผู้ชมครับ ผมเคยเตือนผ่านรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ไปแล้ว หลายต่อหลายครั้ง ที่มาด้อยค่าของวัคซีนซิโนแวคว่าเป็นวัคซีนจีนที่ไม่มีคุณภาพ ท่านผู้ชมครับ ผมไม่ได้อวยจีน แต่ผมกำลังจะเตือนสติคนที่อวยวัคซีนเทพ วัคซีนจีนก็อาจจะมีผลในการรักษาได้มีประสิทธิภาพต่ำกว่าวัคซีนเทพพวกนี้ แต่ว่าผลสุดท้ายก็คือทำให้คนตายน้อยลง แล้วทำให้ความร้ายแรงของโรคมันน้อยลง อันนี้เท่าเทียมกันหมด ฉีดวัคซีนจีนแล้วอาจจะมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจจะต้องฉีดเข็มที่ 3 แต่ขณะเดียวกัน ซึ่งเดี๋ยวผมจะพูดทีหลัง วัคซีนเทพในขณะนี้ก็เริ่มมีปัญหาแล้ว ก็คือทำให้ไม่สามารถจะป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ แต่ช่างมันเถอะ ไม่เป็นไรครับ

เรื่องที่พวกคุณ หรือคนบางคน มาด้อยค่าวัคซีนจีน คนจีนเขาเอารายการผมไป ที่ผมพูดเตือนพวกเราด้วยกัน แล้วเขาทำซับไตเติลภาษาจีน


คนจีนที่รู้ภาษาไทยมีเยอะ ตอนนี้ เยอะมาก ปรากฏว่ามีคนถามไป ถามว่าคนไทยคิดอย่างไรเกี่ยวกับวัคซีนจีน ดาราไทยคอมเมนต์อะไรเกี่ยวกับวัคซีนจีน ด่าทอ ด้อยค่า กล่าวหาอะไรกับวัคซีนของเขาบ้าง ท่านผู้ชมครับ พวกคุณที่ออกมา เสนอหน้ามา ออกทวิตเตอร์เอย ออกโพสต์เอย โน่นนี่นั่น คุณอย่านึกว่าคนจีนเขาไม่รู้เรื่อง เขาเข้าถึงโซเชียลมีเดียเหมือนกัน แล้วก็มีคนจีนที่รู้ภาษาไทย เขาแปลคำพูดของคุณออกไป คุณคิดว่าเขาไม่รู้ประสีประสาไม่มีปฏิกิริยาเชียวหรือ

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม ผมออกอากาศไป ผมกล่าวเตือนบุคคลต่างๆ เป็นทั้งดารา เซเลบ นักการเมือง รวมทั้งหมอ บุคลากรทางการแพทย์ทั้งหลายว่า การด้อยค่าวัคซีนจีนทั้งๆ ที่วัคซีนนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานจากทั้ง อย. ไทย และองค์การอนามัยโลก ว่าสามารถป้องกันอาการเจ็บป่วยหนักได้นั้น รังแต่จะทำให้คนไม่ยอมรับการฉีดวัคซีน และสุดท้ายหลายคนก็เสียชีวิตจริงๆ เพราะบอกว่าจะรอวัคซีนทางเลือก วัคซีน mRNA วัคซีนเทพ ซึ่งกำลังเป็นที่ขาดแคลนอยู่ทั่วโลก

การด้อยค่าวัคซีนจะเป็นบูมเมอแรง แรงเหวี่ยง ทำให้การแพร่ระบาดนั้นทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก ท่านผู้ชมครับ ผมเตือนไปแล้วคราวที่แล้ว จำได้ไหม ผมบอกว่าในช่วงเวลาที่ไม่มีวัคซีน และอยู่ในช่วงเวลาของการที่ไฟเซอร์ โมเดอร์นา เพิ่งผลิตวัคซีนได้ และถูกล็อกโดยประเทศต่างๆ ที่อยู่ในทางตะวันตก จนไม่สามารถส่งออกไปที่อื่นได้ ผมถามท่านผู้ชมครับ ถามคนที่ด่าวัคซีนจีน ตอนนั้นมีวัคซีนไหนล่ะที่มาช่วยเหลือชีวิตคนไทย ถ้าไม่ใช่ซิโนแวค


 และตอนหลังก็มีซิโนฟาร์ม ถ้าเราเวลานั้นไม่มีซิโนแวค เขาไม่ส่งมาให้เรา วันนี้เราจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยที่สุด ถึงจะทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สูงนัก แต่มันก็ทำให้คนเสียชีวิตน้อยลง ไม่รุนแรงเหมือนแต่ก่อน ผมไม่ได้ทวงบุญคุณแทนวัคซีนจีน แต่ผมคิดว่าต่างกรรมต่างเวลา เมื่อเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่ง แล้วมาถึงวันนี้แล้วเราจะไปลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างไร อย่าลืมนะครับ ในช่วงนั้น จีนเขาก็ขาดแคลน แต่เขากัดฟันส่งซิโนแวคมาให้เรา กัดฟันส่งมาให้ ทุกคนก็ต้องการวัคซีนทั่วโลก แต่ทำไมเขาเอามาให้ประเทศไทย ? เพราะประเทศไทยเป็นมิตรที่ดีต่อเขา วันนี้เรากลับมาด่าวัคซีนเขา หลังจากที่เขามาฉีดให้เรา กับคนเป็นล้านๆ คนไปแล้ว หลังจากที่เรามาแล้ววัคซีนเทพไม่มาเลย ท่านผู้ชมครับ ของเขาไม่ได้เลวร้ายขนาดที่ฉีดแล้วทำให้เราตายทุกคน หรือถ้าฉีดแล้วพวกเราติดเชื้อกันทุกคน ไม่ใช่ ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อมันน้อยกว่าอันอื่นจริง แต่มันก็ป้องกันได้ มันก็ยังเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ที่สำคัญคือมันทำให้คนตายน้อยลง

ท่านผู้ชมครับ กลุ่มต่อต้านรัฐบาล โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ดำเนินการรณรงค์ให้คนไม่ไปฉีดวัคซีน แต่ว่าเมื่อรณรงค์ไปแล้วปรากฏว่าสถานการณ์พลิกผัน เพราะคนที่มีชื่อเสียงในสังคมทยอยกันไปฉีด พี่เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา คุณอั้ม-พัชราภา


กรณีที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มากที่สุด คือกรณีที่ดาราสาวอย่างอั้ม-พัชราภา ชมพู่-อารยา ต่างทยอยเข้ารับการฉีดวัคซีนที่ผลิตจากประเทศจีน พร้อมทั้งครอบครัว เมื่อกระแสต่อต้าน ไม่ไปฉีดวัคซีนของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลไม่ประสบผลสำเร็จ ก็เลยเบี่ยงประเด็นไปเป็นการจุดกระแสด้อยค่าวัคซีนเชื้อตายจากจีน เปลี่ยนแล้ว เดิมทีไอ้พวกนี้ต่อต้าน ไม่ให้ไปฉีดวัคซีน แต่ปรากฏว่าคุณอั้ม คุณนิรุตติ์ ศิริจรรยา พี่เบิร์ด-ธงไชย คนที่มีชื่อเสียง เข้าไปฉีดซิโนแวค ขบวนการนี้เลยพลิกประเด็น เปลี่ยนไปเป็น เฮ้ย! วัคซีนจีนมันด้อยค่า วัคซีนจีนมันไม่มีประสิทธิภาพ

กระแสที่ต่อต้านนี้ถูกจุดขึ้น มีแนวร่วมจากบุคลากรทางการแพทย์ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม แต่เพิ่งมาทราบว่าวัคซีนนั้นเพียงลดการติดเชื้อ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงทยอยออกมาเรียกร้อง เรียกหาวัคซีน mRNA ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ไอ้คนที่คิดอย่างนี้มันโง่บัดซบ เพราะว่าแม้กระทั่งไฟเซอร์ โมเดอร์นา มันก็ไม่สามารถจะป้องกันการติดเชื้อได้ อาจจะป้องกันได้มากกว่า แต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันได้ อาจจะป้องกันได้มากกว่าซิโนแวค แต่ไม่สามารถป้องกันได้ ก็วันนี้ตัวเลขก็พิสูจน์ชัดเจนแล้วไง

ท่านผู้ชมครับ 2-3 วันที่ผ่านมา หุ้นไฟเซอร์ หุ้นโมเดอร์นา ตกในอเมริกา เพราะอะไร ? เพราะว่ามีการพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่าไฟเซอร์ โมเดอร์นา ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ ท่านผู้ชมเห็นหรือยัง

เพราะฉะนั้นแล้ว วัคซีนซิโนแวคที่บุคลากรทางการแพทย์ฉีดไปแล้ว 2 เข็ม 6-7 แสนคน ช่วยลดอัตราการติดเชื้อ เจ็บป่วยหนัก และเสียชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ได้มากเหลือเกินในหลายเดือนที่ผ่านมา ที่ไม่มีใครใส่ใจประเทศไทยเลย วัคซีนเทพที่คุณกราบไหว้อยู่ทุกวันนี้มันไม่ give a damn กับคุณเลยแม้แต่นิดเดียว มีวัคซีนเจ๊กเท่านั้นเองที่มาช่วยเรา

อีกข้อหนึ่ง ต้องยอมรับว่ารัฐบาลผิดพลาดที่ไม่กระจายการจัดซื้อวัคซีนให้หลากหลาย เพราะความประมาท แต่เราจะปฏิเสธได้อย่างไรว่ามีการสั่งซื้อวัคซีน mRNA แล้ว บริจาคเข้ามาส่วนหนึ่งแล้ว แต่วัคซีน mRNA ก็ยังขาดแคลนไปจนถึงอย่างน้อยช่วงปี 65 ท่านผู้ชมครับ ผมนี่คนหนึ่งล่ะ ไม่เชื่อว่าไตรมาสที่ 4 วัคซีนจะมา เหมือนอย่างที่คุณอนุทิน เขาพูด


คุณอนุทิน พูดหลายครั้งแล้วว่าจะมา แต่ก็ไม่เคยมาเสียที ท่านผู้ชม ผมเคยเล่าเรื่องนี้ให้คนฟัง ขอทวนเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง

ตอนที่บริษัทต่างๆ คิดค้นวัคซีนได้ ทุกประเทศก็เข้าไปรุมสกรัมบริษัท ไฟเซอร์ โมเดอร์นา บังคับเซ็นสัญญา ซื้อ อเมริกานี่ซื้อตั้ง 3,000 ล้านโดส ทรัมป์ สั่งเลยไม่ให้ส่งออก ยุโรป อียู ซื้อ ทะเลาะกับแอสตร้าเซนเนก้า เพราะต้องการดึงวัคซีนให้อยู่กับตัวเอง แปลว่าอะไร ? แปลว่า ทุกประเทศเข้าไปล็อกวัคซีนไว้หมดแล้ว แล้วการล็อกวัคซีนว่าเดือนนี้ต้องส่งให้ผมเท่านี้ เดือนนี้ต้องส่งเท่านี้ คิวการล็อกวัคซีน ล็อกมาจนถึงสิ้นปี 2021 (2564) คือปีนี้ แล้วทำไมเราได้ไฟเซอร์มา ? เพราะไฟเซอร์ที่ส่งมา เป็นวัคซีนเหลือที่อเมริกาฉีดให้คนของตัวเองแล้วยังเหลืออยู่เยอะ ก็เลยตัดสินใจจะใช้ 1.5 ล้านโดส เอามาเป็นอาวุธในทางการทูต ใช้วัคซีนเป็นอาวุธทางการทูต ด้วยการแจกไปประเทศนั้นเท่านี้ๆ ประเทศไทยเราก็ได้ แต่ก็ได้ไม่กี่แสนโดส นี่คือการบริจาค แต่ของที่สั่งมา จะเป็นใครก็ตาม จะเป็นใครก็ตามที่สั่ง ที่อ้างว่าเซ็นสัญญาแล้ว กำลังดูสัญญา หรือจะเป็นที่คุณอนุทิน ได้พูดมา ของมันจะมาอย่างน้อยที่สุดมันต้องพ้นปี 64 ก่อน ให้คิวปี 64 มันถูกเติมเต็มให้เรียบร้อยตามสัญญาที่ได้เซ็นสัญญาไว้ แล้ว 65 ค่อยมา

ที่สำคัญ การออกมาสร้างกระแสด้อยค่าวัคซีนจีนที่มีการฉีดอยู่ อย่างซิโนแวคนั้น กลายเป็นผลกระทบเชิงลบ


คุณหมอนิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ท่านเคยออกมาเตือนครับ ท่านเตือนว่าอย่างไร ? การออกข่าวประชาสัมพันธ์และการรณรงค์ว่าแพทย์ใช้การกระตุ้นภูมิเข็ม 3 เท่ากับการสร้างกระแสความเชื่อมั่นให้คนมีเงิน (ที่ขี้อวดและขี้กลัว อันนี้ผมพูดเอง) แห่กันไม่ฉีดวัคซีนหลักที่มีขณะนี้ของรัฐบาลอยู่ แต่รอไปเสี่ยงติดเชื้อไปและแพร่เชื้อไปด้วยอีกหลายๆ เดือน เพื่อรอ mRNA วัคซีนทางเลือก นอกจากนี้ จะมีคน VIP ที่ไม่มีเงิน แต่มีเครือข่าย มีเส้นมีสาย ก็แห่กันไปลัดคิวแย่งคิววัคซีนหลักเพื่อกระตุ้นภูมิของคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนสักเข็มเดียว สังคมไทยยิ่งมีความเหลื่อมล้ำกันใหญ่ไปแล้ว

ท่านผู้ชมครับ ท่านดาราทั้งหลายครับ ฟังผมพูดนิดหนึ่ง หรือใครตัดคลิปนี้ส่งให้เขาฟังหน่อย ตอนนี้เริ่มมีปฏิกิริยาสะท้อนกลับกรณีดาราไทยเชิดชู mRNA เชิดชู mRNA ไฟเซอร์ โมเดอร์นา ไม่เสียหาย แต่คุณไปบูลลี่ ด้อยค่าวัคซีนจีน

21 กรกฎาคม 2564 คนที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Vee Chirasreshtha ระบุว่า "สื่อจีนในไทยชื่อ Taiguowang (ไท่กั๋วหว่าง) โพสต์ลงช่องทาง WeChat นำเสนอข่าวเหล่าดาราไทย call out วัคซีน mRNA แบบไม่มีข้อมูลความรู้หรือข้อมูลที่ถูกต้อง" ยกตัวอย่าง "ดาราและนักแสดงชาวไทยรู้จักวัคซีนดีกว่านักวิทยาศาสตร์เสียอีก" ที่มาบอกว่า mRNA คุณก็จำขี้ปากเขามา mRNA ดีกว่าซิโนแวค


คุณจำขี้ปากเขามาทั้งนั้น "ดาราพวกนี้ควรออกหน้าช่วยเจรจาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ โมเดอร์นา" "ดาราส่วนใหญ่ไม่มีการศึกษาค้นคว้าความรู้เลย" ความเห็นอีกอันเขาบอกว่า "เห็นได้ชัดว่าพวกคุณกำลังจะอดตาย แต่พวกคุณกำลังโต้เถียงกันเรื่องจะกินไก่ เป็ด หรือปลา ฉันพูดไม่ออกเลย วันนี้คุณจะอดตาย คุณควรกินข้าวต้มรักษาชีวิตไว้ก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะกินไก่ เป็ด หรือปลา ไม่ดีกว่าหรือ การฉีดวัคซีนก็หลักการเดียวกัน" คุณจะตายโหงตายห่ากันอยู่แล้ว ไม่มีวัคซีนมา มีซิโนแวคมา ฉีดซิโนแวคก่อน แล้วเขาก็คอมเมนต์ต่อว่า "คนไทยจำนวนมากช่างมีความรู้เรื่องวัคซีนมากกว่าหมอเสียจริง และยังมีดาราพวกนี้อีก" นี่เขาพูดเจ็บนะ ดาราทั้งหลายฟังให้ดีๆ ญาญ่า ฟังให้ดีๆ เขาบอกว่า "ลมตดของอเมริกาก็ยังว่าหอม" ภาษาจีนกลางเขาว่า เหม่ยกั๋วฟั่งพี่ คำว่า "พี่" คือ ลมตด เหย่ซื่อเซียงเซียงเตอะ ก็คือพูดง่ายๆ ว่า ลมตดของอเมริกา แค่ลมตดก็ยังหอม

"ปัจจุบันพากันพูดเรื่องประสิทธิภาพ บางทีอีก 1 ปี 3 ปี 5 ปีข้างหน้า คุณจะเสียใจกับสิ่งที่พากันออกมาเรียกร้องอันเนื่องจากผลที่ตามมาของวัคซีนที่คาดเดาไม่ได้" ในความหมายนี้ผมอธิบายให้ฟัง เขาหมายถึงผลกระทบจากวัคซีน mRNA ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ และที่ไม่มีใครทราบมาก่อนถึงผลกระทบในระยะยาว

นอกจากนั้น ยังมีใน Weibo ในสื่อโซเชียลมีเดียจีน มีความเห็นพาดพิงถึงดาราไทยชื่อดัง เช่น คุณญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เขาพูดอย่างไร ญาญ่า ฟังนะ "ญาญ่า เดิมฉันชอบเธอนะ แต่คาดไม่ถึงว่าเธอเป็นอย่างนี้"


ดาราช่อง 3 เครือ GMM ค่ายนาดาวอีกหลายคน ซึ่งพวกนี้ต่างมีแฟนคลับในเมืองจีนไม่น้อยเลย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ หมาก-ปริญ สุภารัตน์ คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ ยังมีศิลปินสังกัดนาดาว เช่น มิลลิ ปุ้ย-พิมลวรรณ แม็กซ์-เจน มานะ มดดำ-คชาภา แดน-วรเดช หยาดทิพย์ ราชปาล และก้อย-อรัชพร รวมทั้งต้าเหนิง ผมเอาขึ้นให้ดูนะท่านผู้ชม

มีอันหนึ่งเขาโพสต์ออกมา ผมจะอ่านให้ฟัง เขาแปลเป็นไทยมาอย่างนี้ "ตอนนี้ผู้ประท้วงชาวไทยสามนิ้ว และศิลปินบางคน คัดค้านการซื้อของรัฐบาล #Sinovac , พวกเขากดดันให้รัฐบาลซื้ออเมริกัน ไฟเซอร์ เท่านั้น ความเสียหายของสมองเหล่านี้บอกว่า mRNA ไฟเซอร์ เป็นวัคซีนที่ดีที่สุด และ Sinovac คล้ายกับน้ำเกลือ ใครก็ตามที่ยังคงสนับสนุน Sinovac จะถูกรังแก โดยพวกเขา ฉันหวังว่ารัฐบาลจีนและคนจีนจะหยุดสนับสนุนศิลปินไร้สติของไทย #whatishappeninginthailand #แบนดาราcallout"


นักร้อง "มิลลิ" เหน็บแนมกระทบวัคซีนจีนที่ตัวเองฉีดไปแล้วว่ารัฐบาลเอาน้ำเปล่ามาฉีดให้หรือเปล่า ความเห็นของคนจีนที่อยู่ในโซเชียลมีเดียเขาบอกว่า "นี่ต้องการให้พ่อไก่ออกไข่หรือ เว้นแต่ประเทศตัวเองสามารถพัฒนาและผลิตเองได้ ประเทศอื่นๆ ต่างเฝ้ารอคอยวัคซีนจากประเทศผู้ขายทั้งนั้น คุณยังจะเลือกอีก ต่อให้เซ็นสัญญา จ่ายเงินแล้ว ผู้ขายบอกว่าจะไม่ส่งของ ก็คือไม่ส่ง ส่งมอบช้า ก็คือช้า พวกคุณเก่งกาจขนาดนี้ทำไมไม่ไปครองโลกเลยล่ะ" นี่เขาด่าคนไทยนะ

อีกความเห็นหนึ่ง "คนเอเชียกลุ่มนี้" (เขาหมายถึงพวกเรา พวกดาราพวกนี้ พวกสติแตกพวกนี้) "คนเอเชียกลุ่มนี้ยังอยู่ในยุคเก่าอยู่เลย คิดว่าอะไรของยุโรป อเมริกา ก็ทันสมัย อาจจะใช่นะ แต่มีคำพูดว่า สิ่งของที่มีอยู่ในมือ จึงจะเป็นของที่มีอยู่จริง"

ความเห็นอีกอันหนึ่ง "สำหรับคนไทย mRNA คือวัคซีนเทพ ต้องรีบหาฉีด ฉันจะรอดูว่าวัคซีนนี้จะทำให้โรคระบาด โควิด มันหายไปหรือไม่" เขาพูดถูก วันนี้วัคซีนเทพฉีดที่อเมริกา ฉีดที่อังกฤษ ฉีดที่ยุโรป ฉีดที่อิสราเอล โรคระบาดก็ยังติดอยู่เหมือนเดิม แล้วที่คุณโวยวายออกมา คุณโวยวายเรื่องอะไร คุณโวยวายว่าวัคซีนเทพพวกนี้จะทำให้ไม่ติดเชื้อ คุณบ้าหรือเปล่า

อีกความเห็นหนึ่ง "คนไทยก็แปลก ปัจจุบันวัคซีนเป็นตลาดผู้ขาย พวกเธอคิดว่าจะซื้อก็ซื้อได้เลยหรืออย่างไร"

อันนี้เจ็บ ท่านผู้ชม เขาคอมเมนต์มา "มีเพียงซิโนแวคเท่านั้นที่ทั้งบริจาคและส่งมอบวัคซีน (ทั้งหมดเป็นการลัดคิวการผลิตเพื่อช่วยประเทศไทย) แต่สิ่งนี้กลับเป็นการกระทบกระเทือนผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของอเมริกา คนไทยยังด้อยค่าวัคซีนซิโนแวคต่างๆ นานา อย่างกับซิโนแวคเป็นปีศาจที่มาเกาะชีวิตเขา"


อีกความเห็นหนึ่ง "มีกลุ่มคนยั่วยุและด้อยค่าพวกเรา อันที่จริงก่อนการระบาดประเทศไทยเป็นมิตร และนึกถึงพวกเราเสมอ ก่อนหน้านี้ประเทศไทยสั่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าทั้งหมด สั่งซิโนแวคเพียง 2 ล้านโดส แอสตร้าเซนเนก้าไม่สามารถส่งสินค้าได้ เดือนมกราคม เกิดการระบาดในตลาดกุ้งอย่างกะทันหัน ประเทศไทยไม่มีวัคซีนแม้แต่โดสเดียว แล้ววัคซีนซิโนแวคก็เข้ามาช่วยชีวิตอย่างฉุกเฉิน อุตส่าห์แทรกออร์เดอร์เพื่อเร่งผลิตช่วยชีวิตบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าไทย เดือนเมษายน ไวรัสอัลฟา (อังกฤษ) กลายพันธุ์เป็นไวรัสเดลตา (อินเดีย) โลกไม่สามารถซื้อวัคซีนได้"

ท่านผู้ชมครับ พวกคุณ ที่เป็นดารา พอคุณเจอเขาตอบโต้กลับมา คุณก็รู้ว่าประเทศจีนเขาเป็นคนที่ชาตินิยมมาก จะเป็นญาญ่า หรือจะเป็นใครก็ตาม ถ้าคุณไม่พึ่งตลาดเมืองจีน คุณด่าเขาไปได้เต็มที่เลย แต่คุณทะลึ่งไปพึ่งตลาดเมืองจีน ช่อง 3 เหมือนกัน คุณเชื่อผมสิ รายการผมวันนี้ต้องมีคนจีนเอามาทำซับไตเติลไทย แล้วส่งไปให้คนดู คลิปที่แล้วของผมที่พูดเรื่องวัคซีนเซินเจิ้นของคุณณวัฒน์ คนจีนเข้ามาดูตั้งเป็นร้อยล้านคน แล้วถ้าคลิปนี้ของผมคนจีนเข้ามาดูเป็นร้อยล้านคนอีก คุณจะทำมาหารับประทานในเมืองจีนยากแล้ว พวกคุณไม่รู้หรือว่า คนจีนคนรุ่นใหม่เขามีความเป็นชาตินิยมสูงมาก เขาไม่ได้ตะพึดตะพือเชียร์ฝรั่งเหมือนพวกคุณที่หลงฝรั่งเป็นพ่อ อะไรๆ ก็ตะวันตกก็ดี อเมริกาก็ดี ยุโรปก็ดี คนจีนรุ่นใหม่เขาไม่เห็นอย่างนี้แล้ว

ผมเคยเล่าให้ฟังแล้วว่ากรณีที่แบรนด์ระดับโลกหลายยี่ห้อพยายามแบนฝ้ายและผลิตภัณฑ์จากซินเจียง โดยอ้างว่ามีการกดขี่แรงงานชาวมุสลิม คนจีนเขารวมใจกันเลยนะ ไม่ซื้อแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Nike, adidas, H&M, PUMA, Tommy Hilfiger กรณีดาราไทยก่อนหน้าเรื่องการด้อยค่าวัคซีน ก็มีกรณียิบย่อยเป็นตัวอย่างให้เห็น เช่น พฤษภาคม 2564 ซีรีส์เด็กใหม่ Girl from Nowhere ของไทยทางช่อง Netflix


ตอนโปรโมตกระแสกำลังแรงในหลายประเทศ แต่เกิดกรณีทีมงานได้ทำภาพขอบคุณแฟนคลับในประเทศต่างๆ รวม 11 ประเทศ แต่ดันมีฮ่องกง และธงไต้หวัน ทำให้แฟนคลับจีนไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะมองว่าทั้งสองเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ไม่ใช่ประเทศ ชาวเน็ตจีนติดแฮชแท็กว่า ซีรีส์เด็กใหม่ดูถูกประเทศจีน เรียกร้องให้ทีมงานซีรีส์มากล่าวขอโทษกรณีใช้คำดังกล่าว หลังจากนั้นทีมงานรีบเอาธงไต้หวันออกจากโปสเตอร์จากการโปรโมต

คุณญาญ่า วันนี้คุณกลับลำ 180 องศา เลิกพูดถึงวัคซีน 24 กรกฎาคม ญาญ่า กลับลำ 180 องศา ด้วยการทำข้าวกล่อง 300 กล่อง ให้ชุมชนเป็นเวลาต่อเนื่อง 11 วัน


ผู้ใช้สื่อโซเชียลรายหนึ่งของประเทศจีน โพสต์ข้อความภาษาจีนระบุว่า ต่อมาเฟซบุ๊กนายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล เอกอัครราชทูตไทย กล่าวว่า ขณะนี้สื่อจีนในไทยรายงานข่าวการ call out ของใหม่ ดาวิกา และแต้ว ณฐพร โดยถูกชาวจีนเข้ามาแสดงความผิดหวังอย่างมากมาย แต่กลับมีคอมเมนต์ชื่นชมพฤติกรรมของดาราสาวชื่อดังหลายคน อย่างเช่น อั้ม-พัชราภา ชมพู่-อารยา และเบลล่า-ราณี

ท่านผู้ชมครับ คอมเมนต์สุดท้ายที่ผมจะพูดให้ฟัง ที่คนจีนพูดถึงอั้ม "อั้ม เป็นดาราไทยส่วนน้อยที่สนับสนุนวัคซีนซิโนแวค และตัวเธอเองก็ยังฉีดวัคซีนซิโนแวคด้วย ดาราไทยที่สนับสนุนวัคซีน mRNA คือญาญ่า หมาก คิม ของช่อง 3 และมีใหม่-ดาวิกา เป็นหัวขบวนดาราที่สนับสนุนการ call out พวกเราต้องร่วมมือกันเผยแพร่ ต่อต้านดาราพวกนี้ อย่าให้มาได้ผลประโยชน์จากประเทศจีน เพราะประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตซิโนแวค แล้วเขาด้อยค่าซิโนแวค แล้วเรายังจะไปสนับสนุนพวกเขาทำไม ช่วยกันถอนการสนับสนุนออก อย่าให้เขามาได้ประโยชน์จากพวกเราในประเทศจีนเลย" ท่านผู้ชมครับ จบ พวกคุณเอาไปคิดกันเองก็แล้วกัน


ไม่เคยมีครั้งไหน ที่พืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง กลายเป็นวาระแห่งชาติ ที่การเมืองทุกสายวิ่งเข้ามาแล้วพยายามเอาประโยชน์ทางการเมืองกับฟ้าทะลายโจร

เมื่อวันอังคารที่ 27 กรกฎาคม มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ส่งเสริมการใช้ยา ฟทจ. ในการรักษาผู้ป่วยจากโรคระบาดที่ยังไม่มีอาการ เรียกได้ว่ายา ฟทจ. ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการจากที่ประชุม ครม. แล้ว ซึ่งตลกมากท่านผู้ชม เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องถึง ครม. เลย เรื่องนี้ถ้ากระทรวงสาธารณสุขทำงานเป็น ไม่มีวาระซ่อนเร้น กระทรวงสาธารณสุขสามารถเชิดชู ฟทจ. ได้ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านทำไมถึงล่าช้าเรื่องนี้ แทนที่ท่านจะเป็นตัวที่เสนอเรื่อง ฟทจ. ให้ ครม. รับทราบและวางมาตรการในการใช้ ฟทจ. อย่างไร ส่งเสริมอย่างไร เข้า ครม. เพื่อให้ ครม. รับทราบ แล้วขอให้ ครม. อนุมัติให้ทุกๆ หน่วยงานให้ความร่วมมือในการปลูก ฟทจ. แต่กลับเป็น สมศักดิ์ เทพสุทิน สายพรรคพลังประชารัฐ เป็นคนเข้ามาเสนอในเรื่องนี้

แต่ผมพูดไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า คุณสมศักดิ์ เป็นนักการเมืองที่ไวมาก ฉกฉวยโอกาสเก่ง ผมขำเขา แต่ว่าผมชมเชยเขาว่าเขารู้ว่าอันนี้กระทบกระเทือนและให้ผลประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ เขาเปิดฉาก เปิดหน้าชกเลยงานนี้ เขาไม่สนแล้ว แล้ววิธีการของเขาแนบเนียนมาก คือเขาเอาผลงานการศึกษาและการทดลองใช้ ฟทจ. กับผู้ต้องขังในเรือนจำ 11,800 คน เขาพบว่าได้ผลดีมาก ท่านผู้ชมครับ สามารถรักษาผู้ต้องขังหายไป 99.02 เปอร์เซ็นต์ เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จากยอดผู้ต้องขังที่ติดเชื้อโรคระบาด


นอกจากนั้นแล้ว รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ ยังมีไม้สอง ไม้สาม ไม้สี่ ตามมาอีก ตามมาอย่างไร ? ท่านมอบนโยบายให้เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศปลูกสมุนไพรประเภทต่างๆ โดยเน้นการปลูก ฟทจ. และกระชายขาวเป็นหลัก ไปแล้วถึง 140 ไร่ รัฐมนตรีฯ สมศักดิ์ ก็เลยเสนอว่า อยากจะให้การบริหารจัดการเรื่อง ฟทจ. เป็นระบบ ครบวงจร ควรจะมีรองนายกฯ คนใดคนหนึ่งมารับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ตั้งคณะกรรมการจัดโครงสร้างดูแลตั้งแต่การปลูก การผลิตเป็นยา การควบคุมคุณภาพ การรักษา และการวิจัยพัฒนา เพราะเรื่องนี้นอกจากจะใช้รักษาผู้ติดเชื้อในประเทศแล้ว ยังมีมูลค่าทางเศรษฐกิจอีกมาก

ซึ่งก็พอดีกับคณะกรรมการที่ท่านนายกฯ ตั้งให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานในการพิจารณาเรื่อง ฟทจ. แล้วก็กระทรวงสาธารณสุขก็เลยเสนอมา ท่านผู้ชมครับ ไม่ทราบว่าท่านผู้ชมเห็นแผนผังโครงสร้างที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอมาไหม ? ถ้าท่านเห็น ผมจะออกความเห็น ตั้งข้อสังเกต ท่านผู้ชมตามผมมา

แต่ละจุดๆ ที่เขาเสนอมา ชาติหน้าเราก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ ฟทจ. เพราะเป็นโครงสร้างตามระบบราชการ และแต่ละโครงสร้างก็ล็อกเอาไว้ ให้อำนาจคนกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจเต็มที่ และโครงสร้างนี้มันมีกลิ่นทะแม่งๆ กลิ่นอะไร ? มีกลิ่นที่ออกมาชัดเจนว่า มีการที่จะยืนยันหรือจะผูกขาด ฟทจ. ว่าให้ใช้ 180 มิลลิกรัม สารแอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งเป็นข้อเสนอมาจากกรมการแพทย์แผนไทยฯ ท่านผู้ชมผมพูดมาหลายครั้งแล้ว ในที่สุดมันก็เหมือนเปลือกส้ม แกะออกมาทีละเปลือก จนในที่สุดเห็นเนื้อในที่แท้จริง ก็คือต้องการส่งเสริมบริษัทยาเจ้าใหญ่ๆ ในการสกัดสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ออกจาก ฟทจ. แล้วให้ประชาชนซื้อเฉพาะสารสกัด โดยตั้งไว้ที่ 180 มิลลิกรัม อำมหิต

ฟทจ. ต้องเป็นของประชาชนคนไทย ท่านผู้ชมเห็นด้วยกับผมไหม ? เป็นของชาวบ้าน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่โครงสร้างที่คุณอนุทิน เอามา ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าคุณอนุทิน ไม่ได้เขียนหรอก เขียนโดยคนในกระทรวงสาธารณสุข เป็นฝ่ายไหนผมรู้อยู่แล้ว แต่ผมขี้เกียจพูด เพราะผมรู้ขี้รู้ไส้คนพวกนี้เยอะ


ท่านผู้ชมครับ เรื่องนี้ต้องยอมไม่ได้ ต้องยอมไม่ได้ ท่านผู้ชมครับ ถ้าสมมุติว่ากระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันที่ 180 มิลลิกรัม ก็ให้จำเอาไว้ว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นต้นคิดเรื่องนี้ ก็อย่าไปเลือกมัน พรรคภูมิใจไทย ในอนาคตข้างหน้า

ท่านผู้ชมครับ เราต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน ฟทจ. ต้องเป็นของประชาชน เพราะว่าเขาพิสูจน์มาแล้วว่าไม่ต้องถึง 180 มิลลิกรัม ผมขี้เกียจจะพูด ขี้เกียจจะยกตัวอย่างคน แพทย์ หรือคนที่อยู่ที่เรือนจำเขาบอกว่า หลายๆ คน เยอะเลย กินแค่ 2-3 เม็ดต่อมื้อ ต่อวัน ก็หาย ไม่ถึง 100 มิลลิกรัม เสียด้วยซ้ำ 180 ตั้งมามโนเพื่อที่จะช่วยบริษัทยาในการขายสารสกัด ไปดูข่าวย้อนหลังได้ ใครเป็นคนเสนอสารสกัด คนนั้นล่ะคือตัวการ

ทีนี้พอเรื่องเข้า ครม. พอคุณสมศักดิ์ เสนอว่าต้องมีรองนายกฯ โอ้โห คราวนี้มีเรื่องดรามาเลย ท่านผู้ชม ผมเคยเรียกคุณดอน ว่า ดอนเฮ้าเลี่ยน วันนี้คุณดอน ปรมัตถ์วินัย ก็เฮ้าเลี่ยน ผิดกาลเทศะ ผิดจังหวะ ผิดเวลา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอมาให้ตัวเองเป็นประธานกรรมการในการบริหารจัดการระบบของ ฟทจ. แค่ฟังแค่นี้ท่านผู้ชมก็หัวเราะท้องแตก ขี้แตกขี้แตนแล้วใช่ไหม มิหนำซ้ำ ท่านดอน ท่านบอกว่าท่านศึกษาและท่านเคยพูดเรื่อง ฟทจ. กับโรคระบาดนี้ ฮัลโหลๆ ท่านดอนเฮ้าเลี่ยน ท่านพูดเมื่อไร ผมไม่เคยเห็นท่านพูดเลย


ลำพังนโยบายต่างประเทศที่ท่านดำเนินทุกวันนี้ก็ยังผิด ท่านให้ทหารเรือไทยไปซ้อมรบกับกองทัพเรืออังกฤษ ท่านก็ผิดอยู่แล้ว ท่านไม่เคยคิดจะแก้ ท่านปล่อยให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงของอเมริกาเข้ามาฝังตัวอยู่ในสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ท่านปล่อยให้อเมริกามาสร้างสถานกงสุลที่เชียงใหม่ ใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลึกล้ำพันลึก เพื่อที่จะเป็นป้อมปราการในการดักข่าวและฟังข่าวจากประเทศจีนตอนใต้ ท่านปล่อยให้ NGO ซึ่งเป็น CIA หน่วยสืบราชการลับของอเมริกา แต่แฝงมาในรูปขององค์กรเอกชน วิ่งพล่านกันอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านปล่อยให้ NED (National Endowment for Democracy) เข้ามาปลุกปั่นเด็กในประเทศไทย ท่านปล่อยให้ม็อบสามนิ้วชักธงอุยกูร์ ชักธงฮ่องกงขึ้นมาในระหว่างประท้วง


แต่พวกท่านก็ไปขัดขวางชาวมุสลิมที่เขาติดป้ายให้กำลังใจสนับสนุนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์

ท่านดอน งานท่าน ท่านไม่เคยที่จะทำเลย การไปประชุมที่กรุงเบอร์ลิน ผมมีรูปเสร็จ แต่ผมไม่ต้องเอามาออกวันนี้ ท่านให้ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ ชื่อ พรพิมล กาญจนลักษณ์ ชื่อเล่นชื่อ พอลลีน ท่านตั้งเป็นที่ปรึกษา วันหลังผมจะไลฟ์สดเรื่องคุณพอลลีน-พรพิมล กาญจนลักษณ์ ให้ท่านผู้ชมได้ฟังตลอดเลย จะๆ ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน และทำไมเขามาเป็นที่ปรึกษาของคุณดอน ปรมัตถ์วินัย และตั้งแต่เขามาเป็น กระทรวงการต่างประเทศไทยก็คือสาขาย่อยของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ประวัติคุณพรพิมล ผมมีเยอะมาก จริงๆ ผมก็รู้จักเขาเป็นส่วนตัวด้วย แต่ผมเป็นติ่งประเทศไทย

คุณดอน หน้าบ้าน ในบ้าน คุณยังไม่ทำความสะอาดให้ดีเลย คุณบอกคุณศึกษาเรื่องโรคระบาด กับ ฟทจ. มานานแล้ว คุณศึกษามาสมัยไหน คุณเฮ้าเลี่ยนผิดเวลา ผิดที่ผิดทาง และประหลาดใจ ธรรมดาเรื่องคอขาดบาดตายของชาติบ้านเมือง คุณไม่เคยเสนอขึ้นมาเลย อย่างเช่น ท่านครับ ครม. รับทราบว่าในขณะนี้จะมีการซ้อมรบ เราไม่ควร ... ท่านไม่เคยพูด แต่จู่ๆ นี่คุณเสนอหน้ามาเลย ยกมือ ผมขอเสนอเป็นประธานเองครับ เกิดอะไรขึ้น หรือว่าบริษัทยาต่างประเทศเริ่มรู้แล้วว่า ฟทจ. จะมีอิทธิพลและมีประสิทธิภาพประสิทธิผลต่อโรคระบาดนี้มาก แล้วยังมีส่วนผสมของ ฟทจ. อีกหลายอย่างที่ถ้าทำวิจัยต่อไปแล้ว


 ยานี้คือ "ทองคำเขียว" ท่านผู้ชม ฟทจ. คือ ทองคำเขียว ในขณะซึ่ง กัญชา คือ "ทองคำดำ" แต่ ฟทจ. อนาคตไปได้ไกลกว่ากัญชาเยอะ เหตุผลเพราะอะไร ? เพราะ ฟทจ. วันนี้เรารู้เพียงแค่ระงับการเผยแพร่เชื้อโรคระบาด แต่ท่านผู้ชมครับ ยังมีอีกเยอะซึ่งเป็นองค์ประกอบ แพกเกจที่อยู่ใน ฟทจ. ที่แอนโดรกราโฟไลด์ ก็อยู่ในนั้นด้วย องค์ประกอบตรงนี้มันช่วยเรื่องโรคมะเร็งได้ ช่วยเรื่องความดันได้ ช่วยเรื่องเบาหวานได้ เยอะแยะไปหมด

ผิดที่ผิดเวลา เรื่องที่ควรจะทำ ที่ตัวเองยังไม่สามารถทำได้ดี คือกระทรวงการต่างประเทศ ตัวเองกลับไม่ทำ ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกเลยท่านผู้ชม ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีดอน เคยไปศึกษาหรือไปพูดเรื่อง ฟทจ. ที่ไหน ไม่เคยมีใครรู้ ไม่เคยมีใครได้ยิน เป็นเพราะที่ปรึกษาท่าน คุณพรพิมล กาญจนลักษณ์ เสนอให้ท่านเป็นประธานหรือเปล่า เพราะผมได้ข่าวมาว่า คุณพรพิมล ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานเพื่อที่จะสั่งวัคซีนไฟเซอร์เข้ามา คุณพรพิมล อดีตเคยเป็นล็อบบี้ยิสต์ ซึ่งล็อบบี้ยิสต์ ก็คือนั่งวิ่งเต้น เป็นนักวิ่งเต้นในอเมริกา ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ถ้าคุณดอน เป็นประธาน ก็หวานหมูเลยสิ เอ๊ะ ผมว่ามันทะแม่งๆ นะคุณดอน ทำไมคุณอยากมาเป็นประธาน ขนาดเสนอตัวเองทันทีเลยนะ โดยไม่รู้ว่าตัวเองดูแลกระทรวงอะไรอยู่ ทุกคนงงกันหมด


นอกจากนั้นแล้ว ที่มันกว่านั้นก็คือว่า ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ท่านเพิ่งกลับมาจากดวงจันทร์ ท่านผู้ชม ท่านไปอวกาศมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ท่านเสนอความเห็นทันทีเลย ท่านอยู่กระทรวง อว. ท่านบอกว่า ปริมาณยาฟ้าทะลายโจรที่เหมาะสมจะต้องมีปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ที่ผู้ป่วยได้รับ ปริมาณ 180 มิลลิกรัม โอย ตายล่ะ คุณเอนก ครับ นี่คุณพูดเหมือนกับอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ เป๊ะๆๆ ถ้าคุณมีเวลา แล้วคุณไม่ด้อยสติปัญญานัก คุณมาพบกับผมหน่อย ผมก็รู้จักคุณ ผมจะเบิกเนตรคุณ ผมไม่ได้จบวิทยาศาสตร์ แต่ผมเชื่อว่าผมรู้เรื่อง ฟทจ. แอนโดรกราโฟไลด์ ไม่ได้น้อยกว่าคนในกรมการแพทย์แผนไทยฯ เลยแม้แต่นิดเดียว

ดร.เอนก ครับ 180 มิลลิกรัม เป็นตัวเลขที่มโนกันขึ้นมา เพื่อช่วยบริษัทยาระดับใหญ่ที่จะสกัด ฟทจ. เอาไปขายให้ประชาชน หลักการแค่นี้ ถ้าคุณอยากรู้รายละเอียดแล้วค่อยมาคุยกับผม ให้คุณหายเมาจรวดก่อน เพราะคุณเพิ่งกลับมาจากดวงจันทร์

ท่านผู้ชมครับ แต่คนที่ไม่งง ระหว่างคนที่งงอยู่ คนที่ไม่งงคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ


ท่านยกมือโครมเลย ท่านตื่นทันที ท่านไม่เคยสะลึมสะลือ บอกว่า ไม่ได้ๆ ท่านรองฯ (ท่านพูดถึงดอน ปรมัตถ์วินัย) ท่านรองฯ ผมขอเป็นประธานคณะกรรมการในเรื่องนี้เอง เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของผมอยู่แล้ว เหตุผลที่ พล.อ.ประวิตร พูด ซึ่งนานๆ จะมีข้อคิดที่ดีและมีเหตุมีผล ก็เพราะว่าท่านเพิ่งบอก ประชุมแล้วได้มอบหมายให้ผู้กองธรรมนัส ร.อ.ธรรมนัส พหรมเผ่า รัฐมนตรีช่วยฯ เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ ลงพื้นที่ไปดำเนินการ ท่านผู้กองธรรมนัส อาทิตย์ที่แล้วผมเล่าให้ฟังแล้วไง ผมไม่ได้สนใจเรื่องเก่าๆ ผมดูการกระทำ ณ วันนี้ ใครทำอะไรบ้าง ก็ลุยงานทันทีเลย สั่งให้สำนักงาน ส.ป.ก. สำนักงานปฏิรูปที่ดินฯ ใช้ศูนย์ส่งเสริมขยายพันธุ์เขตปฏิรูปที่ดิน 5 ศูนย์ ศูนย์สมุนไพรแบบครบวงจร อ.แม่มอก จ.ลำปาง ปลูกต้นกล้า ฟทจ. ขิง ข่า ตะไคร้ กระชายขาว อย่างน้อยศูนย์ละ 1 แสนกล้า เตรียมไปแจกจ่ายให้เกษตรกร 30,000 ราย ทำการปลูก ให้กรมพัฒนาที่ดินเข้ามาช่วยสนับสนุน ให้ความรู้เกี่ยวกับการบำรุงดิน ระบบน้ำ คือเป็จแพกเกจทั้งหมดเลย ทำทันทีเลย


ก็คืออย่างที่ผมเรียนเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน กระโดดงับ ฟทจ. พองับยังไม่ทันพ้นสายตาเลย ธรรมนัส พรหมเผ่า งับตาม ที่เขาทำก็เพราะว่า หนึ่ง เหตุผลทางการเมือง แต่ที่สำคัญที่สุด ผมเชื่อ ทั้งสองคนเขาเห็นว่า ฟทจ. มีประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ ท่านผู้ชมครับ เขาเห็นว่ามีประโยชน์กับคนไทยทั้งประเทศ เขาถึงเข้ามา

นอกจากนี้แล้ว 25 กรกฎาคม คุณธรรมนัส ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พะเยา ไปเยี่ยมศูนย์ขยายพันธุ์ ฟทจ. ที่ อ.แม่ใจ ตรวจเยี่ยมหลายแห่ง ในที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตั้ง พล.อ.ประวิตร เป็นประธานคณะกรรมการ โดยโครงสร้างคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมีกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นกรรมการ

ท่านผู้ชมครับ ผมเป็นห่วงมาก มันจะเข้าอิหรอบกรรมการชุดใหญ่แล้ว ตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ ตัวแทนกระทรวงศึกษาฯ ตัวแทน ... ท่านผู้ชมครับ พล.อ.ประวิตร ครับ ผมแนะนำอะไรอย่างหนึ่ง คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่คณะกรรมการที่ตั้งมาเพื่อเท่ ต้องทำงานจริงและต้องตัดสินใจเร็ว แล้วต้องฟังคนรอบด้าน ผมอยากให้มีคณะกรรมการจากภายนอกเข้าไปนั่งด้วย อย่าเอาเฉพาะคณะกรรมการตัวแทนกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข พล.อ.ประวิตร ครับ คนเดียวก็พอ เพราะเขาไม่ค่อยเชื่อในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เอาคนนอกอย่างเช่น นายกสมาคมแพทย์แผนไทย เอาคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คนที่รู้เรื่อง ฟทจ. ดีที่สุด ถ้ามี 3 อันดับ คุณปานเทพ อยู่ 1 ใน 3 นี้


คุณปานเทพ จะชี้ อธิบาย งานวิจัยหลายอย่างที่พิสูจน์ให้ชัด ว่า ฟทจ. สารแอนโดรกราโฟไลด์นั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ถึง 180 มิลลิกรัม แล้วมีวิจัยอีกเยอะที่ให้เห็นคุณประโยชน์ของ ฟทจ.

ท่านผู้ชมครับ น่าเสียดาย ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็มาขอแสงใน ครม. ให้ข้อมูลผิดๆ เรื่องปริมาณสารแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิกรัม แสดงว่าไปจำมาจากขี้ปากลิ่วล้อบริษัทที่ผลิตสารสกัด ฟทจ. มา รวมทั้งไปจำขี้ปากของคนบางคนในกรมการแพทย์แผนไทยฯ

ช่วงนี้ผมจะพูดเรื่อง Rapid Test นิดหนึ่ง ตอนนี้มีการปลดล็อกแล้ว Rapid Test ให้ประชาชนทั่วไปสามารถซื้อมาตรวจได้เองที่บ้าน ตอนนี้ถ้าไปร้านขายยาก็หาซื้อได้ในราคาชุดละ 350-490 บาท มีขายที่สถานพยาบาล หน่วยงานรัฐ ร้านขายยาที่มีเภสัชกร


โรงพยาบาลเอกชน และแล็บหลายแห่ง ก็เริ่มมีใช้วิธีการให้คนเข้าไปตรวจแบบ Rapid Test อย่างเร็ว ผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง VitalSleep Clinic 899 บาท ใช้วิดีโอคอลแนะนำการใช้, ศูนย์แล็บธนบุรี จำกัด 1,500 บาท มีเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าถึงที่, Bangkok Central Clinic 400 บาท เฉพาะชุดตรวจ แต่ต้องกลับไปตรวจเองที่บ้าน, คลินิกพระโขนง 48 ราคา 1,050 บาท, โรงพยาบาลอินเตอร์เมดฯ 950 บาท, เจนเทิลไลฟ์คลินิกเทคนิคการแพทย์ 1,000 บาท ตรวจที่คลินิก, ไลฟ์ ไดแอ็ก คลินิกเทคนิคการแพทย์ 900 บาท Walk in มีเจ้าหน้าที่ตรวจ

ท่านผู้ชมครับ นี่แค่ตัวอย่างธรรมดาง่ายๆ ผมถามว่าชุดตรวจ Rapid Test ราคา 300-400 บาท ถ้าไปตรวจที่โรงพยาบาล ก็เพิ่มค่าบริการเป็น 800-1,000 บาท คนหาเช้ากินค่ำที่ค่าแรงขั้นต่ำ 300-400 บาท จะเอาเงินที่ไหนไปตรวจ ท่านผู้ชมครับ ผมเคยพูดไปแล้วว่า รัฐบาลต้องแจก Rapid Test ฟรี อย่างเร่งด่วน เป็นวาระแห่งชาติ หรือให้องค์การเภสัชฯ นำเข้า หรือให้สถาบันการศึกษาที่ทำวิจัยเรื่องนี้ จับมือผู้ผลิต ผลิตในเชิงอุตสาหกรรม มาวางขายในตลาด ราคาไม่เกิน 50-100 บาท เยอรมนีเขาขายกัน 30-40 บาท ท่านผู้ชมครับ

ส่วนบอร์ด สปสช. มีมติเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 จะนำเข้า Rapid Test 8.5 ล้านชิ้น เพื่อนำมาแจกฟรี แต่ต้องรองบจัดซื้อเดือนกันยายน 2564 ก่อน เดือนกันยายน คืองบจัดซื้อมานะครับ ของมาจริงๆ น่าจะตุลาคม-พฤศจิกายน นี่คือระบบราชการ

ปัญหาใหญ่ต่อมา คือเรื่อง Rapid Test พอตรวจแล้วผลเป็นบวก แล้วทำอย่างไร ? ทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าตรวจแล้วยังอยู่ในเขตสีเขียว มีผลบวก อาการไม่มาก เข้า Home Isolation สำนักงานหลักประกันสุขภาพฯ


Home Isolation ก็คือการแยกอยู่บ้านอย่างโดดเดี่ยว ที่กระทรวงสาธารณสุขคิด จะได้รับการประเมินจากเจ้าหน้าที่ด้วยวิดีโอคอลวันละ 2 ครั้ง อาหาร 3 มื้อ ได้รับปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว รวมถึงยาพื้นฐานอื่นๆ หากมีอาการแย่ลง จะมีการประสานส่งต่อรักษาที่โรงพยาบาล ระหว่างนั้นจะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ (มาอีกแล้ว) เพื่อประคองอาการในช่วงที่ต้องรอเตียงผู้ป่วย แทนที่จะบอกว่าจะได้รับฟ้าทะลายโจรและให้ทานกัน 4 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน มื้อละ 4 เม็ด 5 วัน จะแก้ปัญหาได้ กลับไปเป็นฟาวิพิราเวียร์ กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยเชื่อในเรื่อง ฟทจ. แล้วโครงสร้างที่รัฐมนตรีฯ สาธารณสุขเสนอมาในเรื่องการพิจารณาเรื่อง ฟทจ. ก็เป็นคนกระทรวงสาธารณสุขทั้งนั้น

สิ่งที่เกิดขึ้น พอเลือก Home Isolation ดูแลแล้ว ข้อเท็จจริงคือ กลับติดต่อใครไม่ได้ ไม่มีคำแนะนำให้ดูแลตัวเอง ไม่มีการติดตามอาการ ไม่ได้ยา ไม่มีอุปกรณ์วัดไข้ ท่านผู้ชมครับ นี่คือระบบราชการ นี่คือที่มาที่ผมเล่าให้ฟังว่าเราต้องช่วยตัวเอง แพทย์แผนไทยที่จดทะเบียนแล้ว 30,000 กว่าคน ไม่เอามาใช้เลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าคุณตัดสินใจว่ายินดียอมรับ ฟทจ. คุณต้องยอมรับบทบาทแพทย์แผนไทยที่จะใช้สมุนไพรไทยในการรักษาโรคระบาดนี้ ท่านผู้ชมเข้าใจหรือยัง มันย้อนแย้งไปหมด รัฐมนตรีฯ สาธารณสุขท่านทำอะไรอยู่ทุกวันนี้่ หรือท่านมัวแต่มองกังวลในเรื่องมุมกล้อง

ท่านผู้ชมครับ ผมมีตัวอย่างเยอะ ที่คนอยู่ Home Isolation แล้วเหมือนกับถูกทอดทิ้ง เพราะฉะนั้นแล้ว Rapid Test เมื่อทดสอบแล้ว มันต้องมี ฟทจ. ขิง เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ถ้าเขาอยู่ในโซนเขียว บวก แต่อยู่ในโซนเขียว เอาหัวเป็นประกัน ทาน ฟทจ. 4 เม็ด 4 มื้อ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน 5 วัน หายเด็ดขาด ตรวจอีกทีก็ผลออกมาเป็นลบ ก็มันเป็นอย่างนี้ ทุกคนเขาใช้วิธีนี้มา เขาไม่ได้พึ่งบริการรัฐเลย เขาหายกันหมด แล้ววันนี้ ครม. ก็ยอมรับแล้ว มันเป็นอะไรกัน ผมไม่เข้าใจ ฮัลโหล ศบค. ผมขอเบิกเนตรคุณหน่อย ถ้าคุณแก้ตรงนี้ได้ ปัญหาจะลดน้อยลงเยอะ แล้ว 8.5 ล้านตัว ที่ สปสช. ที่จะเอาเข้ามา ทำไมคุณไม่ตั้งเต็นท์เลย 50 เต็นท์ ทุกเต็นที่อยู่ในต่างจังหวัด แล้วคุณส่งเจ้าหน้าที่มาฝึก แล้วคุณให้คนเข้าคิวเพื่อตรวจ นั่นคือวิธีการวิธีการหนึ่ง แทนที่คุณจะส่งไป แจกฟรี คุณแจกฟรี 8.5 ล้านตัว คุณแจกใคร มาตรฐานการแจกเป็นอย่างไร ?


สู้รัฐบาลซื้อมาเลย ตัวละไม่เกิน 100 บาท ส่งให้คนไทยตามสำเนาสำมะโนครัว บ้านหลังนี้มี 5 คน ก็ส่ง 5 ชุดไป แล้วออกรายการทีวี สอนวิธีใช้ ออกยูทูป ให้คนเข้ายูทูปไปดูว่าวิธีใช้ ใช้อย่างไร อันนี้ล่ะ แล้วก็พร้อมที่จะบอกให้ ถ้าหากใครมีผลบวก แต่ยังอยู่ในโซนเขียว ยังไม่ออกอาการ ให้อยู่ที่บ้าน แล้วก็ assign หมอ แพทย์แผนไทย 32,000 คน ที่แต่ละจังหวัดมี เพราะเขารู้วิธีรักษาด้วย ฟทจ. ให้เข้าไปดูอาการคนพวกนี้ เรื่องง่ายๆ ไม่ทำกัน ชอบทำให้มันสลับซับซ้อน ให้ประชาชนยุ่งยาก ปวดกบาล ก็เพราะพวกคุณนี่ล่ะ

ท่านผู้ชมครับ ปรัชญาของผมในการออกมาต่อสู้กับโรคระบาดครั้งนี้ ผมมาตกผลึกว่าเราต้องพึ่งตัวเอง ไม่ต้องรอใครแล้ว หา ฟทจ. มากิน หาไม่ได้ ใช้ใบ ใช้ต้นสดมาต้มกินก็ได้

ท่านผู้ชมครับ การหยุดโรคระบาดนี้ เราต้องทำให้ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ใช่พึ่งพาแต่บริษัทยา ให้บริษัทยาร่ำรวย แล้วประชาชนต้องเฝ้ารอหรือไปแบมือขอเขา เหมือนสถานการณ์วัคซีนที่ขาดตลาดอยู่ ผมบอกท่านผู้ชมมาหลายครั้งแล้ว ถ้าท่านมีสวนหลังบ้าน หรือมีพื้นที่ พื้นที่หญ้า หรือทำไม่ได้ก็เอากระถางเล็กๆ ปลูก ฟทจ .ไป ใครอยู่คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ ก็ปลูกในกระถางได้ ผมพูดเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว 23 กรกฎาคม ว่าเกษตรกรที่ปลูก ฟทจ. ที่เป็นฟาร์ม ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตัวเขาเป็นหมอยาด้วย


เขาแนะนำผมมาว่า ใบสด ต้นสด ของ ฟทจ. นั้นมีคุณสมบัติของสมุนไพร ใช้เป็นยาได้เช่นกัน ไม่ต้องไปสกัดอะไรเลยทั้งสิ้น

ท่านผู้ชมครับ สมุนไพรใดก็ตามที่ใช้แบบเต็มส่วนเลย ได้สรรพคุณยาในทางใดแล้ว แสดงว่าสมุนไพรเต็มส่วนนั้นมีสารสำคัญหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน ท่านผู้ชมจำคำพูดนี้ไว้นะ "สมุนไพรนั้นมีสารสำคัญหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่สารสกัดตัวใดตัวหนึ่ง" เพราะมันต้องเป็นองค์ประกอบพร้อมกัน มันถึงจะทำงานร่วมกันได้ แต่นี่ทะลึ่งไปสกัดเป็นแอนโดรกราโฟไลด์อย่างเดียว มันก็เลยขาดตัวที่มีส่วนร่วมที่ทำงานร่วมกัน ถ้ามีการสกัดสารสกัดออกมาตัวใดตัวหนึ่ง หรือมีการสกัดสารชนิดใดชนิดหนึ่งออกไป หลายครั้งเราจะพบว่ามีประสิทธิภาพด้อยลง มีความเป็นพิษมากขึ้น คือยิ่งสกัดเข้มข้นเท่าไร ยิ่งมีความเข้มข้นเท่านั้น ฟทจ. ก็เช่นกันท่านผู้ชม

เราเคยใช้กันมาหลายสิบปี จะร้อยปีแล้ว ในรูปแบบผงหยาบ ในโรคเจ็บคอ โรคหวัด เป็นไข้ มีขนาดยาอย่างชัดเจน ปรับลดได้ตามเด็ก/ผู้ใหญ่ ขนาด น้ำหนัก อาการมากหรือน้อย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราต้องมาสนับสนุนผงหยาบมากกว่าสารสกัด เพราะไม่เพียงมีคุณภาพดีเท่านั้น แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน แม้แต่วิสาหกิจชุมชน เขาจะได้มีส่วนร่วมต่อการแปลงวิกฤตให้เป็นโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำของคนไทยได้ด้วย

ขณะเดียวกัน ถ้าเราย้อนกลับไปที่ภูมิปัญญาชาวบ้าน เราจะเห็นว่าชาวบ้านเข้าใจใบสด หรือต้ม ต้มสด ในการกินบำบัดรักษาเลย โดยไม่ต้องตากแห้ง


สิ่งที่สำคัญที่สุด ต้นสด ใบสด จะมีเอนไซม์จากพืชธรรมชาติที่ผงหยาบหรือสารสกัดไม่มี และยังไม่มีใครวิจัย หรือไม่ต้องการวิจัย ว่าถ้าใช้ต้นสดแล้วจะใช้เหลือน้อยเท่าไร เพราะทำการค้าไม่ได้ว่าการกินต้นสดให้ผลเป็นอย่างไร ไม่มีใครวิจัย เพราะทำการค้าไม่ได้ มันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน มันเป็นเรื่องที่ชาวบ้านเขากิน

ภูมิปัญญาชาวบ้าน เท่าที่สำรวจมา เขาใช้ใบสด 2-3 ใบเท่านั้นเอง เคี้ยวสดเลย ขมมาก แต่หายเจ็บคออย่างเร็ว ภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ใบสด 5-10 ใบ ต้มใบสดเลย กินเป็นชาทั้งวัน เพื่อใช้รสขมนำเจริญน้ำดี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ใบสดสัก 10 ใบ ต้ม กินเป็นชา เพราะสารสำคัญในกลุ่มแลคโตนรวม ละลายในน้ำได้


เมื่อป่วยหนักก็ใช้ใบหรือลำต้นเหนือดิน หรือ 1 กำมือ ลงในหม้อ เติมน้ำ 3 ลิตรเข้าไป ให้ต้มให้เหลือน้ำเพียง 1 ลิตร ดื่มเสริมภูมิ ครั้งละ 30 ซีซี. เช้า-เย็น แต่ถ้าป่วยมากกว่านั้น ก็กินจนไข้ลดแล้วปรับตามสภาพการป่วยของคน

ท่านผู้ชมครับ เคล็ดลับ ผมจะบอกให้ ฟทจ. เมื่อปลูกแล้วจะเริ่มมีตัวยาเมื่อผ่านไปแล้ว 90 วัน 30 วัน เพราะฉะนั้น ฟทจ. ต้นไหนมาจากที่ไหน ถ้าไม่เกิน 90 วัน ไม่มีประโยชน์ ตัวยาจะมีมากที่สุดคือเมื่อมันโตประมาณ 4 เดือน แก่กว่านั้นจนดอกออกไปเยอะมากแล้ว ตัวยาก็จะไม่เหลือ เพราะฉะนั้นท่านผู้ชมต้องจำไว้ ระหว่าง 3-4 เดือน ฟทจ. เป็นช่วงเวลาที่ ฟทจ. มีเนื้อยามากที่สุด ใครมี ฟทจ. ถึง 4 เดือน ก็ควรจะเก็บเกี่ยวมาเพื่อสะสมเป็นยา หรือไม่ก็กินเป็นยาไว้ก่อน


เอาล่ะ ท่านผู้ชมครับ ผมจะแนะนำวิธีการใช้ใบสด ลำต้น ฟทจ. เป็นยา วิธีที่ 1 เมื่อ ฟทจ. อายุ 4 เดือนแล้ว ให้เก็บเกี่ยวลำต้นเหนือดิน หรือเฉพาะใบก็ได้ เฉพาะใบอย่างเดียวที่มีตัวยามากที่สุด ตากให้แห้งสนิท แล้วบดเป็นผง หรือนำไปปั่นจนละเอียด เก็บใส่ถุงสุญญากาศ ซิปล็อก และใส่สารกันเชื้อเอาไว้ เพราะนั่นคือการสะสมตัวยา ฟทจ. ที่มีตัวยามากที่สุด เก็บไว้ใช้เมื่อป่วย 1-2 ช้อนชา ชงน้ำร้อนดื่ม เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน วันละ 4 เวลา นั่นคือวิธีแรก


วิธีที่ 2 สำหรับต้น ฟทจ. อายุ 45-120 วัน มีตัวยาอยู่ สามารถใช้ได้ ถ้ากินเมื่อเจ็บคอ สามารถใช้ใบสด 2-3 ใบ เคี้ยว แต่ถ้าทนความขมไม่ได้ ให้ผสมน้ำผึ้งมะนาวไปเล็กน้อย 2-3 ครั้งต่อวัน จนกว่าจะหาย หรือถ้าเคี้ยวไม่ได้ ให้ใช้ใบสด 4-5 ใบ ต้มเป็นชาดื่มทั้งวัน จนอาการดีขึ้น


วิธีที่ 3 นี่ผมหมายถึงใช้ ฟทจ. ที่บ้านรักษา จากต้นนะ วิธีที่ 3 เมื่อป่วย เป็นไข้มาก เลือก ฟทจ. อายุ 90-120 วัน ให้ใช้ส่วนใบ 1 กำมือเต็มที่จะหยิบได้ ใช้น้ำ 3 ลิตร ต้มจนเหลือน้ำ 1 ลิตร ดื่มครั้งละอย่างน้อย 30 ซีซี หรือ 2 ช้อนโต๊ะ ทุก 4 ชั่วโมง จนกว่าไข้ลดลง ภายใน 1 วัน ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้เพิ่มเป็น 60 ซีซี หรือ 4 ช้อนโต๊ะ

สุดท้าย หากกิน ฟทจ. แล้วมีอาการท้องอืด ลมตีขึ้น เมื่อไม่มีไข้ ให้ดื่มน้ำขิงหรือน้ำต้มขิงตลอดวัน

ท่านผู้ชมครับ พอที่จะได้ความคิดนี้เข้ามาเยอะพอสมควรแล้ว ท่านผู้ชมจะเห็นได้ว่า ต้องการให้ประชาชนทั่วประเทศไทยพึ่งพาตัวเองได้ ปลูก ฟทจ. ไว้ในบ้าน ยาแก้หวัด ไม่ว่าจะเป็นประเภทยาบรรเทาหวัดที่โฆษณากันเยอะแยะไปหมด พาราเซตามอล ยาแก้อักเสบ แอนตีไบโอติกที่ฝรั่งขาย เราไม่ต้องใช้อีกต่อไป แล้ววันหลังผมจะเอาสูตรเรื่องแก้ไซนัสมาให้ท่านผู้ชม ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ผมถามผู้รู้ แล้วผมคุยกับคนที่รักษาหายแล้ว ฟทจ. รักษาไซนัสได้หายขาดอย่างแน่นอนที่สุด ท่านผู้ชม นี่คือ "ทองคำเขียว"

ทองคำเขียว อยู่ในมือเรา แต่เราปฏิเสธมัน เพราะคนที่มีการศึกษาสูง เรียนแพทย์ เรียนมาทางตะวันตก ปฏิเสธภูมิปัญญาทางตะวันออก และ ท่านผู้ชมครับ มีหมออยู่มากขึ้นๆ ทุกวันนี้ ที่ยอมรับกับผมว่า คุณสนธิ ครับ คนไทยต้องพึ่งตัวเอง แล้วไม่มีอะไรที่จะช่วยพึ่งตัวเองได้ เท่ากับการใช้สมุนไพร และศึกษาสมุนไพร เมืองไทยขาดการวิจัยสมุนไพรอย่างเป็นรูปธรรม รูปธรรมจริงๆ ขาดงบประมาณ ขาดเครื่องไม้เครื่องมือ ขาดบุคลากรที่ฝึกอบรมมาในการวิจัย ถ้าเราลงทุนทางด้านนี้ ประเทศไทยเราจะอยู่รอด

ท่านผู้ชมครับ ผมขออัปเดตเรื่องการทำงานของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน จนขณะนี้ พวกเราแจก ฟทจ. ไปแล้ว 40,000 กว่ากระปุก ขิงผง 50,000 ซอง และเราก็จะทยอยหา ฟทจ. เข้ามา ฟทจ. ที่เราหาเข้ามา ราคาแพงกว่าที่เขาขายในตลาด สมมุติว่าเขาขาย 120 บาท เราซื้อที่ 130 ทำไมต้องซื้อแพงกว่า ? นี่เป็นเงินที่ท่านผู้ชมบริจาคมา ผมจะเก็บเงินไว้ทำไม ผมซื้อมาเพื่อให้มีของ และผมบอกเขาว่า ถ้าผมซื้อแพงกว่าคนอื่นเขา 10 บาท คุณล็อกของไว้ให้ผมหน่อย เพราะมีคนต้องการในประเทศไทยอยู่มากที่กำลังนอนรอ ฟทจ. อยู่


ท่านผู้ชมครับ กุศลผลบุญที่ท่านทำครั้งนี้ ท่านไม่รู้หรอกว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหน ท่านช่วยชีวิตคน ในทางธรรมแล้ว ช่วยชีวิตคนคือกุศลที่มีอานิสงส์สูงที่สุด ท่านผู้ชมครับ พวกผมทำงานกัน มีแต่ความปลาบปลื้มปีติในใจที่ได้ช่วยคน และมีความปลาบปลื้มปีติที่ท่านผู้ชมทุกท่านได้ช่วยบริจาคเงินมา 100-200 บาท 500 บาท 1,000 บาท 5,000 บาท 10,000 บาท 100,000 บาท 1,000,000 บาท กุศลนี้จะอยู่กับท่านตลอดเวลา ผมสวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิ ผมอุทิศส่วนกุศลแผ่เมตตาให้กับท่านผู้ชมที่บริจาคเงินบริจาคทองเข้ามา เพื่อให้เราไปหา ฟทจ. ไปหาสมุนไพร แล้วแจก ท่านผู้ชมครับ เราแจกครับ เราแจก เราไม่คิดเอากำไร เพราะเราได้เงินมาจากท่านผู้ชม นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมถึงพูดเรื่องสภากาชาดไทย ว่าผมเสียใจ สภากาชาดไทยได้รับเงินบริจาคมาจากประชาชน สภากาชาดไทยเริ่มคิดกำไร-ขาดทุนตั้งแต่เมื่อไรครับ ผมเกิดมาผมเพิ่งได้ยินครั้งนี้เอง ในยุคที่ ม.ล.เตช บุนนาค ดูแล เป็นเลขาธิการสภากาชาดไทย และคุณชฎา วัฒนศิริธรรม ซึ่งผมก็รู้จักสามีของคุณดี เขาเป็น NGO ที่ซื่อสัตย์ต่อประชาชน เมื่อใดก็ตาม นี่คือนิสัยใจคอของคนที่ทำงานธนาคารไทยพาณิชย์

ท่านผู้ชมครับ วันนี้เราพูดมาเยอะแล้ว เอาเพียงแค่นี้ดีกว่า อาทิตย์หน้า อย่างที่ผมว่า มีแต่เรื่องดีๆ เรื่องเศร้าๆ เรื่องโศกๆ เรื่องปีติยินดีไม่ค่อยมี แต่ทุกเรื่องเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ถ้าท่านผู้ชมรับไม่ได้กับความจริงที่ผมเสนอ ท่านอย่าเข้ามาฟัง อย่ามาอยู่ให้รก ท่านผู้ชมครับ วันนี้รายการก็คงจะหมดสิ้นกันตรงนี้ แล้วก็อย่างไรก็ตามเราค่อยมาเจอกันอีกทีวันศุกร์หน้า สวัสดีครับ
กำลังโหลดความคิดเห็น...